ความเงียบ...คือสิ่งแรกที่เซ็นสัมผัสได้เมื่อสติของเขาค่อยๆ ลอยตัวขึ้นจากห้วงนิทราที่ล้ำลึก มันไม่ใช่ความเงียบที่น่าอึดอัด แต่เป็นความสงบของห้วงอวกาศที่รับรู้ได้ผ่านแรงสั่นสะเทือนจางๆ ของยานและเสียงครางทุ้มต่ำของระบบพยุงชีพ
เขาลืมตาขึ้นช้าๆ แสงไฟสีนวลภายในห้องโดยสารไม่ได้ทำให้รู้สึกแสบตา ความรู้สึกที่ติดตัวเขามาจากการหลับใหลครั้งนี้ไม่ใช่ความหวาดกลัวหรือความสิ้นหวังเหมือนครั้งก่อนๆ ไม่มีความทรงจำอันโหดร้ายของการถูกไล่ล่า หรือความเจ็บปวดจากการสูญเสีย แต่เป็นบางสิ่งที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง...
มันไม่ใช่ความทรงจำของบุคคล แต่เป็นความทรงจำของ "กระบวนการ" เสียงคลิกที่น่าพึงพอใจของชิ้นส่วนที่เข้าล็อกกันอย่างสมบูรณ์แบบ, ภาพของแผนผังที่ซับซ้อนซึ่งไหลเข้าสู่ความเข้าใจอย่างเป็นเหตุเป็นผล, และความรู้สึกราวกับมีเครื่องมือเชื่อมพลาสมาอยู่ในมือ...มันคือ "จิตวิญญาณของนักสร้าง" และ "ความมุ่งมั่นที่จะไม่ยอมแพ้" ของ ÆLYA ที่ส่งผ่านมาถึงเขาอย่างชัดเจน
"ตื่นได้เวลาพอดีเลย" เสียงของซาเรียดังขึ้นจากที่นั่งนักบิน เธอหันมายิ้มให้เขา "เรากำลังจะถึงแล้ว...บ้านใหม่ของเรา"
เซ็นลุกขึ้นจากที่นั่ง เขารู้สึกกระปรี้กระเปร่าอย่างน่าประหลาด เขาเดินไปที่ช่องหน้าต่างหลักของยาน ภาพเบื้องหน้าคือดาวเคราะห์ "เอจิส เทอร์ร่า-03 Null" ที่ค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้น จากจุดแสงเล็กๆ กลายเป็นดวงดาวสีเขียวอมฟ้าที่งดงาม มันมีวงแหวนน้ำแข็งบางๆ โคจรอยู่รอบตัว สะท้อนแสงจากดวงอาทิตย์ในระบบจนดูเหมือนอัญมณีที่ลอยอยู่อย่างเดียวดาย
ยานค่อยๆ ลดระดับลงผ่านชั้นบรรยากาศที่หนาทึบ เผยให้เห็นทิวทัศน์ของที่ราบอันกว้างใหญ่สีเขียวเข้มและเทือกเขาหินสีเทารูปร่างแปลกตาที่ถูกกัดเซาะด้วยกาลเวลา มันคือดินแดนที่เปี่ยมด้วยศักยภาพ เปรียบเสมือนผ้าใบผืนใหม่ที่รอคอยการแต่งแต้ม
แต่แล้วสายตาของเขาก็ต้องประหลาดใจ เมื่อเห็นว่ายานไม่ได้มุ่งหน้าไปยังที่ราบว่างเปล่า แต่กำลังตรงไปยังสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ใจกลางหุบเขา มันคือศูนย์บัญชาการเก่าของเหมืองแร่ที่ควรจะถูกทิ้งร้าง แต่บัดนี้มันกลับมีแสงไฟสว่างขึ้นจากหลายอาคาร และมีลานจอดที่ดูสะอาดสะอ้านราวกับเพิ่งถูกปรับปรุงใหม่
"นั่น..." เซ็นพึมพำ "ที่นี่...ดูพร้อมใช้งานเกินกว่าที่ฉันคิดไว้นะ"
ซาเรียที่ควบคุมยานอยู่หันมายิ้มอย่างรู้ทัน "ก็คงเป็นฝีมือ 'ผู้สนับสนุนลับ' ของเราล่ะมั้ง...ท่านพ่อคงส่งทีมล่วงหน้ามาเตรียมการไว้ให้ตั้งแต่ที่เราขอใช้ดาวดวงนี้แล้วน่ะ เขาทั้งตื่นเต้นกับโปรเจกต์ของเราและก็คงอดเป็นห่วงลูกสาวไม่ได้"
เซ็นส่ายหัวเบาๆ อย่างขบขัน "นี่มันไม่ใช่แค่การสนับสนุนแล้วมั้ง...เรียกว่า 'สปอยล์' เลยดีกว่า"
ยานอวกาศของซาเรียค่อยๆ ลงจอดบนลานจอดที่ถูกปรับปรุงใหม่แล้วอย่างนุ่มนวล ประตูยานเลื่อนเปิดออก เผยให้เห็นทิวทัศน์ของดาวเคราะห์ดวงใหม่เป็นครั้งแรก
เซ็นก้าวเท้าลงบนดินแดนแห่งนี้เป็นคนแรก เขาสูดอากาศเข้าไปเต็มปอด มันให้ความรู้สึกสดชื่นและบริสุทธิ์ แต่ก็มีกลิ่นอายของแร่ธาตุและพืชพันธุ์ที่ไม่คุ้นเคยเจืออยู่ กลิ่นเหมือนโอโซนหลังฝนตกผสมกับกลิ่นหอมหวานจางๆ ของดอกไม้ที่ไม่รู้จักชื่อ
"อากาศที่นี่ดีนะ..." ซาเรียที่เดินตามลงมาเอ่ยขึ้น "แต่อย่าสูดนานเกินไปล่ะ ในชั้นบรรยากาศมีจุลินทรีย์บางอย่างที่ร่างกายเรายังไม่รู้จัก อยู่ข้างนอกนานๆ เรายังต้องใช้หน้ากากช่วย" เธอกล่าวพลางโยนหน้ากากกรองอากาศดีไซน์เพรียวบางมาให้เขา
"เข้าใจแล้ว" เซ็นตอบรับ เขาหันไปมองซาเรีย ก่อนจะทอดสายตาไปยังศูนย์บัญชาการที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า และผืนดินอันกว้างใหญ่ที่ทอดยาวไปสุดลูกหูลูกตา ในหัวใจของเขาตอนนี้เต็มไปด้วยความหวังและความมุ่งมั่น เขาตระหนักได้ในทันทีว่า...สถานการณ์ของเขากับ ÆLYA ไม่ต่างกันเลย ทั้งคู่ต่างเริ่มต้นใหม่จากซากปรักหักพัง และทั้งคู่ต่างเริ่มต้นด้วยเจตจำนงที่จะสร้างอนาคตด้วยมือของตัวเอง
"เอาล่ะ..." เขากล่าวด้วยรอยยิ้ม
"มาเริ่มกันเถอะ"
ก้าวแรกบนดาวดวงใหม่ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว...
ณ ดินแดนแห่งความหวังแห่งนี้ พวกเขาจะสร้างอนาคตแบบไหน? และความท้าทายแรกในการปลุก "รูนิกพาวเวอร์คอร์" ให้ตื่นขึ้นจะเป็นอย่างไร?
การเดินทางของโซเลนเดลได้เริ่มขึ้นแล้ว ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนะครับ