อีกด้านหนึ่งในซอยหลังห้างสรรพสินค้าในขณะที่ทุกบ้านต่างปิดไฟเพื่อเข้านอนยังคงมีกลุ่มวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งมายืนจับกลุ่มคุยเสียงดังไม่เกรงใจชาวบ้านชาวช่อง
“เฮ้ยไอ้บอลแบ่งกูบ้างดิว่ะ”
“อะไรกูเป็นหัวหน้ากลุ่มต้องได้เยอะสุดเว้ย”บอลแจกจ่ายเงินให้เพื่อนคนละใบก่อนที่เหลือจะเก็บเอาไว้เอง
“ถ้าไม่มีอะไรแล้วเราขอตัวกลับก่อนนะ”
“เฮ้ยเดี๋ยว” บอลยกเท้าขึ้นมากั้นไม่ให้เจมส์หนีกลับก่อน “ใครบอกให้มึงกลับ”
“แต่…ยายเรารออยู่ที่บ้านนะ”
“เรื่องของยายมึงนี่”เจมส์เม้มปากพร้อมกับกำสายกระเป๋าสะพายแน่น ตอนนี้เขากลัวไปหมด กลัวทุกอย่างกลัวจะถูกทำร้าย กลัวยายจะรอ กลัวไปหมด
“แล้ว…ให้เราทำอะไร”
“กูต้องงานเงินเพิ่มพรุ่งนี้ เอามาให้อีกห้าหมื่น” เจมส์ส่ายหัวรัวๆ “สามหมื่นนี่ยังไม่พออีกหรอนี่มันก็เยอะมากแล้วนะ เราไม่เอาด้วยหรอก แค่นี้ก็โดนเพ่งเล็งจะแย่แล้ว”
“แล้ว? ก็เรื่องมึงสิ ไม่รู้ล่ะพรุ่งนี้บ่ายสอง กูต้องได้เงินห้าหมื่น ถ้ามึงเอามาให้กูไม่ได้ กูจะไปถล่มบ้านมึงเอาให้มึงกับยายอยู่กันไม่ได้เลย”
ก้อนเนื้อในอกเต้นตุ๊บๆแทบจะหลุดออกมาจากอก เขาไม่อยากทำแต่ก็ไม่อยากให้บอลทำอย่างที่พูด
“เจมส์ลูกดึกแล้วนะทำไมยังไม่กลับบ้านอีกล่ะลูก”ทุกคนพากันหันมองเป็นยายของเจมส์ที่เดินมาตามหลานชายคนเดียวของเขา
“ยายยายมาที่ทำไม ทำไมไม่รออยู่ที่บ้าน”
“ก็ยายเห็นว่ามันดึกแล้วก็เลยมาตาม แล้วนี่เพื่อนหนูหรอ ทำไมไม่กลับบ้านกันล่ะลูก”
“อย่ามายุ่ง!!”บอลตะคอกใส่ยายจนเธอสะดุ้งโหยง เจมส์ที่เห็นแบบนั้นเขาก็รีบพุ่งเข้าไปขวางทันที“อย่ายุ่งกับยายเรานะ”
“ยายมึงมายุ่งกับพวกกูก่อนมั้ยถ้าไม่อยากให้ยายยุ่งก็ไล่กลับไปดิ” เจมส์สูดหายใจลึกก่อนจะหมุนตัวไปหายาย“ยายกลับไปก่อนได้มั้ย เดี๋ยวหนูตามกลับไป”
“ทำไมไม่กลับพร้อมกันล่ะลูก”
“คือ…”
“โอ๊ยรำคาญ!!!ยืนลายืดยาดอยู่นั่นแหละ ไปได้แล้วไป!!” ไม่พูดเปล่าบอลกลับผลักยายจนล้มเจมส์ที่เห็นแบบนั้นก็ผลักอกบอลก่อนจะรีบตรงดิ่งเข้าไปดูยาย
“ยาย!ยาย! ทำไมต้องทำขนาดนี้ด้วย!”
“อะไรทำอะไร ยายมึงมาเสือกเองนี่”
“ไม่เป็นไรลูกยายไม่เป็นอะไร”ยายยกมือที่สั่นเครือจับที่แขนของเจมส์ปากบอกไม่เป็นอะไรแต่สีหน้าและการที่หายใจแรงเฮือกก็รับรู้ได้ว่ายายไม่ไหวแล้ว
“ยายอดทนหน่อยนะเดี๋ยวหนูพาไปหาหมอนะ”
“ไอ้สัสรำคาญลูกตา!!”
ยังไม่ทันจะหยิบมือถือเจมส์ก็ถีบเข้าสีข้างจนล้มไปนอนกับพื้นความเจ็บแล่นแปร๊บเข้าที่สีข้างเจ็บจนพูดไม่ออกเลย
“เจมส์ลูกเจ-” ยายพยายามพยุงตัวเองจากพื้นค่อยๆคลานมาหาหลานชายก่อนจะถูกบอลเตะเข้าข้างลำตัวจนล้มฟุบนิ่งไป
“ยายยาย!!!”
พยายามลากสังขารของตัวเองไปหายายที่นอนแน่นิ่งดวงตาเริ่มมีน้ำอุ่นไหลออกมาไม่ขาดสายพร้อมกับเสียงร้องไห้โฮ
“รำคาญ!!”
บอลหยิบท่อนไม้ขึ้นมาก่อนจะรุมกระหน่ำตีเจมส์จนเสียงร้องค่อยๆเบาจนจแทบไม่ได้ยินเสียง มีเพียงลมหายใจแรงๆ ที่ถูกเปล่งออกมาภาพตรงหน้าที่พร่าจนแทบมองไม่เห็นอะไรแล้ว คงไม่รอดแล้วล่ะเขาคงจะจบชีวิตที่นี่จริงๆ แล้ว
“เหี้ยไรวะ!!!”
เสียงโหวกเหวกโวยวายดังลั่นจนผู้คนแถวนั้นเริ่มโผล่ออกจากบ้านมาดูเสียงร้องโอดโอยอย่างทรมานของกลุ่มคนตรงหน้าที่เจมส์ไม่สามารถเงยหน้ามองได้ภาพของพวกบอลที่กำลังโดนใครบางคนไล่ซัดอยู่ไม่ไกลก่อนภาพทุกอย่างจะค่อยๆ ดับไป
เสียงพูดคุยดังเข้าโสตประสาทหูมาเป็นระยะกลิ่นยาลอยอบอวลจนทำให้มึนหัว เจมส์ค่อยๆขยับตัวพยายามลืมตาตื่นแต่ด้วยสภาพร่างกายที่เจ็บปวดแสนทรมานมันทำให้เขาแทบไม่อยากจะตื่นขึ้นมาเลย
สูดหายลึกก่อนจะกลั้นใจตื่นหรี่ตามองภาพตรงที่มีใครบางคนกำลังยืนคุยกับคนใชุดสีกากีด้วยสีหน้าประโยคที่เคร่งเครียดก่อนที่คนๆนั้นจะออกจากห้องไป
“ตื่นแล้วหรอ”เสียงที่คุ้นหูเหมือนเคยได้ยินจากที่ไหนมาก่อนเจมส์หรี่ตามองพยายามนึกจนเริ่มมั่นใจแล้วว่าคนตรงหน้าคือลูซี่แฟนสาวของไทม์
“คุณเป็นคนช่วยผมเมื่อคืนหรอครับ”
“จะว่ายังงั้นก็ได้”
“แล้ว…ยายผมล่ะครับยายผมอยู่ไหน”ลูซี่มองคนตรงหน้าด้วยสีหน้านิ่งเงียบก่อนเดินไปเข็นรถเข็นมาที่ข้างเตียง“ขึ้นมาสิ”
“คุณจะพาผมไปที่ไหน”เจมส์มองเธอด้วยความกลัวและหวาดหวั่นลูซี่เลิกคิ้วเอ่ยด้วยขึ้นสีหน้าที่นิ่งเรียบจนอ่านไม่ออก
“อยากรู้ไม่ใช่หรอก็จะพาไปไง พาไปหาคุณยายของนาย”
ก้อนเนื้อในอกเต้นระห่ำทั้งกลัวคนตรงหน้าจะพาเขาไปทำมิดีมิร้ายแต่อีกใจหนึ่งก็กลัวที่จะไม่ได้เจอยายก่อนจะกลั้นใจค่อยๆพยุงตัวเองให้ลุกจากเตียงไปขึ้นรถเข็น
ลูซี่เข็นเจมส์ไปตามทางเดินอย่างช้าๆส่วนเจมส์ก็ได้แต่นั่งตัวเกร็งไม่ไว้ใจคนเข็นเลยแม้แต่น้อยแถมยังคอยเหลือบมองเธอเป็นระยะอย่างหวาดระแวงจนลูซี่สังเกตเห็น
“ไม่ต้องระแวงไปฉันไม่พานายไปฆ่าหรอกเพราะตอนนี้ฉันยังไม่มีอารมณ์”คำตอบของลูซี่กลับยิ่งทำให้เจมส์รู้สึกไม่สงบสุขมากกว่าเดิมเข้าไปอีก
ถูกเข็นจนมาถึงห้องฉุกเฉินลูซี่จอดเจมส์ไว้ที่หน้าห้องก่อนจะเดินเข้าไปคุยกับพยาบาลอยู่ครู่ก่อนจะเดินมานั่งลงที่เก้าอี้ที่ว่างข้างๆเขา
“หนูคือญาติของคุณยายมีนาใช่มั้ยคะ”
“ครับยายของผมเป็นยังไงบ้างครับ”
“ขอแสดงความเสียใจด้วยนะคะคุณยายของหนูตอนนี้เสียชีวิตแล้วค่ะ”
ราวกับเวลาถูกหยุดไม่ได้ยินเสียงรอบไปชั่วขณะได้แต่ส่ายหัวไม่ยอมรับความจริง เป็นไปไม่ได้ ยายเขาเนี่ยนะจะตาย
“มันคือเรื่องจริงยายนายตายแล้ว”
เสียงของลูซี่ทะลุเข้าโสตประสาทตอกย้ำความจริงน้ำอุ่นๆเริ่มไหลออกมาจากตาก่อนจะร้องไห้โฮออกมาจนผู้คนรอบข้างพากันหันมามองเป็นตาเดียว
“ฮือ!!!!!!ผมขอโทษ!!!! ผมขอโทษ!!! ฮือ!!!”
เสียงร้องที่ดังกังวานยิ่งย้ำชัดว่าเขาทั้งเจ็บปวดและเสียใจจนเขายกมือจิกหน้าตัวเองเพื่อให้ย้ำว่าเรื่องทุกอย่างที่ได้ยินมันไม่ใช่ความจริงแต่ก็เท่านั้นเพราะยิ่งเขาจิกก็เหมือนมีสิ่งหนักๆมาทุบที่หัวคอยบอกว่านี่คือความจริงทุกอย่าง
ลูซี่นั่งมองเจมส์ด้วยสีหน้านิ่งเฉยเธอไม่ได้รู้สึกเศร้าเสียใจไปพร้อมกับอีกคนคงเพราะว่าเจมส์เคยทำเรื่องไม่ดีกับแฟนของเขาไว้ทำให้ภายในใจของเธอยังมีความโกรธเขาอยู่แต่ก็ไม่มากเท่าที่เธอจะตอกย้ำซ้ำเติมเขาขนาดนั้นเพราะทั้งเขาและเธอต่างก็เป็นมนุษย์เหมือนกัน
เป็นมนุษย์ที่ต่างก็ยังมีความเมตตาอยู่ภายในใจ
เสียงร้องไห้ยังไม่คงลดละผู้คนรอบๆเริ่มจางลงเหลือเพียงเจมส์และลูซี่ในที่แห่งนั้น ณหน้าห้องฉุกเฉินก่อนเสียงนั้นจะเริ่มเบาบางลงจนเหลือเพียงเสียงหายใจที่ติดขัดที่เกิดจากการร้องไห้ที่มากเกินไปเจมส์แหงนหน้าขึ้นสูดอากาศเอาเข้าปอดเพื่อสะกดอารมณ์แต่ก็ไม่สามารถทำได้เลยแม้แต่น้อยแถมยังกลับมาสะอื้นอีก
“นายน่ะเป็นคนขโมยเงินที่ร้านไปให้ไอ้พวกเด็กเปรตพวกนั้นใช่มั้ย”
เจมส์ที่กำลังสะอื้นหันมองก่อนจะหันและพยายามสะกดกลั้นน้ำตา“ใช่ จับผมเลยก็ได้นะ อยากจะทำอะไรก็ทำเลย ผมหนีไปไหนไม่ได้แล้วนี่”
“คิดว่าฉันไม่อยากทำหรออยากทำจะตาย อยากจะจับนายเข้าคุกให้รู้แล้วรู้รอดเลยด้วยซ้ำ แต่เพราะไทม์ขอมาฉันถึงทำไม่ได้ไง”
เจมส์ได้ยินก็ถึงกับหัวเราะออกมาเบาๆ“เพื่ออะไรอ่ะ ทำแบบนี้เพื่ออะไรวะ ทำขนาดนั้นแล้วทำไมยังใจดีกันอีก”
นึกไปน้ำตาด็เอ่อออกมาอีกรอบสมเพชตัวเองชะมัดทั้งที่เขาทำไม่ดีใส่ขนาดแล้วทำไมถึงยังให้อภัยกันได้อีก“หมอนั่นมันเป็นคนบ้ารึไงกัน”
“เขาไม่ได้บ้าก็แค่เห็นแก่ความเป็นเพื่อนกันเฉยๆ”ประโยคของลูซี่ทำเอาเจมส์ร้องไห้ออกมาอีกรอบสมเพชกับตัวเองรอบที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้
เพื่อนหรอคนอย่างเขานี่หรอ มีเพื่อนด้วย หึ สถานการณ์แบบนี้ดีใจไม่ออกเลยแฮะ
“เป็นยังไงบ้างครับ”ทันที่ขาก้าวออกจากโรงพยาบาลไทม์ก็รีบเดินตรงดิ่งมาหาเธอเพื่อถามไถ่ถึงคนด้านในด้วยความเป็นห่วง
“เรียบร้อยค่ะพี่ส่งต่อให้ญาติเขาแล้ว” ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งใจ แค่นี้ก็ดีแล้วอย่างน้อยก็มั่นใจว่าเจมส์จะโอเคดี
“พี่ขอถามอะไรหน่อยได้มั้ยคะ”
“ครับ?”
“ทำไมถึงปล่อยเขาไปล่ะคะทำไมไม่ส่งเขาให้ตำรวจ” ไทม์ยกยิ้มน้อยๆ เป็นคำตอบให้แก่แฟนสาว“คงเพราะเรา…เหมือนกันมั้งครับ”
ชีวิตของไทม์กับเจมส์มีสิ่งที่เหมือนกันเอามากๆไม่ว่าจะทั้งเคยโดนแกล้งเหมือนกัน เรื่องครอบครัวที่คล้ายๆ กัน สถานะทางบ้านที่พอๆกันทำให้ไทม์สัมผัสถึงความเหงาจากตัวเขาและอยากจะช่วยเหลือคนที่เหมือนกันกับเขาให้มีชีวิตที่ดีขึ้นเท่านั้น
“แต่เขาทำร้ายเรานะคะโยนความผิดให้เราจนเกือบจะติดคุกเลยนะคะ”
“ผมรู้ครับแต่ผมก็แค่อยากช่วย…เขา”
“ไทม์รู้ใช่มั้ยว่าตัวเองใจดีเกินไป”
“รู้ครับ”
“แล้วรู้ใช่มั้ยว่าถ้าใจดีมากมันจะส่งผลร้ายกับตัวเองยังไง”ไทม์เม้มปากแน่นพยักหน้าตอบ เขารู้ว่าครั้งนี้เขาผิด เขาผิดที่อภัยคนที่ทำไม่ดีแต่เขาก็ไม่อยากให้เจมส์ต้องติดคุก
ลูซี่สูดหายใจลึกยกมือวางลงบนศรีษะของแฟนหนุ่ม“ครั้งนี้พี่จะยอมหนูแค่ครั้งเดียวนะคะแต่ถ้ามีครั้งหน้าอีกมันจะไม่มีการให้อภัยใดๆ เด็ดขาด เข้าใจมั้ยคะ”
“ครับ”
“ดีมากค่ะป่ะ กลับบ้านกัน” ยกยิ้มมุมปากพอใจกับคำตอบ
แม้ว่าเธอจะรักไทม์มากขนาดไหนแต่การปล่อยคนที่ทำร้ายแฟนของเธอไม่ว่าจะทางใจหรือทางใดก็แล้วแต่ให้พ้นผิดบอกตามตรงว่ามันไม่ใช่นิสัยของเธอเลยด้วยซ้ำแต่ครั้งนี้ที่เธอทำไปก็เพราะน้องขอ แต่ครั้งหน้ามันจะไม่มีแบบนี้อีก
ไม่มีครั้งสองหรือครั้งต่อไปเพราะเธอจะกำจัดคนที่ร้ายแฟนของเธอให้สิ้นซาก
อีกด้านหนึ่งที่สน.บอลและพวกกำลังถูกสอบสวนอย่างหนักแต่ดูท่าทางของพวกเขาไม่ได้สะทกสะท้านอะไรเลยแม้แต่น้อยคงเพราะพ่อของบอลเป็นถึงนักการเมืองใหญ่ แม่ก็เป็นนักธุรกิจระดับประดับเทศเรื่องหยุมหยิมแค่นี้เขาจัดการได้สบายอยู่แล้ว
“ล้านนึงแลกกับเรื่องจบ”
“คงไม่ได้หรอกพวกคุณทำผิดข้อหาทำร้ายร่างกายจนถึงแก่ชีวิตเลยนะ ยังไงก็ต้องรับโทษตามกฏหมายอีกอย่างทางญาติก็ต้องการแจ้งความกับคุณให้ถึงสุดด้วยเพราะพวกคุณไปทำร้ายหลานเค้ากับยายเขาจนเสียชีวิต”
“แล้วท่านจะพวกผมทำไงเงินมั้ย ก็ได้นะ สิบล้านเพื่อจบเรื่อง อีกสอบล้านท่านเอาไปให้ญาติเขาเลยเป็นไงครับ แฟร์มั้ย” บอลเอ่ยพลางทำหน้าอย่างไม่สะทกสะท้าน
ตำรวจพากันมองหน้าเพราะทุกคนในที่นี่ต่างก็อยากได้เงินกันทั้งนั้น
“ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตพ.ศ. สองพันห้าร้อยหกสิบเอ็ด มาตรา หนึ่งร้อยยี่สิบเแปดห้ามมิให้เจ้าพนักงานของรัฐผู้ใดรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคํานวณเป็นเงินได้จากผู้ใด นอกเหนือจากทรัพย์สินหรือประโยชน์อันควรได้ตามกฎหมาย ถือเป็นการกระทําความผิดต่อตําแหน่งหน้าที่ราชการหรือความผิดต่อตําแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรมหากเจ้าหน้าที่รัฐกระทำความผิด จะต้องโทษระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปีหรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่สองพันบาท ถึงสี่หมื่นบาทหรือประหารชีวิต”
เสียงของคนมาใหม่ให้ทุกคนพากันหันไปมองเป็นลูซี่ที่เข้าห้องมาก่อนจะหย่อนตัวลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามบอล
“ส่วนโทษผู้ให้สินบนจะต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับแม้ว่าการให้สินบนนั้นจะผ่านตัวกลางก็ตาม อยากรับโทษก็ได้นะ ทำเลยฉันจะได้นั่งดูพวกนายรับโทษอย่างสบายใจ”
“ฮ่าๆๆๆๆแหมๆ เป็นโทษที่น่ากลัวจังเลย แล้วไงล่ะ คิดว่าคนอย่างฉันกลัวหรอ เหอะ! เอาสิอยากทำทำเลย” บอลยกยิ้มแสยะพลางขยับใบหน้าเอามาใกล้ “เงินน่ะมันหอมหวานนะมันซื้อได้ทุกสิ่งบนโลกใบนี้ ฉันจะซื้ออะไรก็ได้ แม้แต่ความถูกต้อง ความขาวสะอาดหรือแม้กระทั่งชีวิต ฉันก็ซื้อได้”
ลูซี่มองกลุ่มเด็กตรงหน้าที่กำลังหัวเราะสะใจราวกับว่าตัวได้ชัยชนะแต่พวกเขาไม่รู้เลยว่าสิ่งที่พวกเขาคิดมันกำลังจะถูกทำลายในอีกไม่ช้า
“ก็ได้นะแต่นายอาจจะต้องจ่ายหนักหน่อย” เด็กพวกนั้นพากันหันมามองลูซี่ด้วยสีหน้าที่งงงวย
“พวกนายมีจำนวนสิบคนค่าประกันตัวประมาณสองแสนสิบคนก็สองล้าน ค่าเคลียร์เรื่องที่นายบอกอีกยี่สิบล้านใช่มั้ยก็บวกไปเป็นยี่สิบสองล้าน ค่าชดเชยให้ญาติเจมส์อีกสิบล้า บวกไปก็สามสิบสองล้านค่ารักษาพยาบาลเจมส์อีกราวๆ สี่แสนบวกไปสามสิบหกล้าน อ่อ แล้วค่าทนายในกรณีที่พ่อแม่นายโดนขุดเรื่องยักยอกเงินบริจาคกับเงินปรับปรุงถนนกับแชร์ลูโซ่ก็ราวๆ สี่สิบล้าน ถ้าเกิดผู้เสียหายฟ้องร้องเรื่องแชร์ลูกโซ่อีกก็น่าจะต้องจ่ายรวมๆ เป็นร้อยล้านนะ เป็นไง จ่ายไหวมั้ย”
“มึง!!!!”บอลพุ่งตัวเข้ากระชากคอเสื้อทำให้เหล่าตำรวจต้องรีบเข้ามาห้ามในทันที“มึงอย่าคิดว่าเกิดในตระกูลดังแล้วกูนะไม่กล้านะ กูอาจจะทำอะไรตระกูลมึงไม่ได้แต่มึงอย่าลืม ว่ามึงไม่ได้อยู่เดียว แฟนมึง แม่แฟนมึง ถ้ามึงทำพวกกูได้พวกกูก็ทำครอบครัวแฟนมึงได้เหมือนกัน-อั่ก!!”
ยังไม่ทันพูดจบลูซี่ก็ยกเท้าถีบเข้าเบ้าหน้าจนบอลล้มไปนอนกองกับพื้น“อ๊ากกก!!!”
ลูซี่เดินไปคร่อมตัวก่อนจะเอื้อมมือไปจิกผมขึ้นมา“ถ้าอยากลองดีมากนักก็ทำเลย ทำแล้วก็ทำให้ได้อย่างที่พูดล่ะเพราะถ้ามึงพลาดเมื่อไหร่ คนต่อไปที่จะหน้าแหกมันจะไม่ใช่มึง แต่เป็นพ่อแม่มึง”
พูดจบก็ทำการปล่อยผมอย่างแรงก่อนจะเดินออกจากห้องไปมือเรียวหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาส่งข้อความหาหัวหน้าบอดี้การ์ดคนสนิททำการสั่งคุมเข้มเพิ่มการดูแลครอบครัวไทม์
ตระกูลวรลักษณ์ไม่เคยกลัวแต่ก็ไม่เคยประมาทชีวิตครอบครัวไทม์สำคัญที่สุด ส่วนชีวิตเธอไม่สำคัญ ก็สัญญาแล้วไง ว่าต่อให้ตายเธอก็ปกป้องไทม์ให้ได้ ปกป้องจนชีวิตจะหาไม่