รุ่งเช้าวันต่อมา
หลังจบมื้อเช้าที่ประกอบไปด้วยต้มยำปลานิลกับกากหมูสีเหลืองกรอบ เทียนหรงก็ได้ไปว่าจ้างชาวบ้านหลายคนให้มาช่วยแผ้วถางหญ้าและพลิกหน้าดินสำหรับปลูกมันเทศ ไม่ลืมไปบอกกล่าวให้พ่อตามาช่วยคุมคนงานให้ด้วย เพราะพวกเขายังต้องไปขุดมันเทศในป่า
สองย่าหลานบ้านหลิวเองก็มาั้แ่เช้าเช่นกัน เหล่าหญิงสาว (?) ต่างพากันเข้าไปหั่นหมูเตรียมไว้หมักและตากแดด ส่วนสามหนุ่มเตรียมรถเข็นกับห่อข้าวมื้อเที่ยงไปไว้กินในป่า
"เสี่ยวหลินอยู่กับตาไม่ดีกว่าหรือ หืม" ฮุ่ยสงอุ้มหลานสาวตัวน้อยไม่ยอมปล่อย
"เสี่ยวหลินต้องออกไปขุดมันเทศกับท่านพ่อ จะได้เอามาขายได้เงินเยอะๆ มาเลี้ยงท่านตาอย่างไรล่ะเ้าคะ" นางซบแก้มกลมๆ ที่ไหล่แข็งแรงของท่านตา ฮุ่ยสงเมื่อได้ฟังก็หัวเราะอย่างชอบใจ
"เด็กดี เ้าจะทำงานหาเลี้ยงตาแก่ๆ อย่างนั้นรึ"
"ใช่เ้าค่ะ เสี่ยวหลินจะขายของได้เงินเยอะๆ มาเลี้ยงท่านตา ท่านยาย ท่านพ่อ ท่านแม่ กับท่านอาเ้าค่ะ" เสี่ยงหลินฉีกยิ้มกว้าง ดูเหมือนว่านางจะติดนิสัยเด็กๆ ไปเสียแล้วสินะ
ไม่สิ ในชาติที่แล้วนางก็แก่แค่หน้ากับอายุนี่นา ส่วนนิสัยก็ไม่ต่างจากเด็ก คิกคิก
"เอาล่ะ เพื่อไม่ให้เสียความตั้งใจ ตาจะให้เ้าไปก็ได้ แต่ต้องดูแลตัวเองดีๆ อย่าออกห่างจากบิดาหรือท่านอาของเ้า เข้าใจหรือไม่"
"เข้าใจเ้าค่ะ!" ฮุ่ยสงมองดูใบหน้าขึงขังของหลานสาวก็ให้หลุดยิ้ม เขาวางร่างน้อยลงบนรถเข็นไม้ที่ปูผ้าไว้สำหรับนางโดยเฉพาะ
"ข้าฝากงานทางนี้ด้วยนะขอรับท่านพ่อ" เทียนหรงเอ่ยบอกกับพ่อตาของตน
"ไม่ต้องห่วง ไปเถอะ ดูแลหลานข้าให้ดีๆ เล่า"
รถเข็นน้อยทั้งสามคันค่อยๆ เคลื่อนออกไปจากบ้านถัง เสี่ยวหลินยืนโบกมือให้ท่านตาของตนกับเสี่ยวจงที่ร้องไล่หลังมา
"แล้วเ้าไม่จ้างคนมาพลิกหน้าดินหรืออาห้าว" เทียนหรงเอ่ยถามหนุ่มรุ่นน้อง
"ข้ากะว่าจะขุดมันเทศให้หมดก่อนน่ะขอรับ เพราะไม่มีคนช่วยคุมงานให้"
"ไม่ฝากท่านปู่ลั่วเล่า"
"เห็นว่ากำลังยุ่งเื่หาสามีให้กับลั่วเหมยน่ะขอรับ นอกจากจะเดินเื่ซื้อที่ดินให้เราแล้วก็เห็นท่านปู่ลั่วเข้าออกเมืองอยู่เช้าเย็น"
"ว่าที่สามีของนางเป็คนในเมืองหรือขอรับ" เทียนเฉินเอ่ยถามอย่างสงสัย ปกติคนในเมืองเหลียวแลพวกชาวบ้านเสียที่ไหน เสี่ยวหลินเองก็หันหน้าไปมองอย่างอยากรู้เช่นกัน
"เห็นว่าเป็คหบดีเฒ่าน่ะ เขาอยากได้นางไปเป็อนุ ไม่รู้ว่าบ้านลั่วคิดเห็นอย่างไร" หลิวห้าวยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ เพราะไม่ใช่เื่ของตนเอง อีกอย่างเขาไม่ค่อยชอบสายตาของลั่วเหมยที่มองเทียนหรงสักเท่าไหร่ สตรีที่ดีไม่ควรมองสามีของผู้อื่นด้วยสายเช่นนั้น
"แล้วญาติฝั่งแม่ของเ้าไม่มีใครว่างมาช่วยเลยหรือ"
"ที่อยู่ติดบ้านก็มีเพียงเด็ก สตรีกับคนชราเท่านั้นขอรับ" ครอบครัวมารดาของเขาเองก็อยู่หมู่บ้านเซินหลินเช่นกัน เพียงแต่เป็ครอบครัวแม่เลี้ยงของมารดา เขาเลยไม่ค่อยสนิทใจเท่าไหร่
"อย่างนั้นเราก็รีบขุดมันเทศก็แล้วกัน คงจะสักสองสามวัน" เทียนหรงพยักหน้าอย่างเข้าใจ
"เสี่ยวหลินจะช่วยด้วยเ้าค่ะ" เสี่ยวหลินยกแขนเล็กๆ ขึ้นสูง ปากก็เคี้ยวมันเทศเผาไม่หยุด
"จริงหรือ เอาอย่างนี้ดีหรือไม่ เสี่ยวหลินมาช่วยอาเก็บมันเทศได้หรือไม่" หลิวห้าวก้มลงคุยกับเด็กน้อย เสี่ยวหลินพยักหน้าหงึกหงัก
"ได้เ้าค่ะ" นางยิ้มกว้าง ฟันน้อยๆ เต็มไปด้วยเศษมันเทศสีม่วง หลิวห้าวหัวเราะเบาๆ กับภาพนั้น
สามหนุ่มกับหนึ่งเด็กน้อยมาถึงแอ่งน้ำ ก็รีบขุดมันเทศอย่างขยันขันแข็ง เสี่ยวหลินตัวน้อยช่วยหยิบมันเทศที่หลิวห้าวขุดเอาไว้มาใส่ตะกร้า เพื่อที่จะได้ยกไปเทใส่รถเข็นที่จอดไว้้า เพราะไม่สามารถเอารถเข็นลงมาได้
"เหนื่อยแล้วหรือลูก" เทียนหรงมองดูลูกสาวตัวน้อยที่นอนหอบเหนื่อยอยู่บนกองเครือมันเทศ
"เสี่ยวหลิน แฮ่ก หมดแรงแล้วเ้าค่ะ" เมื่อไหร่นางจะโตสักที ร่างเล็กๆ นี่ทำอะไรไม่ได้มากก็เหนื่อยแล้ว
"ฮึฮึ เหนื่อยก็ไปนอนพักดีๆ เถอะ" หลิวห้าวเช็ดมือกับกางเกงก่อนจะอุ้มเด็กน้อยไปนอนบนผ้าที่ปูไว้ใต้ร่มไม้
"อาก็เหนื่อยเหมือนกัน นั่งพักกับเสี่ยวหลินน้อยดีกว่า" เทียนเฉินอู้งานเดินมานั่งข้างหลานสาว หยิบกระบอกน้ำมาดื่มอย่างกระหาย
"วันนี้แดดแรงมากเลย พักก่อนเถอะอาห้าว" เทียนหรงเอ่ยบอกก่อนจะพากันเดินมาพักใต้ร่มไม้
"แดดแรงจริงๆ ขอรับพี่ใหญ่ ตรงแอ่งนี้ไม่มีร่มไม้เสียด้วย" เทียนเฉินนั่งหน้าแดงก่ำ ปกติพวกเขาไม่ค่อยได้ทำงานกลางแดดเท่าไหร่ เพราะอาศัยออกเรือยามค่ำคืน
"ท่านพ่อ หลังจากปลูกมันเทศเสร็จแล้วพาเสี่ยวหลินไปที่ทะเลได้ไหมเ้าคะ"
"เสี่ยวหลินจะไปทำไมหรือลูก"
"เสี่ยวหลินอยากไปเดินดู เผื่อมีอะไรที่เก็บกินได้เ้าค่ะ"
"จริงสิ ข้าเคยสัญญากับเสี่ยวหลินว่าจะพาไปน่ะขอรับ" เทียนเฉินเองก็เพิ่งนึกขึ้นได้จึงเอ่ยออกมา
"อย่างนั้นรึ ได้สิลูก"
"เย้!"
หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป
ที่ดินทั้ง 20 หมู่ถูกเสียบยอดมันไว้หมดแล้ว ส่วนอีกสองหมู่ที่อยู่หลังบ้านนั้นเสี่ยวหลินได้ขอเมล็ดถั่วเหลืองจากท่านตาของนางมาปลูกเอาไว้หนึ่งหมู่ ส่วนอีกหนึ่งหมู่เว้นว่างเอาไว้ก่อน ที่ดินของบ้านหลิวเองก็ปลูกมันเทศเรียบร้อยแล้วเช่นกัน วันนี้จึงเป็วันที่เสี่ยวหลินตัวน้อยจะได้ไปเดินเล่นที่ชายหาด
"มันเทศเยอะขนาดนี้จะกินทันหรือเ้าคะ" ฮุ่ยหนิงเอ่ยขึ้น
เช้านี้สองเฒ่าบ้านฮุ่ยกับย่าหลานบ้านหลิวมารวมตัวกันที่บ้านถัง เพื่อวางแผนจัดการมันเทศที่ได้มามากกว่าสิบห้ากระสอบซึ่งวางกองกันอยู่ในห้องเก็บฟืนของบ้านถัง
"หรือจะแบ่งขายเล่า" ฮุ่ยสงเอ่ยถามขึ้นมา
"ก่อนหน้าหนาวเราก็ยังมีมันเทศให้เก็บเกี่ยวอีกนะขอรับท่านลุง" เทียนเฉินเอ่ยออกมาบ้าง
"ทำแป้งมันเทศสิเ้าคะ" เสี่ยวหลินตัวกลมเอ่ยขึ้นมาบ้าง เทียนเฉินกับหลิวห้าวรีบเข้านั่งฟังหลานตัวน้อยทันที
"อย่างไรหรือเสี่ยวหลินน้อย"
"อืม~" เสี่ยวหลินเกาคางอย่างใช้ความคิด
ปกติในชาติก่อนจะมีที่ขูดกับเครื่องปั่นเพื่อความรวดเร็ว แต่ในยุคนี้น่าจะต้องใช้หินโม่ หากจะสั่งทำแผ่นขูดจากเหล็กคงจะใช้เวลานานเพราะฉะนั้นใช้วิธีโม่น่าจะตอบโจทย์มากกว่า
"สับมันเทศเ้าค่ะ เสร็จแล้วก็นำไปโม่ กรองเอาแต่แป้งที่อยู่ในน้ำ ทิ้งไว้สักคืนให้ตกตะกอนค่อยนำแป้งที่ได้มาตากให้แห้งเ้าค่ะ ส่วนเศษมันที่เหลือก็เอามานึ่งแล้วบดผสมกับแป้งสาลีทำซาลาเปาก็ได้เ้าค่ะ"
"โอ้ บรรพบุรุษน้อยของตาช่างเก่งกาจเหลือเกิน" ฮุ่ยสงพุ่งเข้าไปอุ้มหลานสาวตัวน้อยมาหอมแก้มซ้ายขวา
"อย่างนั้นข้าจะเข้าไปซื้อโม่หินให้เองนะขอรับ เอาไม่ใหญ่มากจะได้ไม่ปวดแขน" หลิวห้าวเสนอขึ้นมา ทุกคนต่างพยักหน้าเห็นด้วย
"ท่านพ่อเข้าไปติดต่อช่างมาสร้างบ้านด้วยสิขอรับ ข้าจำได้ว่าสหายท่านทำงานที่โรงไม้"
"จริงสิเ้าคะท่านพ่อ เผื่อเราจะได้ส่วนลดสักหน่อย" ฮุ่ยหนิงเอ่ยสนับสนุนคำพูดสามีก่อนจะหัวเราะออกมากับประโยคหลัง
"จริงๆ เลย เอาอย่างนั้นก็ได้ พวกเ้าก็สับมันเทศรอก็แล้วกันนะ เดี๋ยวข้ากับอาห้าวมาช่วยโม่แป้ง"
"ได้เ้าค่ะ"
หลังจากนั้นทุกคนก็แยกย้าย เสี่ยวหลินนั่งบนรถเข็นไม้โดยมีบิดาคอยเข็นให้นั่ง ด้านข้างเป็เทียนเฉินที่เดินขนาบอยู่ ยังมีถังสองใบวางอยู่บนรถเข็นด้วย
เดินมาได้สองเค่อก็ถึงทะเลผืนใหญ่ มีท่าเรือเล็กๆ อยู่ด้านหนึ่ง มีชาวบ้านกำลังเดินเก็บหอยอยู่บนชายหาดประปราย วันนี้เป้าหมายของนางคือมาเก็บหอยนางรม นางอยากทำซอสหอยนางรมเก็บไว้ทำอาหารภายในบ้าน
"ท่านพ่อ พอจะมีโขดหินที่มีหินขาวๆ ไหมเ้าคะ"
"หินขาวๆ หรือ เหมือนจะมีอยู่นะ เป็ลานขนาดใหญ่เลยล่ะ เสี่ยวหลินถามทำไมหรือ หืม"
"เสี่ยวหลินอยากไปดู หากเป็ตามที่เสี่ยวหลินคิดตรงนั้นจะมีหอยอยู่เ้าค่ะ สามารถเอาไปทำน้ำปรุงรสได้"
"อย่างนั้นเดี๋ยวพ่อพาไปดูก็แล้วกัน"
รถเข็นคันเล็กเปลี่ยนทิศทางไปยังฝั่งซ้ายมือของชายหาดซึ่งไม่ค่อยมีคนเท่าไหร่ เพราะมีเพียงแค่กองหินไร้ประโยชน์ ชาวบ้านจึงไปเก็บสัตว์ทะเลทางฝั่งขวามือมากกว่า
เทียนเฉินเดินนำหน้าอย่างอารมณ์ดี สิ่งใดก็ตามที่มาจากความคิดของหลานสาวตัวน้อยย่อมทำให้ได้ผลดีและถ้าหากเป็อาหารก็จะรสชาติอร่อยล้ำ นั่นทำให้เขาตื่นเต้นเสมอเมื่อปากน้อยๆ เอ่ยคำออกมา
"ท่านอาอารมณ์ดีอะไรหรือเ้าคะ"
"อารอชิมอาหารฝีมือเสี่ยวหลินน่ะสิ ว่าแต่น้ำปรุงรสที่เสี่ยวหลินจะทำมันใส่อะไรได้บ้างเล่า"
"ใส่อาหารจานผัดเ้าค่ะ หรือหมักเนื้อก็ได้ จะทำให้เนื้อนุ่มขึ้นเ้าค่ะ"
เทียนเฉินได้ฟังดังนั้นก็กลืนน้ำลายอึกใหญ่ ในหัวของเขากำลังเห็นภาพเนื้อหมูย่างกลิ่นหอมๆ กับตับหมูผัดต้นหอมป่าที่ได้กินเมื่อคราวก่อน
"เอาล่ะถึงแล้ว"
เสี่ยวหลินมองลานกว้างที่เต็มไปด้วยโขดหิน ซึ่งบนโขดหินมีหอยนางรมอยู่เป็จำนวนมาก อีกด้านหนึ่งไม่ไกลยังมีหอยแมลงภู่สีเขียวสดใสตัวใหญ่อยู่ด้วย
"เก็บเลยเ้าค่ะ!"
ร่างน้อยๆ ชูแขนขึ้นให้บิดาอุ้มลงมาที่พื้น นางวิ่งเข้าไปดูที่โขดหินชี้ชวนให้บิดากับท่านอาของนางดูตรงที่มีหอยอยู่
"ใช้มีดค่อยๆ แซะไปตามขอบเ้าค่ะ พอแกะฝาหอยออกได้ก็แซะเอาเนื้อออกมา เอาแต่เนื้อนะเ้าคะ ส่วนเสี่ยวหลินจะไปตรงนู้น" พอสั่งงานเสร็จเ้าตัวน้อยก็วิ่งดุ๊กดิ๊กจากไป
"ระวังด้วยเล่า"
เสี่ยวหลินหยิบดาบไม้ที่ท่านอาทำไว้ให้เล่นมาแกะเอาหอยแมลงภู่ตัวใหญ่ใส่ในตะกร้าใบเล็กของตนอย่างสนุกสนาน นางจะนำหอยแมลงภู่ไปต้มใส่กับตะไคร้ เพราะไม่มีใบโหระพาจึงใส่ตะไคร้เพื่อดับกลิ่นและเพิ่มความหอม กินกับน้ำจิ้มรสเผ็ด
"แจ๊บๆ เสียดายกินเผ็ดไม่ได้" สาวคานทองในร่างเด็กเอ่ยอย่างปลงตก แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้กิน
เพราะหอยแมลงภู่เก็บง่ายกว่าหอยนางรม ไม่นานเสี่ยวหลินก็เก็บได้เต็มตะกร้า นางจึงเดินกลับไปที่รถเข็นเก็บตะกร้าใบน้อยให้เรียบร้อย
"ท่านพ่อ ท่านอา ได้เยอะไหมเ้าคะ"
"เสี่ยวหลินจะเอาเยอะแค่ไหนเล่า มาดูสิ" เทียนเฉินกวักมือเรียกหลายสาว
"เสี่ยวหลินไม่รู้ว่าพอทำเสร็จแล้วมันจะเก็บได้นานแค่ไหน ก่อนหน้าหนาวเรายังสามารถมาเก็บหอยได้อีกไหมเ้าคะท่านพ่อ" นางมองดูเนื้อหอยที่อยู่ในถังได้มาประมาณหนึ่งถ้วยแล้ว
"เก็บได้สิลูก บริเวณนี้น้ำจะขึ้นเฉพาะตอนกลางคืนเท่านั้น ส่วนกลางวันหินก็จะโผล่แบบนี้แหละ"
"ดีเลยเ้าค่ะ ถ้าอย่างนั้นก็เก็บอีกสักหน่อยนะเ้าคะ"
"รับทราบขอรับคุณหนูน้อย" เทียนเฉินเอ่ยเย้าหลานสาว เสี่ยวหลินหัวเราะคิกคักก่อนจะเดินสำรวจโดยรอบ
เสี่ยวหลินเดินมาถึงแอ่งหินตื้นๆ ที่มีน้ำทะเลขังอยู่ ในแอ่งนั้นยังมีกุ้งลายเสือติดอยู่เต็มไปหมด ดวงตากลมเบิกกว้างก่อนจะะโเรียกบิดา
"ท่านพ่อ! มาทางนี้เ้าค่ะ!"
เทียนหรงรีบเดินไปดูบุตรสาวตัวน้อยที่ยืนกวักมือเรียกอยู่ไม่ไกล เทียนเฉินเองก็ตามไปเช่นกัน เขาสังหรณ์ใจว่าหลานหลานสาวตัวน้อยต้องเจอของดีอีกแน่นอน
"เสี่ยวหลินเจออะไรหรือ" เทียนเฉินวิ่งแซงหน้าพี่ชายไปชะโงกดูแอ่งน้ำขังเล็กๆ ที่หลานสาวยืนอยู่ ของมองสัตว์ประหลาดที่เดินยุบยับอยู่ในน้ำเต็มไปหมด
"อะไรน่ะ เ้าตัวนี้เองหรือ"
"ท่านอารู้จักหรือเ้าคะ" นางเงยหน้ามองท่านอาหนุ่มน้อยที่ทำหน้าผิดหวัง
"เ้าตัวนี้ติดมากับตาข่ายดักปลาเยอะพอๆ กับเ้าปลาหมึกเลย จริงสิ! หรือว่าเสี่ยวหลินน้อยสามารถเอาไปทำอาหารได้" เขาเอ่ยอย่างตื่นเต้นเมื่อนึกขึ้นได้ว่าแม้แต่เ้าตัวประหลาดหนวดยุบยับหลานตัวน้อยยังสามารถทำให้มันอร่อยได้เลย
"เสี่ยวหลินว่าเ้าตัวนี้อร่อยกว่าหมึกอีกเ้าค่ะ" เด็กน้อยยิ้มกริ่ม กุ้งเผากับน้ำจิ้มเผ็ดต้องมาแล้วล่ะ
"ดีเลย! อย่างนั้นอาจะลงไปจับให้นะ"
เทียนเฉินรีบพับขากางเกงกับแขนเสื้อแล้วลงไปในแอ่งน้ำอย่างเร่งรีบ เทียนหรงมาถึงก็มองดูน้องชายอย่างไม่เข้าใจ
"ท่านพ่อ รีบช่วยท่านอาจับเร็วเข้าเ้าค่ะ นี่คือของอร่อยเลยนะเ้าคะ"
"อย่างนั้นหรือ!"
เสี่ยวหลินยืนมองสองพี่น้องจับกุ้งลายเสือตัวใหญ่อย่างขยันขันแข็ง นางเดินกลับไปเอาถังไม้ ไม่ลืมเทหอยนางรมใส่รวมกันไว้แล้วเดินมาจับกุ้งที่ทั้งสองโยนออกมาใส่ถัง
ถังใบใหญ่บรรจุกุ้งตัวใหญ่ไว้ถึงครึ่งถัง สองพี่น้องบ้านถังเข็นรถกลับบ้านอย่างหน้าชื่นตาบาน หลังจากจับกุ้งเสร็จสองพี่น้องก็ไม่สนใจแกะหอยนางรมอีกเลย
"ท่านพ่อกับท่านอาไปจับปลาที่น้ำตกสักหลายตัวนะเ้าคะ"
"ได้สิเสี่ยวหลินน้อย อาอยากกินปลาเผาอยู่พอดีเลย"
เมื่อถึงบ้านสองพี่น้องก็หยิบตะกร้าแล้วรีบเร่งเข้าป่าปล่อยเสี่ยวหลินทิ้งไว้บนรถเข็นกระพริบตามองตาปริบๆ จนฮุ่ยหนิงต้องมาอุ้มเอาบุตรสาวลงจากรถเข็น
"สองพี่น้องเขารีบไปไหนกันล่ะนั่น ลืมแม้กระทั่งอุ้มลูกลงจากรถเข็น" จางรั่วส่ายหน้าพร้อมกับหัวเราะอย่างขบขัน
########################################
เสี่ยวจง : ทำไมข้าไม่ค่อยมีบทเลยล่ะ! (พ่นลมออกจมูกเสียงดังอย่างไม่พอใจ)