เด็กเกรียนเซียนจอมยุทธ NC+

    บทที่ 52 – เพียง 1 ลูก เท่านั้น !!! ( ‾ʖ̫‾) ...

    “““ท่านยายเจ้าคะ ข้าน้อยขอซาลาสักลูกได้ไหมเจ้าคะ ?!

    (>‿◠) (ขยิบตาขวาพร้อมรอยยิ้มที่จริงใจ)

     

    “……..

    (;ꏿ︿ꏿ)   ตกตะลึงจนใบ้กิน !

     

    ““……..

    (;ꏿ︿ꏿ)   ตกตะลึงจนใบ้กิน !

     

           กันจิกับยายซุนถึงกับต้องมองหน้ากันด้วยความตกตะลึงที่ได้ยินคำพูดของสาวน้อยตรงหน้า ดรุณีน้อยคนนี้บอกว่า “ขอ” มิใช่ “ซื้อ”

     

    5 นาทีผ่านไป

     

           ท่านยายซุนหันมากระซิบกับกันจิ เพราะดรุณีน้อยตรงหน้ายังยืนรออยู่อย่างมีความหวัง...

     

    ““เจ้าหนุ่ม ซาลาเปา 1 ลูกของเจ้าเนี้ย ?! ให้ดรุณีนางนี้ได้หรือไม่?!

     

    ““แต่มันกินได้ใช่ไหม ?!

    ~( ´•︵•` )~ ไม่รู้ขอรับ ?!

     

    “กินได้สิขอรับท่านยาย

    ಠ , ಥ   โอ้ย ! น้ำตาซึมเบย

     

    *ฟุด..ฟิด

     

    ***กลิ่นหอมนี้มันอะไรกันนะ ?!

     

           ดรุณีน้อยนางนี้ทำท่าทำทางเป็นนักพิสูจน์กลิ่นเพื่อจะหาต้นตอแต่ถูกขัดจังหวะด้วยเสียงอ่อนโยน นุ่มนวลของท่านยายซุนเสียก่อน

     

    ““เอานี่ไปสิสาวน้อย นี่เป็นซาลาเปาที่พี่ชายคนนี้ทำสุดฝีมือเลยนะ

     

    ““ขอบคุณพี่เขาก่อนซิจ้ะ

     

    “““ขอบคุณเจ้าค่ะพี่ชายน้อย…ข้าน้อยขอลานะเจ้าค่ะ

    ༼ つ ✿◕‿◕✿༽つ ง่า....

     

    “อ...เออ ไม่เป็นไรจ้ะ สาวน้อย

     

    *โป้ก !!!....

    ヾ( ・`⌓´・)ノ゙  นี่แน่ะ !!!

     

    *โอ้ย!!!....

     

    ““เจ้าหนุ่มเจ้านี่ชักช้ายืดหยาดสะเหลือเกิน นางเดินไปไกลแล้ว เจ้าพึ่งคิดได้หรือยังไง ?

     

    ““แล้วก็เช็ดน้ำลายที่มุมปากของเจ้าสะด้วยล่ะเจ้าหนุ่ม !!!

     

    ““มองตาไม่กระพริบเชียว !!!

    (ー_ーゞ  งืม งืม !

     

    “ครับ.....ค้าบบบบบบบบบ !!!

    (ノ・ェ・)ノ (ทำหน้ามึนปัดผ่านไปแบบไม่สนใจใยดี)

     

           หลังจากนั้นทั้งสองก็ไม่สามารถขายซาลาเปาได้อีกเลยตั้งแต่เช้ายันตะวันตกดิน ไม่มีคนมาซื้อกับทั้งสองเลยเนื่องจากเป็นคนแปลกหน้าและหน้าแปลกสำหรับฝั่งตะวันตกแห่งนี้

     

    โรงเตี๊ยมทรายขาวแห่งหมู่บ้านทรายขาว

     

           โรงเตี๊ยมทรายขาวแห่งหมู่บ้านทรายขาวนั้นเป็นที่รวมคนทุกทุกประเภทไว้ด้วยกันคนส่วนใหญ่ที่มาที่นี้นั้นจะมีอยู่ 3 ประเภท 1.มาเพื่อกินข้าวปลาอาหารดื่มสุรา 2.มาฟังเพลงบรรเลง นิทาน 3.มาหาข่าวสาร

     

           สาวน้อยผู้มีอายุอานามมิน่าเกิน 16-17 ปี ผู้ถือถุงใส่ซาลาเปาร้อนร้อนอยู่นั่นเดินเข้ามาในโรงเตี๊ยมแห่งนี้ ดรุณีน้อยนางนี้มีขื่อว่าถงทง ถงทงทำหน้าที่เป็นสาวรับใช้คอยเสิร์ฟอาหารให้กับลูกค้าในโรงเตี๊ยม เธอเป็นคนอัธยาศัยดีจึงทำให้ทุกคนในโรงเตี๊ยมแห่งนี้เอ็นดูเธอเหมือนคนในครอบครัว เธอกำลังยิ้มดีใจเป็นอย่างมากที่วันนี้เธอประหยัดเงินได้ 5 ผลึกดิน ที่เป็นค่าซาลาเปาของเธอเอง เธอนั้นต้องประหยัดเงินอดออมมันเพื่อหาทางลงหลักปักฐานให้กับตัวเองเพื่อออกจากการเป็นสาวรับใช้ในที่แห่งนี้เพราะความใฝ่ฝันของเธอคือการเป็นเถ้าแก่เนี้ยมีกิจการเป็นของตัวเอง

           ถงทงเป็นลูกสาวของชาวเมืองเหนือ บิดามารดาของนางถูกโจรฆ่าระหว่างเดินทางมาที่หมู่บ้านแห่งนี้ ตั้งแต่นางยังอายุย่างเข้า 10 ขวบปีหาเลี้ยงปากท้องด้วยตัวเองมาตลอด จึงเห็นคุณค่าของเงินยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด รองจากชีวิตของเธอ



    ถงทง แห่งโรงเตี๊ยมทรายขาว


    ภายในโถงของโรงเตี๊ยมทรายขาว

     

    **เพล้ง

     

    “ไปทำซาลาเปามาใหม่ อาหารแบบนี้ไม่ใช่แบบที่คนกินได้หรอกกระมั้ง ?!

     

    ““น้องพี่เรามีอะไรก็กินกินกันไปก่อนก็ได้ ที่นี้มิใช่ตระกูลของเราแห่งเมืองเหนือที่เราอยู่หรอกนะ !!!

     

    “ท่านพี่ข้าเข้าใจแต่ท่านพี่ก็รู้ว่าข้ามิเคยต้องมาตกที่นั่งลำบากแบบนี้เลย อย่างน้อยข้ามิเคยต้องอดอาหารถึงขั้นมากินซาลาเปาที่รสชาติสุนัขมิรับประทานแบบนี้

     

    “เฮ้ออออ....เงินทองเราก็มี...

     

    ““ที่ไม่มีคือโรงเตี๊ยมที่ดีกว่านี้ใช่ไหมล่ะ ?!

     

    “เจ้าค่ะท่านพี่...

     

    ภายในครัวที่จัดเตรียมอาหารของโรงเตี๊ยมทรายขาว

     

    มีอะไรกันหรือเจ้าคะ ?!

     

    “““จะมีอะไรได้อีกละถงทงน้อย พวกเชื้อพระวงศ์แห่งเมืองเหนือน่ะสิ เห็นเขาพูดกล่าวได้ความว่าพวกมันมาเที่ยวพักผ่อนกัน

     

    “““พักผ่อนบ้าอะไรกัน !? มาไกลถึงที่แห่งนี้

     

    เมื่อกี่ข้าได้ยได้ยินเสียงของตกแตก ให้ข้าไปจัดเก็บไหมเจ้าค่ะ ?!

     

    “““ไม่ต้องหรอกถงทงน้อย ก็ไอ้เจ้าพวกนั่นนั้นและที่ทำลายข้าวของบอกซาลาในโรงเตี๊ยมของเราสุนัขมิรับประทาน

     

    *มันก็จริงนั้นและไม่นั่นข้าจะออกไปซื้อซาลาเปาจากข้างนอกมากินงั้นเหรอ ?

          

           ถงทงน้อยที่ได้ยินคุณป้าที่คอยทำกับข้าวบ่นให้ฟังก็แอบคิดในใจอยู่คนเดียวแต่นางมิได้แสดงสีหน้าออกมา

     

    “““มาแล้วขอรับ ซาลาเปาร้อนร้อน

     

    *เอ๊ะ !!! ทำไมซาลาเปานั้นมันคุ้นคุ้นนะ หรือว่า....

     

           นางคิดเสร็จจึงรีบวิ่งไปทางหลังร้านในจุดที่นางวางซาลาเปาไว้บนโต๊ะเพื่อหลังจากที่เสิร์ฟอาหารเสร็จจะได้กลับมากินให้เอร็ดอร่อยดั่งใจอยาก แต่สิ่งที่นางมิคาดคิดก็เป็นจริง โดยที่เด็กเสิร์ฟได้เอาซาลาเปาของนางใส่จานไปเสิร์ฟให้กับเจ้าคนเรื่องมากที่โว้ยวายอยู่ที่กลางของห้องโถงแห่งโรงเตี๊ยมทรายขาว

     

    “รูปลักษณ์ซาลาเปาสีขาวเนียนเหมือนเกร็ดหิมะ ผิวซาลาเปาที่ดูเรียบเนียน และยังมีกลิ่นที่หอมหวนจะยังมิได้สัมผัส !!!?

     

    “เสี่ยวเอ้อนี่ใช่ซาลาเปาที่ร้านเจ้าทำเองจริงรึเปล่า ?!

     

    “นี่มันต่างจากที่เจ้าเอามาเสิร์ฟข้าเมื่อกี้ลิบลับเลยนะ หรือโรงเตี๊ยมของเจ้ามีสูตรการทำซาลาเปาที่ดีตั้งแต่แรกอยู่แล้วแต่มิอาจทำมาขายได้เพราะราคาวัตถุดิบแพงกัน เรื่องเงินมิใช่ปัญหาถ้าทำออกมาแล้วลักษณ์ดูดีขนาดนี้ ตอนนี้เราตื่นเต้นอย่างมากที่จะได้กินมัน

     

    หญิงสาวเปิดถุงที่ห่อเก็บความร้อนของซาลาเปาออก ขณะที่เธอบรรจงค่อยค่อยเปิดถุงออกอย่างช้าช้าทันใดนั้นภายในโรงเตี๊ยมแห่งนี้ก็เต็มไปด้วยกลิ่นหอมของซาลาเปามันเป็นกลิ่นหอมที่ไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้ แต่ทุกคนในโรงเตี๊ยมแห่งนี้นั้นต่างก็คิดอย่างพร้อมเพียงกันว่า ขนาดกลิ่นหอมจากภายนอกของเปลือกซาลาเปาที่ห่อหุ้มอยู่ยังขนาดนี้แล้วถ้าแหวกตรงกลางเพื่อดูไส้ของซาลาเปาล่ะ ไส้หัวไชเท้าของซาลาเปามันจะหอมได้ถึงขนาดไหนกันนะ ยิ่งประกอบกับรูปลักษณ์ซาลาเปาสีขาวเนียนเหมือนเกร็ดหิมะ ผิวซาลาเปาที่ดูเรียบเนียน คนในโรงเตี๊ยมแห่งนี้ต่างพบว่ามันเป็นกลิ่นของอาหารอันโอชะที่ถ้ามิได้ลิ้มลองสักครั้งคงจะเสียใจเป็นแน่ที่เกิดมาเป็นคน

     

    *กึก กึก กึก

     

    *พรึบ พรึบ พรึบ

     

    *วูป วูป วูป

     

           เสียงของการพุ่งทะยาน เหาะเหินเดินอากาศ และเสียงของเก้าอี้ไม้ที่ถูกดันให้ถอยไปทางด้านหลัง ที่ดังพร้อมกันจากหลายๆมุมของโรงเตี๊ยมแห่งนี้ไม่ว่าจะเป็นที่ชั้น 1 ของโรงเตี๊ยมหรือชั้น 2 ของโรงเตี๊ยมแห่งนี้ก็ตาม ปฏิกิริยาของทุกคนจะเหมือนกันหมดเหมือนพวกเขาทุกคนนั้นกำลังใช้ลมปราณสัมผัสตำแหน่งที่มาของต้นกำเนิดกลิ่นที่หอมหวนชวนน้ำลายไหล

     

    “กลิ่นหอมนี้มันอะไรกัน ?!

    (๑✧◡✧๑)  

     

    “กลิ่นหอมนี้มาจากมุมไหนของโรงเตี๊ยมกัน ?!

    (๑✧◡✧๑)  

     

    “กลิ่นหอมของเมนูใดกันนะ ?!

    (๑✧◡✧๑)  

     

    “โรงเตี้ยมนี้มีอาหารสูตรลับหรือ ?!

    (๑✧◡✧๑)  

     

    “ท้องของฉันร้องโครกครากเพราะกลิ่นหอม ?!

    (๑✧◡✧๑)  

     

    “ฉันรู้สึกหิวอย่างมากเลยเมื่อได้กลิ่นนี้ ?!

    (๑✧◡✧๑)  

     

    “จมูกของฉันดีกว่าของคนอื่นๆจึงสามารถแยกกลิ่นได้ดี แต่กับเจ้ากลิ่นหอมขนาดนี้ฉันก็มิอาจจำแนกได้เหมือนกัน...

    (๑✧◡✧๑)  

     

    “…..

     

    ““น้องพี่เออกินหอมนั้นใช่ลอยออกมาจากถุงที่อยู่ในมือของเจ้าหรือไม่ ?!

    (≖ ‿ ≖) (หุหุ ข้ารู้ข้าเห็น !!!)

     

    “อ...เอออ..?

     

           หลายคนหลายความคิดแต่สิ่งเดียวที่พวกมันคิดไปในทางเดียวกันคือ ต้องได้ลิ้มลองอะไรก็ตามที่เป็นตัวการที่ปปล่อยกลิ่นอันหอมหวน ขจรสิบทิศนี้ให้ได้สักคำ สักครา ไม่ว่ามันจะมีราคาค่างวดเท่าใดมิว่าจะถูกหรือจะแพงจนมิอาจรับได้ก็ตาม

     

    “ท่านพี่...มีอันใดหรือเจ้าค่ะ ?!

    ( ̄. ̄) ? (อันนี้มึน ๆ งงๆ แต่ก็ยังตอบคำถาม)

     

    ในขณะที่แม่นางคนนี่กล่าวถามสายตาของนางมิได้หลุดออกจากถุงใส่ซาลาเปาที่อยู่ในมือของนางเลย นางจ้องมองถุงตรงหน้าด้วยดวงตากลมโตและสดใส จ้องผ่านเข้าไปในถุงจะเห็นซาลาเปาที่เต็มไปด้วยชั้นของพลังลมปราณที่แผ่ออกมารอบรอบตัวของซาลาเปา ส่องแสงบางบางเป็นประกายระยิบระยับยิ่งประกอบกับรูปลักษณ์ซาลาเปาสีขาวเนียนที่เสมือนเกร็ดหิมะ ผิวซาลาเปาที่ดูเรียบเนียนเปล่งประกาย กลิ่นที่ทะลุกลางใจของถุงที่ห่อหุ้มมันออกมา ทำให้บรรยากาศบริเวณโรงเตี๊ยมแห่งนี้เต็มไปด้วยกลิ่นหอมของมันทำให้ชาวยุทธทุกคน เด็กเสิร์ฟ เถ้าแก่ แม้แต่เด็กทารกตัวน้อยน่ารักที่กำลังร้องไหก็ยังหยุดร้องลง หรือใครก็ตามที่อยู่ในบริเวณของกลิ่นหอมของมันนั่นรู้สึกเกิดความกระหาย หิวโหยมากขึ้นราวกับว่าเจ้าตัวการที่ส่งกลิ่นนี้ออกมาเป็นสิ่งเดียวและสิ่งสุดท้ายในชีวิตที่พวกเขาทุกคนต้องการ

    คนในโรงเตี๊ยมแห่งนี้ต่างพบว่ามันเป็นกลิ่นของอาหารอันโอชะแน่แท้ต้องได้ลิ้มลองสักครั้งถึงจะไม่เสียใจที่ได้เกิดมา

     

    *ฟุด...ฟิด...ฟุด...ฟิด

     

    *อา....กลิ่นนี้มันออกมาจากถุงใส่ซาลาเปาที่เราขอมาจากพี่ชายนี้หว่า !!

     

    *ใช่แล้วนี้เป็นกลิ่นเดียวกันเลยกับตอนที่เราเห็นพี่ชายน้อยหยิบซาลาเปาออกมาใส่ถุง !!!

    *0* (ปิ๊งด้วย กระแดะด้วย 555+)

     

    “ข้าขอรับประทานเลยแล้วกัน ถ้าครั้งนี้ยังไม่อร่อย หรือเจ้าเอาซาลาเปาสุนัขมิรับประทานมาให้ข้าอีกล่ะก็ ?!

    +(ꐦ ´͈ ᗨ `͈ )+ (ปากกล่าวยอมรับแต่ยังมีอารมณ์หงุดหงิด)

     

    “หึ หึ!

    =_=++ (วิ้ง ๆ ส่งสายตาอาฆาต)

     

    ***เก็บอาการก่อนไหมวะ แม่งน้ำลายไหลออกมาแล้วยังจะพูดสุนัขมิรับประทานอีก !!!

    ( ̄ー ̄)(เอิ่ม...)

     

           เสี่ยวเอ้อที่ยกจานใส่ถุงซาลาเปาออกมานั้นถุงกลับต้องบ่นในใจถึงความเรื่องมากและท่าทางที่ตรงกันข้ามของแม่นางตรงหน้าของมัน

     

    *งับ.....

     

           นางกล่าวเสร็จก็มิอาจทนความยั่วยวนของเจ้าก้อนซาลาเปาสีขาวที่อยู่ตรงหน้าในฝ่ามือขวาของนางได้อีก จึงบรรจงใช้ริมฝีปากบางเล็กได้รูปของนางกัดไปที่เจ้าซาลาเปาเจ้าปัญหาที่ยั่วเย้าอารมณ์กระหายอยากจนน้ำลายของนางนั้นสอสะให้รู้แล้วรู้รอดไป ขณะที่ทุกคนกำลังตามหาที่มาของกลิ่นกันอยู่ทำให้ทั้งโรงเตี๊ยมแห่งนี้ตกอยู่ในความเงียบ จู่จู่ กับมีเสียงของการกัดกินอาหารเบาเบา เป็นตัวทำลายความเงียบสงัด เป็นเสียงเล็กเล็กที่ดังกังวานดังสะท้านไปทั่วโรงเตี๊ยมทรายขาวที่เงียบสงบแห่งนี้ มันเป็นเหมือนคลื่นลูกใหญ่ แต่สิ่งที่กำลังจะจุดระเบิดหรือถูกจุดระเบิดออกไปแล้วที่จะทำให้ทุกคนแตกตื่น นั่นคือ กลิ่นที่บรรจุอยู่ภายในของเจ้าซาลาเปาสีขาวเจ้าปัญหานี่ที่กำลังส่งระเบิดกลิ่นที่กระตุ้นจิตวิญญาณหอมหวนกระจรกระจายไปทั่วบริเวณ

    เธอเริ่มรู้สึกประหลาดใจอย่างมากที่ความรู้สึกที่ลิ้นของเธอนั่นได้สัมผัสกับซาลาเปาสีขาวนวลเจ้าปัญหานี่ไปแล้วเต็มเต็มคำแท้แท้ แต่พอเธอลืมตาขึ้นมาอีกทีซาลาเปาคำนั้นมันได้อันตธารหายไปจากปากของเธอเองเหมือนมันละลายหายไปในอากาศโดยที่เธอเองก็มิได้รู้สึกตัวเลย สิ่งหนึ่งที่ทำให้เธอมั่นใจมากว่าสิ่งที่เธอกำลังรู่สึกอยู่นี้มันคือความเป็นจริง เธอมิได้ฝัน นั่นเพราะในมือของเธอยังมีซาลาเปาสีขาวนวลที่มีรอยแหว่งไป 1 ฝั่ง เจ้าของปัญหาที่ทำให้เธอต้องขบคิดอยู่นั้นเอง เธอรีบลุกขึ้นยืนราวกับว่าเธอกำลังโดนมนต์สะกด เหมือนเธอโดนสะกดจิตให้รู้สึกสุขสมดั่งใจปรารถนาราวกับว่าดวงวิญญาณของเธอกำลังออกมาโห่ร้องปิติยินดีที่ได้ถือกำเนิดเกิดมา จากการที่เธอได้กัดเจ้าซาลาเปานี่เพียง 1 คำ เพียงคำเดียวเท่านั่น

     

    “อืมมมมม !!! เจ้านี่มันอ...อ...อร่อย...มันอร่อยมากมากเลยเจ้าค่ะ !

    ༼ つ ✿◕‿◕✿༽つ ง่า....

     

           ในเวลาพี่ชั่วพริบตา เมื่อเธอเริ่มดึงสติที่จมดิ่งไปกับความรู้สึกที่ยอดเยี่ยม มันเป็นความรู้สึกที่อัศจรรย์อย่างยิ่ง เมื่อลิ้นของเธอได้สัมผัสกับเนื้อของซาลาเปามันเป็นซาลาเปาที่มิเคยพบเคยเห็นมาก่อนตั้งแต่เธอนั่นถือกำเนิดมาในตระกูลของเธอเลย จนมาถึง ณ บัดนี้ ณ เวลานี้ เธอกับพึ่งเคยได้ลิ้มรส...

    มันเป็นรสชาติที่แม้แต่เธอที่ตระเวรชิมอาหารไปทั่วและแม้แต่พ่อครัวที่ดีที่สุดในโลกมหาปราณเบื้องล่างนี้ก็ไม่สามารถทำให้เกิดรสชาติที่ชวนหลงใหลดึงดูดวิญญาณของนางได้มากถึงขนาดนี้มาก่อน...

     

    “เอ๊ะ...!?

    (๑•̌.•̑๑)ˀ̣ˀ̣  ?!

     

    “นี่พวกเจ้าต้องการสิ่งใด ?!

     

    “หืม ! แม้แต่ท่านพี่ก็เป็นไปกับพวกเขาด้วยเหรอ ?!

    ( ̄■ ̄;)!?

     

    #ตกลงแล้วนางงุนงงในเรื่องใด ?! สิ่งใดที่ทำให้นางถึงกับสงสัยออกมา ?! แล้วท่านพี่ของนางเป็นอะไรกันแน่ ?!

    คล้ายกับเรื่องเด็กเกรียนเซียนจอมยุทธ NC+ ที่คุณอ่าน