บทที่9 งานต่อเนื่อง
"ไม่ใช่เ้าแล้วจะเป็ใครได้อีกฮะกลิ่นอายเวทนี้ของเ้าทั้งหมดเลยนะ"น้ำเสียงทุ้มต่ำกดดันพร้อมกับดวงตาสีทองที่คมกริบจ้องไปที่เทพินที่ยืนหน้าซีดอยู่
“ผมเหรอ? ไม่นะ เวทโจมตีผมไม่ได้รุนแรงขนาดนี้สักหน่อยนายก็รู้อีกอย่างผมไม่ใช่ไกรา พลังเวทไม่ได้สูงขนาดนั้น” เด็กหนุ่มโบกมือปฏิเสธ
เขาใช้เวทโจมตีตรงๆ ก็จริงแต่พลังมันต้องเบามากเพราะความไม่เสถียรของพลังต่อให้เป็จุดสูงสุดของพลังแค่ทำให้าเ็หนักเท่านั้น แต่ไอ้ที่ตูมตามวินาศสันตะโรนั่นน่ะไม่มีทางเป็เขาหรอกพลังไม่มากพอจะะเิได้ขนาดนั้น
แต่กลิ่นอายพลังเป็ของเขาทั้งหมดนี่สิ
เทพินขบคิดปัญหาไม่แตก มันดูเหมือนจะมีอะไรหลายๆอย่างที่ดูผิดเพี้ยนไป แต่มันเริ่มเพี้ยนที่ตรงไหนเขาก็ไม่รู้อาจจะั้แ่แรกหรืออาจจะั้แ่ผ่านวันเกิดมาเมื่อวาน และเมื่อถูกจ้องมากๆเข้าเทพินก็เริ่มอยู่ไม่สุข รีบพูดบ่ายเบี่ยงออกไป
"เอาเถอะ มันเกิดไปแล้วจะเวทใครก็ช่างมันเถอะครับผมว่าตอนนี้เราออกไปจากที่นี่กันดีกว่านะ... เอ่อดูเหมือนเขตแดนทับซ้อนก็แตกไปแล้วด้วย" เทพินเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าดวงตาของผู้มีพลังมองไม่เห็นพลังของอาณาเขตแล้ว ไม่เหลือเลยสักชั้นเดียว
"จริงด้วยแฮะ อาณาเขตหายไปแล้ว"เคไนน์เงยหน้าขึ้นมองตาม
"ภารกิจ... เสร็จสิ้น"ไกราหนุ่มหล่อถอนหายใจยาว ดวงตาสีดำขลับเหลือบมองเทพินถอนหายใจออกมาเช่นกันไกราหนุ่มเดินไปจับข้อมือเทพินทันที "ไปกัน"
"ฮะ? ไปไหน?"
"งานนาย"
"ผมไปเองได้ไม่ต้องมาจับเลยครับ"เทพินสะบัดมือออกแต่ไม่หลุด
"ช่วยกัน"
"ไม่จำเป็ต้องช่วย ผมมีเพื่อนร่วมงานอยู่"
"ช่วย"
"บอกว่าไม่ต้องไงครับ!"
"ก็จะช่วย"ไกราหนุ่มหล่อทั้งจริงจังและเอาแต่ใจ
"..."เทพินจิกตามองไกราหนุ่มครั้งหนึ่งแล้วถอนหายใจยาว "ตามใจคุณก็แล้วกันแต่ปล่อยมือด้วยครับ จับแบบนี้ผมรู้สึกไม่โอเค... แล้วนั่นนายจะมองอีกนานไหมเคไนน์ไม่ไปด้วยกันหรือไง"
"ไปๆ เ้าจะทิ้งข้าไม่ได้นะเทน"จิ้งจอกอสูรร้องเสียงอ่อนเสียงหวานแล้วเปลี่ยนจากร่างมนุษย์มาอยู่ในร่างจิ้งจอกแคระขนปุยะโเกาะไหล่ของเ้านายเทพินยกยิ้มขำเล็กน้อย ก่อนจะเดินนำออกไปโดยไม่สนใจใครและไม่สนใจพื้นที่เลย เพราะความเสียหายที่ต้องเก็บกวาดนั้นอยู่อีกจุดหนึ่งซึ่งเป็จุดที่เทพินต้องไปทำงานของเขา
พักใหญ่กว่าจะมาถึงจุดที่ต้องเก็บกวาดเทพินมองความเสียหายที่เกิดขึ้นในบริเวณนี้แล้วคิ้วกระตุก เศษหินและแอ่งน้ำมากมายและเพราะเสียหายมากกว่าพื้นที่เก็บกวาด มันเลยท่วมทับนักเก็บกวาดอีกสองคนที่ถูกจ้างมาด้วย
"คุณเฮฟ คุณทอม! ไปทำอะไรอยู่ใต้โคลนครับ"
"ใครอยากจะมาอยู่อย่างนี้กันไอ้หนูเทน!"
"อย่ามัวแต่ถาม มาช่วยพวกเราออกไปทีไอ้หนูเทน!"สองนักเก็บกวาดเงยหน้าที่เปื้อนไปด้วยดินโคลนมาถลึงตาใส่เด็กหนุ่มที่ยังยืนมองเฉยๆ
"ครับๆ" เทพินพยักหน้ารับอย่างขบขันก่อนจะเข้าไปช่วยเก็บดึงตัวออกมา ส่งตัวพวกเขาและจิ้งจอกอสูรให้กับไกราหนุ่มดูแลส่วนตัวเขาก็หันไปทำงานของตัวเองเพราะดูแล้วความเสียหายส่วนใหญ่ที่ส่งมาที่นี่เป็ฝีมือของเขากับจิ้งจอกอสูรนั่นแหละ
งานหนักไม่คุ้มเงินจริงๆ เลย
เด็กหนุ่มตาสีม่วงเริ่มร่ายเวทอีกครั้งรอบนี้ไม่ใช่เวทธาตุแต่เป็เวทที่ไม่อาจระบุสายพลังได้พลังนั้นทำให้ดินโคลนและแอ่งน้ำสลายไปกับพื้นดินอย่างช้าๆ ต้นไม้รอบๆที่ถูกดินโคลนสาดซัดจนเอนเอียงก็ถูกดึงกลับมาตั้งตรงเหมือนเดิมและด้วยความใจดีเขายังสาดน้ำใสๆ เย็นๆ ไปทางสองหนุ่มที่เปื้อนโคลนเพื่อชำระล้างร่างกายด้วย
สาดครั้งเดียวเปียกครบทุกคน...ไม่เว้นไกราและจิ้งจอกอสูร
"เ้าตั้งใจใช่ไหมเนี่ย!!"เคไนน์โวยวายเสียงแข็งพลางสะบัดขนไล่น้ำไกราหนุ่มหล่อมุมปากกระตุกมองเทพินตาเขียวด้วยเหมือนกัน
"เปล่านะครับ แค่หวังดีช่วยล้างดินให้กับพวกเขาเท่านั้นแต่ไม่รู้ทำไม พลังที่ใช้ออกไปถึงได้เยอะนักก็ไม่รู้" เขาพูดความจริงพลังของเขาควบคุมความแรงได้ยากขึ้นมากนอกจากปริมาณพลังแล้วยังควบคุมคุณสมบัติที่ใช้ออกไปไม่ค่อยได้ด้วย
เทพินก้มมองมือตัวเองแล้วขยับไปมา ความรุนแรงของพลังรูปแบบของพลัง ทิศทางการใช้พลัง ขอบเขตของพลัง ระดับพลังเวทที่ใช้...เหมือนเวทรวน... ร่ายอีกอย่างเป็อีกอย่าง ไม่ได้ดั่งใจเลยถึงปกติมันจะไม่ได้ดั่งใจอยู่แล้วก็เถอะ
ในตอนนี้มันไม่เสถียรมากเกินไปหรือเปล่านะ แต่ผลลัพธ์ที่ได้ก็ออกมาไม่แย่แฮะ
“ข้าว่าเ้าเริ่มมีปัญหาแล้วล่ะเทน” จิ้งจอกอสูรเริ่มรู้สึกแปลกๆแล้ว เทพินไม่ค่อยควบคุมพลังพลาดมากขนาดนี้แล้วที่ผ่านมาก็ไม่เคยใช้พลังเวทอย่างสิ้นเปลืองแบบนี้ด้วย
“ผมก็ว่างั้น” กลับไปคงต้องไปนั่งศึกษาตัวเองหน่อยแล้ว
หลังจากเก็บกวาดเรียบร้อยจนทุกอย่างเกือบอยู่ในสภาพเดิมแล้วเขาก็หยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาถ่ายรูปเก็บเอาไว้เป็หลักฐานเพื่อนำไปยืนยันกับทางสมาคมก่อนจะเดินไปคว้าจิ้งจอกอสูรมาถือไว้ พร้อมทั้งกล่าวลา
“งานเสร็จแล้ว ผมกลับล่ะ”
“เดี๋ยว” ไกราหนุ่มหล่อเดินมาขวางหน้าไว้
“อะไรอีกครับ”
“ชื่อ?”
“เทพิน เรียกสั้นๆ ว่า เทน ก็ได้ ส่วนจิ้งจอกอสูรนี่ชื่อ เคไนน์”
ไกราพยักหน้าแล้วชี้นิ้วใส่ตัวเอง "ฟอร์ม"
"ยินดีที่ได้รู้จักครับ" เด็กหนุ่มตาสีม่วงค่อมหัวให้เล็กน้อย"งั้นไปก่อนนะครับ ถ้ามีโอกาสคงได้ร่วมงานกันอีก"
เทพินเดินออกไปอย่างรวดเร็วตรงไปยังรถที่จอดอยู่เพื่อเดินทางกลับโรงแรมที่พักในวันนี้เขาเหนื่อยแบบแปลกๆ ทั้งเหนื่อยกายเหนื่อยใจและปวดหัวกับเื่ของตนเองที่ดูจะมีปริศนาให้ขบคิด
หวือ~ หวือ~
เสียงไซเรนที่ดังขึ้นจากรถพยายามที่เพิ่งขับสวนรถของเทพินออกไปเด็กหนุ่มปรายตามองเล็กน้อยก่อนจะจอดรถ แล้วก็ถอยหลังกลับไปหาที่จอดรถใหม่ที่ไม่ได้อยู่ใกล้กับโรงแรมทำให้จิ้งจอกอสูรที่อยู่ในรถต้องแปลกใจกับการกระทำของเขา
"ทำไมไม่ไปจอดในที่เดิมในโรงแรมล่ะเทน"เคไนน์เอ่ยถาม
"ฟังจากเสียงไซเรน โรงแรมตอนนี้มีตำรวจอยู่เต็มไปหมดแน่เลยถ้าเป็นักท่องเที่ยวธรรมดายังพอว่าแต่นายน่ะแปลกแยก เคไนน์ไม่มีเอกสารการเป็มนุษย์เลยเข้าไปตอนนี้ได้โดนตรวจสอบแน่ถ้าไม่เตรียมอะไรเอาไว้ก่อน" เทพินให้เหตุผล พอจอดรถเรียบร้อยแล้วก็หันมามองจิ้งจอกแคระสีขาว
"ข้าอยู่ในร่างจิ้งจอกก็พอไม่ใช่เหรอแบบนั้นแล้วมนุษย์ธรรมดาก็จะมองไม่เห็น แล้วก็ไม่ต้องตรวจด้วย"เคไนน์เอียงคออย่างไม่เข้าใจ หายตัวแค่นี้ไม่ยุ่งยากหรอก
"พวกคนในโรงแรมน่ะเข้าใจว่าพวกเรามาด้วยกันยังไงพวกนั่นต้องจำได้แน่เพราะนายหน้าตาดีเกินไปสาวๆ หน้าฟรอนท์หวีดกันเป็พิเศษแถมผมยังเป็คนเดียวที่อยู่ข้างๆ ด้วยยังไงก็จ้องจะงับหัวบีบคอผมเค้นเื่นายอยู่แล้วล่ะ"
"พูดซะอย่างกับสาวโรงแรมน่ากลัว"
"ก็น่ากลัวอยู่นะ" เทพินกรอกตาไปมาขณะลงจากรถเคไนน์เองก็ถอนหายใจแล้วะโตามลงมา โชคร้ายที่ตอนเดินทางมาแบบมนุษย์ไม่อย่างนั้นคงไม่ต้องยุ่งยากเื่ตรวจสอบ
"แล้วเ้าจะเอายังไง" จิ้งจอกอสูรถามขณะเกาะไหล่เด็กหนุ่มกลอกตาไปมาก่อนจะยกมือขึ้นแตะริมฝีปากอย่างครุ่นคิด
"เข้าไปแบบไม่มีนายก็อาจจะน่าสงสัยแต่น่าจะดีกว่าเข้าไปแล้วถูกตรวจสอบ ถ้าจะอ้างเป็ไกราก็ไม่มีตราสัญลักษณ์ซะด้วยสิ"
"ทำไมจะไม่มีล่ะในเมื่อก็เ้าเป็คนของตระกูล...แค่กๆ ข้าขอโทษ ข้าผิดไปแล้ว ไม่ต้องจิกตามองเหมือนจะฆาตกรรมแบบนั้นก็ได้ ข้าแค่เบลอ"
"..." ดวงตาสีม่วงอ่อนที่จิกทิ่มอย่างรุนแรงเขาเคยพูดไปแล้วนะว่าอย่าเอาเื่ตระกูลมาพูดอยากจะถูกถลกหนังมาทำผ้าพันคอหรือไงเ้าจิ้งจอกแคระ
"อะ... เอาตามที่เ้าคิดแล้วกัน อะไรก็ได้" จิ้งจอกอสูรเอาตัวรอดไว้ก่อนหากไม่พูดเปลี่ยนเื่เด็กหนุ่มตรงหน้าคงหาเื่ตบตีเขาแน่ๆ
เมื่อไม่มีคนเถียงอีกเทพินก็เดินไปยังโรงแรมที่ตอนนี้กำลังเต็มไปด้วยรถพยาบาลและรถตำรวจเต็มไปหมดเด็กหนุ่มตาสีม่วงกับจิ้งจอกหนุ่มแคระมองหน้ากันเองเล็กน้อย เมื่อมาถึงตรงเส้นกันสถานที่ตำรวจที่อยู่ใกล้ที่สุดก็เข้ามาขวางพวกเขาไว้
"ตอนนี้เข้าไปในโรงแรมไม่ได้นะครับ" นายตำรวจกล่าว
"ผมเป็ลูกค้าน่ะครับ เพิ่งกลับจากไปดูงานเทศกาลมาไม่ทราบว่าตอนนี้เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ?" เทพินถามหน้าซื่อๆ ไร้พิษภัย
"อ้อ ลูกค้าในโรงแรมงั้นเหรอครับสักครู่นะครับ" นายตำรวจบอกก่อนจะวิ่งไปหาผู้บังคับบัญชาที่อยู่ไม่ไกลนักเทพินปรายตามองตำรวจนิดหน่อยก่อนจะหันไปมองตัวอาคารเงียบๆ
ตัวอาคารภายนอกยังคงปกติดี... ในสายตาของมนุษย์...แต่กับสายจากของผู้มีพลังแล้วล่ะก็มันไม่ปกติเลยสักนิดเดียว อาณาเขตสีดำหม่นๆนั่นทำให้ความรู้สึกน่าขยะแขยงอย่างบอกไม่ถูกอีกทั้งความบิดเบี้ยวที่เกิดขึ้นเป็ระยะนั้นก็มาจากการที่ภายในมีมิติแปลกๆปรากฏขึ้นด้วยแม้จะยังไม่ได้เข้าไปภายในมิตินั้นเทพินก็สรุปไปแล้วว่าที่นั่นคงไม่น่าพิสมัยสำหรับมนุษย์อย่างเขาแน่นอน
ไม่นานนักนายตำรวจคนนั้นก็กลับมาอีกครั้งพร้อมกับขอกุญแจห้องโรงแรมจากเด็กหนุ่ม เขายอมให้เขาโดยดีแต่ก็มีข้อแลกเปลี่ยนคือให้เข้าไปในล็อบบี้โรงแรมด้วยซึ่งในส่วนนี้ก็ไม่เป็ปัญหาอะไรอยู่แล้วเมื่อได้รับการยืนยันว่าเป็ลูกค้าของโรงแรมจริงและเขาก็ได้กุญแจห้องคืนมาหลังจากนั้น
เมื่อเข้ามาถึงภายในล็อบบี้เทพินและเคไนน์เดินตามเข้ามาก็คิดกระตุกกันเป็แถวก่อนจะหันไปมองหน้ากันเองอย่างรู้สึกประหลาดๆ
"กลิ่นอายน่าสะอิดสะเอียดที่สุดเลย"เทพินพึมพำพลางเบ้หน้า
"จะอ้วก" เคไนน์พูดสั้นๆ แค่นั้นจริงๆก่อนจะแอบใช้พลังปัดเป่าเอากลิ่นอายน่าสะอิดสะเอียนนี้ออกไปให้ห่างจากกายแล้วรอบตัวพวกเขาก็เต็มไปด้วยอากาศบริสุทธิ์อีกครั้งแน่นอนว่าเขายังเผื่อแผ่มาให้เทพินได้สูดอากาศดีๆ ด้วย
"คิดว่าจะช็อกตายเพราะกลิ่นน่าคลื่นไส้นี่ซะแล้วให้ตายสิ ตอนก่อนออกไปจากโรงแรมไม่เห็นจะมีเลยนี่นา ขอบใจนะช่วยได้เยอะเลย"เทพินหันไปขอบคุณนิดหน่อยก่อนจะกวาดตามองหาคนที่ดูเหมือนจะเป็ผู้จัดการโรงแรมแห่งนี้พอพบเห็นคนที่คิดว่าใช่แล้วก็เดินตรงเข้าไปหาโดยไม่สนใจพนักงานที่จะเดินเข้ามาห้ามหรือพูดคุยอะไรเลย
"ขอโทษนะครับ ใช่คุณอาทิธรึเปล่าครับ?"เด็กหนุ่มถามเสียงสุภาพเป็การเป็งานให้กับชายวัยกลางคนที่อยู่ในชุดสูทหรูหราเขาหันใบหน้าที่มีความกังวลมามองเด็กหนุ่มตาสีม่วงแล้วพยักหน้ารับ
"ใช่แล้ว ผมชื่ออาทิธครับไม่ทราบว่ามีธุระอะไรกับผมงั้นเหรอครับ?"
"ครับ พอดีว่าผม..."เด็กหนุ่มหยิบเอาการ์ดสีน้ำเงินมีลวดลายสีส้มมายื่นให้กับอาทิธ "ผมมาจากสมาคมครับเป็นักเก็บกวาด คุณเป็ผู้ว่าจ้างใช่ไหมครับ"
"อ่า ใช่ครับ งานเสร็จแล้วหรือครับ" อาทิธดูสีหน้าไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่เมื่อรับการ์ดในมือมาเทพินขยับยิ้มพลางหยิบสมาร์ทโฟนออกมาแล้วกล่าว
"งานเสร็จแล้วครับ นี่เป็รูปถ่ายหรือสามารถให้คนตรวจสอบสถานที่ได้"
"อ้อครับ ถือว่าตรวจสอบแล้ว ผมจะเซ็นยืนยันให้ครับ"ชายหนุ่มหยิบปากกาออกมาเซ็นชื่อบนการ์ด เมื่อเสร็จชื่อเรียบร้อยแล้วการ์ดก็หายไป
การ์ดนี้เป็เวทรูปแบบหนึ่งที่ใช้ในการยืนยันการเสร็จสิ้นภารกิจที่ยืนยันได้จริงทำให้ปลอมแปลงเมื่อเซ็นชื่อลงไปเรียบร้อย จำนวนเงินจะโอนเข้าบัญชีกลางไปพร้อมกันด้วยก่อนจะถูกส่งต่อให้นักเก็บกวาดเมื่อมายืนยันภารกิจที่สมาคม
"เอ่อ แล้วมีไกราตามมาด้วยหรือเปล่าครับ" อาทิธมองซ้ายมองขวามองหาไกราแต่รอบตัวของเด็กหนุ่มไม่มีใครเลยนอกจากจิ้งจอกอสูรสีขาวตัวหนึ่งเท่านั้น
"ไม่หรอกครับ งานเสร็จก็แยกย้าย...หรือว่าไกราที่มาทำงานริมแม่น้ำคุณก็จ้างมาเหรอครับ?"
"ใช่ครับ เขาเข้ามาคุยเมื่อวานแล้วก็ยังไม่ได้มาพบกันอีก"
"อ้าว ไม่มายืนยันกับผู้ว่าจ้างก่อนเหรอ"
"อาจจะไปพักก่อนก็ได้นะเจ็บหนักกันน่าดูนี่นา" เคไนน์ออกความเห็นบ้าง
"มาอีกทีพรุ่งนี้ล่ะมั้งครับ"ผู้จัดการหนุ่มตอบอย่างไม่ค่อยแน่ใจนักเขาเองก็คงพอคาดเดาได้ว่างานของไกราไม่ใช่งานง่ายๆ ไม่สามารถเดินทางมาได้หลังเสร็จงาน"แต่ไม่เป็ไรครับ ผมก็จ้างไกราอีกกลุ่มมาแล้ว"
"เอ๊ะ? จ้างเพิ่มเหรอครับมีงานอะไรหรือเปล่า"
"ก็มีครับ... จริงสิ งั้นผมจ้างต่อเลยได้ไหมครับงานเก็บกวาดน่ะ"
"หืม?" เทพินหรี่ตามองดวงตาสีม่วงเต็มไปด้วยความหวาดระแวง "มีงานอะไรอีกครับเนี่ยผมไม่รับงานนอกเหนือใบสั่งของสมาคมหรอกนะครับ"
"ช่วยหน่อยเถอะนะเทพินทั้งจำนวนเงินและข้อมูลทางเราเตรียมไว้ให้เรียบร้อยแล้วนะครับจ่ายเป็เงินสดให้เลยด้วย" อาทิธตอบก่อนจะยื่นแฟ้มเอกสารมาให้เทพินไม่หยิบแต่มองมันนิ่งๆ
"คือผม... ขอคิดดูก่อนได้ไหม"
"ได้ครับ แต่ผมคาดหวังว่าเธอจะรับงานนี้ เพราะถ้ารอทางสมาคมโรงแรมของผมคงเสียหายไม่น้อยทีเดียว"
"แหะๆ ...ครับ" เทพินที่ถูกกดดันยิ้มแห้งๆก่อนจะรับเอกสารนั้นมาลองอ่านก่อนเขาเดินหลบออกไปทางมุมหนึ่งที่เงียบสงบโดยที่ไม่มีใครขวางหรือเข้าไปก่อกวน
"นั่นใครเหรอคะผู้จัดการ" หญิงสาวคนสวยใกล้ตัวเขาซึ่งน่าจะเป็เลขานุการก็เข้ามาถามเมื่อเห็นผู้จัดการของตนเองพูดจากับเด็กวัยรุ่นอย่างสุภาพผิดปกติ
"เป็คนจัดการปัญหาด้านความเสียหายโดยเฉพาะน่ะ ถ้ามีเขาอยู่ก็ไม่ต้องกลัวความเสียหายที่มากเกินไปแล้วล่ะคุณรัตนา"ผู้จัดการตอบ
"คนจัดการปัญหาด้านความเสียหาย?"รัตนาเอียงคอมองตาปริบๆ "จัดการปัญหาเื่คดีฆาตกรรมต้องใช้คนจัดการความเสียหายด้วยเหรอคะ?"
"หึๆ มันไม่ใช่แค่คดีฆาตกรรมหรอกนะคุณรัตนาแต่มีเขาอยู่ด้วยก็สบายใจแล้ว งานจะได้ง่ายขึ้น"ชายวัยกลางคนหัวเราะก่อนจะเดินออกไปด้านนอกโรงแรมด้วยความสบายใจขึ้นราวกับเด็กหนุ่มคนนั้นตอบรับงานแล้วทิ้งให้หญิงสาวต้องมองตามอย่างสงสัยเหมือนเดิม เธอหันกลับไปมองเด็กหนุ่มตาสีม่วงอีกครั้งพร้อมกับรอยยิ้มเหยียดที่ไม่บ่งบอกอารมณ์
"เด็กแบบนั้นจะไปจัดการอะไรได้" เธอพูดแค่นั้นก่อนจะเดินตามอาทิธไปโดยไม่หันกลับไปมองเด็กหนุ่มอีก
เทพินนั่งอ่านข้อมูลเพียงไม่นานก็พักสายตาเอนตัวพิงพนักเก้าอี้วางเอกสารไว้ตรงหน้าอย่างไม่เห็นความสำคัญก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ
"งานมันน่าเหนื่อยใจขนาดนั้นเลยหรือ" เคไนน์ถามอย่างสนใจ
"ไม่ใช่เื่งานหรอกแต่รู้สึกแย่กับบรรยากาศ...โดยเฉพาะตรงนั้นแย่เป็พิเศษ" เทพินเวียนหัวมาก หายใจไม่ออก เหมือนที่ตรงนั้นเป็ศูนย์รวมหมอกสีดำ
"มันก็รู้สึกแย่จริงๆ นั่นแหละ"
"ยังไงก็เถอะ ผู้จัดการคนนั้นเป็คนมีพลังพิเศษน่าจะมองเห็นอาณาเขตนี่แล้วและน่าจะจ้างไกราที่รู้จักมาแล้วด้วยถึงได้้านักเก็บกวาดอย่างนี้"
"แล้วเ้าก็จะรับงานหรือ?"
"งานก็ไม่ได้ดูยากหรอก เงินก็ไม่เลวนายก็ลองอ่านดูสิ"
"อืม" เคไนน์แปลงร่างมาอยู่ในร่างกึ่งมนุษย์ก่อนจะหยิบเอกสารขึ้นมาอ่าน "งานไม่แย่แต่น่าขยะแขยงกว่าที่คิด"
เทพินพยักหน้าเบาๆ อธิบายลักษณะงานที่เพิ่งอ่านไป "มีคนถูกฆ่าตายอย่างปริศนาหลายศพภายในโรงแรมแห่งนี้ไม่พบร่องรอยของฆาตกรใดๆ ทั้งสิ้นในที่เกิดเหตุแต่ละแห่งาแที่เกิดขึ้นกับศพทั้งหมดเป็รอบเล็บและเขี้ยวของสัตว์ป่า... สรุปได้ว่า...เป็งานปราบปีศาจระดับต่ำที่มีสัญชาตญาณดิบสูงเป็ประเภทกินเนื้อก็จริงแต่ที่ศพแต่ละศพในข้อมูลที่ได้มาเนี่ยไม่ได้ถูกกินไปคิดว่าน่าจะเป็แบบล่าไปเฉยๆ มากกว่า"
"พวกปีศาจระดับกลางสินะ" เคไนน์กล่าวเด็กหนุ่มพยักหน้ารับ
"ก็คงคิดได้แบบนั้นถ้าเป็พวกระดับต่ำคงไม่ทำให้เกิดหลายศพได้เร็วขนาดนี้หรอก"
อย่างมากก็คงวันละศพเท่านั้นแหละนะเทพินคิดต่อในใจ ปีศาจระดับต่ำมันจะออกล่าเพื่อกินหรือมีคนไปยุแหย่มันเท่านั้น
"เพราะเป็งานที่เกิดจากปีศาจและต้องจ้างไกราแต่งานนี้ไม่น่าจะต้องจ้างนักเก็บกวาดเลยนี่นา" เคไนน์วิเคราะห์ ลักษณะงานคือเก็บกวาดความเสียหายไม่ได้เก็บศพนะ
"มีความเป็ไปได้อยู่อย่างนะ"เทพินกระตุกยิ้มมุมปาก "พวกนั้นไม่้าให้เื่นี้เป็ข่าวมากเกินไป ้าเก็บกวาดหลักฐานจริงและสร้างหลักฐานเท็จขึ้นมาเพื่อให้ชื่อเสียงของโรงแรมถูกทำลายน้อยลง"
"หา? ทำไปเพื่ออะไรยังไงก็เสียชื่อเสียงเหมือนกัน"
"มันเป็รูปแบบหนึ่งของการรักษาผลประโยชน์ยังไงการเสียผลประโยชน์น้อยก็ยังดีกว่าเสียผลประโยชน์มากล่ะนะ"
"อ้อ เพื่อผลประโยชน์สินะ" เคไนน์ส่ายหน้าอย่างเอือมระอา
"ช่วยไม่ได้หรอกเงินเป็ปัจจัยหนึ่งที่ขาดไม่ได้" เทพินหัวเราะเบาๆ ในลำคอ "เอาเถอะถึงไม่อยากรับแต่เงินดีอยู่ ผมคงช่วยเหลือแต่คงแค่เก็บกวาดเท่านั้นแหละนะในเื่ของการสร้างหลักฐานปลอมพวกนั้นต้องจัดการกันเอาเอง"
"อื้ม!" จิ้งจอกอสูรพยักหน้าเห็นชอบ
เทพินวางเอกสารลงแล้วเท้าคางมองออกไปยังตำรวจที่กำลังดำเนินการตรวจสอบสถานที่อย่างวุ่นวายแล้วพ่นลมหายใจออกมาถึงจะแอบสงสารเห็นใจตำรวจแต่มันก็ช่วยไม่ได้งานของพวกเขาก็มีแค่เก็บกวาดสิ่งที่เกิดขึ้นจากฝีมือปีศาจและไกราเท่านั้นหากทำลายหลักฐานไปบ้างพวกตำรวจมาเอาผิดไม่ได้อยู่แล้ว แต่ถ้าให้ไปสร้างหลักฐานปลอมด้วยนี่สิมีแววจะถูกจับแน่...เผลอๆ เขาอาจจะถูกจับโดยสมาคมด้วยซ้ำเพราะขัดต่อกฎการให้ความร่วมมือ ฉะนั้นไม่เสี่ยงดีกว่า
"งั้นนั่งรอจนกว่าไกราจะมาก็แล้วกัน"เทพินตัดสินใจแล้ว เขาจะไม่ขยับไปไหนจนกว่าไกราจะมาส่วนจิ้งจอกอสูรก็ใช้พลังปกป้องเทพินไปเงียบๆ ในขณะนั่งพัก
แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เกิดให้เด็กหนุ่มแสดงพลังอีกเขาก็ไม่มั่นใจว่าพลังที่ขาดๆ เกินๆของเทพินจะไม่สร้างเื่ถล่มโรงแรมราบเป็หน้ากองแทนที่จะได้เก็บกวาดแค่หลักฐาน...
กว่าไกราจะมาก็หนึ่งชั่วโมงหลังจากนั้นดูท่าจะเดินทางออกมาจากเมืองชั้นในโดยตรง ไกราที่มามีแค่สามคนเท่านั้นหนึ่งในสามเปิดเผยหน้าตาอย่างชัดเจน เป็เด็กผู้หญิงที่ตัวสูงพอๆ กับเขา ผมสีน้ำตาลแดงยาวถึงกลางหลังใบหน้าสวยคม ดวงตากลมโตสีส้มสว่าง ท่าทางดูทะเล้นขี้เล่น ตราที่เสื้อคลุมเป็สัญลักษณ์รูปดวงอาทิตย์
คนของตระกูลผู้ได้รับพรจากเทพีสุริยา
นี่มันวันอะไรเนี่ยทำไมถึงเจอสองในห้าตระกูลใหญ่ของอินฟลัวในวันเดียวกันด้วย หรือไม่ผู้จัดการโรงแรมคนนี้คงใหญ่มากเชิญได้ไกราสุริยาและไกราจันทรา
กลุ่มของไกรานั่นได้ไปคุยกับผู้จัดการเรียบร้อยอีกฝ่ายเหมือนจะผายมือมาทางเข้าได้ แต่เทพินไม่ได้เข้าไปร่วมบทสนทนาเพราะนักเก็บกวาดนั้นไม่จำเป็ต้องรู้จักกับไกราและเขาไม่จำเป็ต้องรู้เื่งานของทางนั้น
"ไม่ไปคุยงานจะดีเหรอ"เคไนน์ถามแล้วใช้หางฟูๆ เขี่ยแก้ม
"ไม่ล่ะ ยังไงงานของไกราก็กำจัดปีศาจ เราไม่ได้เข้าไปด้วยและผมเองก็ไม่อยากเข้าไปยุ่งกับปัญหาของชาวบ้านเหมือนกันแค่ตอนไปลุยที่ริมแม่น้ำนั่นก็เหนื่อยจะแย่แล้ว ถ้าต้องไปช่วยชีวิตไกรานั่นอีกผมต้องเหนื่อยตายแน่ๆ"เทพินถอนหายใจเหนื่อยหน่าย หากพวกเขาต้องตามไกราไปจริงๆเ้าจิ้งจอกอสูรใจดีนี่ต้องช่วยไกราพวกนั้นแน่ๆ
"แต่ว่านะ..."
"เคไนน์ เป็ตาเฒ่าแล้วอย่างอแงครับ"
"ใครตาเฒ่ากันห๊า! ถึงอายุข้าจะมากแต่ก็ยังไม่แก่เฟ้ย!!"
"หงอกทั้งตัวขนาดนี้น่ะเหรอ?"
"ไม่ได้หงอก สีขาว! แล้วร่างมนุษย์ก็สีเงินไม่มีหงอก!!"
"อ้อ เข้าใจล่ะ หงอกก็หงอก"
"นี่เ้า!!" เคไนน์เอาหางฟูฟ่องตบหน้าเทพินแต่ไม่โดนหน้าของเด็กหนุ่ม เขายกมือขึ้นมาตบจิ้งจอกอสูรตกพื้นไปมันกระดกหัวขึ้นมาโวยวายอีก เสียงโวยวายนั่นไม่ได้เข้าหูเลย
"หนวกหูน่าเคไนน์"เทพินเอาเท้าเขี่ยจิ้งจอกทิ้งไปแล้วหันไปจับจ้องไกราแทนพวกนั้นเดินขึ้นบันไดไปแล้ว เด็กหนุ่มยกมุมปากขึ้นกับความรอบคอบของไกราที่ไม่ขึ้นลิฟท์
เพราะในลิฟต์มันแคบไง ถ้าเกิดถูกจู่โจมในลิฟต์ล่ะก็ยากที่จะรอดมาได้พวกไกราคงคิดเผื่อเอาไว้แล้ว ถึงไกราจะมีพลังชีวิตเยอะร่างกายแข็งแรงแต่ก็ไม่ได้สูงไปกว่าปีศาจ พลังของอาณาเขตหมอกดำนี่เองก็บั่นทอนการมองเห็นไปด้วย
"เออนี่ ข้าเพิ่งนึกได้ว่าในงานมีจุดที่ดูผิดปกติอยู่น่ะ"จิ้งจอกอสูรที่เลิกโวยวายแล้วกลับขึ้นมานั่งบนเก้าอี้ดีๆ ถามขึ้น
"แปลกยังไงล่ะ?" เทพินถามกลับ
"ก็... เท่าที่อ่านดูเหมือนลูกค้าที่พักในห้องนั้นๆจะเป็ผู้หญิงทั้งหมดเลยด้วย แล้วไกรากลุ่มใหม่ที่มาก็เป็ผู้หญิงทั้งนั้นด้วยปีศาจนั่นเหมือนจ้องจะเล่นงานแต่ผู้หญิง... จะไม่เป็ไรจริงๆ น่ะเหรอ"
"ก็ไม่รู้สิครับ นายไม่ตามไปดูล่ะ"เทพินกล่าวประชด
"ตามไปได้เหรอ ได้เหรอ!?"
"..."
"เอ่อ แค่ตามไปดูแวบเดียวก็ได้... ไม่ไปแล้วล่ะข้าจะนั่งเงียบๆ" เห็นสีหน้าและแววตาของเทพินแล้ว เคไนน์จะยอมนั่งเงียบๆและเรียบร้อย เขายังไม่อยากถูกอีกฝ่ายเอาล่ามโซ่แล้วเอาตะกร้อครอบปาก
เทพินไม่พูดอะไรออกมาอีกหยิบเอากาแฟขึ้นมาจิบดูจากนาฬิกาข้อมือเวลานี้ก็เกือบจะเช้าแล้วด้วยมีเวลาอีกไม่มากสำหรับการทำงานของไกราและ...
งานของเขาในฐานะนักเก็บกวาดธรรมดา