Ethereal เมื่อจอมเวทต้องสู้ระยะประชิด

    43 ทางลับ

    ความสงสัยเผยบนใบหน้าแอ็กเซล การลงมือของสถาบันสเทิร์นไลท์น่าสงสัยไม่น้อย พวกมันพยายามวิ่งล่อมอนสเตอร์ให้เดินทางมารวมกัน โดยที่เขายังไม่สามารถหาสาเหตุได้ว่าพวกมันลงมือเช่นนี้เพื่อทำอะไร


    หากต้องการทำลายสถิติหน้าทางเข้าซากโบราณสถาน เพียงแค่ล่อมอนสเตอร์ให้มารวมกัน 100 ตัวน่าจะพอให้สร้างสถิติ หากไม่สามารถเปลี่ยนสถิติใหม่ได้ การล่อพวกมันอีก 100 ตัวไม่น่าจะยาก


    ทางสถาบันสเทิร์นไลท์กลับไล่ต้อนมอนสเตอร์ให้มารวมตัวกัน  นอกจากนั้นแล้วยังใช้สารกระตุ้น ทำให้นักศึกษาต่างสถาบันที่เข้ามาล่าตกที่นั่งลำบาก


    แอ็กเซลที่ยังหาคำตอบไม่ได้จึงพยายามเดินตามหาเสียงการต่อสู้ที่ดังที่สุด เผื่อจะไขความกระจ่างจากจุดที่กำลังเกิดการต่อสู้


    ในระหว่างนี้เขาก็เริ่มคาดการณ์พฤติกรรมของสถาบันสเทิร์นไลท์ การไล่ต้อนมอนสเตอร์มารวมกันอาจจะมี 2 อย่างที่เป็นไปได้ 


    สิ่งแรกคือการกระตุ้นกลไกบางอย่างภายในซากโบราณสถานให้ปะทุออกมา ด้วยการใช้จำนวนมอนสเตอร์ที่ล่อมารวมกัน นักศึกษาคนอื่นๆที่หลบหนีไปไหนไม่ได้จึงกลายเป็นผู้ช่วยโดยไม่รู้ตัว


     การที่เขาคิดเช่นนี้ก็เพราะว่าสถาบันสเทิร์นไลท์ไม่น่าวางแผนฆ่าแชมเปี้ยนทั้งหมดภายในซากโบราณสถาน เพราะมันอาจจะนำปัญหามาให้พวกเขาได้เมื่อใครคนใดคนหนึ่งหลบหนีออกจากที่นี่ได้แล้วแจ้งสหพันธ์ ถึงจะมีการสังหารกัน แต่การสังหารหมู่ของสถาบันสเทิร์นไลท์คงไม่ถูกปล่อยผ่านเพราะทำให้แชมเปี้ยนในอนาคตที่เป็นกองกำลังของสหพันธ์ลดน้อยลง


    สิ่งที่สองเขามองว่านักศึกษาจากสถาบันสเทิร์นไลท์กำลังเรียกมอนสเตอร์ให้มารวมกัน เพื่อเปิดทางไปบางตำแหน่ง  การใช้สารกระตุ้นก็เพื่อทำให้มอนสเตอร์คลั่งและพยายามต่อสู้อยู่ในตำแหน่งที่เลือกเอาไว้ อาการคลั่งของพวกมันสามารถเรียกพวกเดียวกันให้มารวมตัว  จนกระทั่งเส้นทางนั้นถูกเปิด สถาบันสเทิร์นไลท์จะหลบออกจากจุดที่มอนสเตอร์รวมตัวไปอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้นักศึกษากลุ่มอื่นๆรับมือกับมอนสเตอร์แทนตนเอง


    กระทั่งแอ็กเซลเข้าใกล้แหล่งกำเนิดเสียง เขาพบว่าตามทางเดินมีฮ็อบส์นอนตายเกลื่อน สภาพร่างกายแต่ละตัวเต็มไปด้วยร่องรอยการโจมตี ไม่ว่าจะเป็นรอยอาวุธระยะประชิดมีให้เห็นเต็มไปหมด นอกจากนั้นยังมีลูกธนูและน่าจะมีการโจมตีระยะไกลจากสกิลกระแทกร่างของพวกมันจนหลายตัวตายตามทางเดิน


    ตู้ม!


    เสียงการต่อสู้ดังเข้ามาใกล้เรื่อยๆ แอ็กเซลที่เดินมาถึงทางแยกที่มีด้วยกัน 3 เส้นทางได้ให้ความสนใจกับทางที่อยู่ตรงกลาง ภายในเส้นทางนี้มีเสียงต่อสู้รุนแรงมาก คาดว่าน่าจะมีแชมเปี้ยนหลักร้อยกำลังต่อสู้กับมอนสเตอร์


    ขณะที่เขากำลังเงี่ยหูฟัง เจ้าตัวน้อยทั้ง 4 ก็ได้ชี้มือไปยังเส้นทางฝั่งด้านซ้ายและขวามือ ทันใดนั้นก็มีนักศึกษากลุ่มหนึ่งวิ่งชนคลื่นพลังงานคอสมิกที่ปลดปล่อยออกไปสำรวจ พบว่าด้านหลังกลุ่มนี้มีมอนสเตอร์บ้าคลั่งกำลังวิ่งตามมานับร้อย นอกจากนั้นแล้วด้านหลังของเขายังมีเสียงวิ่งเช่นเดียวกัน เส้นทางรอบตัวในตอนนี้มีเพียงทางข้างหน้าเท่านั้นที่ไม่มีมอนสเตอร์


    “ ล่อทุกอย่างไปรวมกันที่นี่สินะ ”


    ด้วยความอยากรู้อยากเห็นแอ็กเซลจึงวิ่งไปยังจุดที่กำลังเกิดการต่อสู้ หากเขายืนอยู่ในตำแหน่งเดิมการปะทะกันกับมอนสเตอร์ที่ถูกดึงเข้ามามีสูงเช่นกัน เขาจึงต้องไปรวมตัวกันกับกลุ่มอื่นๆก่อนเพื่อสังเกตการณ์สถาบันสเทิร์นไลท์ ทันใดนั้นด้านหน้าที่เขาเข้ามาก็มีห้องขนาดใหญ่ มันเป็นทางตันไม่มีทางแยกออกไปไหน การจะออกจากห้องนี้ได้ต้องเดินกลับทางเดิม


    นักศึกษาราวร้อยคนภายในห้องกำลังต่อสู้กับมอนสเตอร์หลายร้อย แอ็กเซลมองเห็นนักศึกษาติดเข็มกลัดสถาบันโนวาไพร์มกำลังต่อสู้อยู่ด้วยเช่นกัน ทันใดนั้นเองเขาก็เดินเข้าไปในห้องแล้วหลบออกจากประตูทางเข้า หลังจากที่คนของสถาบันสเทิร์นไลท์ได้ล่อมอนสเตอร์มาถึงที่นี่แล้ว


    กรู่!


    เสียงร้องดังก้องออกไปไกล นักศึกษาภายในห้องที่กำลังต่อสู้อย่างยากลำบากแสดงความตกใจ มอนสเตอร์ถูกดึงเข้ามาอีกกองใหญ่ แค่ที่มีอยู่ยังยากจะจัดการให้หมดไป หลายคนที่กำลังต่อสู้ต่างสบถออกมาด้วยความรู้สึกโกรธ พวกเขาไม่สามารถหนีได้เพราะถูกล้อมทุกทิศทาง ทางฝั่งสถาบันสเทิร์นไลท์กลับพยายามดึงมอนสเตอร์ให้มารวมกัน หากพวกมันอยู่ภายในสถานะผิดปกติการจะกวาดล้างไม่ใช่เรื่องยาก มอนสเตอร์ทั้งหมดที่ปรากฎตัวกลับบ้าคลั่งจนทำให้จัดการได้ยาก 


    เวิร์ธรูทปรากฎตัวออกมา 10 ตัวก่อนที่แอ็กเซลจะกระโดดขึ้นขี่แล้วปล่อยให้จัดการกับฮ็อบส์ที่พยายามจะเข้ามาโจมตีเขา ในระหว่างนี้เขาไม่ลืมมองจ้องคนจากสถาบันสเทิร์นไลท์ที่กลับมารวมตัวกันครบ  กลุ่มคนที่วิ่งผ่านเขาไปก่อนหน้านั้นราว 3 กลุ่มอยู่ภายในห้องแห่งนี้ด้วยเช่นกัน


    การรวมกลุ่มของพวกมันที่เกิดขึ้นดูเหมือนว่าจะกำลังคุยกันบางอย่าง แอ็กเซลจึงเฝ้าจับตามองเพราะเขาอยากรู้ว่าพวกมันกำลังวางแผนทำสิ่งใด  การที่สถาบันนี้ถูกพูดถึงกว้างขวางว่าเป็นสถาบันนักล่าโบราณสถานและสามารถทำลายสถิติได้มากกว่าหลายๆสถาบัน มันจะต้องมีความลับบางอย่างเก็บซ่อนเอาไว้แน่นอน


    ทันใดนั้นเองพื้นดินรอบๆก็เริ่มสั่นไหวราวกับมีภูเขาไฟกำลังปะทุออกมา แอ็กเซลมองไม่เห็นคลื่นพลังที่แผ่ออกมาเลยแม้แต่น้อยจึงรู้ว่าแรงสั่นสะเทือนนี้มาจากตำแหน่งอื่น  ขณะนั้นเองสถาบันสเทิร์นที่กำลังต่อสู้ก็เริ่มแหวกฝ่าฝูงมอนสเตอร์เดินเข้าไปในส่วนลึก แอ็กเซลจึงมองตามก่อนจะพบว่าตำแหน่งนั้นมีเพียงกำแพงที่เป็นทางตัน มันไม่มีทางเดินออกไปที่ไหนได้อีก 


    แต่แล้วส่วนหนึ่งของกำแพงกลับสั่นสะเทือนรุนแรงจนมองเห็นได้ว่ามันมีรูปทรงสี่เหลี่ยมสูงราว 3 เมตรกว้างราว 2 เมตรกว่า พริบตาที่กำแพงสั่นมันได้หดตัวลงไปใต้ดินเปิดเผยให้เห็นทางเดินทอดยาวออกไปไกล 


    “ ทางลับเหรอ? ”


    แอ็กเซลให้ความสนใจกับเส้นทางใหม่ที่ปรากฎออกมา ด้านในนั้นจะต้องมีของสำคัญอยู่อย่างแน่นอน เขากลับไม่ผลีผลามตัดหน้าวิ่งเข้าไปเพราะคนจากสถาบันสเทิร์นไลท์ไม่มีใครวิ่งเข้าไปในทางเดิน  แอ็กเซลจึงคาดการณ์ว่าน่าจะมีบางอย่างอยู่ภายในนั้น


    สถาบันสเทิร์นที่เข้าไปใกล้ทางเดินเปิดใหม่ค่อยๆเดินหลบไปด้านข้าง ในระหว่างนี้พวกมันเลือกใช้รูปแบบป้องกันไม่ยอมฆ่ามอนสเตอร์สักตัว ทันใดนั้นเองร่างกายของเขากลับรู้สึกสั่นกลัวเมื่อจู่ๆมีแรงกดดันมหาศาลพุ่งออกมาจากทางเดินถาโถมเข้าใส่ทุกคนที่อยู่ภายในห้อง แรงกดดันนี้กลับทำให้ฮ็อบส์บ้าคลั่งมากกว่าเดิมขึ้นไปอีก แอ็กเซลจึงเรียกเถาวัลย์กาฝากออกมาเสริมให้กับเวิร์ธรูทเพื่อต้านมอนสเตอร์รอบๆเอาไว้


    ตึง!


    เสียงย่ำเท้าดังออกมาจากส่วนลึกของทางเดิน ทุกก้าวย่างมันได้สร้างความรู้สึกหวาดกลัวให้กับทุกคนที่ได้ยิน ทันใดนั้นมือขนาดใหญ่เต็มไปด้วยกรงเล็บแหลมคมมีนิ้วราว 5 นิ้วก็ได้โผล่ออกมาจับขอบประตูสูง 3 เมตร ก่อนที่เจ้าของร่างจะลอดผ่านประตูเข้ามาในห้องเผยให้เห็นร่างสูง 4 เมตรยืนมองทุกคนที่เป็นศัตรู


    “ นั่นมันตัวบ้าอะไรกัน! ”


    น้ำเสียงตกใจเอ่ยออกมาจากนักศึกษาคนหนึ่ง  หลายคนแสดงท่าทางตกใจไม่แพ้กัน สิ่งที่ปรากฎตัวออกมานั้นมีลักษณะท่าทางเหมือนกับฮ็อบส์ไม่มีผิดเพี้ยน เพียงแต่ว่าความสูงของมันต่างจากฮ็อบส์ตัวอื่นๆที่สูงเพียง 1 เมตร นอกจากนั้นแล้วสีผิวของมันยังแดงราวกับเลือด  ด้วยแรงกดดันระดับ 4 ที่ปลดปล่อยออกมาทำให้ทุกคนรู้ว่ามันน่าจะเป็นจ่าฝูงหรือไม่ก็เป็นระดับบอสของโบราณสถานแห่งนี้


    จากท่าทางของทุกคนที่แสดงออกมา แอ็กเซลรู้ได้ในทันทีเลยว่า ฮ็อบส์ตัวสีแดงไม่เคยมีใครพูดถึงมาก่อน หรือไม่มันก็อาจจะเป็นข้อมูลลับที่มีน้อยคนเท่านั้นที่รู้ถึงตัวตนของมัน


    ขณะที่ฮ็อบส์ตัวสีแดงเลือดกวาดตามองรอบๆเพื่อหาศัตรูจะจัดการ มันก็พบเข้ากับระดับ 4 ดาวเช่นเดียวกันกำลังหลบอยู่ใกล้ประตู มันจึงพุ่งเข้าไปโจมตีด้วยกำลังสูงสุด


    ทางฝั่งสถาบันสเทิร์นไลท์ที่เห็นว่าระดับ 4 จำนวน 2 คนไม่สามารถลบพลังออกไปจากการตรวจจับได้ ต่างฝ่ายต่างวิ่งกระจายออกไปให้ห่างจากระดับ 4 ทว่าคนที่วิ่งกระจายตัวออกไปกลับวิ่งเข้าไปในทางเดินปล่อยให้นักศึกษาระดับ 4 รับมือกับฮ็อบส์ตัวสีแดง ขณะที่แอ็กเซลคิดจะตามไปดู นักศึกษาคนหนึ่งก็ได้ใช้มือแตะกำแพงแล้วทำบางอย่าง พริบตานั้นประตูก็พุ่งขึ้นมาปิดทางเดินลับจนไม่มีใครไล่ตามไปได้


    มู่!


    กระบองเพชรแจ้งเตือนให้รู้ว่าประตูปิดไปแล้ว แอ็กเซลจึงพยายามมองหาเส้นทางอื่นหรือไม่ก็กลไกที่ใช้สำหรับเปิดประตูทางลับ ทว่านักศึกษาระดับ 4 ดาวจำนวน 2 คนจากสถาบันสเทิร์นไลท์กลับนำอุปกรณ์บางอย่างออกมาจากแหวนเก็บของ เมื่อพวกมันทั้งสองชูขึ้นฟ้าได้สร้างม่านพลังงานสีม่วงคลุมทับร่างฮ็อบส์ตัวสีแดงเอาไว้ หลังจากนั้นพวกมันก็นำอุปกรณ์บางอย่างออกมาใช้งานติดต่อกัน เพียงแต่ว่าครั้งนี้พวกมันชูขึ้นเหนือหัวตนเองแล้ววิ่งออกไปจากห้อง


    มอนสเตอร์แต่ละตัวที่เห็นอุปกรณ์คล้ายตะเกียงล้วนแล้วกรีดร้องจากนั้นก็หลบตัวออกไปด้านข้างเกิดเป็นเส้นทางวิ่งหนี เพียงแค่ 1 นาทีนักศึกษาระดับ 4 ดาวของสถาบันสเทิร์นไลท์ก็ออกไปจากห้องที่ดึงมอนสเตอร์เข้ามาทั้งหมดแล้ว


    “ สรุปแล้วก็คือ พวกมันล่อมอนสเตอร์มาที่นี่ก็เพื่อกระตุ้นให้เกิดทางลับ ส่วนระดับ 4 ทั้ง 2 มีหน้าที่คือดึงฮ็อบส์ตัวสีแดงเอาไว้เพื่อให้คนอื่นๆได้เข้าไปในทางลับนั่น เมื่อทุกอย่างจบแล้วระดับ 4 ก็แค่วิ่งจากไป โดยทิ้งนักศึกษาสถาบันอื่นไว้ในห้องให้พวกเขาดึงมอนสเตอร์ไม่ให้ไล่ตามสินะ ”


    แอ็กเซลสรุปทุกอย่างที่เกิดขึ้น ถึงแม้เขาจะยังไม่รู้ว่าภายในทางลับมีสิ่งใดเกิดขึ้นก็ตาม หากว่าทางออกมีทางเดียวโดยที่สถาบันสเทิร์นจะต้องกลับมาที่ห้องนี้ เขามีโอกาสที่จะได้เห็นสิ่งที่พวกมันเก็บออกมา  แอ็กเซลจึงต้องระวังระดับ 4 ทั้ง 2 ที่วิ่งออกไป ไม่แน่พวกมันอาจจะกลับมาที่นี่อีกครั้งเพื่อพาคนที่เข้าไปในทางลับออกจากซากโบราณสถาน


    “ ไม่มีตัวไหนสอดแนมได้ด้วยสิ ”


    พิกซี่สามารถบินได้ แอ็กเซลกลับไม่กล้าใช้งานให้สอดแนมเพราะกลัวว่าจะถูกฆ่าตายก่อน อีกฝ่ายมีพลังระดับ 4 ดาว พิกซี่ของเขาเป็นเพียง 3 ดาวเท่านั้นจึงไม่กล้าส่งไปสอดแนมระดับ 4 ทั้ง 2 คนว่าหลบอยู่ส่วนไหนของซากโบราณสถาน


    แต่ก่อนอื่นดูเหมือนว่าเขาจะต้องเคลียร์ที่นี่ก่อน มอนสเตอร์จำนวนมากเหล่านี้ล้วนแล้วมีประโยชน์ต่อตัวของเขา การปล่อยผ่านอาจจะทำให้เสียประโยชน์ครั้งใหญ่  หลังจากตัดสินใจว่าเขาจะฆ่าพวกมันให้ได้มากที่สุดแล้วรอสถาบันสเทิร์นกลับออกมา เวิร์ธรูททั้ง 20 ตัวถูกเรียกออกมาทั้งหมด เถาวัลย์กาฝากทั้ง 5 ก็เช่นเดียวกัน แต่ด้วยจำนวนมอนสเตอร์ที่มากเกินไปเขาจึงตัดสินใจเปิดใช้งานสกิลแตกหน่อกับพวกมัน


    เดิมทีแอ็กเซลวางแผนเอาไว้ว่าเขาจะพัฒนามอนสเตอร์ในพันธะสัญญาไปเรื่อยๆ แต่หลังจากเขาเห็นหลายอย่าง ความคิดจึงเปลี่ยนไป ตราบใดที่ซากโบราณมีมอนสเตอร์ธาตุไม้ระดับสูง เขาไม่จำเป็นต้องเลี้ยงมอนสเตอร์ตั้งแต่เริ่มต้น หากสามารถจับพวกมันได้ เขาจะใช้สกิลแตกหน่อกับมอนสเตอร์ธาตุไม้เหล่านั้นเพื่อสร้างเป็นกองทัพให้กับตน


    ในส่วนของมอนสเตอร์ที่เขาจะเลี้ยงดูจะมีแค่ตัวที่เขาได้จากอาชีพเช่นกระบองเพชรและพิกซี่ เนื่องจากพวกมันคุ้มค่าในการเลี้ยงดูมากกว่า แต่ละตัวเป็นเผ่าพันธุ์หาได้ยาก แล้วยังแข็งแกร่งอีกด้วย


    “ แตกหน่อ! ”.




    คล้ายกับเรื่องEthereal เมื่อจอมเวทต้องสู้ระยะประชิด ที่คุณอ่าน