ฉินไห่เยว่พูดเบาต่งเสี่ยวเสี่ยวได้ยินก็ขมวดคิ้ว รีบหันไปดึงฉินไห่หยางเข้ามาดูก็เห็นรอยนิ้วมือแดงเถือกบนใบหน้าของเขาอย่างชัดเจน
ฉินไห่หยางกำหมัดแน่น ใบหน้าเล็กๆ ตึงเครียดดวงตาเอ่อคลอด้วยน้ำตา แต่กลับเงยหน้าขึ้นมองฟ้า ไม่ยอมให้น้ำตาไหลออกมา
"สรุปว่าเธอทำร้ายลูกฉันสินะ?"แววตาของต่งเสี่ยวเสี่ยวเย็นเยียบขึ้นมาทันที
"ใช่!" หวังฮุ่ยไม่รู้สึกว่าตัวเองทำอะไรผิดแถมยังเท้าเอวอีกด้วย
"เสี่ยวเสี่ยว" หวังฮุ่ยมองต่งเสี่ยวเสี่ยวด้วยท่าทางหยิ่งยโส "เธอไม่ต้องใส่ใจเด็กสองคนนั้นหรอก ฉันตีไปแล้วก็แล้วกันไปกลับไปก็ค่อยบอกว่าพวกเขาหกล้มกันเอง"
"ฉันได้ยินว่าฉินซู่ขาหักกลายเป็นคนพิการไปแล้ว แล้วเธอจะทนอยู่กับพวกเขาไปทำไม? ฉันมีญาติ…"
หวังฮุ่ยยังพูดไม่ทันจบต่งเสี่ยวเสี่ยวก็ตบหน้าเธอฉาดใหญ่
พอตบไปแล้ว ต่งเสี่ยวเสี่ยวก็ถึงจะรู้สึกตัว
หวังฮุ่ยคนนี้เป็นเพื่อนสนิทกับเจ้าของร่างเดิมสองคนนี้มักจะมานั่งคุยเรื่องสัพเพเหระด้วยกันเสมอ
จริงๆ แล้วหวังฮุ่ยเห็นว่าร่างเดิมเป็นคนโง่ มักจะหลอกเอาเปรียบเธออยู่บ่อยๆ
ในวันที่ต่งเสี่ยวเสี่ยวกลับมาเกิดใหม่หวังฮุ่ยพาเถียหนิว ลูกชายตัวเองไปหาสามีที่เมืองอื่น
เพิ่งจะกลับมาเมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้เอง
ถึงจะได้ยินเรื่องของฉินซู่มาบ้างแต่เรื่องของต่งเสี่ยวเสี่ยว เธอก็ยังไม่อยากเชื่อเท่าไหร่
เธอคิดว่าต่งเสี่ยวเสี่ยวแค่แกล้งทำไปอย่างนั้นเองและบังเอิญพอดีที่เธอกำลังหาโอกาสไปบ้านต่งเสี่ยวเสี่ยว
ถ้าสามารถหลอกเอาอะไรจากเธอได้อีกก็คงจะดีไม่น้อย
แต่สิ่งที่หวังฮุ่ยคิดไม่ถึงก็คือต่งเสี่ยวเสี่ยวกลับไม่ลังเลเลยสักนิด เธอโดนตบหน้าเข้าอย่างจัง
ใบหน้าของเธอร้อนผ่าว
คนที่ยืนดูอยู่ข้างๆ ต่างก็มึนงง
"เธอทำอะไรของเธอ?" หวังฮุ่ยเพิ่งรู้สึกตัว ผลักต่งเสี่ยวเสี่ยวออกไป "นี่เธอเป็นบ้าไปแล้วหรือไง ตบฉันทำไม?"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวผลักเธอออกไปอีกครั้งจับบ่าของเธออย่างแรง "เธอทำลูกฉันก่อนฉันตบหน้าเธอหนึ่งที มันก็สมควรแล้วไม่ใช่เหรอ?"
พูดจบ หวังฮุ่ยยังไม่ทันได้ตั้งตัวก็ถูกตบอีกฉาดใหญ่
เธอไม่มีทางสู้
ใบหน้าของเธอร้อนผ่าวทั้งสองข้างหวังฮุ่ยเหมือนคนเสียสติ ผลักลูกชายที่อยู่ข้างๆ ออกไปพุ่งเข้ามาหวังจะตะครุบต่งเสี่ยวเสี่ยว
มีคนยืนดูอยู่ตั้งเยอะการที่ต่งเสี่ยวเสี่ยวตบหน้าเธอแบบนี้ต่อไปเธอจะมีหน้าอยู่ในหมู่บ้านได้อีกยังไงกัน?
"ต่งเสี่ยวเสี่ยววันนี้ฉันไม่ปล่อยเธอไปแน่!" พูดจบเธอก็พุ่งเข้าใส่ต่งเสี่ยวเสี่ยว
ต่งเสี่ยวเสี่ยวเบี่ยงตัวหลบทันทีแล้วมองเธอด้วยสายตาเย็นชา "เธอทำร้ายลูกฉันฉันเอาคืนให้เป็นสองเท่า มันก็เป็นเรื่องปกติไม่ใช่หรือไง"
คำว่า 'ลูกฉัน'ที่ออกมาจากปากของเธอแต่ละคำ เหมือนกับค้อนทุบลงกลางใจของฉินไห่หยาง
สิ่งที่ต่งเสี่ยวเสี่ยวทำในช่วงที่ผ่านมานี้พวกเขารู้ดี
วันที่ฉินไห่เยว่เรียกเธอว่า 'แม่' ฉินไห่หยางก็เคยคิดอยากจะเรียกเหมือนกันแต่เขากลับรู้สึกว่าคำนั้นมันจุกอยู่ที่คอ
เรื่องในอดีตยังคงฝังลึกในใจเขาไม่มีความกล้า
แต่ในตอนนี้…
"ลูกอะไรของเธอ?" หวังฮุ่ยเหมือนคนบ้า ด่าทอจนน้ำลายกระเซ็น "เห็นๆกันอยู่ว่าเป็นลูกคนอื่น เธอ...เธอจะมาเรียกอะไรที่นี่?"
พูดจบเธอก็พุ่งเข้าไปหวังจะกระชากผมของต่งเสี่ยวเสี่ยวอีกครั้ง
ต่งเสี่ยวเสี่ยวหลบไปด้านข้างเธอพุ่งไปข้างหน้า ทำให้สะดุดเข้ากับก้อนหิน เสียหลักล้มลงไปในน้ำ
"ฮ่าๆๆ!"
เด็กๆ ที่ยืนดูอยู่ข้างๆ หัวเราะเสียงดังเถียหนิวเห็นแม่ของตัวเองตกน้ำ ก็ทำได้เพียงยืนตัวลีบอยู่ข้างๆเหมือนนกกระทาจอมขี้ขลาด
ไม่มีความคิดที่จะเข้าไปช่วยพยุงแม่ของตัวเองเลยแม้แต่น้อย
ต่งเสี่ยวเสี่ยวเห็นหวังฮุ่ยตกลงไปในน้ำก็มองเธออย่างเย็นชา "ต่อไปดูแลลูกชายของเธอให้ดีๆถ้าเขายังทำร้ายลูกฉันอีก ฉันจะจัดการพวกเธอแน่!"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวไม่ไว้หน้าใครทั้งนั้นพูดจบเธอก็ย่อตัวลงนั่งข้างๆ ฉินไห่หยาง
มองใบหน้าเล็กๆ ของเขาแล้วลูบเบาๆ"เจ็บมากไหม?"
"ไม่เป็นไรนะ" ต่งเสี่ยวเสี่ยวจับไหล่ของเขาไว้ "แม่แก้แค้นให้ลูกแล้วกลับไปแม่จะทายาให้ ตอนบ่ายก็คงจะไม่เจ็บแล้ว"
"แล้วครั้งหน้า..." ต่งเสี่ยวเสี่ยวมองไปที่เถียหนิวที่ยืนอยู่ข้างๆ "ถ้ามีใครทำร้ายลูกอีก ลูกก็ต่อยกลับไปเลย เดี๋ยวแม่รับผิดชอบเอง"
"ถ้าลูกไม่ใช่คนที่ก่อเรื่องก่อนแม่จะไม่วันโทษลูกเด็ดขาด" ต่งเสี่ยวเสี่ยวพูดจบก็จับมือของฉินไห่หยางแล้วจูงฉินไห่เยว่ที่อยู่ข้างๆ ไปด้วย
เธอเรียกเฉินเฉินแล้วหันหลังเดินจากไป
เด็กทั้งสามเดินตามต่งเสี่ยวเสี่ยวไปหวังฮุ่ยคลานขึ้นมาจากน้ำ ตัวเปียกปอนไปหมด
เธอเหมือนคนเสียสติยืนเท้าเอวแล้วด่าเสียงดัง "ต่งเสี่ยวเสี่ยวนางสารเลว ฉันไม่มีทางปล่อยเธอไปแน่!"
ถึงจะได้ยินเสียงด่าต่งเสี่ยวเสี่ยวไม่ได้สนใจ เธอจูงเด็กทั้งสามกลับบ้านอย่างรวดเร็ว
พอเข้าบ้านมา เด็กๆ ทั้งสามก็ยืนเรียงแถวกันพากันก้มหน้า เหมือนกำลังสำนึกผิด
"รู้ตัวแล้วใช่ไหมว่าทำผิด?"ใบหน้าของต่งเสี่ยวเสี่ยวเปลี่ยนเป็นจริงจัง เด็กๆทั้งสามก็ยืดตัวตรง มือเล็กๆ แนบลำตัวแน่น ไม่ขยับเขยื้อน
ฉินไห่เยว่ก้มหน้าลง สะอื้นเบาๆ"ขอโทษค่ะ แม่"
"พวกเธอทำแบบนี้อีกไม่ได้แล้วนะ!"ต่งเสี่ยวเสี่ยวทำหน้าเข้ม เด็กๆ มองสีหน้าเคร่งขรึมของเธอแล้วก็เริ่มหวาดกลัว
"พวกเราไม่กล้าแล้วครับ"ฉินไห่หยางเอ่ยเสียงแผ่วเบา ก้มหน้ามองปลายเท้าไม่รู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่
"อะไรที่ว่าไม่กล้า?" ต่งเสี่ยวเสี่ยวสงสัย "แม่บอกแล้วไงว่าครั้งหน้าพวกลูกทำแบบนี้อีกไม่ได้แล้ว ถ้ามีใครทำร้ายพวกลูกพวกลูกก็ต่อยกลับไปเลย!"
"เมื่อกี้ที่แม่พูดไป จำได้ไหม?"
"ต่อยให้เจ็บ แล้วแม่ค่อยไปรักษาให้แต่พวกลูกห้ามยอมให้ตัวเองเจ็บตัวเด็ดขาด!"
คำพูดของต่งเสี่ยวเสี่ยวแต่ละคำชัดเจนและหนักแน่นเหมือนกับทุบลงกลางใจของฉินไห่หยางอย่างแรง
"แม่คะ" ฉินไห่เยว่เงยหน้าขึ้นดวงตาเล็กๆ เต็มไปด้วยความสงสัย "แม่ไม่โกรธเรื่องที่พวกเราไปทะเลาะกับคนอื่นมาเหรอคะ?"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวอุ้มฉินไห่เยว่ขึ้นมาเขี่ยจมูกของเด็กน้อยเบาๆ "แม่เชื่อว่าพวกลูกจะไม่หาเรื่องใครก่อนโดยไม่มีเหตุผลลูกต้องจำที่แม่พูดเอาไว้ให้ดีๆ นะ"
"แม่ดีที่สุดเลยค่ะ" ฉินไห่เยว่เอื้อมมือโอบคอของต่งเสี่ยวเสี่ยว และจุ๊บลงบนแก้มของเธอ
ต่งเสี่ยวเสี่ยวปล่อยเธอลง หายาสมุนไพรแถวๆนั้น มาตำให้ละเอียดแล้วพอกลงบนใบหน้าของฉินไห่หยาง
"ลูกเป็นพี่ชายครั้งหน้าต่อยได้เลยนะ!" ต่งเสี่ยวเสี่ยวพูดจบก็เงียบไปสักพัก"พรุ่งนี้ลูกตื่นเช้าๆ หน่อย แม่จะสอนวิธีต่อยให้"
ฮะ?
ฉินไห่หยางเงยหน้าขึ้นทันทีในดวงตาเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
ต่งเสี่ยวเสี่ยวคนก่อนไม่ทำอะไรเลยขี้เกียจจะตาย ไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่เธอจะมีความรู้เรื่องศิลปะป้องกันตัวพวกเขาไม่มีวันเชื่อเด็ดขาด!
ต่งเสี่ยวเสี่ยวไม่ได้เก่งเรื่องศิลปะการต่อสู้ขนาดนั้นแต่ก็เคยเรียนมาบ้าง ยังพอจำท่าการป้องกันตัวได้บ้างนิดหน่อยสามารถสอนเขาได้แน่นอน
"ทำไม" พอเห็นฉินไห่หยางเบิกตากว้างต่งเสี่ยวเสี่ยวยกมุมปากขึ้น "ไม่เคยกินเนื้อหมูก็จะไม่เคยเห็นหมูวิ่ง [1] ไปด้วยหรือไง?"
"ได้ยินไหม?" ต่งเสี่ยวเสี่ยวพูด พร้อมกำหนดเวลาตื่นนอนของวันพรุ่งนี้
หลังจากพอกยาเสร็จเธอก็หันหลังกำลังจะเดินออกไป ฉินไห่หยางเอื้อมมือมาดึงชายเสื้อของเธอไว้"แม่ครับ ตอนบ่ายพวกเราจะได้กินไข่ตุ๋นไหม?"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวเดินไปข้างหน้าโดยไม่ได้หันกลับมา แต่ก็ได้ยินคำพูดนั้นชัดเจน
ทำให้เธอชะงักไป
เธอยืนนิ่งอยู่ที่เดิมแบบนั้นพอผ่านไปหลายนาที เธอก็หันขวับกลับมามองใบหน้าเล็กๆ ของฉินไห่หยาง"ลูกเรียกอีกทีสิ!"
"ผมบอกว่าตอนบ่ายพวกเราจะได้กินไข่ตุ๋นไหมครับ?" พอสบสายตาของต่งเสี่ยวเสี่ยวฉินไห่หยางก็รู้สึกประหม่าขึ้นมาเล็กน้อย
[1] หมายถึง เรื่องที่ยังไม่เคยทำไม่ได้หมายความว่าจะทำไม่ได้