บทที่ 58 สายฝนที่ทวีความรุนแรง
เวลาล่วงเลยจนท้องฟ้ามืดมิดสนิท และแล้วสายฝนมานาก็เริ่มโปรยปรายลงมาอีกระลอก
ผมแผ่ขยายทักษะ การรับรู้มานาออกไปจนครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดที่เรากำลังปักหลักป้องกันอยู่
ผมคอยเฝ้าสังเกตความเคลื่อนไหวของคนในกลุ่มอย่างใกล้ชิดไม่ว่าจะเป็นลิลลี่ เควิน หรือคิม
ทว่าแม้เวลาจะผ่านไปนานหลายชั่วโมงพวกเขาก็ยังคงมีท่าทีหวาดหวั่นทุกครั้งที่เข้าใกล้ผมแววตาเหล่านั้นเต็มไปด้วยความหวาดระแวงที่ดูเหมือนจะฝังลึกจนไม่จางหายไปง่ายๆ
ที่ผ่านมา...พวกเขาแสร้งทำตัวเป็นมิตรกับผมเพราะความใสซื่อจริงๆหรือเพียงเพราะต้องการเกาะติดผู้ที่แข็งแกร่งกว่าเพื่อความอยู่รอดกันแน่?
แต่นั่นก็ไม่สำคัญอีกต่อไปแล้วผมจะปกป้องลิลลี่ให้ดีที่สุดตามคำสัญญา และเพื่อทวงคืนแขนของผมกลับมา
ส่วนเควินกับคิมผมก็จะยื่นมือช่วยเท่าที่จำเป็นเพื่อเป็นการตอบแทนน้ำใจที่พวกเขาเคยช่วยผมในยามยากลำบากเท่านั้น
สำหรับเทสผมคงไม่ต้องเป็นห่วงเธอเท่าไหร่นัก ลำพังตัวเธอเองก็น่าจะเอาตัวรอดได้สบายและเผลอๆ อาจเป็นเธอด้วยซ้ำที่ต้องคอยระวังหลังให้ผมจากพวกลอบกัด
แล้วแฮดวินกับคนอื่นๆ ล่ะ?
จริงๆมันไม่ใช่หน้าที่ของผมเลยที่จะต้องไปใส่ใจคนพวกนั้น แต่เอาเถอะยิ่งมีคนรอดชีวิตมากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งเป็นผลดีต่อตัวผมมากเท่านั้นเพราะพวกเขาคือหนูทดลองชั้นเยี่ยมที่จะช่วยให้ผมเรียนรู้เรื่องมานาได้อีกมหาศาล
ดูอย่างกรณีของมายาสิ นั่นถือเป็นการเก็บเกี่ยวที่คุ้มค่ามากเลยทีเดียว
[คุณสังหาร หมาป่า - เลเวล 16 สำเร็จ]
[คุณสังหาร หมาป่า - เลเวล 14 สำเร็จ]
[คุณสังหาร หมาป่า - เลเวล 11 สำเร็จ]
ผมจัดการหมาป่ารอบตัวอย่างรวดเร็วยิ่งเวลาผ่านไปผมก็ยิ่งแข็งแกร่งขึ้นจากการดูดซับพลังงานจลน์ของสายฝนที่เริ่มโหมกระหน่ำรุนแรง
ในตอนนี้ฝนมานาตกหนักเสียจนมอนสเตอร์บางตัวถึงกับตาพร่ามัวมองไม่เห็นทางส่วนตัวผมเองก็ต้องพึ่งพาสัญชาตญาณ และการรับรู้มานาเป็นหลักในการนำทาง
ความเร็วของผมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆพร้อมกับทักษะ การจัดสรรพลังงานจลน์ ที่เริ่มแสดงพลังออกมาได้คล่องแคล่วขึ้นอย่างก้าวกระโดด
ภายใต้สภาพอากาศที่เลวร้ายเช่นนี้...ผมคือผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด
ตู้ม!
พื้นดินรอบกายแตกร้าวเป็นเสี่ยงๆคลื่นกระแทกมหาศาลระเบิดออกจากตัวผมที่เป็นจุดศูนย์กลาง ทั้งมวลน้ำฝน ดินโคลนและฝูงมอนสเตอร์ ต่างถูกพลังงานจลน์ซัดกระเด็นออกไปคนละทิศคนละทาง
ทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะมีเพียงเสียงหยดน้ำที่ตกลงกระทบพื้นดินที่พังทลาย
ผมหายใจเข้าปอดลึกๆซึมซับไอมานาที่คละคลุ้งอยู่ในอากาศ ท่ามกลางซากมอนสเตอร์ที่นอนทอดร่างไร้วิญญาณความรู้สึกมีอำนาจเหนือทุกสิ่งเริ่มแผ่ซ่านไปทั่วร่าง
ทว่า...จังหวะที่ความเงียบกำลังจะเข้าครอบคลุมสัญชาตญาณของผมก็ร้องเตือนถึงแรงกดดันบางอย่างที่ต่างออกไปม่านฝนที่เคยโปรยปรายอย่างสม่ำเสมอถูกฉีกกระชากด้วยบางสิ่งที่ใหญ่โตเกินกว่าที่จินตนาการไว้
ครืน...
เสียงฝีเท้าหนักอึ้งกระแทกพื้นจนดินสะเทือนร่างมหึมาสีคล้ำตะคุ่มฝ่าม่านฝนออกมาบดบังแสงสว่างอันน้อยนิดจนมิดแววตาสีแดงฉานคู่นั้นจ้องเขม็งมาที่ผมด้วยความกระหายเลือด
[ไจแอนท์โทรลล์ - เลเวล 19]
มันค่อยๆ ก้าวเท้าเข้าสู่ระยะสายตาและภาพที่ปรากฏก็ทำให้ผมถึงกับลืมหายใจโทรลล์ยักษ์ตนนี้สูงเด่นตระหง่านเหนือยอดไม้ร่างกายของมันมหึมาเกินกว่าทุกตัวที่ผมเคยเผชิญหน้ามาตลอดชีวิต
ผิวหนังสีเทาอมเขียวซีดของมันสะท้อนแสงวาววับท่ามกลางสายฝนที่โหมกระหน่ำยิ่งขับเน้นรูปลักษณ์ที่บิดเบี้ยวให้ดูน่าสะพรึงกลัวขึ้นไปอีกหลายเท่า
มันแสยะยิ้มกว้างเผยให้เห็นฟันที่แหลมคมและหักแหว่งอย่างน่าสยดสยอง
แม้ทัศนวิสัยท่ามกลางพายุฝนจะพร่าเลือนจนมองไม่ชัดนักแต่ผมสัมผัสได้ถึงแรงอาฆาตที่พุ่งตรงมา... มันกำลังจ้องมองมาที่ผมและที่ผมเพียงคนเดียวเท่านั้น
เมื่อไจแอนท์โทรลล์ล็อกเป้ามาที่ผมมานาอันหนักอึ้งก็พลันก่อตัวขึ้นรอบร่างของมันทันทีผมเคยประมือกับพวกมันมาก่อนจนรู้ซึ้งถึงทักษะแรงโน้มถ่วงอันร้ายกาจนี้ดี
ผมไม่รอช้า รีบอัดมานาเสริมกำลังขาแล้วดีดตัวพุ่งออกไปสุดแรงพริบตาที่เท้าพ้นจากจุดเดิม พื้นดินตรงนั้นก็ยุบฮวบลงเป็นหลุมวงกลมลึกทันที!
ผมเร่งความเร็ววิ่งฝ่าม่านฝนโดยมีหลุมลึกผุดตามหลังมาติดๆราวกับมานาของมันกำลังไล่ล่ากระชากร่างผมลงหลุมผมตัดสินใจวิ่งซิกแซกเข้าไปในกลุ่มมอนสเตอร์ตัวอื่น
ทันทีที่การโจมตีพลาดเป้าจากผมไปโดนพวกมอนสเตอร์ตัวอื่นร่างของพวกมันก็ถูกบดขยี้จนแหลกเหลวเป็นกองเลือดราวกับโดนค้อนยักษ์ที่มองไม่เห็นทุบลงมาทิ้งไว้เพียงหลุมกลมเกลี้ยงบนพื้นพร้อมเสียง
โครม!
ดังสนั่นไปทั่วบริเวณ
เจ้าโทรลล์คำรามอย่างบ้าคลั่งโดยไม่สนใจพวกพ้องมันยังคงพยายามจะขยี้ผมให้ได้
ผมตัดสินใจไม่บุกเข้าประชิดหรือหนีไปไหนไกลแต่เลือกที่จะวิ่งวนเป็นวงกลมรอบตัวมันปล่อยให้เจ้ายักษ์ใช้พลังของตัวเองกวาดล้างสนามรบให้ผมฟรีๆในขณะที่ผมก็คอยเฝ้าสังเกตและวิเคราะห์รูปแบบทักษะของมันไปในตัว
ไม่นานนัก แรงกดดันจากทักษะของมันก็เริ่มเบาบางลงแต่กลับถูกแทนที่ด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นและรัศมีการโจมตีที่แผ่กว้างกว่าเดิมจนการวิ่งวนหลอกล่อเริ่มทำได้ยากขึ้น
ผมตัดสินใจเปลี่ยนมาเป็นฝ่ายรุกพุ่งเข้าหาเจ้าโทรลล์เพื่อปิดบัญชีในทันทีแม้จะสัมผัสได้ถึงมานาที่อัดแน่นจนอากาศรอบตัวมันสั่นสะเทือนแต่ผมก็กัดฟันเสริมพลังกายแล้วพุ่งฝ่าเข้าไปทั้งอย่างนั้น
ทว่าเพียงก้าวเข้าสู่เขตแดนร่างของผมก็ถูกกดจนทรุดลงกระแทกพื้นแรงโน้มถ่วงมหาศาลจู่โจมรุนแรงจนน่าขนลุกจนแทบไม่สามารถพยุงตัวให้ยืนขึ้นได้
[สมาธิ]
[อาวุธมานา]
[การจัดสรรพลังงานจลน์]
ผมเค้นพลังเพื่อเปิดใช้งานทั้งสามทักษะพร้อมกันจนถึงขีดสุดเพื่อต้านทานการโจมตี
เกราะมานาโปร่งแสงถูกสร้างขึ้นห่อหุ้มบริเวณหน้าอกและศีรษะผมทุ่มพลังทั้งหมดทำให้มันหนาและแข็งแกร่งที่สุดเท่าที่จะทำได้ในวินาทีนี้
ในขณะเดียวกันหยาดฝนที่ร่วงหล่นรอบตัวเจ้าโทรลล์ก็ถูกเร่งความเร็วด้วยเขตแดนแรงโน้มถ่วงจนพุ่งดิ่งลงสู่พื้นเร็วกว่าปกติหลายเท่าตัว
แต่นั่นกลับกลายเป็นโอกาสทองเพราะมันทำให้ผมสามารถดูดซับพลังงานจลน์มหาศาลเข้าสู่ร่างได้ในปริมาณที่คาดไม่ถึง!
ผมระเบิดพลังงานจลน์ที่อัดแน่นอยู่ในร่างเพื่อเป็นแรงส่งดีดตัวเองพุ่งทะยานเข้าหาเจ้ายักษ์ดุจกระสุนปืนพื้นดินเบื้องหลังพังทลายจากการปะทะกันอย่างรุนแรงระหว่างทักษะของผมและเขตแดนแรงโน้มถ่วง
ขณะร่างลอยละลิ่วอยู่กลางอากาศผมสัมผัสได้ถึงแรงดึงดูดมหาศาลที่พยายามจะกระชากผมลงสู่พื้นดิน ผมจึงรีบเรียกใช้อาวุธมานา ควบแน่นมานาสร้างเป็นเหล็กแหลมขึ้นในมือ
แม้ผลจากการฝึกฝนจะยังไม่สามารถทำให้มันกลายเป็นอาวุธที่สมบูรณ์แบบแต่อย่างน้อยในตอนนี้มันก็หนาและแหลมคมพอที่จะใช้งานได้จริง และนี่คือผลงานที่ดีที่สุดเท่าที่ผมจะรังสรรค์ได้ในวินาทีนี้
ผมพุ่งเข้าถึงตัวมันได้สำเร็จ!
เหล็กแหลมโปร่งแสงปักลึกเข้าที่ต้นขาของเจ้ายักษ์อย่างแม่นยำผมกัดฟันข่มความเจ็บปวดยึดเกาะอาวุธมานาไว้สุดชีวิตเพื่อเหนี่ยวรั้งร่างไม่ให้ร่วงลงไปตามแรงกดดันอันบ้าคลั่ง
เจ้ายักษ์แผดเสียงคำรามลั่นพลางสะบัดหน้ามาทางผมประกายสายฟ้าที่แลบผ่านม่านเมฆช่วยขับเน้นใบหน้าที่ชั่วร้ายน่าเกลียดน่ากลัวของมันให้เด่นชัดขึ้นท่ามกลางความมืดมิด
เสียงคำรามนั้นกึกก้องจนแก้วหูผมแทบปริแตกแม้จะอยู่ในสภาวะ สมาธิแต่เสียงนั้นกลับดังชัดเจนราวกับทักษะของผมไม่อาจสกัดกั้นคลื่นเสียงแห่งความโกรธเกรี้ยวนี้ได้เลย
เมื่อเห็นฝ่ามือมหึมาของมันเอื้อมมาจนเกือบถึงตัวผมก็รีบปล่อยมือจากการยึดเกาะทันทีร่างของผมร่วงดิ่งลงสู่พื้นเร็วกว่าปกติหลายเท่าด้วยแรงกระชากจากเขตแดนแรงโน้มถ่วง
เจ้าโทรลล์ไม่รอช้ามันยกเท้าขึ้นหมายจะเหยียบผมให้จมดินในทีเดียวผมรีบเค้นสมาธิดูดซับพลังงานจลน์รอบตัวให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้วใช้มันเป็นแรงส่งดีดตัวพุ่งทะยานออกนอกเขตแดนสังหารนั้นทันที
ผมม้วนตัวคลุกฝุ่นไปบนพื้นดินอยู่สองสามตลบพลางดูดซับมานาคืนจากอาวุธที่ทิ้งไว้แล้วปลดปล่อยแรงกระแทกออกมาเล็กน้อยเพื่อช่วยให้สปริงตัวลุกขึ้นยืนได้อย่างรวดเร็ว
ตู้ม!
เท้าของเจ้าโทรลล์กระทืบลงตรงจุดที่ผมเคยอยู่พอดีทิ้งหลุมวงกลมลึกและเรียบเนียนเอาไว้บนพื้นดิน
ทว่าในจังหวะที่ผมกำลังตั้งหลักได้สายตาก็พลันเหลือบไปเห็นบาดแผลที่ต้นขาของมัน...บาดแผลที่ผมเพิ่งฝากเอาไว้กำลังสมานตัวเข้าหากันอย่างรวดเร็ว
"อะไรกันวะเนี่ย!"
ผมสบถออกมาอย่างเหลือเชื่อ
"แบบนี้มันจะโกงเกินไปหน่อยมั้ง?"
ผมวิ่งวนหลอกล่อต่อไปพยายามชักจูงให้การโจมตีของโทรลล์กวาดล้างมอนสเตอร์ตัวอื่นแทนในระหว่างที่ผมกำลังเค้นสมองหาทางแก้เกมส์
ความสามารถในการฟื้นตัวของมันน่ารำคาญสิ้นดีผมมั่นใจว่าถ้ามีเวลามากพอ ผมฆ่ามันได้แน่ แต่ถ้ามันฮีลตัวเองได้รวดเร็วขนาดนี้การต่อสู้คงจะยืดเยื้อและผมก็จะเสียเปรียบ ผมต้องหาทางปิดบัญชีมันในทีเดียว
จังหวะนั้น เทสขว้างหินธรรมดาๆใส่เจ้าโทรลล์สองสามก้อน ทันทีที่พวกมันพุ่งเข้าสู่เขตแดนแรงโน้มถ่วงหินเหล่านั้นก็ร่วงกระแทกพื้นดัง
ปัง!
ผมขมวดคิ้วจ้องมองหินที่ร่วงหล่นก่อนจะตวัดสายตาไปทางเทส ดูเหมือนเธอเองก็สังเกตเห็นช่องโหว่บางอย่างเช่นกันเธอพยักหน้าให้ผมสั้นๆ
เพียงไม่กี่วินาทีต่อมาผมสัมผัสได้ถึงมานามหาศาลที่ปะทุออกจากร่างของเธอพลังนั้นพุ่งเข้าควบคุมก้อนแร่เหล็กสองก้อนและเริ่มบีบอัดพวกมันให้กลายเป็นหอกเรียวยาว
เสียงหวีดหวิวจากการบีบอัดแร่เหล็กด้วยแรงดันมหาศาลดังก้องแข่งกับเสียงสายฝนที่โหมกระหน่ำ
เมื่อเห็นแผนการของเทสผมก็ไม่รอช้ารีบกระตุ้นทักษะทั้งหมดที่มีแล้วพุ่งทะยานเข้าหาเจ้าโทรลล์ยักษ์อีกครั้งเพื่อดึงความสนใจของมันมาที่ผมให้ได้มากที่สุด!
ไม่นานนักแร่เหล็กทั้งสองก้อนที่ถูกบีบอัดจนกลายเป็นหอกหนาก็พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าประจุไฟฟ้าสีแดงและขาวที่พันธนาการอยู่รอบตัวหอกส่องประกายเจิดจ้ายิ่งกว่าหยาดฝนที่ร่วงหล่นลงมาเสียอีก
อาวุธทั้งสองพุ่งสูงข้ามหัวเจ้าโทรลล์ไปจนพ้นระยะเขตแดนแรงโน้มถ่วง
ทันใดนั้นผมสัมผัสได้ถึงมานาที่ปะทุขึ้นอีกระลอกของเทสแร่เหล็กเหล่านั้นเริ่มส่องแสงจ้ากว่าเดิมก่อนจะหมุนตัวดิ่งพสุธาลงมาด้วยความเร็วสูง โดยมีเป้าหมายคือหัวของเจ้ายักษ์!
ทันทีที่หอกเหล็กเข้าสู่ระยะทักษะของเจ้าโทรลล์แทนที่มันจะช้าลง แรงโน้มถ่วงกลับช่วยเร่งความเร็วให้มันเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณเสียงหวีดหวิวฉีกกระชากม่านฝนอย่างน่าสยดสยอง
เจ้าไจแอนท์โทรลล์ดูเหมือนจะรู้ตัวมันแหงนหน้ามองขึ้นไปบนฟ้าทว่าแววตานั้นกลับไร้ซึ่งความหวาดกลัวต่อหอกสายฟ้าที่กำลังพุ่งลงมา
มันพยายามจะยกมือขึ้นป้องกันแต่ความเร็วของหอกนั้นสูงเกินไป...มันเร็วเสียจนเกิดคลื่นกระแทกระเบิดตามหลังมาเป็นทางยาว จนเจ้ามอนสเตอร์ร่างยักษ์ไม่อาจขยับตัวได้ทัน
บึ้ม!
เพียงเสี้ยววินาทีต่อมา แร่เหล็กทั้งสองก็พุ่งเข้าปะทะหัวของโทรลล์ราวกับกระสุนปืนใหญ่เลือดและเศษกระดูกพุ่งกระฉูดออกมาดั่งน้ำพุตามด้วยสายฟ้าจากฟากฟ้าที่ฟาดเปรี้ยงลงมายังก้อนแร่ซึ่งฝังลึกอยู่ในกะโหลก
ส่งผลให้หัวของมันระเบิดออกกระจุยกระจายกลายเป็นเศษเนื้อในพริบตา
[คุณสังหาร: ไจแอนท์โทรลล์ - เลเวล 19สำเร็จ]
เขตแดนแรงโน้มถ่วงรอบตัวมอนสเตอร์จางหายไปทันที
ผมมองเห็นเทสที่เริ่มมีเลือดไหลซึมออกมาจากจมูกเดินตรงเข้าไปหาซากศพอย่างเงียบๆ เพื่อควบคุมอาวุธที่บิดเบี้ยวของเธอกลับคืนมา