จากนั้นก็วิ่งเข้าใส่ตัวอื่นๆ ที่กำลังจากวิ่งผ่านเขาไป การต่อสู้ของเขาเริ่มลำบากขึ้นไปอีกเมื่อลิงมีจำนวนเยอะมากแต่ก็ยังมี มอนเตอร์ตัวอื่นเพิ่มมาอีกแล้วเขาก็ต่อสู้ เพียงสองคนกับนุชที่กำลังฆ่าพวกมันอีกแรง ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากเขา
"นุชตามไปดูพวกเขาก่อนทางนี้พี่จัดการเอง"
ภูมิพูดขึ้นโดยไม่ได้หันไปมองคนถูกสั่งเลยเพราะขณะนี้กำลังติดพันอยู่ นุชที่ได้ฟังก็ถอยไปอย่างรวดเร็วตามคำบอก
ผ่านไปหลายนาทีการต่อสู้เริ่มหนักขึ้นเรื่อยไปภูมิที่มีเลือดอาบทั่วร่างกาย แต่เขาก็ยังไม่หยุดฆ่าพวกมันฝืนสู้ต่อไป จนกระทั่งผ่านไปอีกหลายนาทีพวกมันจึงหมด ยังดีที่เวลาในการซิงโครไนซ์ไม่หมดลงเสียก่อน
"เฮอ เหนื่อยชะมัด"
ภูมิกล่าวขึ้นเบาๆ ในขณะที่กำลังยืนหอบหายใจอยู่กลางถนน จากนั้นเขาก็ได้วิ่งไปยังรถคันต่างๆ ที่จอดอยู่แถวๆ นั้นว่าคันไหนมีกุญแจเสียบอยู่และก็โชคดีเมื่อได้เจอเขากับมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งที่มีกุญแจคาอยู่ ภูมิขึ้นคร่อมแล้วขับตามพวกเขาไปในทันที
เมื่อขับรถตามทางไปเขาก็ได้เห็นคนตายๆ ตามถนนเรื่อยๆ เขาจึงรับขับตามไปก็ได้เห็นรถกระบะ4-5คันที่กำลังขับตามกันไป ซึ่งมุ่งตรงไปยังในเมืองและมีมอนเตอร์หลายรูปแบบที่กำลังวิ่งตามหลังอยู่ไกลลิบๆ และมีบางพวกที่ออกมาจากข้างถนน ภูมิมองดูพวกมันแล้วน่าจะไม่ต่ำกว่า10ตัว ภูมิเร่งความเร็วรถขึ้นอีกจนตามมาถึงด้านหลังของมอนเตอร์
เขาได้เบิ้นเครื่องเสียงดังเพื่อล่อพวกมันให้มาตาเขาแทนและพวกมันก็ได้หันมาสนใจเขาตามที่ภูมิคิดจากนั้นภูมิเลี้ยวรถกลับแล้วหลอกล่อพวกมันกลับมายังทางเดิมเขาหลอกล่อพวกมันสักพักเมื่อคิดว่ารถกระบะคงไม่ไกลแล้วเขาก็ได้เร่งความเร็วขึ้นอีกจนพวกมันเริ่มตามไม่ทัน จนพวกมันหยุดตามเขาภูมิได้ขับรถอ้อมไปยังอีกเส้นหนึ่งเพื่อหลบหลีกพวกมันแล้วเขาไปหาพวกนุชที่ไปถึงตัวจังหวัดกันแล้ว
จากนั้นพวกเขาก็ได้พาคนไปส่งยังค่ายทหาร แต่ภูมิกับนุชไม่ได้เข้าไปด้วยเพราะพวกเขาต้องการกลับไปไปกำจัดมอนเตอร์ที่ออกมาจากดันเจี้ยน ภูมิและนุชได้พักผ่อนจนร่างกายกลับมาพร้อมเต็มที่แล้วทั้งสองก็ได้ขับรถกลับไปที่เดิมเพื่อกวาดล้างพวกมอนเตอร์พวกนั้นให้หมด
พวกเขาได้ใช้แผนการค่อยๆ ฆ่าพวกมันไปทีละกลุ่มเพื่อจะได้ไม่เหนื่อยจนเกินไป กว่าจะฆ่าพวกมันหมดก็เป็นเวลาของเช้าอีกวันพอดี เมื่อพักผ่อนจนมีแรงพวกเขาก็ได้ออกสำรวจจนแน่ใจเมื่อมั่นใจว่าหมดก็ออกเดินทางตามหาดันเจี้ยนเพื่อที่จะเพิ่มเลเวลของตัวเอง
พวกเขาทั้งสองได้ออกล่ามอนเตอร์ทั้งที่ออกมาจากดันเจี้ยนและเข้าไปข้างในดันเจี้ยนเพื่อที่จะปิดมันเพื่อไม่ให้พวกมันหลุดออกมาฆ่าคนได้อีกทั้งสอง ได้อาศัยอยู่ในดันเจี้ยนเสียส่วนมาก
2 สัปดาห์ผ่านไป
ภูมิและนุชได้ออกเก็บกวาดดันเจี้ยนในจังหวัดและบริเวณรอบๆ จนเกือบจะหมดพร้อมทั้งตัวที่หลุดออกมาจากดันเจี้ยนด้วยเช่นกันจนกระทั่งในตอนนี้
ภูมิมีเลเวล13 และนุชมีเลเวล8 ที่ภูมิเลเวลขึ้นน้อยก็เพราะว่าบอสเลเวลสูงสุดแค่10เท่านั้น และหลังจากที่เลเวลห่างจากมอนเตอร์ 3 และข้างในดันเจี้ยนมีบอสเพียงตัวเดียวที่เขาเก็บเลเวลด้วยได้ จึงทำให้เขาจะไม่ได้รับค่าประสบการณ์ใดๆ เลย แต่แล้วในวันนี้พวกเขาได้เจอสิ่งที่แตกต่างออกไปนั้นคือ
ดันเจี้ยนที่เป็นรูปทรงเหมือนซุ้มประตูที่เป็นรากไม้เหมือนเดิม ข้างในมีวงก้นหอยสีรุ้งเหมือนปกติแต่ตรงกลางที่เป็นสีดำกลับเป็นสีน้ำตาลเข้ม ภูมิรับรู้ได้ทันทีว่าข้างในมันต้องแตกต่างจากเดิมแน่นอนทั้งสองได้หันมามองหน้ากันก่อนที่ภูมิจะพูดกับนุช
"ไปกันเถอะ"
จากนั้นทั้งสองก็ได้เข้าไปภายในสิ่งแรกที่พวกเขาเห็นคือ ภูเขาสีขาวโพลนขนาดมหึมา และอากาศที่หนาวเย็นจนนาจะติดลบหลายองศา พวกเขาต้องกอดตัวเองที่กำลังสั่นสะท้านลมหายใจที่ออกจากจมูกแหละปากกลายเป็นควันที่ แม้ไม่ตั้งใจสังเกตก็ยังเห็นได้ พื้นที่เป็นสีขาวเหมือนเกลือที่ทั้งสองยืนอยู่ยุบลงจนถึงครึ่งแข้ง และหิมะเม็ดเล็กๆ ที่กำลังร่วงลงจากท้องฟ้าสีขาว ความหนาวเย็นที่เสียดแทงกระดูกทำให้นุชต้องเอาเสื้อผ้าที่เตรียมมาออกมาใส่อีกหลายตัวแต่ภูมิกลับยังใส่ชุดเดิมเพราะเขาต้องการทำให้ร่างกายเขาชินกับสภาพอากาศ
ภูมิมองสังเกตไปรอบและสายตามของเขาก็มองเห็นสิ่งมีชีวิตที่มีขนาดเท่าหมาตัวโตที่นอนอยู่ใต้ต้นไม้ที่เต็มไปด้วยหิมะมันอยู่ห่างจากพวกเขาไปเพียง10 เมตรเท่านั้น มันเป็นหมีตัวเล็กขนาดหนึ่งเมตรมีขนสีขาวยาวปุกปุยกลมกลืนเข้ากับหิมะ
มอนเตอร์ หมีหิมะlv.10
"พี่ภูมิพี่จะลองสู้กับมันไหม มันเลเวลแค่10เอง"
นุชกล่าวขึ้นทำลายความเงียบ ภูมิเองก็มีความรู้สึกอยาก ลองต่อสู้กับมอนเตอร์ในดันเจี้ยนนี้เช่นกัน เมื่อเขาเริ่มก้าวเดินเข้าก็รับรู้ได้ถึงอุปสรรคทันทีเมื่อเท้าของเขาจมลึกและทำให้การเดินของเขาลำบาก ดังนั้นเขาจึงได้เริ่มทำให้ร่างกายคุ้นชินก่อนเป็นอย่างแรกไม่อย่างนั้นเขาจะสู้ได้ลำบากและอาจจะพลาดท่าได้
ในเมื่อมันอยู่ด้านซ้ายเขาก็ได้ถอยหลังไปยังฝั่งตรงข้ามสองตาจ้องมองไปที่มันตลอด ภูมิเริ่มขยับร่างกายเพื่อวอมร่างกายให้ชิน และการวอมของเขาก็ทำเหมือนการออกกำลังกายที่เขาทำทุกวันอยู่แล้วจนตอนนี้ร่างกายของเขาเหลือน้ำหนักเพียง 80 กิโลกรัมแล้วก็มีมัดกล้าน้อยๆ พุงของเขาก็ได้หายไปแล้วในตอนนี้ เขาทำอยู่อย่างนั้นจนเกือบ1 ชั่วโมงจนกระทั่งเขาคิดว่าตัวเองพร้อมที่จะต่อสู้แล้ว