บทที่ 1 : เฉินซาน
ณ หมู่บ้านไท่จวิ้น หมู่บ้านเกษตรกรรมที่เก็บผลผลิตส่งฝ่ายผลิตได้น้อยที่สุดในเขตอำเภอเจียงซุย เนื่องจากอยู่ปลายน้ำ ทำให้บางครั้งพืชผลขาดน้ำหล่อเลี้ยงจนเสียหาย เดือดร้อนทุกครัวเรือน ชาวบ้านส่วนใหญ่กัดฟันส่งบุตรหลานไปแต่งงานกับคนหมู่บ้านอื่น เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งไม่ได้หมายถึงความร่ำรวย ยุคนี้ขอเพียงกินได้สักสามส่วน วันละสองมื้อก็ดีมากแล้ว
บางตระกูลมีบุตรชายก็ส่งไปเป็ทหารแนวหน้า เพราะเป็งานชามข้าวเหล็ก มั่นคง มีเงินส่งกลับมาบ้านทุกเดือน พอจะจุนเจือครอบครัวไม่ให้อดตายได้ ครอบครัวใดโชคดีมีบุตรหลานรูปร่างหน้าตางดงามหรือหล่อเหลาก็จะได้แต่งงานกับคนในตัวอำเภอ ได้ทำงานในโรงงาน ถือว่าสุขสบายที่สุดแล้ว
ตระกูลเฉินไม่ได้โชคดีขนาดนั้น พวกเขามีบุตรสาวหน้าตาธรรมดา บุตรชายสามคนก็รูปร่างใหญ่โตใบหน้าคมชัด ไม่เป็ที่นิยมในหมู่สาวน้อย มีเพียงบุตรชายคนที่สามที่จัดได้ว่าหล่อเหลา แต่ความสามารถของเขาโดดเด่น บิดามารดาไม่อาจตัดใจให้แต่งเข้าบ้านหญิงสาวในเมืองได้
บุตรคนที่สามของตระกูลเฉินมีชื่อว่าเฉินซาน ด้วยความลำบากที่ต้องเห็นบิดามารดาอดอยากจนเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก พี่ชายคนโตมีความรู้ความสามารถ แต่ขาดเงินสนับสนุนในการสอบคัดเลือกเพื่อทำงานในตัวอำเภอ งานนั้นสามารถซื้อตำแหน่งได้ ทว่าราคาไม่ใช่ถูกๆ ส่วนพี่ชายคนรองถูกปฏิเสธอย่างแล้งน้ำใจจากคนรัก เพราะครอบครัวเขาคนเยอะผลผลิตน้อยไม่พอกิน บุตรชายสามคนหากแต่งงานก็จะเพิ่มชามกับตะเกียบอีกสามชุด และเมื่อมีลูกหลานย่อมต้องเพิ่มอีกเป็เท่าตัว ในยุคแห่งความโกลาหลนี้ทุกคนล้วนอดอยาก ยิ่งบ้านที่มีลูกชายหลายคนต้องเจียดค่าอาหารมาเป็สินสอด บางครอบครัวเกือบหมดตัว ไม่มีผู้หญิงคนไหนฝากทั้งชีวิตไว้กับบ้านสามีที่เหลือแต่ตัว
ทุกอย่างผลักดันให้เฉินซานเป็ทหารแนวหน้า เขาทำงานทุกหน่วย ทั้งแนวหน้า หน่วยสอดแนม งานไหนอันตรายเขาก็รับหมด ด้วยความสามารถทางร่างกายที่เหนือกว่าผู้อื่น ความกล้าหาญ และความตรงฉิน ทำให้เขาก้าวขึ้นมาเป็ผู้กองภายในเวลาเพียงสองปี
หน้าบ้านตระกูลเฉินจากที่มีเพียงสุนัขมาขับถ่าย ตอนนี้มีชาวบ้านหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาด และทั้งหมดล้วนเป็แม่สื่อ เพื่อให้ได้เป็ภรรยาผู้กองแล้ว ตระกูลต่างๆ จ่ายค่าแม่สื่อไปไม่น้อย บางบ้านยอมกัดฟันจำใจเชือดแม่ไก่ของล้ำค่าเพื่อแลกเปลี่ยนเป็ค่านายหน้า
“เ้าสาม นานทีจะกลับมา ครั้งนี้ต้องดูตัวให้ได้นะ แม่รับสินบนมาจากแม่สื่อหวังแล้ว หล่อนให้ไข่ไก่มาตั้งสามตะกร้า พี่สะใภ้ใหญ่กับพี่สะใภ้รองของแกกินบำรุงครรภ์กันไปหมดแล้ว แม่จะเสียคำพูดไม่ได้” คุณแม่หลินมารดาของเขาเอ่ยขึ้นทันทีเมื่อลูกชายกลับมาในวันหยุด เขามีวันหยุดน้อยมาก กลับบ้านปีละสามครั้ง
เฉินซานผิวขาวขึ้นกว่าตอนทำนา ใบหน้าหล่อเหลาเปล่งประกายในวัยหนุ่มเต็มตัว สาวๆ ในหมู่บ้านมักจะตีเนียนมาถามทางเขา ทั้งที่เป็หมู่บ้านของตัวเอง พวกหล่อนขอเพียงได้เห็นหน้าเขานานหน่อยก็ยังดี
“ผมยังแต่งงานไม่ได้ครับ” เฉินซานตอบ เขาหยิบเงินออกจากกระเป๋าส่งให้มารดา มันมีมากกว่าสามสิบหยวนพร้อมด้วยคูปองอาหารทั้งคูปองธัญพืชและเนื้อสัตว์ เพียงพอให้ครอบครัวเจ็ดชีวิตกินอยู่อย่างสุขสบายไปได้สองปี
คุณแม่หลินอ้าปากกำลังเตรียมบ่นชุดใหญ่ถึงกับหุบปากฉับ เพราะเงินและคูปองที่ลูกชายนำมาให้นี้ทำให้ครอบครัวสุขสบาย ตัวหล่อนเองก็ไม่ต้องลงไปตากแดดทำนา เพียงเลี้ยงหมูเลี้ยงไก่อยู่บ้าน ตอนนี้ผู้คนในหมู่บ้านอิจฉาหล่อนกันยกใหญ่ เพราะมีบุตรชายดี
“งั้นแกไปขอซื้อไข่บ้านป้าหวังให้แม่ที ป้าหวังที่บ้านอยู่ติดริมแม่น้ำน่ะ วันนี้เราจะกินไข่ผัดผักดองกัน พี่สะใภ้แกกำลังท้อง ต้องให้พวกเธอได้กินของดีๆ” การได้กินข้าวสวยกับกับข้าวร้อนๆ นั้นไม่ใช่เื่ง่าย ข้าวสารแพงมาก คนส่วนใหญ่ได้กินแป้งข้าวโพดก็ถือว่าดีมากแล้ว สะใภ้บ้านใดจะได้กินดีอยู่ดีอย่างสะใภ้บ้านเฉินกัน พวกเธอได้กินอาหารครบสามมื้อ ทั้งยังมีเนื้อให้กินทุกเดือน บุตรชายที่เหลืออยู่คนสุดท้ายจึงถูกจ้องราวกับเนื้อชิ้นโต
เฉินซานกลับมาเหนื่อยๆ ถูกมารดาใช้ให้ไปซื้อไข่ เขาไม่บ่นสักคำ ทำตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด ยังไม่ทันเปลี่ยนเครื่องแบบก็ออกไปซื้อไข่ทันที
ชายหนุ่มเดินสวนกับพี่ชายสองคนและบิดา ซึ่งทุกคนกลับมาทานอาหารกลางวันกันที่บ้านหลังจากลงแปลงนาใน่เช้า
“อ้าว! เ้าสามจะไปไหน?” บิดาเฉินกั๋วถามด้วยใบหน้าภาคภูมิใจอย่างเห็นได้ชัด บุตรชายคนนี้ทำให้เขามีหน้ามีตา แม้แต่คนตระกูลเฉินที่เคยดูถูกเขาตอนนี้ทำได้แค่เป็เต่าหัวหดเมื่อเดินผ่านเขา
“ผมไปซื้อไข่บ้านป้าหวังให้แม่ครับ”
“เดี๋ยวฉันไปซื้อให้ นายกลับมาเหนื่อยๆ ไปพักที่บ้านเถอะ” พี่ชายใหญ่ต้าเฉินที่ยังสอบบรรจุไม่ติดเอ่ยขึ้น เขาเกรงใจน้องชายคนเล็กมาก เพราะอีกฝ่ายเสียเงินเป็ค่าหนังสือและค่ากินค่าอยู่ทุกอย่างตอนเขาไปหางานทำในเมือง และสุดท้ายเขาก็ผิดหวังกลับมาทุกครั้ง ต้องบอกว่างานยุคนี้มีความสามารถอย่างเดียวไม่พอ เส้นสายทุกอย่างต้องถึงด้วย
“ใช่ๆ ให้พี่ใหญ่แกไปซื้อมาเถอะ” คุณพ่อเฉินพยักหน้าเห็นด้วย บุตรชายคนที่สามคือไก่ออกไข่ทองคำ ต้องดูแลอย่างดี กลับบ้านมาควรจะพักผ่อนให้มากๆ
มีเพียงเฉินจิ่วพี่ชายคนรองที่ขยิบตาไม่หยุด “ให้น้องสามไปเถอะ พวกเราต้องรีบกินข้าว บ่ายยังมีงานในนาให้ทำอีกเยอะ”
บิดากับพี่ชายใหญ่เบิกตาเล็กน้อย ก่อนจะจับตัวเฉินซานหมุนซ้ายขวา จัดคอเสื้อให้เรียบร้อย พี่ชายใหญ่เอามือแตะน้ำลายให้เปียกพอประมาณแล้วจดทรงผมให้เขาใหม่ พี่ชายรองเฉินจิ่วถึงกับใช้เสื้อขัดรองเท้าทหารให้น้องชายจนเงาวาว
“เอ่อ พ่อกับพวกพี่เป็อะไรไป ผมแค่ไปซื้อไข่” เฉินซานอยู่หน่วยสอดแนมหลายเดือน แค่เห็นอาการทุกคนก็รู้แล้วว่าไม่ปกติ
บิดาหลีกทางแล้วผลักบุตรชายเบาๆ “รีบไปๆ เดี๋ยวไข่จะรอนาน” ว่าแล้วสามคนพ่อลูกก็รีบเดินจากไปอย่างรวดเร็ว เฉินซานไม่เข้าใจอาการเ่าั้ เขาเลิกคิดให้เสียเวลา แล้วมุ่งหน้าไปที่บ้านป้าหวัง
บ้านป้าหวังอยู่ริมแม่น้ำ แม้น้ำจะมีน้อยแต่บรรยากาศดีกว่าบริเวณอื่นๆ ของหมู่บ้านเพราะมีความเขียวชอุ่ม และมีเสียงนกขับขานชวนให้สบายใจ
หน้าบ้านป้าหวังมีต้นไม้ชนิดหนึ่งออกดอกสีชมพูบานสะพรั่ง เขามองมันแวบหนึ่งก่อนจะเห็นร่างบางในชุดเดรสสีขาวสบายตา เธอเป็ผู้หญิงที่จัดว่าตัวสูง ผมดำเงางาม จากการแต่งกายดูท่าแล้วไม่น่าจะเป็คนในหมู่บ้านนี้ เขาเห็นหน้าเธอไม่ชัด และไม่อยากจ้องต่อให้เสียมารยาท ชายหนุ่มเดินมุ่งหน้าไปยังบ้านป้าหวัง
ตอนนั้นเองร่างระหงหันมาพอดี เธอเดินมาขวางหน้าเขาแล้วพูดว่า “เฉินซานใช่ไหม?”
ใบหน้าสวยหวานหมดจรดปรากฏสู่สายตา เฉินซานลืมหายใจไปชั่วขณะ แก้มใสขึ้นสีแดงระเรื่อ เขาไม่รู้ว่ามันแดงเพราะเขินอาย หรือแดงเพราะอากาศร้อนอบอ้าวของวันนี้
คิ้วเรียวขมวดเมื่อถามแล้วไม่ได้คำตอบ “สหาย คุณพิการทางหู? ตกลงชื่อเฉินซานใช่ไหม?”
เฉินซานกลับมาหายใจอีกครั้ง เขาพยักหน้าขึ้นลง “ใช่”
หล่อนยัดตะกร้าในมือใส่มือเขา ก่อนจะสะบัดหน้าเดินจากไปทันที ไม่คิดจะอธิบายที่มาที่ไป ตอนหล่อนสะบัดผมดำสรวยปัดถูกหน้าชายหนุ่ม กลิ่นหอมอ่อนๆ ทำให้เขารู้สึกไม่อยากพรากจากมัน แต่คงไม่ทันเพราะเ้าหล่อนเดินจ้ำอ้าวราวกับหนีผี
เขาก้มลงมองตะกร้าในมือ มันคือไข่ สงสัยเธอจะเป็ลูกสาวของป้าหวัง เฉินซานกลับบ้านไปด้วยความเข้าใจดังนี้
ไม่รู้เหตุใดใบหน้าของเ้าหล่อนจึงติดอยู่ในหัว มองต้นไม้ใบหญ้าอย่างไรก็เห็นแต่หน้าเธอ กลับมาถึงบ้านเห็นมารดายืนชะเง้อคอรอเขาอยู่ก่อนแล้ว เมื่อเห็นบุตรชายเดินเข้ามาพร้อมไข่หนึ่งตะกร้า หล่อนรีบพุ่งตัวไปถามด้วยความร้อนใจ “เป็ไงบ้าง สวยไหม?”
“สวย…” ชายหนุ่มเผลอตอบออกมาอย่างไม่ตั้งใจ “ไข่จะสวยได้ไงครับ จริงด้วย ผมลืมให้เงินสหายคนนั้น”
“ไม่เป็ไรๆ ตกลงแกชอบแม่หนูคนนั้นไหม?” คนเป็แม่จ้องตาบุตรชายตาไม่กะพริบ ลูกชายสองคนมีภรรยาและบุตรกันหมดแล้ว เหลือแต่ลูกชายคนเล็กซึ่งทำแต่งาน พอให้ไปดูตัวก็ไม่ชอบใครสักคน ทำเอามารดาปวดใจ หากวันใดบุตรชายพลีชีพในหน้าที่ โดยไร้เืเนื้อเชื้อไข หล่อนและสามีจะเสียใจแค่ไหน
คราวนี้เฉินซานไม่ตอบ เขารีบหันหลังแล้วถอดรองเท้าทหารออกเพื่อเข้าบ้าน
คุณแม่หลินยิ้มมุมปากแล้วพูดลอยๆ “เธอเป็ลูกสาวจากหมู่บ้านซิ่งหัว ผลผลิตหมู่บ้านเธอไม่ธรรมดาเลยนะ ได้มากกว่าของฝ่ายผลิตเราสองสามเท่า เป็ผู้หญิงที่สวยที่สุดในหมู่บ้านซิ่งหัว แม่เห็นแล้วคิดว่าหล่อนสวยกว่าหลิวปาดาวเด่นหมู่บ้านเราอีก ปีนี้อายุสิบแปด ชื่อซ่งอี้หราน ผู้ชายในเมืองส่งแม่สื่อมาทาบทามสู่ขอหลายคน แต่บ้านเธอปฏิเสธ แล้วให้แม่สื่อหวังมาคุยกับแม่ ถ้าแกชอบ…”
มารดายังพูดไม่ทันจบ เฉินซานเดินดุ่มเข้าบ้านไปเสียแล้ว คุณแม่หลินหลุดหัวเราะ อาการลูกชายเวลาเขินอายทำไมหล่อนจะดูไม่ออก “เห็นทีว่าสะใภ้เล็กของฉันจะเป็แม่หนูสกุลซ่ง เ้าลูกคนนี้เชื้อไม่ทิ้งแถว ชอบผู้หญิงสวยเหมือนพ่อไม่มีผิด” คุณแม่หลินพูดชมตัวเองหนึ่งประโยค แม้ไม่มีใครได้ยินหล่อนก็มักจะชอบชมว่าตัวเองสวย เป็คนต้องรู้จักเห็นคุณค่าในตัวเองก่อน หากแม้แต่ตัวเองยังมองไม่เห็น แล้วใครจะไปเห็น?
……………………………มีอีบุ๊คเล่ม 1 แล้วhttps://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiOTkyNzgwIjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO2k6Mjk3OTQzO30