ถนนหลวงทอดยาวฝ่าความมืดของค่ำคืนรถคัมรี่สีบรอนซ์ทองแล่นผ่านแสงไฟสีเหลืองริมทางต้นแล้วต้นเล่าเสียงเครื่องยนต์ดังสม่ำเสมอแต่ในหัวของต้นไม้กลับไม่เคยสงบเลยแม้แต่นาทีเดียว
"กานต์ทำไมไม่รับโทรศัพท์"
คำถามเดิมวนซ้ำอยู่ในหัว ครั้งแล้ว ครั้งเล่าเขาโทรไปไม่รู้กี่สายไม่มีคนรับ ไม่มีข้อความตอบกลับ ไม่มีแม้กระทั่งสัญญาณว่าหญิงสาวได้รับรู้ว่าเขากำลังตามหาทั้งที่ตลอดเวลาที่รู้จักกันมากานต์แก้วไม่เคยหายไปจากชีวิตเขาแบบนี้ไม่เคยเลย เกือบตีสามรถค่อยๆ เลี้ยวเข้าจอดที่สวนสาธารณะริมเขื่อนลำตะคอง ความเหนื่อยล้าบังคับให้เขาต้องพัก ต้นไม้ดับเครื่องยนต์เอนเบาะลงเล็กน้อย สายตามองผ่านกระจกหน้ารถขึ้นไปบนท้องฟ้าคืนนี้พระจันทร์เต็มดวงดาวเต็มฟ้าแต่ไม่รู้ทำไมเขากลับรู้สึกว่างเปล่า เหมือนกำลังมองหาดาวเพียงดวงเดียวและดาวดวงนั้นหายไป
รุ่งเช้าแสงแดดสีทองอ่อนสาดผ่านกระจกรถ ต้นไม้ลืมตาขึ้นอย่างคนพักผ่อนไม่เพียงพอสิ่งแรกที่ทำไม่ใช่ล้างหน้า ไม่ใช่ดื่มน้ำ แต่คือหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเบอร์เดิมอีกครั้งเสียงรอสายดังอยู่ครู่หนึ่งก่อนเงียบหายเหมือนเดิม เขาถอนหายใจยาว ครั้งแรกเริ่มมีความกลัวแทรกเข้ามาในหัวใจไม่ใช่ความหงุดหงิด ไม่ใช่ความโมโห แต่เป็ความกลัว กลัวว่าเธอจะเป็อะไรกลัวว่าเธอจะ้าความช่วยเหลือกลัวว่าเขาจะไปไม่ทัน และลึกลงไปกว่านั้น กลัวว่าเธออาจกำลังใช้เวลาอยู่กับโลกใบใหม่โลกที่ไม่มีเขาอยู่ในนั้น สองชั่วโมงต่อมารถคัมรี่จอดหน้าตึกโรงพยาบาล ต้นไม้ก้าวลงจากรถทันทีเขาเดินเร็วราวกับลืมความเหนื่อยล้าทั้งหมดตรงไปยังประชาสัมพันธ์
"สวัสดีครับผมเป็พี่ชายกานต์แก้วครับ" หญิงวัยกลางคนเงยหน้าขึ้นพร้อมรอยยิ้ม
"อ๋อ พี่ชายกานต์เหรอคะ"
"เมื่อกี้เพิ่งเดินผ่านไปเองค่ะ"
ต้นไม้รู้สึกเหมือนยกูเาออกจากอกอย่างน้อย...เธอปลอดภัยไม่นานนักเสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลัง
"พี่ต้น"
ต้นไม้หันกลับไปเขาขับรถมาทั้งคืนไม่ได้นอนไม่ได้กิน แต่ตอนนี้ความเหนื่อยทั้งหมดหายไปทันทีเหมือนร่างกายรอเพียงจะได้เห็นหน้าเธอก็พอ เธออยู่ที่นี่ เธอปลอดภัยเธอยังเป็กานต์แก้วคนเดิม เขาถอนหายใจยาวเงียบๆ ก่อนที่ปากจะพูดออกมาเป็เสียงดุเพราะนั่นเป็วิธีเดียวที่เขารู้จักในการซ่อนความโล่งใจ
"ทำไมไม่รับโทรศัพท์" น้ำเสียงเข้มกว่าปกติ
กานต์แก้วสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนยกมือเกาหัว
"โทรศัพท์ตกน้ำค่ะ"
"เมื่อคืนฝนตกหนัก"
"ไฟก็ดับ"
"MSN ก็เปิดไม่ได้"
ต้นไม้นิ่งไปคำอธิบายง่าย ๆ แต่ทำให้เขารู้สึกเหมือนคนโง่ที่ขับรถข้ามคืนมาเพราะความคิดฟุ้งซ่านของตัวเอง
"พี่มาได้ยังไงคะ"
กานต์แก้วถามเบา ๆ ต้นไม้มองหน้าเธออยู่ครู่หนึ่งก่อนตอบสั้น ๆ
"ขับรถมา"
"จากกรุงเทพฯ" หญิงสาวเบิกตากว้าง
"ทั้งคืนเลยเหรอคะ"
เขาพยักหน้า แล้วพูดช้า ๆ
"พี่นอนไม่หลับ"
"เป็ห่วง"
สามคำสั้น ๆ แต่ทำให้กานต์แก้วเงียบไป
ต้นไม้มองหญิงสาวตรงหน้า อยู่ดี ๆก็รู้สึกแปลก เธอยังเป็กานต์แก้วคนเดิมแต่ก็ไม่เหมือนเดิม เธอดูโตขึ้น มั่นใจขึ้นมีชีวิตของตัวเองมากขึ้น เหมือนกำลังค่อยๆ เดินออกไปจากโลกที่มีเขาเป็ศูนย์กลาง และความจริงข้อนั้น ทำให้เขาไม่สบายใจอย่างประหลาด
"เลิกงานกี่โมง" ต้นไม้ถาม
"สี่โมงครึ่งค่ะ"
"งั้นห้าโมงเจอกัน"
"พี่มีเื่จะคุย"
"เื่อะไรคะ"
ต้นไม้ยิ้มบาง ๆ ก่อนเอื้อมมือไปขยี้ผมเธอเบาๆ เหมือนทุกครั้งแต่ครั้งนี้ ในรอยยิ้มนั้นมีบางอย่างที่ต่างไป
"เื่ที่พี่เพิ่งรู้"
"ว่าพี่คงปล่อยให้กานต์หายไปเฉยๆ ไม่ได้แล้ว"
กานต์แก้วหัวเราะคิดว่าเป็คำพูดเล่นแต่ต้นไม้รู้ดีว่าเขาไม่ได้ล้อเล่นเลยแม้แต่น้อย
???? ประกาศจากผู้เขียนค่ะ ขอบคุณทุกคนที่ติดตามอ่านมาถึงตอนนี้นะคะ ????
เื่ราวของกานต์แก้วและต้นไม้ กำลังจะเข้าสู่่เวลาสำคัญที่สุดแล้วค่ะ
หากอยากรู้ว่าเื่จะเป็อย่างไรต่อไป สามารถอ่านต่อได้ที่ E-book"เหงาในเงาจันทร์" บน Meb ค่ะ
ซึ่งใน E-book มีสิ่งพิเศษที่ไม่มีในที่นี่...
✦ เนื้อหาครบสมบูรณ์ทั้ง 35 ตอน
✦ เนื้อหาตอนพิเศษบทสรุปกานต์แก้ว ต้นไม้ ริณรดา
✦ คำนำจากผู้เขียน เล่าเื้ัการเขียน
✦ Quote Card Collection สวยๆ แนบท้ายเล่ม
✦ อ่านได้ทุกที่ ไม่ต้องรอโหลดหน้าเว็บ ????อ่านต่อได้ที่ [https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6ODoiMTYyMDQ4MTQiO3M6NzoiYm9va19pZCI7czo2OiI0NTUwOTkiO30]
ขอบคุณที่ติดตามและสนับสนุนนักเขียนไทย คนหนึ่งด้วยหัวใจนะคะ ????????????