21........
เสียงกดกริ่งที่หน้าบ้านดังขึ้น พร้อม ๆ กับที่ธีรยุทธสะดุ้งตื่น เขาหันไปมองนาฬิกาที่หัวเตียงมันเพิ่งจะหกโมงเช้าเท่านั้นเอง ไม่คิดว่านภาพรจะมารับเขาเพื่อไปเยี่ยมมารดาที่โรงพยาบาลเร็วขนาดนั้น เขายังนอนไม่เต็มอิ่มด้วยซ้ำ
“คุณธีมคะ คุณธีม…”
เสียงเคาะประตูพร้อมกับเสียงเรียกดังขึ้นหน้าห้องนอน
“รู้แล้วป้า....บอกให้แมวรอผมสักสิบห้านาที..”
“คุณแมวไม่ได้มาหรอกค่ะ..แต่ว่า..คุณธีมลงไปข้างล่างก่อนเถอะค่ะ..แม่ของคุณแมวมาหา”
เสียงะโบอกของป้าสมจิตทำให้ธีรยุทธสปริงตัวลุกขึ้นมาอย่างรวดเร็ว เพื่อเปิดประตูห้อง
“เมื่อกี้ป้าบอกว่าใครมานะครับ..”
“ก็คุณแม่ของคุณแมวน่ะสิคะ..มากับผู้หญิงอีกคนหนึ่งคงจะเป็คุณสมรมังคะ..”
“งั้นป้าไปรับหน้าไว้ก่อน..ผมขอล้างหน้าเปลี่ยนเสื้อผ้าแป๊บเดียว..”
“ท่าทางเหมือนจะมาหาเื่..ป้าล่ะไม่ชอบเลยเชียว..”
สมจิตรบอกพร้อมกับบ่นพึมพำออกไป
ธีรยุทธเดินลงมาหาแขกพิเศษที่บุกมาหาเขาั้แ่เช้าด้วยสีหน้าไม่สบายใจเขายกมือไหว้ปรางทองและสมร ก่อนจะนั่งลงใกล้ ๆ กับสองแม่ลูก
“คุณแม่กับพี่หมอนคงมีเื่ร้อนใจมากถึงได้มาหาผมแต่เช้าแบบนี้…”ธีรยุทธเอ่ยขึ้น
“แน่นอน..ถ้าไม่มีเื่ฉันก็คงไม่บากหน้ามาขอความกรุณาจากเธอถึงที่บ้านแบบนี้หรอก”
เสียงของปรางทองดูคล้ายเหน็บแนมในที
“คุณแม่พูดมาเถอะครับ..”
ธีรยุทธสูดลมหายใจลึก ๆเข้าปอดพร้อมที่จะรับฟังเื่ร้อนใจของแขกพิเศษ
“เมื่อคืนนี้ยัยแมวกลับถึงบ้านดึกดื่นเที่ยงคืนทั้งที่รู้ว่ากำลังจะแต่งงานกับผู้ชายอีกคนหนึ่งแต่กลับมาขลุกอยู่กับผู้ชายอีกคนหนึ่งทั้งวันทั้งคืนมันไม่สมควรทำอย่างยิ่ง…”
ปรางทองพูดหน้าเครียด
“ผมกับแมวอยู่ที่โรงพยาบาลไม่ได้ไปทำอะไรกันอย่างที่คุณแม่เข้าใจนะครับ..”
“เธอรับปากกับฉันแล้วไม่ใช่รึว่าจะไม่ดึงยัยแมวให้มาตกต่ำด้วยแล้วนี่มันหมายความว่ายังไงที่เธอดึงตัวยัยแมวเอาไว้ทั้งวันทั้งคืนแบบนี้”
ปรางทอง ถามเหมือนจะทวงสัญญาด้วยความไม่พอใจ
“ผมไม่ได้ดึงตัวเธอไว้นะครับ..แต่..”
“เอาล่ะ..ฉันจะมาบอกเธอเป็ครั้งสุดท้ายขอให้เธอเลิกติดต่อกับยัยแมวซะให้เด็ดขาด เพราะตอนนี้ยัยแมวกำลังจะมีลูกกับมาร์คเขาสองคนจะต้องแต่งงานกันให้เร็วที่สุด..”
ธีรยุทธใแทบช็อคกับคำพูดของปรางทอง
“แมว..ไม่เคยบอกผมเลยว่าเธอกำลังท้อง…กับ..มาร์ค..”
น้ำเสียงของธีรยุทธแหบพร่า
“ยัยแมวไม่บอกธีมแน่..เพราะอยากจะแต่งงานกับธีม..ถึงกับยอมนอนกับมาร์คเพื่อให้ได้เงินมาช่วยเธอวางแผนจะซื้อบ้านหลังนี้ตั้งสิบห้าล้าน..ธีมก็คิดดูแล้วกันว่าน้องสาวพี่มันบ้าขนาดไหนยอมทำเพื่อความรักซะขนาดนี้..”
สมรเป็ฝ่ายพูดขึ้นมาบ้าง
“หวังว่าเธอคงจะไม่ยอมให้ยัยแมวทำเพื่อเธอถึงขนาดนั้นหรอกนะ..” ปรางทองพูดดักคอ
“ผมไม่มีวันที่จะรับเงินจากแมวหรือมาร์คแน่นอน..คุณแม่กับพี่หมอนสบายใจได้ครับ..”
เขายืนยันหนักแน่น
“ตอนนี้มาร์ค ก็เสียใจมากที่ยัยแมวไม่ยอมให้เขารับผิดชอบทั้งที่เขาพร้อมที่จะแต่งงานกับยัยแมวตลอดเวลา..แต่ยัยแมวยืนยันที่จะแต่งงานกับธีม..พวกเราถึงต้องมาที่นี่..มาขอร้องให้ธีมทำอะไรก็ได้ที่ไม่ต้องไปให้ความหวังยัยแมวอีก..ปล่อยให้ยัยแมวได้แต่งงานกับพ่อของลูกตัวจริง..ธีมไม่ควรมาเป็แพะรับบาปเลี้ยงลูกของมาร์ค…”
สมรรู้ตัวดีว่า หล่อนได้วางแผนกับมารดาสร้างสถานการณ์เื่น้องสาวกำลังตั้งท้องนี้ขึ้นมา ก่อนที่จะมาพบธีรยุทธนี้แล้ว มันเป็หนทางสุดท้ายที่หล่อนกับมารดาจะต้องร่วมมือกันเพื่อให้ธีรยุทธออกไปจากเส้นทางชีวิตของนภาพรเสียที
“ถ้าแมวท้องกับผู้ชายคนนั้นจริง..แล้วผู้ชายคนนั้นเขามีความพร้อมที่จะดูแลแมวให้มีความสุขมากกว่าที่จะอยู่กับผม..ผมก็ยินดีกับพวกเขาด้วย”
ธีรยุทธพูดด้วยความขมขื่นใจ
“เรามานี่ไม่ได้มาเพื่อให้ยินดีกับยัยแมวหรอกนะแต่มาเพื่อขอให้ธีมเลิกให้ความหวัง เลิกยุ่งเกี่ยวหรือติดต่ออะไรทั้งนั้นกับยัยแมวเพราะตราบใดที่ธีมยอมให้ยัยแมวมาขลุกอยู่ด้วย มาคอยดูแลธีม มารับมาส่งกันอยู่อย่างนี้แล้วเมื่อไหร่ยัยแมวจะได้แต่งงานกับมาร์คซักทีล่ะ..”
สมรพูดในสิ่งที่อยากพูดออกมาจนหมดธีรยุทธขบกรามแน่นน้ำตาของเขาค่อย ๆ ซึมออกมาทีละน้อย ก่อนที่จะรับปากปรางทองและสมรไปว่าเขาจะหลีกเลี่ยงไม่ให้นภาพรได้พบกับเขาอีกต่อไปเขายอมรับว่าเ็ปอย่างที่สุดที่ต้องทำแบบนี้ แต่เพื่อคนที่เขารักจะได้ไปมีชีวิตที่ดีกว่าเขาจะยอมทำเพื่อเธอ
“เห็นคุณธีมตกต่ำก็เหยียบซ้ำ ร้ายกาจที่สุดเลย…”
สมจิตรพูดขึ้นด้วยความเจ็บใจ หลังจากที่สองแม่ลูกออกไปจากบ้านแล้วแต่ธีรยุทธยังนั่งซึมอยู่กับที่จนสมจิตรต้องให้กำลังใจ
“คุณธีมขา..ต้องเข้มแข็งนะคะ..คุณธีมยังมีคุณแม่ให้ต้องเป็ห่วงอยู่..”
สมจิตรเตือนสติเขาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือนางสงสารคนที่นางรักเหมือนลูกแทบขาดใจ
“พี่ป่าน…หน้าพี่…”
ปัญญาร้องเสียงหลงทำหน้าเหมือนถูกผีหลอก เมื่อเห็นใบหน้าของเปมิกาที่ตื่นมาตอนเช้ากำลังจะเดินไปเข้าห้องน้ำต่อจากเขา
“หน้าพี่..ทำไม..เป็อะไร..” เปมิกาทำหน้างง ๆ
“ก็..มันน่ากลัว…น่ากลัวเหมือน..”
“เหมือนอะไร..อย่ามาอำแต่เช้านะไม่ขำด้วยหรอก..”
หล่อนไม่สนใจคิดว่าน้องชายแกล้ง
“ไม่ได้อำสักนิด..พี่ป่านไม่เชื่อลองเอามือลูบหน้าดูสิ”
เปมิกายกมือขึ้นลูบหน้าอย่างอัตโนมัติหล่อนััได้ถึงผิวที่ขรุขระบริเวณคาง มุมปากเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติขึ้นมาทันที หล่อนวิ่งเข้าไปส่องกระจกในห้องน้ำอย่างรวดเร็วด้วยความใ
ภาพผู้หญิงตรงหน้าทำให้เปมิกาใแทบช็อค
“โอ! ไม่!มันไม่ใช่ฉัน…มันต้องเป็ฉันตัวปลอม หรือไม่ก็ภาพหลอน”
เปมิกา ร้องบอกกับกระจกพร้อมกับขยี้ตาไปมาหลายครั้งแล้วค่อย ๆ ลืมตาดูในกระจกใหม่ โดยหวังว่าภาพแห่งความฝันร้ายเมื่อสักครู่จะจางหายไป แต่…
“คุณพระช่วย! กระจกวิเศษ บอกข้าเถิดใครงามเลิศในปฐี”
“ฮ่า ฮ่า…ไม่ใช่หล่อนก็แล้วกัน!”
ดูเถิดแม้แต่เสียงแห่งความคิดยังไม่ยอมรับ เปมิกา แทบคลุ้มคลั่งเสียให้ได้หล่อนกรีดเสียงร้องลั่นห้องเหมือนคนเสียสติ
“พี่ป่านใจเย็น ๆ สิครับพี่…มันเป็สิวที่เห่อออกมาเท่านั้นเอง…” ปัญญาเข้ามาปลอบใจ
“ใจเย็นได้ไง..ผิวพี่กลายเป็ผิวคางคกออกอย่างนี้ ใช่แล้วมันต้องเป็เพราะเครื่องสำอางที่ใช้นั่นแน่ๆ “
เปมิกา ลนลานเหมือนคนทำอะไรไม่ถูก
“เป็ไงล่ะ อยู่ดีไม่ว่าดี หน้าก็ดีอยู่แล้วยังจะไปเสียเงินเป็หมื่นทำให้หน้าพัง”
ปัญญา เริ่มเปลี่ยนท่าทีเป็ซ้ำเติมทำให้เปมิกา ตวาดน้องชายเสียงดังลั่น
“ออกไปเลยนะปอ ถ้าไม่ช่วยแล้วไม่ต้องมาซ้ำเติมเลย..วันก่อนเห็นเชียร์เหย็งๆ พอเกิดเื่ก็มาซ้ำเติมกันฮือ ๆ ๆ”
ปัญญาไม่ทันจะอ้าปากขอโทษพี่สาวก็มีโทรศัพท์ดังขึ้นมา ปรากฏว่าเพื่อนเก่าของเปมิกาที่ชื่อจุ๊บแจงเป็คนโทรมา
“ยัยป่านเธอต้องรับผิดชอบหน้าฉันนะ..ตอนนี้ฉันแพ้เครื่องสำอางของเธอเกิดผื่นเต็มหน้าแล้วมันหนาขรุขระเหมือนผิวจระเข้เลย”
จุ๊บแจงเสียงสั่นเครือเหมือนคนร้องไห้
“หา!…นี่เธอก็เป็สิวเห่อเหรอเนี่ย..”
เปมิกาอุทานเสียงละห้อย
จุ๊บแจง เล่าให้เปมิกาฟังว่าหลังจากที่ใช้ครีมบำรุงผิวหน้าที่เปมิกาขายให้ทั้งชุดผิวหน้าของเธอก็ดูสวยใสขึ้นมาจนใคร ๆ ก็ทัก สามีก็ชื่นชม แต่สวยใสอยู่ได้ไม่กี่วันก็เริ่มมีสิวเห่อขึ้นมาทีละเม็ดสองเม็ดตอนแรกเธอก็คิดว่าเป็สิวสาวที่ผุดขึ้นมาอวดเพื่อยืนยันว่าฮอร์โมนยังเปล่งปลั่งใน่ก่อนวันนั้นของเดือนแต่เมื่อวันนั้นของเดือนผ่านไป ก็ไม่มีทีท่าว่าเ้าสิวสาวจะสลายตัวแต่อย่างใดมิหนำซ้ำยังชักชวนญาติโกโหติกาสิว ผุดขึ้นมาเริงระบำอย่างเริงร่าบนใบหน้าที่สวยใสของเธออย่างไม่เกรงใจโดยเฉพาะรอบปากผุดขึ้นมาราวกับดอกเห็ด
“เธอก็มีสภาพไม่ต่างจากฉันหรอกนะจุ๊บแจง..ฮือๆ”
เปมิกา มีน้ำเสียงสะอื้นไม่ต่างจากคนที่โทรมา
“แล้วเธอมาหลอกขายให้ฉันทำไม..” จุ๊บแจงต่อว่า
“ฉันไม่ได้หลอกเธอเลย ฉันก็ไม่คิดว่ามันจะมีปัญหา เข้าใจฉันเถอะนะเพื่อน ตอนนี้หน้าฉันก็แย่เหมือนกันฉันจะโทรไปปรึกษาที่บริษัทดูให้เขารับผิดชอบเื่นี้”
“เธอไม่ต้องมารับผิดชอบฉันหรอกนะป่าน เอาเป็ว่าฉันเห็นแก่ความเป็เพื่อนก็แล้วกันอีกอย่างเธอก็เป็เหมือนฉันด้วย ถ้างั้นฉันก็ขอไม่จ่ายค่าเครื่องสำอางเธอก็แล้วกัน”
จุ๊บแจงวางสายไปไม่นาน ก็มีโทรศัพท์เข้ามาอีก เป็เพื่อน ๆที่ใช้เครื่องสำอางแล้วมีปัญหาโทรมาต่อว่า และขอไม่จ่ายเงิน เปมิกาอยากจะร้องกรี๊ดๆ ให้หายบ้าเสียจริง ทำไมเช้านี้มันจึงเป็วันกาลกิณีสำหรับหล่อนอย่างนี้นะ
เปมิกาโทรศัพท์ไปหามาลีด้วยความร้อนใจปรากฏว่ามาลีก็มีสภาพเดียวกับหล่อนไม่มีผิด
“พี่สิวเห่อมาได้สามวันแล้ว ตอนนี้ไปหาหมอรักษาหน้าอยู่..”
เสียงมาลีฟังแล้วน่าสงสาร
“เราต้องไปเรียกร้องให้บริษัทรับผิดชอบนะคะพี่มาลี..”
“พี่ไปมาแล้ว..พี่ญานีก็ทราบปัญหานี้แล้วเขาบอกให้พี่ลองหยุดใช้ครีมไปทีละตัว เพราะการใช้ครีมบำรุงทั้งชุดนั้น อาจจะมีบางตัวที่ไม่ถูกกับผิวเขาไม่รับผิดชอบเราหรอกป่าน ถือเสียว่าเป็คราวเคราะห์ของเราก็แล้วกัน…พี่ขอโทษด้วยนะที่ดึงป่านมาเสียเงินด้วย..”
“เสียทั้งเงิน แล้วก็เสียโฉมด้วย เจ็บใจนัก.อย่างนี้เราต้องไปเรียกร้องสิทธิ์ผู้บริโภค”
เปมิกาบอกมาลี
“อย่าไปเรียกร้องอะไรเลยป่าน..อยู่ในประเทศนี้เคยเรียกร้องอะไรได้สำเร็จสักอย่างไหมพวกเราก็เคยประท้วงเรียกร้องตอนที่แบ็งก์เจ๊งเรายังไม่ได้รับความช่วยเหลืออะไรเลยบอกตรงๆ พี่ไม่อยากเสียเวลาเผลอๆ อาจจะต้องเสียเงินอีกด้วย” มาลีบอกแล้วก็วางสายไป
เปมิการู้สึกหดหู่ใจไม่น้อยที่ชีวิตของหล่อนที่ดูเหมือนจะไปได้ดีกับอาชีพขายเครื่องสำอางแต่มันก็เกิดปัญหาขึ้นจนได้ หล่อนต้องสูญเงินไป แล้วยังจะต้องไปเสียเงินค่ารักษาใบหน้าจากสิวเห่อนี่อีก
“อย่าคิดมากเลยนะพี่ป่าน…ขายเครื่องสำอางเจ๊งไปแล้วก็หาอย่างอื่นทำได้…”
“นี่อย่าพูดคำว่าเจ๊งได้ไหมปอ..มันแสลงใจ..”
เปมิกาตวาดเสียงเข้ม
“โอ๊ะ..ขอโทษครับพี่ป่าน..แหม..แต่มันเสียดายเงินสามหมื่นนั่นจริงๆ เลยนะ”
“นายปอ..ตกลงจะซ้ำเติมหรือปลอบใจพี่ก็เอาให้แน่..”
ปัญญาหน้าจ๋อยยิ้มแหย ๆเมื่อเห็นสีหน้าพี่สาวกลัดกลุ้มขึ้นมา
“เหลือเงินในบัญชีอีกสองหมื่นคงจะหมดอีกไม่นานนี้แน่ ๆ เพราะต้องไปเป็ค่ารักษาหน้าอีก เวรกรรมจริง ๆทำไมซวยอย่างนี้นะ…” เปมิกาเจ็บใจตัวเอง
“พี่ป่านคิดเสียว่าเป็บทเรียนก็แล้วกัน..”
ปัญญาเริ่มหันมาปลอบใจพี่สาว
“แต่บทเรียนนี้มันราคาแพงมากเลยนะปอ…ตั้งสามหมื่นเชียวนะ” เปมิกาพูดปนสะอื้น
“เอาเถอะพี่ป่าน..ถ้าปอได้เงินค่าจ้างจากงานพิเศษงวดนี้ปอจะจ่ายค่ายารักษาสิวที่หน้าให้เอง”
“จริงนะปอ….”
เปมิกาหันมาทำหน้าซึ้งให้กับน้องชาย
“ต่อไปพี่ป่านจะทำอะไรก็คิดให้รอบคอบก่อนก็แล้วกัน…ความจริงวันนี้ว่าจะบอกเื่สำคัญให้พี่ป่านรู้แต่พอพี่เจอเื่ไม่ดีแล้ว ปอว่ายังไม่บอกตอนนี้ดีกว่า…”
“เื่สำคัญ..เื่อะไรบอกมาตอนนี้เลย..”
เปมิกามีน้ำเสียงร้อนรนอยากรู้ขึ้นมาทันที