“มาช้าจริงๆเลยนะ ผู้ลงทะเบียน” อาจารย์หญิงสูงวัย ในชุดคลุมจอมเวทสีดำกล่าวทันที เมื่อเรนเดลและไอรินเข้าในที่อาคารลงทะเบียน ดูเหมือนว่าพวกเขาทั้งสองคนจะเป็คู่สุดท้าย เพราะคนที่มาสายอีกคน มาถึงก่อนหน้าพวกเขาอย่างหวุดหวิด
ผู้มาช้าอีกคน ที่มาถึงก่อนเรนเดลและไอริน ดูเหมือนจะเป็หญิงสาวชาวตะวันออก จุดเด่นสะดุดตาของเธอคือเธอสวมชุดมิโกะ หรือชุดนักบวชหญิงประจำลัทธิชินโตของญี่ปุ่น เธอมีผมสีน้ำตาลยาวจนถึงต้นขา และผูกรวบปลายผมเอาไว้ไม่ให้สยาย ดวงตาสีเขียวมะกอกบนใบหน้าเรียวคมของเธอหันมาสบตากับเรนเดล ก่อนจะส่งยิ้มให้กับเขา ทำเอาเรนเดลหน้าแดงทันที
“ขออภัยด้วยค่ะ” ไอรินกล่าวเสียงแข็ง ดูเหมือนเธอจะขอโทษพอเป็พิธี อาจารย์มองมาที่เธอและเรนเดล ก่อนจะมองรายชื่อในสมุดที่ว่างเว้นสองตำแหน่ง ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็ที่ว่างของใคร
“แย่มาก พวกเธอมาสายนะ เป็คนสุดท้ายของชั้นปีนี้เลยล่ะ” อาจารย์กล่าวด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์ เรนเดลก้มหน้านิ่ง แต่ไอรินไม่ เธอส่งสายตาไม่พอใจโต้กลับทันที
“กำหนดการปิดรับลงทะเบียนคือสี่โมงเย็นนี่คะอาจารย์” ไอรินกล่าวเสียงแข็ง “ตอนนี้เวลาพึ่งบ่ายสามเอง พวกเราไม่ได้ผิดกฏเสียหน่อย”
“นั่นสินะ” อาจารย์กล่าวพลางมองเวลา ทำเอาไอรินยิ้มทันที ที่เธอสามารถชนะอีกฝ่ายด้วยเหตุผลได้
“เราจะเริ่มทดสอบกันเลย ว่าพวกเธอทั้งสามคนมีคุณสมบัติจะเข้าโรงเรียนไหม” อาจารย์หญิงกล่าวก่อนจะยื่นลูกแก้วพลังเวททั้งสามลูกให้เรนเดล ไอริน และหญิงสาวผมน้ำตาลในชุดมิโกะ ด้านในลูกแก้วมีอักขระซับซ้อนอยู่ ลูกแก้วของเรนเดลอ่านได้ว่า “การทำลายล้าง ไม่ใช่หนทางเดียวในการช่วยเหลือสรรพสิ่ง”
“อ่านออกหรือ” อาจารย์เอ่ยถามเรนเดล เมื่อเห็นเขาวิเคราะห์อักขระในลูกแก้ว
“ครับอาจารย์” เรนเดลกล่าวด้วยน้ำเสียงมั่นใจ ก่อนที่อาจารย์จะหันไปหาไอริน
“แล้วเธอล่ะ อ่านข้อความในลูกแก้วออกไหม” อาจารย์ถามพลางใช้สายตาวิเคราะห์ท่าทีของไอริน ไอรินมีสีหน้าไม่มั่นใจ แต่เธอรู้สึกเสียความมั่นใจ เพราะขนาดเรนเดลยังบอกว่าอ่านออก
“หนูขอดูอีกทีก่อนค่ะอาจารย์ อักขระมันยังไม่ชัด” ไอรินเลือกคำตอบที่ไม่โกหก และไม่ปฏิเสธเสียทีเดียว
“เอาล่ะ พวกเธอทั้งสองคน หลบไปที่มุมพักผ่อนก่อนนะ ฉันจะขอทดสอบท่านหญิงโคโตโนฮะก่อน” อาจารย์กล่าวพลางก้มหัวให้หญิงสาวในชุดมิโกะ และหญิงสาวในชุดมิโกะก็โค้งคำนับตอบ ระหว่างนี้เรนเดลกับไอรินเดินออกไปยังห้องพักผ่อนตามที่อาจารย์ว่ามาทันที
“นายเห็นตัวอักษรในลูกแก้วสินะ เรนเดล” ไอรินกล่าวด้วยน้ำเสียงมั่นใจตามแบบฉบับของเธอ เมื่อเรนเดลพยักหน้า ไอรินจึงหันมามองเรนเดลด้วยสายตาสงสัยทันที
“ข้อความในลูกแก้ว มันเขียนว่าอะไร” ไอรินเอ่ยถามทันที แต่เรนเดลกับยิ้มน้อยๆ ก่อนจะชูลูกแก้วของเขาให้เธอดู
“ลองอ่านดูสิ” เรนเดลกล่าวพลางดูท่าทีอีกฝ่าย ไอรินทำหน้าเครียดทันที ดูเหมือนเธอจะอ่านข้อความในลูกแก้วของเรนเดลไม่ออก
“ฉันอ่านแต่ของฉันออกเท่านั้น ดูเหมือนมันน่าจะมีกลไกป้องกันไม่ให้คนอื่นเห็น เพื่อกันการช่วยกันน่ะสิ”
ไอรินยังคงไว้มาดที่เหนือกว่า เธอไม่ยอมรับว่าเธออ่านข้อความในลูกแก้วไม่ได้เลย
“ฉันขอดูของเธอหน่อยสิ อยากจะรู้ว่าฉันอ่านของเธอออกมั้ย” ทันทีที่เรนเดลกล่าว ไอรินยื่นลูกแก้วของเธอให้เรนเดลดูทันที เมื่อเรนเดลัักับลูกแก้วไอริน ข้อความในอักขระก็เรืองแสง ก่อนจะขึ้นข้อความเตือนว่า “การช่วยเหลือผู้อื่นในการสอบ เป็ความผิดร้ายแรง”
เรนเดลเข้าใจได้ทันที ว่าลูกแก้วพวกนี้เป็ข้อสอบเฉพาะตัวของแต่ละคน ถ้าเธอไม่สามารถเข้าถึงลูกแก้วของเธอได้ นั่นก็เป็ปัญหาของเธอที่เขาไม่สามารถช่วยได้
“มันอ่านว่าอะไร” ไอรินลองเอ่ยถามเรนเดลดู เผื่อเขาจะหลุดปากพูดออกมา เรนเดลยิ้มทันที ก่อนจะกล่าวตอบกลับไป
“คิดจะโกงข้อสอบ ระวังจะโดนไล่ออก...มันเขียนว่าแบบนี้” เรนเดลกล่าวขณะพยายามกลั้นหัวเราะเอาไว้ ทำเอาไอรินโกรธจนหน้าแดงทันที
“ยัยนั่นต้องแกล้งฉันแน่ๆ” ไอรินกล่าวเสียงสั่น “เพราะฉันเถียงกับหล่อนเื่เวลาเข้าสอบ เลยเป็แบบนี้สินะ เอาอะไรก็ไม่รู้ที่ฉันอ่านไม่ได้มาให้ฉันดู”
“อย่าพึ่งตีตนไปก่อนไข้สิ เรายังไม่รู้ด้วยซ้ำ ว่าเขาให้ลูกแก้วมาทำไม” เรนเดลกล่าว “ถึงฉันจะอ่านข้อความในลูกแก้วของฉันออก แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าการทดสอบจะต้องให้อ่านอักขระเวทนี้เสียหน่อยนี่”
“แต่ฉันอยากจะรู้นี่ ว่ามันเขียนว่าอะไร...นายทำยังไงถึงอ่านออก” ไอรินกล่าวด้วยน้ำเสียงแ่เบา ดูเหมือนเธออยากจะให้เรนเดลสอนให้ แต่เธอทั้งอับอายและเสียหน้า เพราะในอดีตเธอเคยต่อว่าเรนเดลเอาไว้ และทำเขาเจ็บช้ำน้ำใจมาพอสมควร
“ลองใช้พลังเวทของเธอ สื่อกับพลังภายในลูกแก้วดูสิ ทุกสิ่งในโลกนี้ ล้วนแล้วแต่มีการไหลเวียนของมานา ในคู่มือการเรียนเวทมนตร์เบื้องต้น ก็บอกไว้ั้แ่ย่อหน้าแรกเลยนี่นะ” เรนเดลกล่าวแนะนำพอเป็พิธี เพราะถ้าเขาต้องบอกมากกว่านี้ มันจะกลายเป็การสอนโคจรพลังเวทของเขาให้กับเธอ
ไอรินพยายามทำความเข้าใจคำพูดของเรนเดล เธอหาที่นั่ง ก่อนจะเพ่งกระแสจิตของตัวเองลงไปที่ลูกแก้ว เรนเดลหลบไปอยู่อีกมุมหนึ่งของห้อง เพื่อไม่เป็การรบกวนเธอ ระหว่างนี้เรนเดลฉวยโอกาศใช้การโคจรประสานเวทกับลูกแก้วอักขระทันที เพราะมันน่าจะมีพลังมานาในตัว มากกว่าหนังสือเรียนเวทที่เขาเคยฝึก
ลูกแก้วพลังเวท มีพลังเท่ากับหนังสือเวทมนตร์ถึงห้าสิบเล่ม เท่ากับพลังที่เรนเดลเคยฝึกโคจรมาพอดี เรนเดลค่อยๆโคจรพลังของเขาไปในลูกแก้ว ตัวลูกแก้วเรืองแสงสว่างรองรับ ก่อนจะส่งพลังกลับเข้ามาในร่างของเรนเดล มันเป็พลังที่ให้ความรู้สึกร้อนวูบวาบ และเหมือนจะก้าวร้าวนิดหน่อย แต่เรนเดลสามารถควบคุมกระแสมานาของลูกแก้ว และบังคับมันให้โคจรวนเป็หนึ่งกับร่างกายของเขาได้ไม่ยากเย็นนัก
ไอรินพยายามอ่านกระแสมานาในลูกแก้วจนเหนื่อย เธอไม่เข้าใจคำพูดของเรนเดล และเธอไม่คาดคิดด้วยว่าจะสามารถส่งมานาในร่างไปสู่อย่างอื่น และโคจรมันกลับมาหาตัว เพราะสามัญสำนึกของจอมเวททั่วไป เข้าใจว่ามานาในร่างเมื่ออกไปแล้ว มักแปรรูปเป็พลังเวทตามคำร่ายของเรา ดังนั้นจึงไม่สามารถนำกลับคืนมาได้ ยกเว้นวิชาดูดพลังเวท ซึ่งเป็วิชาชั้นสูงของสายมืด ที่น้อยคนจะฝึกได้
ลูกแก้วเวทมนตร์ยิ่งต่อต้านเรนเดล ทำเอากระแสเวทในร่างของเรนเดลร้อนราวกับถูกไฟเผา แต่เรนเดลไม่ยอมแพ้ เขาโคจรพลังเวทธาตุน้ำใส่มัน เพื่อบังคับให้มันสงบ กลายเป็ว่าเรนเดลกำลังฝึกโคจรกระแสเวทแบบสลับธาตุโดยไม่ตั้งใจ เขารู้สึกโมโหลูกแก้วเวทมนตร์ที่กล้าพยศกับเขาทั้งที่ไม่มีชีวิต เรนเดลจึงแกล้งโคจรกระแสเวทที่รวดเร็วและหนักหน่วงขึ้นใส่ลูกแก้ว และบังคับให้มันส่งพลังกลับคืนเขาอย่างรวดเร็ว
พลังในลุกแก้วสั่นะเืราวกับเ็ป ก่อนมันจะโต้กลับเรนเดลด้วยการเปลี่ยนพลังในตัวมันเป็ธาตุสายฟ้าเพื่อข่มพลังเวทธาตุน้ำของเรนเดล ทำเอาเรนเดลถึงขั้นเืไหลออกจากจมูกทันที เมื่อกระแสเวทสายฟ้าจากมันโคจรเข้าร่างเรนเดล
“แสบนักนะแก เป็แค่ลูกแก้วแท้ๆ” เรนเดลกล่าวเบาๆ ก่อนจะบังคับพลังเวทในตัวถึงเจ็ดสาย ปล่อยใส่มันตรงๆ นี่คือการโคจรแบบรวมธาตุ ที่เรนเดลนิยมใช้ฝึกกับจอมเวทเจ็ดดาราด้วยกัน
ตามปกติหากจอมเวทหรือสิ่งใดที่ไม่มีความแข็งแกร่งทัดเทียมกับจอมเวทเจ็ดดารา มักจะเกิดอาการช็อคจนเป็อัมพาต หรือโชคร้ายอาจจะตายไปเลย เมื่อเจอการโคจรทั้งเจ็ดสายของเรนเดลเข้าปะทะตรงๆ
แต่อาจเป็เพราะร่างใหม่ของเรนเดลไม่ได้มีพลังเหมือนเมื่อชาติก่อน จึงทำให้ลูกแก้วแค่สั่นไหวอย่างมากบนมือของเขา มันยอมแพ้ทันทีเมื่อเจอเรนเดลปล่อยพลังทั้งเจ็ดสายเข้าร่างมัน ลูกแก้วยอมสงบนิ่งในที่สุด และกลายเป็สะพานไหลผ่านกระแสมานาของเรนเดลแต่โดยดี
“อะไรกัน ยอมแพ้แล้วหรือ” เรนเดลกล่าวก่อนจะค่อยๆคลายการโคจรลง เขาพบว่าลูกแก้วไม่มีการต่อต้านใดๆเขาอีก ดูเหมือนมันจะยอมรับในอำนาจของเรนเดลแล้ว เมื่อสังเกตุดีๆ เรนเดลพบว่าภายในลูกแก้วเกิดรอยร้าวลึก เขาจึงโคจรพลังของธาตุแสงซ่อมแซมมันให้กลับมาเป็ดั่งเดิม ก่อนจะค่อยๆโคจรพลังร่วมกับมันอย่างแ่เบา
“เรนเดล นายทำอะไรน่ะ” ไอรินซึ่งกำลังเหน็ดเหนื่อย เอ่ยถามเรนเดลที่ดูเหมือนจะเพ่งสมาธิไปที่ลูกแก้ว จริงๆเธอลอบมองเรนเดลอยู่บ้าง เธอพบว่าลูกแก้วของเรนเดลเรืองแสงสลับธาตุกันไปมา ก่อนจะกลายเป็สีรุ้งสว่างจ้า จนแยงตาเธอซึ่งอยู่อีกฟากของห้องพัก
“หรือว่าเขากำลังดูดพลังจากลูกแก้ว...เรนเดลอาจมีวิชาดูดพลังเวทก็ได้” ไอรินกล่าวทำความเข้าใจ ตามประสบการณ์ของเธอ ตัวของเธอถึงแม้จะถนัดเวทสายไฟและดิน แต่ก็เคยฝึกพลังธาตุมืดกับพ่อของเธอ ไอรินตัดสินใจร่างวงเวทธาตุมืดตรงหน้าลูกแก้ว ก่อนที่เธอจะลองแตะมันเข้ากับลูกแก้วอักขระ แต่ทว่ายังไม่ทันที่เธอจะได้ทำอะไร ก็มีเสียงเรียกเธอก่อน
“ถึงเวลาของไอริน บาชอค แห่งราชรัฐจิ้งจอกแดงแล้ว” อาจารย์กล่าวประกาศเสียงดังลั่นเข้ามาในห้องพัก ไอรินมีสีหน้าตื่นตระหนกทันที เธอมองมาที่เรนเดลราวกับ้าคำแนะนำจากเขา
“พยายามให้เต็มที่ก็พอ” เรนเดลกล่าวให้กำลังใจสั้นๆ เธอพยักหน้ารับ ก่อนจะเดินออกไปจากห้องพัก
“จะว่าไปเขาทดสอบอะไรกันนะ” เรนเดลรู้สึกสงสัย เขาแอบมองลอดผ้าม่านไปนิดนึง ก่อนจะหลบกลับมานั่งที่เดิม เพราะมีคนเดินเข้ามา
หญิงสาวในชุดมิโกะ ที่มีนามว่าโคโตโนฮะเดินเข้ามาในห้องพัก เธอยิ้มให้กับเรนเดล ก่อนจะนั่งฝั่งตรงข้าม
“การทดสอบเป็ยังไงบ้างครับ” เรนเดลเอ่ยถามอย่างสุภาพ อีกฝ่ายพยักหน้ารับก่อนจะตอบกลับ
“ค่อนข้างราบรื่นค่ะ ไม่คิดว่าจะง่ายขนาดนี้”
“พอจะบอกคร่าวๆได้ไหมครับ ว่าเขาให้ทดสอบอะไรบ้าง” เรนเดลเอ่ยด้วยความสงสัย อันที่จริงไม่ว่าทดสอบด้วยอะไร เขาคิดว่ายังไงเขาก็ผ่าน แต่เขาแค่อยากรู้ เพื่อจะได้ประเมินว่าไอรินจะผ่านการทดสอบมั้ย
“ก่อนจะพูดคุยกัน ดิฉันขอสอบถามชื่อของคุณก่อนได้ไหมคะ” โคโตโนฮะเอ่ยถามอย่างสุภาพ เรนเดลพยักหน้ารับ ก่อนจะตอบกลับ
“ผมมีนามว่าเรนเดลครับ มาจากเมืองราชรัฐจิ้งจอกแดง”
“คนไร้สกุล” โคโตโนฮะเผลอพูดออกมาเพราะความเคยชิน ก่อนเธอจะปิดปากตัวเองทันที
“ขอโทษค่ะ ดิฉันหมายถึงคุณเป็สามัญชนธรรมดาสินะคะ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะทำให้คุณเสียความรู้สึกใดๆทั้งสิ้นนะคะ คุณเรนเดล คือปกติแล้วสามัญชน จะไม่มีนามสกุลน่ะค่ะ”
“ผมเข้าใจครับ” เรนเดลกล่าว “ผมเป็สามัญชนธรรมดาๆ ที่บังเอิญสนใจจะศึกษาต่อทางด้านเวทมนตร์ที่โรงเรียนนี้เองน่ะครับ และการที่กล่าวว่าผมเป็คนไร้สกุล ก็ไม่ใช่การต่อว่าแต่อย่างใด หากแต่เป็ความจริง...ว่าแต่ถึงตาคุณแนะนำตัวแล้วล่ะครับ ท่านหญิงน้อย”
“ค่ะ ดิฉันชื่อโคโตโนฮะ ธิดาคนเล็กแห่งตระกูลไทจิ มาจากจักรวรรดิัไฟค่ะ ตระกูลของฉันเป็โชกุนแห่งจักรวรรดิ ถ้าเทียบกับยศสากลให้เข้าใจ จะเรียกว่าเป็อุปราชที่มีอำนาจรองลงมาจากพระจักรพรรดิก็ได้ค่ะ”
“ตำแหน่งใกล้เคียงกับผู้สำเร็จราชการแทนกษัตริย์สินะครับ” เรนเดลกล่าวถามเพื่อความเข้าใจ โคโตโนฮะพยักหน้ารับแทนคำตอบ
“คุณเรนเดลสินะคะ” โคโตโนฮะเอ่ยด้วยเสียงสุภาพ “จากผิวพรรณและการพูดจาของคุณ ให้ความรู้สึกว่าคุณดูเหมือนขุนนางเลยล่ะค่ะ ฉันเคยเจอไพร่มาก่อนนะคะ พวกเขาไม่เหมือนคุณเลยสักนิด”
เรนเดลหัวเราะแห้งๆ จะบอกว่าความจริงแล้วเขาเป็ถึงเ้าชายมันก็ยังไงอยู่ เพราะเขาติดสัญญาที่ให้ไว้กับมาริคผู้สำเร็จราชการของเขา คงต้องบอกเื่แต่งสักเื่ที่ดูสมจริงไป เพื่อไม่ให้โคโตโนฮะรู้สึกสงสัย
“อย่าบอกใครละกันนะครับ” เรนเดลกล่าวทำท่าเหมือนจะกระซิบ “จริงๆแล้วผมเกิดในตระกูลอัศวิน แต่ขุนนางเ้าของที่ดินที่ตระกูลผมรับใช้ ไม่อยากให้ตระกูลบ่าวอย่างผมมีหน้ามีตาเหนือลูกชายของเขาที่สอบที่นี่ไม่ติด ผมเลยต้องแอบมาเรียน”
“น่าสงสารจังเลยนะคะ” โคโตโนฮะกล่าว “ถ้ามีอะไรที่ฉันช่วยเหลือได้ บอกฉันได้เลยนะคะ คุณอัศวินเรนเดล”
“ขอบคุณครับ...ว่าแต่เราคุยกันเพลินเลย จนผมลืมไปแล้ว ว่าจะถามเื่การทดสอบของคุณ”
“นั่นสินะคะ” โคโตโนฮะหัวเราะในลำคอ ก่อนจะกล่าวต่อ “การทดสอบไม่ยากค่ะ เป็การสอบสัมภาษณ์ ส่วนลูกแก้วประจำตัวที่อาจารย์ให้มา จะมีคำใบ้ปริศนาธรรมที่เราต้องอ่านให้ออก ปกติจอมเวทที่มาสมัคร มักจะอ่านข้อความในลูกแก้วได้ค่ะ หากใครอ่านไม่ออก แสดงว่าศิลานักปราชญ์ แกนกลางพลังงานของเมืองนี้ไม่ยอมรับตัวตนของพวกเขา”
“ศิลานักปราชญ์สินะครับ” เรนเดลเอ่ยถามด้วยความสงสัย ศิลานักปราชญ์จัดเป็ของโบราณในยุคสมัยของเขา และการที่มันยังมีตัวก็หมายความว่าสมาคมจอมเวทอาร์คาเดียในยุคของเขา ก็น่าจะอยู่มาถึงตอนนี้ ยังพอมีหนทางที่เขาจะได้วิชามหาเวทสะบั้นมิติคืนมา
แต่ก่อนที่เขาจะได้ถามอะไรต่อ เขาก็ได้ยินเสียงล้มเก้าอี้ และเสียงโวยวายของผู้ชายคนหนึ่งจากด้านนอก ทำเอาเรนเดลและโคโตโนฮะต้องรีบออกไปดูทันที
“นี่จะหาเื่แกล้งฉันสินะ ให้ไขปริศนาลูกแก้วปัญญาอ่อน ฉันไม่เห็นว่ามันจะมีอะไรเลย สำรวจแม่งทั้งวันแล้วนะโว้ย” ชายหนุ่มร่างสูง หน้าตาหล่อเหลา ผมบลอนด์ทองยาวคนหนึ่งกล่าวโวยวาย ก่อนจะเขวี้ยงลูกแก้วประจำตัวทิ้งลงกับพื้นจนมันล้มกลิ้ง พลางชี้หน้าด่าอาจารย์
“ฉันบอกคุณไปแล้วนะคะ คุณเบน ว่าคุณไม่ผ่านการทดสอบ” อาจารย์กล่าวเสียงดุ “แต่คุณกลับรั้นไม่ยอมคืนลูกแก้ว ยึดมันไปทั้งวัน และนี่ยังคิดจะมาทำลายการทดสอบอีกหรือคะ”
เรนเดลสังเกตุว่าไอรินหลบอยู่มุมห้อง เธอดูลำบากใจกับเหตุการณ์ตรงนี้ พลางกำลูกแก้วในมือของเธอเอาไว้แน่น
เรนเดลเข้าใจได้ทันที ว่าทำไมไอรินดูลำบากใจ เพราะคนที่กำลังชี้หน้าด่าอาจารย์เป็ญาติของเธอเอง เขามีนามว่าเบน เดวิดสัน ตระกูลรองของบาชอคนั่นเอง ดูเหมือนว่าเบนกำลังโวยวายที่ตัวเองไม่ได้รับการคัดเลือก
เบนที่กำลังอารมณ์ร้าย เผลอหันมามองเรนเดล เขากำหมัดแน่นก่อนจะชี้หน้ามาที่เรนเดลทันที
“อาจารย์ และไอ้คนไม่เอาถ่านอย่างคนๆนี้ มันผ่านการทดสอบมั้ย ข้าอยากจะเห็นมันทดสอบ”
อาจารย์มองมาที่เรนเดลด้วยสีหน้าลำบากใจ เรนเดลพยักหน้ารับ ก่อนจะกล่าวว่า “ผมพร้อมจะรับการทดสอบทันทีและก็เดี๋ยวนี้ครับ อาจารย์”
“ถ้าไอ้เศษเดนแห่งพระราชวังจิ้งจอกแดงอย่างตระกูลฟอกการ์ดคนนี้สอบไม่ผ่าน ฉันถึงจะยอมรับ”
“เบน เงียบเดี๋ยวนี้ ห้ามเปิดเผยตัวตนเรนเดลเด็ดขาด” ไอรินจะะโให้เขาหยุดจนสุดเสียง แต่ทว่าเบนกลับไม่สนใจเลย
“ตระกูลฟอกการ์ด” โคโตโนฮะทวนคำของเบน ก่อนจะมองไปที่เรนเดล เธอเข้าใจสถาณการณ์ทั้งหมดได้ในทันที
“เรนเดล ฟอกการ์ด เ้าชายแห่งราชรัฐจิ้งจอกแดง...แท้ที่จริงแล้วเธอเป็กษัตริย์สินะ”
“อยู่ในความสงบเถอะเบน” ไอรินกล่าวเสียงอ่อน “นายกำลังทำให้ตระกูลของฉันและนายอับอายนะ”
“เงียบไปซะ” เบนตวาดใส่ไอริน “เป็แค่ผู้หญิงที่ต้องแต่งออกจากตระกูลแท้ๆ ถือดียังไงมาอ้างในเกียรติยศของตระกูล”
“ขอเชิญเรนเดลทดสอบ” อาจารย์หญิงกล่าวตัดรำคาญ เธออยากให้เบนเห็นการทดสอบเร็วๆ เพื่อจะได้จบเื่ “กรุณาอ่านข้อความในลูกแก้วด้วยค่ะ คุณเรนเดล”
เรนเดลหยิบลูกแก้วมาไว้บนมือ ก่อนจะอ่านข้อความที่เขาเห็นในลูกแก้วทันที แต่ทว่ารอบนี้ข้อความในลูกแก้วกลับเปลี่ยนไป มันเป็ข้อความบทเวทอัญเชิญในระดับสูง ไม่เป็ปริศนาธรรมเหมือนคำก่อน
“อาจารย์ครับ ข้อความในลูกแก้วไม่เหมือนเดิม แถมเป็ข้อความร่ายเวทพันธสัญญานะครับ ถ้าผมอ่าน ผมจะต้องทำพันธสัญญากับสิ่งใดก็ไม่รู้”
“ไม่ว่ามันจะเป็อะไร แต่มันคือสิ่งที่ศิลานักปราชญ์เลือกสรรค์ให้เ้าแล้วเรนเดล จงตอบรับเจตนารมณ์ของศิลานักปราชญ์เถอะ” อาจารย์กล่าวอย่างอารมณ์ดี ดูเหมือนคำพูดของเรนเดล จะทำให้เธอดีใจ ที่จะได้พิสูจน์ว่าการสอบผ่านมันเป็ยังไง
เรนเดลพยักหน้า ก่อนจะเริ่มอ่านข้อความในลูกแก้ว ที่เปลี่ยนเป็บทร่ายเวทอัญเชิญไปแล้วั้แ่เมื่อไหร่ก้ไม่ทราบ
“ผู้สืบทอดเจตนารมณ์แห่งมนตราเอ๋ย ข้าได้เห็นซึ่งพลังและความแข็งแกร่งในตัวของเ้าแล้ว เ้าได้ทำให้ข้าประจักษ์ และข้าก็จะยอมรับพลังของเ้า จงกล่าวสัตว์สาบานต่อหน้าข้าเถิด เพื่อน้อมรับพลังแห่งมหาเวทที่ยิ่งใหญ่...”
“นั่นมันบทอัญเชิญคัมภีร์มหาเวทแห่งพันธสัญญาไม่ใช่หรือ” ไอรินกล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ั้แ่เกิดมาเธอเคยได้ยินแต่ในตำราเื่เล่าเท่านั้น ไม่เคยเจอใครใช้เวทอัญเชิญคัมภีร์มหาเวทมาก่อน
“บ้าน่า คาถาในระดับมหาเวท” เบนกล่าวเสียงสั่น พลางกำหมัดแน่น เขารู้สึกอิจฉาตาร้อนอย่างมาก ที่าาไร้อำนาจอย่างเรนเดล กลับถูกเลือกโดยพลังระดับมหาเวท นับั้แ่เขาจำความได้ คนในราชรัฐจิ้งจอกแดง มีเพียงผู้นำตระกูลราฟบลัดเท่านั้น ที่เคยทำพิธีต่อหน้าทุกคน
เรนเดลยังคงกล่าวคำอัญเชิญต่อไป ท่ามกลางความตะลึงของทุกๆคน
“ข้า เรนเดล ฟอกการ์ด จอมเวทผู้สืบทอดเจตนารมณ์แห่งมนตรา ขอน้อมรับพลังอันยิ่งใหญ่แห่งแสงสว่าง มหาเวทสายนักบุญผู้ซึ่งรักษาและพิทักษ์ไว้ซึ่งความถูกต้อง จงมาเป็พลังให้กับข้า และข้าจะทำตามความ้าของเ้า...มหาเวทแห่งแสงสว่าง วิหารแห่งความศรัทธา”
วงเวทสีรุ้งขนาดใหญ่ราวกับอาทิตย์ทรงกลดปรากฏบนท้องฟ้าเบื้องบน ก่อนที่ลำแสงอันอบอุ่นจะฉายลงมาที่ตัวของเรนเดล
“จอมเวทเจ็ดดาราในอดีตชาติเอ๋ย เ้ายืนยันจะรับพลังของมหาเวทธาตุแสง วิหารแห่งความศรัทธาหรือไม่…มหาเวทของผู้พิทักษ์นี้ ที่จะทำให้เ้ากลายเป็นักบุญ และมีแต่คนเทิดทูนเคารพบูชา เ้าจะได้กลับไปเป็กษัตริย์อีกครานั้น หาใช่เื่ยากเลยแม้แต่น้อย และเ้าจักเป็ดั่งศาสดาของมวลมนุษย์ หากเ้าเลือกที่จะทำพันธสัญญากับข้า และเดินในเส้นของพลังแห่งข้า”
เสียงของคัมภีร์ที่ส่งผ่านเขาโดยตรงนั้น ไม่มีใครได้ยินนอกจากเขา ตอนนี้เวลาโดยรอบเหมือนถูกหยุดเอาไว้ เรนเดลไม่เห็นสิ่งใดขยับเลยแม้แต่น้อย
“หากข้ารับคำขอของท่าน...ข้าจะสูญเสียวิชามหาเวทสะบั้นมิติหรือไม่” เรนเดลเอ่ยถามปรากฏการณ์แห่งมหาเวทตรงหน้า อันที่จริงเขาพอจะทราบอยู่แล้ว เพราะบทอัญเชิญเพื่อทำพันธสัญญา มันขัดแย้งกับวิชาเดิมที่เขาถือครองอยู่ ในบทอัญเชิญของมหาเวทสะบั้นมิติ กล่าวว่าจะสังหารศัตรูและภัยพาลให้สิ้น ซึ่งขัดแย้งกับมหาเวทใหม่ที่เขากำลังจะได้รับ
“เ้าก็น่าจะรู้ดี ว่าไม่มีมนุษย์ผู้ใด ถือครองคัมภีร์มหาเวทได้มากกว่าหนึ่งวิชา แต่ข้าขอแนะนำว่ามหาเวทสะบั้นมิติ เป็ของอาร์กัส ไม่ใช่ของเรนเดล หากเ้าไม่เชื่อที่ข้ากล่าว ก็จงลองถามคัมภีร์มหาเวทสะบั้นมิติเอาเองเสียเถิด”
เมื่อเรนเดลนึกถึงคัมภีร์มหาเวทสะบั้นมิติในตัวของเขา ลำแสงสีดำก็พวยพุ่งออกจากร่าง ปรากฏเป็หลุมดำขนาดใหญ่ขึ้นมาทันที
“จิติญญาแห่งอาร์กัสไปที่ไหน ข้าก็จะติดตามไปด้วย ข้าไม่มีวันจะทอดทิ้งท่าน แม้ว่าท่านจะเกิดใหม่” เสียงจากคัมภีร์มหาเวทสะบั้นมิติ ยืนยันถึงความภักดีให้กับเรนเดล
“หากเ้าภักดีต่ออาร์กัสจริง เหตุใดในอดีตชาติเ้าจึงสังหารเขา” มหาเวทวิหารแห่งความศรัทธาเอ่ยถามต่อมหาเวทอันเก่าของเรนเดลทันที “เขาต้องตายก็เพราะเ้ามิใช่หรือ การทรยศที่เลวร้ายที่สุด ก็คือการที่คัมภีร์เวทมนตร์ สังหารผู้ทำพันธสัญญาของตัวเอง”
“ร่างกายของมนุษย์ไม่อาจทนทานต่อพลังของข้าได้ ยามเมื่อปลดปล่อยพลังขั้นสูงสุด” มหาเวทสะบั้นมิติกล่าว “แต่ข้าก็ชดเชยด้วยการนำความทรงจำจากอดีตชาติ ใส่ในร่างของเขาที่เกิดใหม่ และก็เพราะข้ากระทำการเช่นนี้มิใช่หรือ เ้าจึงเห็นความสามารถของเขา มหาเวทแห่งแสง”
ฉับพลันมหาเวททั้งสองก็เปลี่ยนรูปร่างเป็มนุษย์ มหาเวทสะบั้นมิติกลายเป็ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ อยู่ในชุดคลุมสีดำ ส่วนมหาเวทวิหารแห่งความศรัทธา เป็หญิงสาวผมสีเงิน ในชุดเดรสขาวดูงดงาม ทั้งสองต่างจ้องหน้ากันราวกับจะกินเืเนื้อของอีกฝ่าย
“ถึงเวลาที่ท่านต้องเลือก” มหาเวทแห่งแสงกล่าวขึ้นทันที “ท่านจะเลือกอดีตที่เคยสังหารท่าน หรือเลือกข้า ที่ยินดีจะทำทุกอย่าง เพื่อรักษาชีวิตของท่าน และจะช่วยเหลือให้ตัวท่านกลับมามีอำนาจอีกครั้ง”
“หากเลือกข้า ข้าไม่อาจรับประกันชีวิตท่าน” มหาเวทแห่งความมืดกล่าว “แต่ข้ารับประกันได้เลย ว่าอุดมการณ์ในอดีตชาติของท่าน ข้าจะช่วยทำให้สำเร็จลุล่วง พวกภัยพิบัติเมื่อสามร้อยปีก่อน จะต้องหายสาบสูญด้วยพลังของข้า”
“ท่านยังจำคำที่ข้าสื่อสารกับท่านได้หรือไม่” มหาเวทแห่งแสงเอ่ยขึ้น ก่อนจะยื่นลูกแก้วพลังเวท ที่มีอักขระข้างในให้เรนเดลอ่าน
“การทำลายล้าง ไม่ใช่หนทางเดียวในการช่วยเหลือสรรพสิ่ง” เรนเดลอ่านประโยคที่มหาเวทแห่งแสงมอบให้กับเขาทันที
“ข้ามิได้เลือกท่าน เพียงเพราะท่านคืออดีตจอมเวทเจ็ดดารา” มหาเวทแห่งแสงกล่าว “แต่ข้าเลือกท่าน เพราะเห็นจิตใจที่อ่อนโยน และมีความกรุณาในจิตใจ ข้าเฝ้ารอตัวตนของท่านมานานแสนนาน และข้าผู้นี้นี่แหละ ที่ให้ชีวิตที่สองของเรนเดล หลังจากเขาจมน้ำตายไปก่อนหน้านี้แล้ว”
“และเ้าก็จะไม่มีวันได้เห็น ถ้าข้าไม่ฟื้นความจำจากอดีตชาติให้กับเขา” มหาเวทแห่งความมืดย้ำความคิดตนอีกครั้ง “ข้าอยู่กับอาร์กัสมาก่อน ข้าย่อมรู้ดีว่าเขา้าสิ่งใด เขากระหายในา เขากระหายการต่อสู้ และข้า จะตอบสนองความ้าของเขา”
“พวกเ้าทั้งสองคือปีกของข้า” เรนเดลกล่าวเพื่อหยุดมหาเวททั้งสองที่กำลังทะเลาะกัน “ในเมือเ้าทั้งสอง ต่างมีอุดมการณ์ที่ตรงกัน นั่นคือกวาดล้างภัยพิบัตินอกโลกให้หมดไป และพิทักษ์ซึ่งมนุษยชาติ...แล้วทำไมพวกเ้าทั้งสองไม่มาเป็พลังให้ข้าเสียเลยล่ะ”
“ไม่เคยมีมนุษย์คนไหน รับพลังของมหาเวทได้ถึงสองมาก่อน มันหนักหนาเกินไป” มหาเวทวิหารแห่งความศรัทธากล่าว
“ทุกอย่างย่อมต้องมีครั้งแรก” เรนเดลกล่าวพลางยิ้มอย่างมั่นใจ “ไม่ลองก็ไม่รู้นี่จริงไหม มาเถอะพวกเ้าทั้งสอง ข้าจะรับพลังอันยิ่งใหญ่ของพวกเ้าเอง...หรือคิดว่าในโลกนี้ มีใครที่จะทำตามอุดมการณ์ของพวกเ้าได้อีกไหมล่ะ”
พลังทั้งสองสายมองหน้ากัน ก่อนที่มหาเวทวิหารแห่งความศรัทธาจะเป็ฝ่ายมอบพลังให้กับเรนเดลก่อน เพราะหากเรนเดลทำพันธสัญญากับเธอก่อน เธอจะสามารถใช้พลังฟื้นฟู และประคองไม่ให้เรนเดลตายจากการรับมหาเวทแห่งความมืดมาอีกทีหนึ่ง
และแล้วพลังของมหาเวททั้งสอง ก็ไหลเข้าสู่ร่างของเรนเดล การกระทำนี้จะทำให้เขาเป็คนแรกในประวัติศาสตร์ของจอมเวท ที่มหาเวทถึงสองวิชา