ค่ายกลอำพราง
หลังจากคุยกันได้ไม่นานเสี่ยวฮุ่ยก็เริ่มนำเนื้อสัตว์อสูรที่ได้มาตุ๋น กลิ่นหอมสมุนไพรได้ลอยมาเตะจมูกของอู่หมิงอย่างจังทำให้อู่หมิงอดไม่ได้ที่จะน้ำลายใหลเพราะสำหรับอู่หมิงมันเป็นเรื่องยากที่จะล่าสัตว์อสูรมาทำเป็นอาหาร"เป็นอย่างไรอาหารที่ราชันอย่างข้าปรุงเองกับมือน่าทานใช่ใหมละ" เสี่ยวฮุ่ยกล่าวอู่หมิงไม่สามารถคัดคำของเสี่ยวฮุ่ยได้เพราะอาหารที่เสี่ยวฮุ่ยทำนั้นรสชาติดีกว่าอู่หมิงเสียอีก แม้แต่อู่เหม่ยก็ยังอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากชม ทั้งสองคนกับอีก 2 ตัวเริ่มกินเนื้อตุ๋นกันอย่างมีความสุข ในตอนแรกอู่เหม่ยจะแปลกใจที่เห็นเสือดำทมิฬแต่อู่หมิงก็บอกว่าเสือดำมันตามพวกตนมาอู่หมิงจึงรับมันมาเป็นสัตว์เลี้ยงเหมือนกับเสี่ยวฮุ่ยทางด้านเมืองอู่ ภายในตระกูลอู่ อู่เซียงได้กลับมาถึงตระกูลอู่ด้วยความเร็ว นางไม่ได้สนใจอาการบาดเจ็บของตนเองมากักและตรงไปยังห้องของผู้นำตระกูลอู่ในทันที"ท่านตาข้ามีข่าวดีมาบอก!!!!!!" อู่เซียงกล่าวกับชายชราที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ในห้อง"เซียงเอ๋อเจ้าไปใหนมา หืมทำไมเจ้าถึงบาดเจ็บใครทำร้ายเจ้าเดี๋ยวตาจะไปฆ่ามันเดี๋ยวนี้" ชายชรากล่าวด้วยน้ำเสียงเดือดพาล"เป็นเจ้าพวกตระกูลหวงที่ทำร้ายข้า โดยเฉพาะเจ้าหวงหยูมันคิดจะจับข้าไปเป็นผู้หญิงของมัน" อู่เซียงกล่าว"บัดซบเจ้าพวกตระกูลหวงอีกแล้ว เจ้าเดรัจฉานพวกนี้เห็นทีพวกมันและข้าจะไม่สามารถอยู่ร่วมโลกกันได้แล้ว" ชายชรากล่าว"ท่านตาเรื่องของข้าไม่สำคัญแต่ข้ามีข่าวดีสำหรับท่านมาบอก" อู่เซียงกล่าว"ข่าวดีอะไรงั้นหรือเซียงเอ๋อ" ชายชรากล่าวถามด้วยความสงสัย"ข้าได้ข่าวของท่านป้าอู่เหม่ยแล้ว ท่านป้าอู่เหม่ยยังมีชีวิตอยู่" อู่เซียงกล่าวด้วยความตื่นเต้น"เป็นเรื่องจริงงั้นหรือ" ชายชรากล่าวพร้อมกับร่างกายสั่นสะท้านด้วยความยินดี"เป็นเรื่องจริง และคนที่ช่วยชีวิตของข้าจากพวกตระกูลหวงก็คือบุตรชายของป้าอู่เหม่ย นามของเขาคืออู่หมิง" อู่เซียงกล่าว"นี่!!!!!!! เป็นไปได้อย่างไรที่บุตรชายของเหม่ยเอ๋อจะช่วยชีวิตเจ้าที่อยู่ปราณก่อเกิดขั้นที่ 9 " ชายชรากล่าว"เป็นเรื่องจริงท่านตาแต่ว่าที่ข้าสังเกตุเห็นคือพลังของเขาอยู่แค่ปราณก่อเกิดขั้นที่ 3 เท่านั้น เพียงแต่ว่าเขากลับสามารถสังหารคนตระกูลหวงที่อยู่ปราณก่อเกิดขั้นที่ 9 ทั้ง 3 คน ได้ภายในกระบี่เดียว" อู่เซียงกล่าว"แล้วชายหนุ่มคนนั้นละไปใหนแล้วเจ้าได้พาเขากลับมาด้วยหรือไม่" ชายชรากล่าว"เขาไปแล้วเมื่อเขาช่วยข้าเสร็จเขาก็จากไปเพียงแต่ก่อนไปเขาบอกว่าอีกไม่นานเขาจะพาท่านป้าอู่เหม่ยกลับมายังตระกูลอู่" อู่เซียงกล่าว"อย่างงั้นรึ แต่ถ้าเจ้าเจอเขาอยู่ที่หุบเขาสัตว์อสูรที่แสนอันตรายนั่นก็แสดงว่าพวกเขาสองแม่ลูกจะต้องซ่อนตัวอยู่แถวนั้นแน่นอน ไม่ได้การข้าจะต้องไปที่แห่งนั้นด้วยตัวเอง ไม่อย่างงั้นเจ้าพวกเดรัจฉานตระกูลหวงจะต้องรู้ถึงที่ซ่อนของทั้งสองและลอบสังหารอีกแน่" ชายชรากล่าวพร้อมกับรีบออกไปทันทีชายชราไม่เพียงไปคนเดียวแต่ยังพาเหล่าชายชราที่สนิทกันไปด้วยอีก 4 คนเดินทางไปยังหุบเขาสัตว์อสูร แต่พวกเขาหารู้ไม่ว่าพวกอู่หมิงไม่ได้อยู่ที่หุบเขาสัตว์อสูรแต่อยู่ในหุบเขาข้างๆหุบเขาสัตว์อสูรซึ่งเป็นหุบเขาที่ไม่ค่อยมีคนเข้ามาทางด้านตระกูลหวงเองก็เริ่มส่งคนออกมาตามหาชายหนุ่มทั้งสามคนที่ถูกส่งออกมาไล่ล่าอู่เวียงเช่นกันแต่ต่อมาพวกเขาก็ต้องตกตะลึงเมื่อพบว่าทั้งสามกลายเป็นศพไปแล้วแถมจากรอยแผลตัดศีรษะแล้วยังเป็นการโจมตีเพียงครั้งเดียวด้วย"บัดซบใครกันที่มันกล้าลงมือกับคนของพวกเราตระกูลหวง" ชายชราคนหนึ่งกล่าว"นั่นหนะสิพวกมันไม่รู้หรืออย่างไรว่าในตอนนี้ ซวงเอ๋อของพวกเรากำลังจะหมั้นหมายกับองค์ชาย 7 ของราชวงศ์ ด้วยการมีราชวงศ์หนุนหลังตระกูลหวงของพวกเราก็จะยิ่งใหญ่กว่าตระกูลอื่นๆไปใกล " ชายชราอีกคนก็กล่าว"นี่แสดงให้เห็นว่ามีคนมาช่วยเหลืออู่เซียง และมีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นจอมยุทธ์ปราณปฐพีด้วย" ชายวัยกลางอีกคนก็กล่าว"เจ้านำเรื่องนี้ไปรายงานท่านผู้นำส่วนข้าจะรองตรวจสอบบริเวณนี้ดูสักหน่อยเผื่อว่าจะเจออะไรบ้าง" ชายชรากล่าวพร้อมกับแยกย้ายกันออกค้นหาล่องลอยของอู่หมิงภายในบ้านไผ่ อู่หมิงได้ใช้ทรัพยากรที่ได้มาจากชายหนุ่มตระกูลหวง 3 คนซึ่งเพียงไม่นานพลังของอู่หมิงก็ทะลวงสู่ปราณก่อเกิดขั้นที่ 4 อู่หมิงรู้สึกได้ถึงพลังที่เพิ่มขึ้นจึงเร่มฝึกฝนกระบี่อย่างรวดเร็ว"แย่แล้วอู่หมิงดูเหมือนจะมีกลุ่มคนมาทางนี้" เสี่ยวฮุ่ยที่นอนอยู่ก็ลืมตาขึ้นพร้อมกับตะโกนออกมาอู่หมิงหยุดฝึกทันทีและจ้องมองไปยังทิศทางหุบเขาสัตว์อสูร "เจ้ารู้หรือไม่ว่าพวกนั้นมีกันกี่คนและระดับพลังอยู่ระดับใหน" อู่หมิงกล่าว"มีมาด้วยกัน 3 คน มี 2 คนอยู่ปราณปฐพีขั้นต้น และอีก 1 คนปราณปฐพีขั้นกลาง" เสี่ยวฮุ่ยกล่าว"ไม่ได้การแล้วพวกเราในตอนนี้ไม่สามารถตอกรกับพวกมันได้ต่อให้ข้าลอบสังหารพวกมันก็มีโอกาสแค่ 10% เท่านั้นความต่างของพลังมากเกินไป" อู่หมิงกล่าว"ไม่ต้องห่วงข้ามีความคิดดีๆแล้ว เจ้าส่งผลึกในแหวนของเจ้ามาเดี่ยวราชันเช่นข้าจะแสดงฝีมือด้านค่ายกลให้เจ้าดู" เสี่ยวฮุ่ยกล่าวอู่หมิงไม่ลังเลและส่งผลึกโปรงใสให้กับเสี่ยวฮุ่ยทันที เสีย่วฮุ่ยเริ่มวิ่งไปยังมุมของบ้านไม้ไผ่อย่างรวดเร็วและเริ่มวาดอักขระด้วยความเร็วสูง ใช้เวลาเพียง ครึ่งชั่วโมงอักขระก็ถูกวาดจนเสร็จซึ่งเมื่อเสี่ยวฮุ่ยนำผลึกโปรงแสงมาวางไว้ที่กลางอักขระ ค่ายกลก็ทำงาน ค่ายกลเริ่มปกคลุมบ้านไม้ไผ่อย่างรวดเร็ว"นี่คือค่ายกลพรางตาซึ่งพวกมันไม่มีทางเห็นพวกเราหรือบ้านไม้ไผ่อย่างแน่นอนสิ่งที่พวกมันเห็นมีเพียงแค่เหล่าต้นไผ่เท่านั้น" เสี่ยวฮุ่ยกล่าว"เจ้าแน่ใจนะว่ามันใช้ได้ผล" อู่หมิงกล่าวด้วยความกังวลพร้อมกับเข้าไปปลุกอู่เหม่ยที่นอนหลับเพราะฤทธิ์ยาซึ่งมันต้องใช้เวลาก่อนที่ยาที่เสี่ยวฮุ่ยปรุงออกมาจะรักษาอู่เหม่ยจนหายดีและในขณะนั้นเองที่ชายชราทั้งสามคนก็มาถึงหุบเขาที่พวกอู่หมิงอยู่ อู่หมิงที่เห็นชายชราทั้งสามคนสวมเสื้อที่มีตราสัญลักษณ์แบบเดียวกับชายหนุ่มทั้งสามที่ตนฆ่าไปอู่หมิงก็รู้ได้ทีนทีว่าทั้งสามคนนี้เป็นคนของตระกูลหวง ทำให้จิตสังหารของอู่หมิงตื่นข้นอีกครั้งแต่เสี่ยวฮุ่ยก็ต้องรีบปรามอู่หมิงเอาไว้ไม่อย่างงั้นอีกฝ่ายจะรู้ตัว--------------------------------------------------------------------------------------------