[6:00]
เช้าวันใหม่ที่แสนสดใส อากาศกำลังเย็นสบาย ท้องฟ้าค่อยๆ สว่างขึ้นเรื่อยๆพรนับพรตื่นมาก่อนหน้านี้สักพักแล้วจัดการตัวเอง อาบน้ำแปรงฟันและทำอาหารเช้าสำหรับคนป่วยที่มาพักพิงอาศัยเตียงของเธอนอนเมื่อคืนชายหนุ่มยังคงหลับสนิท
“คุณกันต์ค่ะ”เสียงหวานเรียกปลุกชายหนุ่มที่ยังหลับสนิทอยู่บนเตียงของเธอพร้อมทั้งเ้าก้อนขนของเธอที่กำลังหลงใหลได้ปลื้มหนุ่มหล่อที่นานๆทีจะพบเจอ
“คุณกันต์”
“คุณกันต์ ตื่นหรือยังค่ะ”มือบางๆ ของเธอเขย่าแขนของชายหนุ่มเบาให้เขารู้สึกตัว
“อืออ”ชายหนุ่มที่ท่อนบนเปลือยเปล่าพลิกตัวไปมาเตียงที่เธอเคยรู้สึกว่ากว้างมากสำหรับเธอดูแคบไปถนัดตาเมื่อเขามานอนแทนที่
“ดีเลย ลุกมาทานข้าวต้มหน่อยนะคะคุณจะได้ทานยาแก้ปวดและยาลดไข้ด้วย”พรนับพันตั้งโต๊ะญี่ปุ่นตระเตรียมมื้อเช้าให้แก่เขา
“ส่วนนี้เสื้อของนับคุณน่าจะใส่อย่างน้อยก็ดีกว่าตอนนี้”
“ส่วนมื้อเที่ยง เดี๋ยวนับจะซื้อเข้ามาให้นะคะ”
“เธอนี้พูดมากจริงๆ เลย”ประโยคแรกของเช้านี้ชายหนุ่มก็ยังคงปากร้ายใส่เธอไม่หยุด
“ถ้าไม่พูดแล้วจะสื่อสารกันยังไงหรือคะ? คุณใช้โทรจิตได้หรืออย่างไง?”
พรนับพันช่วยพยุงชายหนุ่มลงมานั่งทานข้าวต้มที่ข้างเตียงในจังหวะที่เธอกำลังสาละวนกับการหายาเ้าก้อนขนสีส้มกำลังคืบคลานเข้ามานอนบนตักแกร่งของชายหนุ่ม
“อะไรเนี่ยไอ้แมวบ้านี้กล้าดียังไงถึงได้ขึ้นมานอนบนตักของฉัน”เ้าก้อนขนขดตัวนอนบนตัดแกร่งอย่างรักใคร่ราวกับรู้จักชายหนุ่มมาเนิ่นนานอย่างไรอย่างนั้น
“คุณทองหยิบเขาชอบผู้ชายที่หน้าตาดีนะคะ”หญิงสาวพูดออกมาอย่างขำๆ
“มานี้ดีกว่าคุณทองหยิบผู้ชายหล่อๆ มีออกถมเถไป อย่าไปสนใจเขาดีกว่าค่ะ”จังหวะที่พรนับพันอุ้มเ้าก้อนขนขึ้นจากตักแกร่งของกันต์ดนัยมือของเธอไปััโดนจุดสำคัญบางอย่างที่ไม่ควรถูกััจากเพศตรงข้าม
“นี่เธอ!!!” เสียงตวาดของเขาดังจนเธอใกลัว
“อะไรเหรอคะ? มีอะไรหรือเปล่าคะ?ทำไมถึงได้ะโออกมาเสียงดังแบบนั้น” เธอถามออกมาหน้าซื่อๆ
“เปล่า!!! ไม่มี!!! จะไปไหนก็ไป”
“ผู้ชายอะไรทำไมถึงได้ปากร้ายขนาดนี้นะ”พรนับพันบ่นอุบอิบออกมาอย่างหงุดหงิดใจ
ในเมื่อชายหนุ่มบอกว่าไม่มีอะไรพรนับพันก็ไม่ได้ใส่ใจเธอให้อาหารกับเ้าก้อนขน ล้างชามที่ชายหนุ่มใช้ทานมื้อเช้าส่วนชายหนุ่มหลังทานมื้อเช้าและทานยาเสร็จก็ล้มตัวลงนอนแทบจะทันทีตามด้วยเ้าก้อนขนที่ตามมานอนข้างๆ ลำตัวของเขาแม้จะรู้สึกรำคาญแต่อาการปวดหัวมีมากกว่า เขาทำได้เพียงแค่ปล่อยให้มันนอนข้างๆ เขาผ่านไปไม่นานด้วยฤทธิ์ของยาทำให้เขาผล็อยหลับไป
“นับไปก่อนนะคะ หลับไปแล้วเหรอ”เธอเดินมาดูชายหนุ่มที่นอนหลับอยู่บนเตียงของเธอ
“ตอนนอนก็ดูน่ารักเหมือนเด็กดีอยู่หรอกทำไมตอนตื่นถึงได้ทำหน้าั์อยู่ตลอดไม่เมื่อยบ้างหรือยังไง”
“ฝากคุณกันต์ด้วยนะคุณทองหยิบเดี๋ยวตอนเที่ยงนับกลับมา”ฝากฝังคนป่วยให้เ้าก้อนขนดูแลก่อนจะออกไปทำงานเหมือนดังเช่นทุกวัน
ชายหนุ่มตื่นมาอีกทีเวลาใกล้เที่ยงเขาลุกขึ้นนั่งมองไปรอบห้อง ขนาดไม่กว้างมากมองไปแค่ครั้งเดียวก็เห็นห้องได้ทั้งห้องแม้ห้องจะเล็กแต่ถูกจัดไว้อย่างเป็ระเบียบชายหนุ่มเดินไปยังประตูที่น่าจะเป็ห้องน้ำเขาเห็นโพสอิทแผ่นหนึ่งแปะอยู่ที่กระจกตรงอ่างล้างหน้า
‘คุณกันต์
ถ้าคุณอยากจะแปรงฟันก็หยิบแปรงได้ในลิ้นชักนะคะ
พรนับพัน’
“ลิ้นชักงั้นเหรอ ลิ้นชักอันไหนวะ”มองหาดูว่าลิ้นชักที่ว่านั้นไปทั่วชายหนุ่มลองเปิดสุ่มลิ้นชักนั้นลิ้นชักนี้ไปเรื่อยแต่ลิ้นชักที่ดันเลือกเปิดคือลิ้นชักชุดชั้นในของหญิงสาว
ชุดชั้นในสีหวานวางเรียงรายอยู่ในลิ้นชักก่อนที่ความคิดอกุศลจะเข้ามาในหัว เสียงปลดล็อกประตูดังขึ้นมาก่อนเขารีบปิดลิ้นชักแล้วรีบตรงกลับไปนั่งยังเตียงนอนก่อนที่พรนับพันจะเข้ามา
“โอ๊ะ ตื่นอยู่เหรอคะ?” เธอเดินเข้ามาพร้อมถุงบางอย่างสองสามถุง
“อืม”
“เป็อะไรหรือเปล่าคะ? ยังมีไข้อยู่เหรอเปล่าคะ? ทำไมหน้าถึงได้แดงแบบนั้นละคะ”
ขณะที่หลังมือแตะลงที่หน้าผากของเขาสายตาเ้ากรรมดันไปปะทะเข้ากับหน้าอกหน้าใจของสาวเ้าที่อยู่ตรงระดับสายตาพอดี
“ไม่ต้องมายุ่งกับฉัน”จังหวะที่กันต์ดนัยลุกขึ้นเพื่อหลีกเลี่ยงการแตะต้องตัวจากพรนับพันตัวของเขาไปปะทะกับร่างกายของเธอทำให้เธอเสียหลักแต่ชายหนุ่มดึงตัวเธอเอาไว้ได้ในอ้อมกอด
สายตาสอดประสานหัวใจดวงน้อยๆทั้งสองดวงเกิดอาการเต้นผิดจังหวะ อุณหภูมิในร่างกายกำลังเพิ่มขึ้นใบหน้าของชายหนุ่มเริ่มขึ้นสีพร้อมๆ กับแก้มกลมของหญิงสาว
“ขอโทษ ฉันไม่ทันระวัง”ชายหนุ่มปล่อยให้เธอเป็อิสระ ลูบท้ายทอยแก้เขิน
“ไม่เป็ไรค่ะนะ...นับซื้อข้าวมาให้ ทานเลยไหมคะ?”
“อะ...อืม ฉันกำลังหิวพอดี”
“ได้ค่ะเออ...ช่วยเอาโต๊ะมากางให้หน่อยสิคะ” พูดจบเธอก็รีบเดินไปหยิบจานชามทันที
“นับซื้อข้าวมันไก่มันให้ทานได้ไหมคะ?”
“ได้” พูดไปพลางแกะห่อข้าวไปพลาง
“มีอะไรที่คุณไม่ทานบ้างไหมคะ? นับจะได้ไม่ซื้อของที่คุณไม่ทานมา”
“ผัก”
“คะ? คุณไม่ชอบทานผักเหรอคะ?”
“ใช่ ทำไม?”รอยยิ้มของเธอชวนสงสัยจนต้องตั้งคำถามให้หายข้องใจ
“คิคิคิ เหมือนเด็กเล็กๆเลยแค่ผักทำไมไม่ทานละค่ะ”
“แล้วมันจะทำไมก็ฉันไม่ชอบทำไมต้องฝืนใจกินอะไรที่ไม่ชอบด้วย ผักขมก็ขมแถมยังเหม็นเขียวอีกด้วย”
“โอเคค่ะ โอเค” เธอพูดออกมายิ้มๆ
“รีบทานเถอะค่ะนับต้องรีบกลับไปทำงานต่อ”
“เธอทำงานอะไร”กันต์ดนัยเอ่ยปากถามพรนับพัน
“คะ? นับทำงานในร้านกาแฟใกล้ๆนี้เองค่ะ มีอะไรหรือเปล่าคะ?”
“เปล่า”
“แล้วคุณจะเอายังไงคะจะไม่ติดต่อกับที่บ้านเหรอคะ?”
“ไม่ฉันยังไม่อยากให้ใครรู้เื่”
“ทำไมละคะคุณหนีออกจากบ้านหรือไงคะ?”
“เธอคิดว่าฉันอายุเท่าไรทำไมถึงได้คิดว่าฉันหนีออกจากบ้าน”
“ก็คุณไม่ยอมไปโรงพยาบาลทั้งๆที่เืออกเยอะขนาดนั้น แล้วยังไม่ติอต่อกลับไปที่บ้านอีกไม่กลัวเขาเป็ห่วงหรือไง”
“ฉันอยากได้เวลาอีกหน่อย”
“เวลา?”
“ฉันแค่เหนื่อยๆ เลยแค่อยากพัก”
“แล้วคนที่ทำร้ายคุณล่ะคะ?คุณจะปล่อยไปไม่แจ้งความเหรอ? เื่แบบนี้ควรรีบจัดการนะคะ”
“เื่นั้นฉันจัดการแน่ไม่ต้องห่วง”
หลังจากจบบทสนทนาข้าวในจานก็หมดแล้วพรนับพันที่ล้างจานเสร็จแล้วกำลังจะออกไปทำงานใน่บ่ายแต่ก่อนที่เธอจะเปิดประตูออกไปชายหนุ่มร้องทักเธอซะก่อน
“เดี๋ยวก่อนสิแปรงสีฟันที่เธอเขียนโพสอิทแปะไว้นะอยู่ตรงไหน?”
“อ่อ ลิ้นชักสุดท้ายเลยค่ะจริงสิเดี๋ยวนับซื้อพวกเสื้อผ้าของใช้มาให้คุณด้วยดีกว่านะคะ”
“เธอรู้ไซซ์เสื้อผ้าฉันหรือไง”
“ไม่รู้ค่ะแต่นับพอคาดคะเนได้อยู่”
“เดาสุ่มจะไปถูกอะไร”
“อะไรกัน นับไม่ได้เดานะมันคือการคาดคะเนต่างหาก”
“นี้จากสายตาของนับมองดูแล้วคุณน่าจะสูงราวๆร้อยแปดสิบห้าเซนไหล่กว้างราวๆ หกสิบเซน เอวก็น่าจะ...” พรนับพันดูลังเล
“อืม เส้นเอวสวยจังเลยนะคะ” พรนับพันเดินเข้ามาใกล้ก่อนจะใช้มือบางจับเอวของชายหนุ่มไร้ซึ่งความเขินอาย
“เป็ผู้หญิงยังไงถึงได้มาจับเอวผู้ชายแบบนี้”กันต์ดนัยรีบเอามือบางของเธอออกจากเอวเขาทันที
“ขอโทษค่ะ นับไม่ทันคิด”
“แต่จากที่คาดน่าจะราวๆสามสิบสองสามสิบสี่”
“อะไร!”
“ก็รอบเอวของคุณไงคะที่นับพูดถูกหรือเปล่าคะ?”
“ก็...ก็ใกล้เคียง”
“เห็นไหมคะเชื่อในสายตาความรู้สึกของนับหรือยัง?”
“ไหน ๆนับก็จะไปซื้อเสื้อผ้าให้คุณอยู่แล้ว คุณก็เขียนไซซ์เสื้อผ้าใส่โพสอิทให้นับเลยดีกว่ายังไงรู้ไซซ์ที่ถูกก็ดีกว่าอยู่แล้ว ใช่ไหมคะ?”เธอหยิบปากกาพร้อมโพสอิทออกมาจากกระเป๋าส่งให้ชายหนุ่ม
“อืม”ชายหนุ่มรับโพสอิทที่หญิงสาวยื่นให้มาเขียนไซซ์เสื้อผ้าและของที่้าก่อนยื่นโพสอิทคืนให้พรนับพัน
“ไปก่อนนะคะคุณทองหยิบนับไปก่อนนะคะ แล้วจะรีบกลับมานะคะ” เธอยิ้มออกมาอย่างมีความสุขก่อนประตูจะปิดลงสนิทท่าทางของเธอทำให้ชายหนุ่มมีรอยยิ้มบางๆ จากการกระทำของเธอ