ระบบกาชาอาชีพสุดแกร่ง กับ ทายาทมหาเศรษฐีสุดป่วน

    บทที่ 4

    ทั้งสองทานแพนเค้กกับไอศกรีมแสนอร่อยจนเวลาผ่านไปราวๆหนึ่งชั่วโมง และมันเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจ เพราะว่าทั้งแป้งแพนเค้กกับไอศกรีมที่เหลืออยู่มันก็หมดลง และตกไปอยู่ที่ท้องของทั้งสองคนอย่างไม่น่าเชื่อ เพราะมันดูเยอะมาก คนเพียงสองคนไม่น่าจะกินไหว“เจ้าโอ๊ต.. ลุงว่านะ แกน่าจะทำแพนเค้กให้ลุงไปขายพร้อมกับไอศกรีมวันละ 20-30 ชิ้นดีไหม ลุงจะให้ราคาเต็มที่ขายเลยก็ได้ จะว่าก็ว่าเถอะ.. ช่วงนี้ทำอะไรไม่ค่อยรุ่ง เศรษฐกิจไม่ค่อยจะดี ขายก็ขายได้น้อย มีแพนเค้กของแกมาช่วยเสริม มันก็น่าจะเพิ่มยอดขายได้อีกสักนิดสักหน่อยก็ดีเหมือนกัน ว่าไงสนใจฝากลุงไปขายไหมล่ะ..”ลุงเกษมกล่าวตรงๆกับโอ๊ต ยังไงพวกเขาก็เพื่อนบ้านกันมานาน มีอะไรช่วยได้ก็ช่วยเหลือกันไป อีกอย่างแพนเค้กของเจ้าโอ๊ตมันก็เข้ากับไอศกรีมของเขาจริงๆนั่นแหละ มันเป็นความอร่อยที่เรียกได้ว่าลงตัวเอามากๆ โอ๊ตที่คิดสักเล็กน้อย เขาว่ามันก็ดีเหมือนกันอย่างน้อยๆก็ขายได้ตั้ง 2-3 ร้อยแล้วถ้ามันขายหมด มันมากกว่าต้นทุนของแป้งกับไข่ที่เขาต้องใช้สำหรับการขายสองวันเลยทีเดียว“โอเคครับลุง.. ผมคิดว่าจะลองทำเป็นชิ้นเล็กๆ 5 บาทดูอยู่พอดี มันเหมาะกับเป็นท็อปปิ้งเสริมไอติมถ้วยของลุงจริงๆ ยังไงต้องฝากลุงด้วยนะครับ...” การดีลการค้าเล็กๆนี้ก็เกิดขึ้นในทันที ทั้งสองยิ้มให้แก่กันก่อนจะแยกย้ายกันไปทำธุระของใครของมันโอ๊ตเองก็หันไปตากเสื้อผ้าที่เพิ่งจะซักมา ก่อนจะเริ่มวางแผนการทำแพนเค้กของตัวเองในตอนเช้า แต่ก็อดแปลกใจไม่ได้ที่รสชาติของแพนเค้กของเขานั้นเปลี่ยนไป และเขาเองก็มีความไม่มั่นใจเล็กน้อยว่ารสชาติมันจะเหมือนเดิมหรือเปล่าในวันพรุ่งนี้ เขาได้แต่ขอให้ทุกอย่างมันเป็นจริงดังเดิม ไม่อย่างนั้นเขาคงได้เลิกประกอบอาชีพนี้จริงๆเข้าให้แล้ว“ช่างมันก่อนเถอะ นี่ก็จะทุ่มแล้ว.. เราควรออกไปซื้อวัตถุดิบก่อน..” เมื่อคิดได้อย่างนั้นเขาก็รีบสะบัดผ้าในมือก่อนจะตากมันเป็นชิ้นสุดท้าย จากนั้นเขาก็เข้าห้องพักเพื่อไปเอากระเป๋าตังค์ เตรียมออกไปจ่ายตลาดทันทีระยะทางจากห้องพักถึงตลาดนับว่าไม่ไกลกันเท่าไรนัก มันเป็นเพียงแค่ระยะ 200-300 เมตรก็ถึงแล้ว ไม่รอช้าโอ๊ตเดินเข้าไปซื้อไข่กับแป้งที่ร้านประจำของเขาในทันที“มาแล้วเหรอเจ้าโอ๊ต เจ้เตรียมของให้แกแล้วอยู่ตรงนู้นเลย..” เจ้เจ้าของร้านที่รู้ดีว่าวันนี้เป็นวันที่ชายหนุ่มคนนี้จะมาซื้อของเพื่อทำแป้งแพนเค้กของตัวเอง เธอก็เลยจัดให้แล้วตามที่เขาเคยสั่งซื้อเอาไว้“ขอบคุณมากครับเจ้หมึก.. แต่วันนี้ผมขอสองชุดนะครับ พอดีจะลองๆทำสูตรใหม่ๆดูน่ะครับ” โอ๊ตกล่าว“สองชุดเหรอ ได้! งั้นแกรอแป๊บหนึ่ง... เอา! ทั้งหมด 1,080 บาท” หลังจากเจ้หมึกเตรียมของให้โอ๊ตเสร็จก็เอ่ยราคากับเขาทันที โอ๊ตกำกระเป๋าตังค์แน่น มันเป็นความเสี่ยงที่เขาต้องแบกรับเอาไว้ และถ้ามันพลาด เขาจะเสียเงินก้อนใหญ่ที่เก็บสะสมมานานหลายเดือนไป“นี่ครับ..1,080 บาทถ้วน..” โอ๊ตนับเหรียญ และแบงก์ของเขามอบให้กับเจ๊หมึกอย่างทรมานใจ แต่ก็เพื่ออนาคตที่ดีกว่า เขาจะต้องยอมจ่ายจำนวนนี้ไป โอ๊ตไม่รอช้ารีบเดินกลับห้องพักของตัวเอง จัดแจงอุปกรณ์ของตัวเองให้พร้อมสำหรับการทำแป้งแพนเค้ก ถึงมันจะเป็นขั้นตอนที่ทำไม่ยากเย็นอะไรนัก แต่มันก็ต้องใช้ทั้งเวลา และสมาธิค่อนข้างมาก และเป็นอีกครั้งที่เขาประหลาดใจ เพราะดูเหมือนว่าแป้งแพนเค้กของเขาดูสวยงามกว่าที่เคยเป็นมาก่อน แต่ในเมื่อมันหาคำตอบจากการกระทำไม่ได้ เขาก็เลือกที่จะช่างมันเอาไว้ตรงนั้นก่อน เขาคิดว่าเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมเขาจะสามารถรู้ได้เอง เขามองไปยังนาฬิกาบนฝาผนังเห็นว่ามันเป็นเวลาเกือบๆจะ 4 ทุ่มแล้ว เขาจึงเข้าไปอาบน้ำอีกรอบ และเข้านอนเพื่อที่ตอนเช้าจะได้ตื่นมาทำธุรกิจของเขา จากนั้นก็เดินทางไปเรียนที่มหาวิทยาลัยต่อ แต่มันก็เป็นเวลาเดียวกันกับอีกด้านหนึ่งที่กำลังนั่งคิดพิจารณาในหลายๆด้าน..“กิต.. เธอว่าหลานชายของฉันจะให้อภัยฉันหรือเปล่า.. เขาเป็นเด็กดี ถ้าตอนนั้นฉันยอมรับการตัดสินใจของทั้งสองคนมันจะดีกว่านี้ไหมนะ..” เสียงของชายชราผู้หนึ่งเอ่ยออกมาด้วยเสียงเศร้าๆ และแน่นอนว่าเขาคนนี้คือคุณท่าน ผู้นำตระกูล ณ สุวรรณภูมิคนปัจจุบัน ‘ม.ล.ภาคิน ณ สุวรรณภูมิ’“มันต้องใช้เวลาสักเล็กน้อยครับคุณท่าน ตอนนี้จิตใจของคุณชายกำลังสับสน จมอยู่กับอดีต..” กิตติที่เพิ่งจะกลับมาถึงคฤหาสน์ตระกูลเอ่ยกับคุณท่าน และเขาก็เลือกที่จะตอบความเป็นจริงที่เป็นไปได้ให้กับคุณท่าน ภาคินที่ได้ยินอย่างนั้นก็เงียบไปก่อนจะหันไปมองที่รูปของลูกสาวที่กำลังยิ้มให้กับเขา“เขาคงจะให้อภัยในความผิดของฉันได้ยาก แม้แต่งานศพของพวกเขาฉันยังไม่ได้ไปร่วมเลย.. ลูกรัก พ่อขอโทษลูกจริงๆ พ่อสัญญาว่าจะมอบทุกๆอย่างให้กับลูกชายของลูก และเขาจะกลายมาเป็นผู้นำตระกูลสุวรรณภูมิอันทรงเกียรติต่อจากพ่อ“..กิตติ ไม่ว่ายังไงก็ตาม เราต้องฝึกให้เขาเก่งในเรื่องของธุรกิจ ตระกูลสุวรรณภูมิจะอยู่รอดต่อไปต้องพึ่งพาหลานชายของฉันแล้ว เรายังพอมีเวลาอยู่ ก่อนที่ตาแก่คนนี้จะสิ้นลม จะต้องให้เขาให้อภัยฉัน และสืบทอดตระกูลของเราให้ได้.” ภาคินกล่าว“โปรดอย่าได้กล่าวอะไรเช่นนี้เลยขอรับ คุณท่านยังแข็งแรงดีไม่มีปัญหาทางด้านสุภาพ คุณท่านยังสามารถอยู่ได้อีกนับร้อยปีครับ..” กิตติกล่าว เขาโตมาจากร่มโพธิ์ร่มไทรของตระกูลนี้ คุณท่านได้มอบโอกาสให้เขานับครั้งไม่ถ้วน ชาตินี้ก็คงจะตอบแทนไม่หมด การที่คุณท่านกล่าวออกมาเช่นนี้ เขาเองก็ใจหายไม่น้อย“ไม่เอาน่ากิต.. เราต่างก็รู้กันดีว่าคนเราเอาชนะความชราภาพไม่ได้หรอกนะ.. ตอนนี้เธอควรให้ความสนใจกับหลานชายของฉันก่อน ก่อนอื่นเตรียมเอกสารยืนยันต่างๆของเขาให้กับฉัน ฉันจะยื่นขอกับองค์เหนือหัวให้ประทานมอบฐานะหม่อมหลวงให้กับเขา.. เออ! อีกอย่าง เธอเริ่มปล่อยข่าวไปตามแผนได้แล้ว เราจะต้องฝึกเขาให้เก่งๆ” ภาคินกล่าว และเขาก็ไม่ลืมที่จะเน้นย้ำกิตติพ่อบ้านคนปัจจุบันให้เริ่มตามแผนได้แล้ว“ทราบแล้วครับคุณท่าน.. เรื่องนี้คุณท่านโปรดวางใจ ผมขอเวลาไม่นาน เขาจะสามารถดูแลวงศ์ตระกูลได้อย่างมีประสิทธิภาพแน่นอนครับ” กิตติกล่าวพร้อมกับให้คำมั่นสัญญา“ดี! ฉันคงต้องฝากความหวังของตระกูลไว้กับเธอแล้ว..” ภาคินกล่าวก่อนจะลุกจากเก้าอี้ตัวโปรด ทิ้งให้กิตติยืนใช้ความคิดอยู่ตรงนั้น เขาควรจะทำอย่างไรต่อไปดีเพื่ออนาคตของคุณชายเพียงคนเดียวของตระกูล จนในที่สุดเขาก็ต้องถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้“เฮ้อ.. หวังว่าทุกอย่างจะออกมาดีตามที่คุณท่านคิดเอาไว้นะ..” กิตติกล่าวก่อนที่จะไปพักผ่อนเช่นกัน เช้าวันหนึ่งที่แสนจะสดใส โอ๊ตตื่นมาพร้อมเสียงของนาฬิกาปลุกที่ดังอยู่ข้างที่นอน มันบ่งบอกว่าถึงเวลาตื่นนอนของเขาแล้ว และเขาเองก็ลืมตาขึ้นมาด้วยความสดใสเช่นกัน แต่ทว่าเขาก็ต้องตื่นตกใจกับภาพที่เขาเห็น เพราะว่าในตอนนี้มันมีบางสิ่งบางอย่างปรากฏต่อหน้าต่อตาของเขา“ฝัน.. เราฝันเหมือนเมื่อวาน” โอ๊ตกล่าวอย่างตกตะลึง ก่อนที่เขาจะใช้มือตัวเองมาหยิกเพื่อเรียกสติ“โอ๊ยย! เจ็บๆ.. มันไม่ใช่ฝันอย่างนั้นเหรอ นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน” โอ๊ตกล่าวเสียงดัง ก่อนที่เขาจะใช้เวลาสักพักในการทำความเข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น เขาระงับความสงสัยเอาไว้ก่อนที่จะมองมันชัดๆ“กาชาอาชีพ?...” ตรงหน้าจอใสๆสีฟ้าๆของโอ๊ต เป็นวงล้อกลมๆ และมันเขียนชื่อของอาชีพนับหมื่นนับพัน มีตั้งแต่นักมวยยันนักบินอวกาศเลยทีเดียว และมันมีอีกหลายอาชีพที่เขาไม่รู้จัก แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังไม่รู้อะไรเพิ่มอยู่ดี เพราะมันไม่มีการอธิบายจากเจ้าหน้าจอสีฟ้านี้เพิ่มเติมเลยแม้แต่น้อย“ไม่ลองก็ไม่รู้อย่างนั้นสินะ.. เอาล่ะ เราสามารถหมุนสุ่มได้หนึ่งครั้ง.. ปี๊ป!” โอ๊ตทำใจกล้าลองกดปุ่มตรงกลางที่มันเขียนเลข ‘1’ เอาไว้ และเขาก็เดาว่าเขาสามารถสุ่มกาชาอาชีพนี้ได้ 1 ครั้งตามเลขน้อยๆของมัน วงล้อกาชาเริ่มหมุนอย่างรวดเร็ว จากนั้นมันก็เริ่มช้าลง เช้าลงเรื่อยๆ พร้อมกับอาการลุ้นจนจะฉี่แตกของโอ๊ต ‘ยินดีด้วย.. คุณได้รับอาชีพ ‘นักวาดภาพการ์ตูน’ ระดับสีเหลือง..’ ข้อความของระบบเด้งขึ้นมาแสดงความยินดีกับเขา แต่มันก็ไม่มีเสียงของระบบ หรือเอไอเหมือนกับในนิยาย มันมีเพียงข้อความเท่านั้นไร้การอธิบายเพิ่มเติมใดๆ“นักวาดภาพการ์ตูนอย่างนั้นเหรอ.. แล้วสีเหลืองนี่มันยังไงกันนะ”