โครตพลังดวงตาเทพเจ้า

    ตอนที่ 6 นวดรักษา

    ตอนที่ 6 นวดรักษาสิงกังรับป้ายหยกมาแล้วเอาแว่นขยายไปดูใกล้ๆพบว่าระหว่างหนวดมังกรมีตัวอักษรที่เขียนไว้อย่างเลือนรางสองตัวว่า“จือกัง”มันยากมากจริงๆสำหรับเขา นึกไม่ถึงว่าแม้กระทั่งช่องว่างระหว่างเส้นขนจะถึงกับสามารถเขียนตัวอักษรที่ซับซ้อนขนาดนี้ลงไปได้ ช่างฝีมือของราชวงศ์หมิงที่มีทักษะเช่นนี้ นอกจากจือกังแล้วยังจะเป็นใครได้อีก!เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว หยกแผ่นนี้เกิดมาจากฝีมือของจือกังอย่างไม่ต้องสงสัยเมื่อฉี่เจาโน้มตัวเข้ามาก็ได้มองเห็นตัวอักษรสองตัวนั้น และเมื่อเผชิญหน้ากับเซิงห่าวอีกครั้ง  เขาก้มหน้าลงด้วยความอับอาย.....เมื่อเห็นเขาเป็นอย่างนั้น อาจารย์โฮวก็พูดอย่างเย็นชาว่า: “ตายเพื่อรักษาหน้า”ตอนที่ได้ยินคำนั้นของอาจารย์โฮว ฉีเจาก็แข็งทื่อ เขาเดินไปถึงหน้าของเซิงห่าวอย่างงุนงงและได้โค้งคำนับอย่างอ่อนน้อมแล้วพูดว่า : “ฉันขอโทษ ฉันตาไม่ดีเอง!”เมื่อได้เห็นฉีเจาขอโทษอย่างจริงใจ และยังเห็นข้อมือที่บวมแดงของเขา เซิงห่าวกลับรู้สึกอยากขอโทษเสียด้วยซ้ำไป เขาก็เป็นคนแบบนี้ ใครเคารพมาเขาก็เคารพตอบ ในทางกลับกันก็คือฟันต่อฟัน เลือดต่อเลือด ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้เขาจะไม่กล้าหาญขนาดนี้ก็ตาม แต่เขาก็จะไม่ยอมก้มหัวให้ใครทั้งนั้น“ท่านอาจารย์ฉี เมื่อกี้ผมก็ใจร้อนเกินไป จนทำให้คุณต้องบาดเจ็บ มา! ผมจะนวดให้คุณเอง!”แล้วเขาก็ดึงมือของฉีเจามาโดยไม่รีรอ  ฉีเจาก็ไม่ทันที่จะได้พูดอะไร ก็รู้สึกได้ถึงกระแสน้ำอุ่นสายหนึ่งที่มาจากฝ่ามือของเซิงห่าวแทรกซึมเข้ามาที่ข้อมือของเขา ความเจ็บปวดที่มีอยู่เดิมกลับถูกแทนที่อย่างรวดเร็วด้วยพลังงานความร้อนที่กำลังดี และเทคนิคของเซิงห่าวก็ทำให้เขารู้สึกสบายมาก ไม่นานหลังจากนั้นก็นึกไม่ถึงว่าจะรู้สึกสบายจนเผลอฮัมเพลงออกมา......“ โอ้! สบายจริงๆ......” ฉีเจาถูกความรู้สึกสบายนี้ทำให้เขาถึงกับต้องหลับตาลง หลังจากที่รอจนเขารู้ตัวว่าเซิงห่าวได้หยุดนวดไปแล้ว ก็ได้ลืมตาขึ้นแล้วพบว่าข้อมือของเขาดีเหมือนเดิม!เขาลองขยับดูอีกครั้ง ความยืดหยุ่นนี้ราวกับว่าเมื่อกี้เส้นเอ็นไม่ได้พึ่งจะถูกบิดมาอย่างไงอย่างนั้น......ไม่ใช่! มันดียิ่งกว่านั้นอีก !เมื่อหลายปีก่อนฉีเจาเป็นโรคเอ็นอักเสบที่ข้อมือ ไม่กี่วันก่อนเขารู้สึกไม่ค่อยสบายเท่าไร แต่หลังจากที่ถูกเซิงห่าวทำให้อย่างนี้ กลับรู้สึกว่าไม่มีโรคนั้นอีกแล้ว!“น้องชาย มือเธอนี่ดีจริงๆนะ! โรคเก่าของฉันตอนนี้ไม่มีแล้ว......ฮ่าฮ่าฮ่า !”  ฉีเจารู้สึกประหลาดใจ เพียงในเวลาสั้น ๆแค่ไม่กี่นาทีก็เกิดการเปลี่ยนแปลงต่ออาการบาดเจ็บที่ข้อมือของเขา ช่างเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจเสียจริงณ ขณะนั้น อาจารย์โฮวก็รับเอาหยกมาจากมือของสิงกัง ได้ถอนหายใจแล้วพูดขึ้นว่า : “ แต่เดิมป้ายหยกชิ้นนี้มีค่าอย่างยิ่ง แต่ก็น่าเสียดายที่ไม่ได้รับการดูแลรักษาที่ดี ตอนนี้ก็คงจะสามารถมีมูลค่าได้เพียงแค่ 80,000 หยวนเท่านั้นแล้ว”แปดหมื่น!เซิงห่าวได้ฟังราคาเช่นนี้ก็รู้สึกสงสัยขึ้นมาเล็กน้อย ระบบแจ้งอย่างชัดเจนว่าหยกนี้มูลค่าแค่ห้าหมื่น แต่ทำไมท่านผู้เฒ่ากลับบอกว่ามีมูลค่าถึงแปดหมื่นกันนะ?เขาไม่รู้ว่าหยกชิ้นนี้มีคุณค่าในตัวของมันเอง รู้แต่เพียงว่ามีมูลค่าห้าหมื่นหยวน แต่เพราะว่ามันเป็นการยืนยันถึงการตายของลู่จื่อกัง คนที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์คนนี้ถึงได้มีคุณค่าอย่างแท้จริง  หากว่าได้รับการดูแลรักษาที่ดีกว่านี้สักหน่อย ก็คงจะสามารถมีราคาที่แพงได้มากกว่านี้อีกแน่!เกี่ยวกับความเสียใจของอาจารย์โฮว เซิงห่าวอธิบายได้เพียงว่าคนคนนี้อยากจะชำระหนีให้เขา อีกทั้งเจ้าของเดิมก็ไม่รู้ด้วยว่านี่คือป้ายหยกของจือกัง ในความเป็นจริงแล้วนั้นตู้เถิงไม่ได้รู้ถึงราคาของหยกชิ้นนี้เลยแม้แต่น้อย โดยปกติแล้วเขาจะเล่นบาสและซ่อมมอเตอร์ไซค์ ถึงทำให้ในหยกชิ้นนี้มีคราบเหงื่อและน้ำมันเครื่องอยู่เต็มไปหมด“ฉันว่าจะคิดหาวิธีที่จะทำความสะอาดดูสักหน่อย น่าจะยังสามารถกู้คืนมาได้บ้าง” อาจาร์โฮวหันไปพูดกับสิงกังว่า “เธอช่วยจ่ายเงินให้พ่อหนุ่มคนนี้แปดหมื่นหยวนด้วย”“รอสักครู่ครับ......” เมื่อสิงกังกำลังจะเดินไปถอนเงินมาให้ เฉิงห่าวเรียกเขาเอาไว้ เขาคำนับอาจาร์ยโฮวแล้วพูดออกมาว่า “ท่านปู่โฮว ป้ายหยกชิ้นนี้ผมต้องการแค่ห้าหมื่นหยวน ไม่อยากได้มากกว่านี้..... คุณได้ช่วยชีวิตผมไว้ ผมยังไม่ทันได้ตอบแทนเลย!”เมื่ออาจารย์โฮวได้ยินเขาพูดอย่างนั้น ตอนแรกก็ถึงกับตะลึงงันไป หลังจากที่คิดดูแล้วก็พูดอย่างประหลาดใจว่า : “พ่อหนุ่มน้อย ! ที่แท้ก็คือเธอนั่นเอง ..... ตอนแรกฉันก็คิดอยู่ว่าทำไมคุ้นหน้าของเด็กหนุ่มคนนี้เหลือเกิน! ตาของเธอดีขึ้นแล้วใช่ไหม.....แล้วเด็กเลวพวกนั้นเธอจับมันได้หรือยัง?”ได้ฟังอาจารย์โฮวและเซิงห่าวพูดคุยกัน สิงกังและฉีเจาก็ได้ถอนหายใจออกมา คิดไม่ถึงว่าผู้เฒ่าและเด็กหนุ่มนี้มีโชคชะตาต่อกันขนาดนี้ ดูเหมือนว่าวันนี้ป้ายหยกชิ้นนี้จะนำพาเฉิงห่าวให้มาถึงที่นี่ เกรงว่าโชคชะตาได้บันดาลให้อาจารย์โฮวและเซิงห่าวกลับมาพบกันอีกครั้งแต่ทว่า อาจารย์โฮวก็คิดเกี่ยวกับเซิงห่าวแล้วว่าต้องการที่จะให้เขาอีกสามหมื่นหยวน แต่กลับไม่ยอมเห็นด้วย : “ตาเฒ่าคนนี้เปิดราคามาก็มักจะยึดราคานั้นมาโดยตลอด  บอกว่าราคาเท่าไรก็คือเท่านั้น หากมากเกินไปฉันไม่เอา น้อยเกินไปฉันก็ไม่ต้องการ  กฎนี้ไม่สามารถใช้ได้อีกเพราะเธอได้แหกกฎไปแล้ว ...... หากว่าเธอคิดที่อยากจะตอบแทนกันจริงๆ  งั้นเธอก็ช่วยตาเฒ่าคนนี้สักเรื่องก็พอแล้ว!”เซิงห่าวได้ยินอย่างนี้ก็ตะลึงงันไปครู่หนึ่ง และได้ถามไปอย่างงุนงงว่า: "ท่านผู้อาวุโสยังมีอะไรให้คนรุ่นหลังสามารถช่วยได้อีกหรือ?"แต่เดิมท่านอาจารย์โฮวเป็นคนที่ยิ้มอยู่ตลอด แต่ทันใดนั้นทำหน้าจริงจังขึ้นมาแล้วถามว่า : “หนุ่มน้อย เทคนิคการนวดที่เธอพึ่งทำเมื่อกี้ดูเหมือนจะได้เคล็ดลับมาบ้าง เธอเรียนมาจากใครหรือ?“อืม......” เซิงห่าวพูดไม่ออกไปชั่วขณะ ลังเลอยู่นานก่อนที่จะพูดออกมาว่า “แต่ก่อนบ้านของผมมีเพื่อนบ้านที่เป็นแพทย์แผนจีนโบราณ ตอนที่ผมยังเป็นเด็กเคยเรียนกับเขามาแค่ผิวเผิน”“เพียงแค่ผิวเผินยังเยี่ยมยอดขนาดนี้แล้วหรือ......เหอะเหอะ ช่างเป็นยอดฝีมือที่เก่งกาจจริงๆ!” อาจารย์โฮวพยักหน้าแล้วยอมรับกับคำอธิบายของเซิงห่าวแต่โดยดี และได้พูดขึ้นมาทันทีว่า “ฉันมีพี่ชายอยู่คนหนึ่ง ขาและเท้างุ่มง่ามไม่สะดวก เขาเป็นโรคไขข้อมานานหลายปีแล้ว เมื่อตอนสมัยยังหนุ่มได้อยู่ที่ทิเบตและมีอาการบวมเป็นน้ำเหลือง ทำให้ตอนนี้ทำได้เพียงแค่นั่ง อยู่บนรถเข็น พอยืนขึ้นก็รู้สึกเจ็บปวดเจียนตายตรงหัวเข่า.......”เมื่อเซิงห่าวได้ยินอย่างนั้นก็เข้าใจแล้วว่าเดิมทีอยากจะให้เขาช่วยรักษาอาการป่วยให้ เรื่องแค่นี้ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร“สามารถช่วยเหลือท่านปู่โฮวได้ คนรุ่นหลังอย่างผมเต็มใจที่จะช่วยอย่างยื่ง แต่ก็กลัวว่าฝีมือของผมยังไม่ถึง......ผมจะลองดู!” เขาตอบรับอย่างพร้อมเพรียงเขาไม่สามารถพูดมากจนเกินไปได้  เพราะพึ่งจะพูดไปว่าเคยเรียนแค่ผิวเผินกับแพทย์แผนจีนโบราณเมื่อสมัยเด็ก หากอยู่ๆกลายเป็นหมออัจฉริยะขึ้นมา จะกลายเป็นเรื่องที่ค่อนข้างผิดปกติเกินไปเสียด้วยซ้ำความจริงแล้ว  อาจารย์โฮวเพียงแค่เห็นเฉิงห่าวที่กำลังทำการรักษาให้ฉีเจา และได้เห็นผลลัพธ์นั้นช่างน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก บวกกับที่เซิงห่าวต้องการที่จะตอบแทนบุญคุณที่ได้ช่วยชีวิตเขาไว้ ในความตั้งใจชั่วขณะหนึ่งคิดว่าอยากจะให้เซิงห่าวช่วยรักษาโรคไขข้ออักเสบที่ขาที่เป็นมาอย่างเนินนานของเพื่อนเก่า  แต่ก็ไม่ได้คิดว่าจะสามารถทำให้หายขาดได้แต่ในเมื่อได้พูดไปแล้ว จะเลือกวันยังไม่สู้ลงมือทำ อย่างไรก็ตามตอนนี้ยังเร็วไป ก่อนอื่นต้องพาเซิงห่าวกลับไปดูที่บ้านก่อนอาจารย์โฮวก็อาศัยอยู่ที่ถนนหยูหยวน อยู่ห่างจากวัดเฉิงหวางไม่ไกลมากนัก เดินไปเพียงไม่กี่ถนนก็ถึงแล้วที่นี่คือบ้านพักตากอากาศเก่าหลังหนึ่งที่มีการผสมผสานกันของสไตล์จีนและตะวันตก ด้านนอกมีสนามขนาดใหญ่ และเมื่อเดินจากประตูเข้ามาจนถึงลานบ้าน ความวุ่นวายจากถนนด้านนอกนั้นก็พลันเงียบลงไปทันที ตรงริมกำแพงก็มีต้นสนซีดาร์สูงใหญ่เรียงรายอยู่เป็นทิวแถว ที่นี่เป็นสถานที่ที่ดีในการอยู่อย่างสงบอย่างแท้จริง“เจ้าหลวงจีน! ทำไมวันนี้ถึงไม่ออกมาอาบแดดละ ! “ อาจารย์โฮวพาเซิงห่าวเดินเข้าไปในบ้าน เมื่อเดินเข้าประตูไปก็ยิ้มออกมาแล้วถามขึ้นเซิงห่าวเห็นชายแก่หัวล้านคนหนึ่งที่หันหลังให้กับประตูใหญ่และนั่งอยู่บนรถเข็นในห้องรับแขก เมื่อเดินเข้าไปมองอย่างละเอียดถี่ถ้วนดูแล้ว.....คนแก่คนนี้เป็นพระจริงๆ  บนศีรษะก็ยังมีแผลเป็นรูปวงแหวนอยู่ด้วย!!“ เจ้าลิงแก่ ก็เมื่อตอนที่ฉันตื่น เจ้าก็ได้เดินออกไปแล้ว เสี่ยวหม่าและเหล่าซูวีก็ไปด้วยกันกับเจ้าหมด ในบ้านไม่มีคนอยู่แล้วชั้นบันไดก็สูงตั้งขนาดนี้ฉันจะลงไปได้ยังไงกัน!” ชายแก่ที่ถูกเรียกว่า “พระ” คนนี้เสียงดังก้องราวกับเสียงของระฆัง เมื่อเขาเริ่มพูดออกมาก็ทำให้เซิงห่าวตกใจมาก.......