“ห้องของคุณเลขที่อะไรครับ คุณภัค”
ตุลธรเอ่ยถามภัคธีมาขณะหิ้วปีกสาวเ้าเข้าคอนโดฯ ซึ่งตอนนี้เธอมีอาการสะลึมสะลือจากฤทธิ์เหล้า ร่างบางโงนเงนไปมา จนคนที่ประคองแทบจะล้มแหล่มิแหล่
“ห้องของฉานเลข…หนึ่ง…แปด…สาม ค่ะ” หญิงสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก แทบจะฟังไม่รู้เื่
ทว่าตุลธรกลับจับใจความได้
“อ๋อ ห้องของคุณเลข หนึ่ง แปด สาม แล้วอยู่ชั้นที่เท่าไหร่ครับ”
“ชั้นเจ็ดค่ะ” เธอตอบไป
“โอเค ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวผมจะพาคุณไปที่ห้องนะ”
สักพักเขาก็พาหญิงสาวมาถึงหน้าลิฟต์ ก่อนจะกดให้มันเปิด รอไม่นานมันก็เปิดออก เขาจึงประคองภัคธีมาเข้าไป และกดปิด
เพียงไม่กี่นาทีลิฟต์ก็พาเขาและเธอขึ้นไปถึงชั้นแปด ทันทีที่ออกจากลิฟต์ตุลธรก็ประคองภัคธีมาเดินหาห้องของเธอ และในที่สุดก็เจอ เขาจึงเอาคีการ์ดที่อยู่ในกระเป๋าหญิงสาวไปทาบตรงประตู แล้วก็เปิดเข้าไป จากนั้นจึงปิดและล็อกไว้
เขาพาเธอไปยังห้องนอนซึ่งอยู่มุมหนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ วางเธอลงบนเตียง
“ถึงห้องของคุณแล้วครับ”
“ถึงแล้วเหรอคะ ไวจัง” ภัคธีมาถามยิ้มๆ ผสมกับอารมณ์เมา
“ใช่ครับ” เขาพยักหน้า ก่อนจะจัดแจงให้ภัคธีมานอนลงบนหมอน “นอนนะครับ เดี๋ยวผมจะไปเอาผ้ากับน้ำมาเช็ดตัวให้คุณ”
ว่าแล้วชายหนุ่มก็รีบลุกไปที่ห้องน้ำทันที สักพักก็กลับออกมาพร้อมกับกะละมังใส่น้ำและผ้าเช็ดตัวผืนเล็ก ก่อนจะลงมือชุบน้ำแล้วมิดให้แห้ง จากนั้นจึงเริ่มเช็ดหน้าต่อด้วยลำคอ
ทว่ายังไม่ทันเช็ดลำคอสาวเ้าก็คว้ามือมาดึงแขนของเขาไว้ พลางพึมพำเบาๆ ทั้งๆ ที่ยังหลับตาอยู่
“ทำไมเย็นจังเลยคะ หือ…”
“คุณจะได้รู้สึกสบายตัวไงครับ และจะได้สร่างเมาเร็วขึ้นด้วย” ตุลธรบอก
แล้วหญิงสาวก็ลืมตาขึ้น เมื่อเห็นหน้าตุลธรก็ยิ้มกว้าง เธอเอื้อมมือทั้งสองข้างไปกอดคอเขา เพราะกำลังคิดว่านี่คือความฝัน
“คุณตุลคะ นี่คุณถึงขั้นเข้ามาอยู่ในความฝันของฉันเลยเหรอคะ เอ๊ะ หรือว่าฉันชอบพูดแต่เื่คุณก็เลยทำให้เห็นแต่หน้าของคุณ” เธอหัวเราะเบาๆ
“คุณภัคครับ…”
ยังพูดไม่จบสาวเ้าก็ดึงเขาเข้าไปจูบแบบที่เขาตั้งตัวไม่ทันเลยทีเดียว ในขณะที่ตุลธรเบิกตากว้างด้วยความใ ทว่าสักพักสัญชาตญาณดิบของผู้ชายในกายเขาก็ปลุกขึ้นมา ชายหนุ่มตอบโต้อย่างดูดดื่ม ด้วยความที่เขาเองก็เคยผ่านผู้หญิงมาแล้ว เื่แบบนี้เขาจึงไม่พลาด
ปลายลิ้นหนารุกเร้าช่องปากสาว ภัคธีมาไม่เคยจูบมาก่อนจึงได้แต่จูบไม่เป็ประสา ในขณะที่ร่างกายสาวบิดเร่าร้อนยามมือหนาลูบไล้บนเต้าอวบของเธอ เสียงครางของหญิงสาว ทำให้ตุลธรยากที่จะระงับอารมณ์ไหว เขาค่อยๆ กระทำอย่างนุ่มนวลจนทั้งคู่อยู่ในสภาพเปลือยเช่นกัน
เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังชัดเจน
“ตับ ตับ ตับ”
“อื้อ ซะ ซี๊ด ซี๊ดดด”
ภัคธีมาร้องครางออกมาด้วยความเสียวซ่านเพราะโดนเขากระแทกถี่ยิบ ตุลธรได้ยินเข้าจึงได้ก้มหน้าดูดเต้าอวบอูมคู่นั้น
“อะ อื้อ โอ้ว โอ้ว…โอ้ว”
ภัคธีมานอนส่ายหน้าไปมาแต่กลับกลายเป็ว่าร่อนหน้าอกไปตรงหน้าเขาแทนอย่างอัตโนมัติ
“จ๊วบ จ๊วบ คุณสวยมากเลยนะ คุณภัค” ตุลธรพึมพำอย่างหลงใหลแกมเสน่หา
ตุลธรได้ปรนเปรอรสสวาทให้แก่ภัคธีมาด้วยความคลั่งไคล้ของตนเองทำให้เธอตอบสนองกลับอย่างไม่รู้ตัว ความหอมหวานจากร่างน้อยทำเอาชายหนุ่มแทบกลืนกินเธอทั้งตัว เขาจึงไม่รู้สึกตัวเลยว่าตนไปเอาเรี่ยวแรงมาจากไหน และเสร็จไปกันกี่รอบ จวบจนกระทั่งใกล้รุ่งเขาเผลอผล็อยหลับไปคาอกนุ่มๆ ของเธอ
เช้าวันรุ่งขึ้นภัคธีมารู้สึกตัวอย่างสะลึมสะลือแกมหนักๆ หัว แล้วหญิงสาวก็เพิ่งรู้สึกตัวว่าตนเองกำลังเปลือยกายตกอยู่ในอ้อมกอดของเขา แถมมือหนาลูบไล้เต้าอวบอูมไปมา จนเธอเผลอครางออกมาด้วยความเสียวซ่าน เพราะไม่เคยต้องมือชายมาก่อน จึงทำให้เธอรู้สึกเจ็บและจุก
“อะ อื้อ โอ้ว ปละ ปล่อยนะคะ ใครกัน?”
ภัคธีมาดิ้นรนขัดขืนจากอ้อมกอดหนา ตุลธรซุกไซ้รซอกคอขาวผ่องจนเป็รอยแดง เธอครางออกมาเบาๆ ั์ตาปรือปรอยด้วยอารมณ์พิศวาสที่เขามอบให้ก่อนที่ทั้งคู่จะมีอะไรกันอีกรอบจนได้
หญิงสาวทั้งวาบหวามวาบกับการกระทำของเขา เพราะทำเอาเธอหัวใจเต้นแรงแถมสายตาคู่นั้นมองเรือนร่างเปลือยเปล่าของตัวเองด้วยความปรารถนา ในขณะที่มือหนาทั้งจับต้องเต้านุ่มๆ เขี่ยยอดถันไปมา นั่นยิ่งพาให้เธอเสียวซ่านกายสาวห่อไหล่มา กิริยาของเธอทำเอาตุลธรยิ่งหยอกล้อเธอ
“ปละ ปล่อยค่ะ คุณตุล ภัคหายใจไม่ออก”
ร่างบางโดนเขาจับหันมามองหน้าตนเอง ภัคธีมาถึงกับตะลึงสีหน้าเธอ ทำเอาเขานึกขำ
“คุณเป็เมียผมแล้วนะครับ คุณภัค มองแบบนี้ เดี๋ยวผมขออีกรอบนะ จุ๊บ”
“อะ เอ่อ คือ คือ ทำไมคุณมานอนอยู่ห้องฉันได้ โอ้ว โอ้ว อย่าค่ะ คุณตุล”
ภัคธีมาตกเป็รองตุลธร เมื่อเขาบอกว่าเธอเป็เมียเขามือหนาบีบเคล้นคลึงบนอกสาวอย่างมีอารมณ์ร่วมด้วย ขณะที่เธอเพิ่งฝึกหัดเท่านั้นเอง ร่างบางส่ายไปมาเต้าอวบส่ายไปมาชวนเย้ายวนเขานัก
“เวลาเท่าไหร่แล้วคะ สายแล้วแน่ๆ เลยค่ะ”
“ผมลางานเรียบร้อยแล้วครับ “
ตุลธรพูดมาสีหน้าเร่าร้อน ภัคธีมารู้สึกร้อนวูบวาบมา ยามโดนเขาจับตามเนื้อตามตัวราวกับมือหนาเป็เถ้าถ่านมาทีเดียว
“อะ อื้อ ร้อน ร้อน โอ้ว คุณตุลช่วยฉันด้วย”
ร่างน้อยขนลุกซู่มาตัวสั่นสะท้านมา ความอวดดีอวดเก่งหายไปสิ้น กลับเป็เธอที่กำลังตกอยู่ในบ่วงที่ตนเองเป็คนก่อขึ้นมาเอง
ลิ้นหนาๆ ของตุลธรตวัดเลียเต้าอวบอูมมา ภัคธีมาที่ทั้งแฮงค์สติสาวเตลิดไปไกลเสียแล้ว
“อะ อื้อ อื้อ โอ้ว โอ้ว คุณตุล คุณตุลขา ภัคหนาว หนาวค่ะ” ภัคธีมาครางออกมา
ตุลธรได้จับร่างน้อยเข้าสู่อ้อมแขนตนเอง พร้อมกับสอดลำเข้าสู่กลีบสาวสวยทันทีเนื่องจากร่องสาวยังมีน้ำเฉอะแฉะอยู่
ภัคธีมาถึงกับผวาเฮือก มือน้อยๆ ของเธอกอดคอเขา
“อะ อู๊ยย์ จะ เจ็บ”
หญิงสาวร้องครางออกมาตัวสั่นทีเดียว นิ้วหนาของเขาเกลี่ยเช็ดแก้มนวลพร้อมกับจูบซับน้ำตาให้เธอ ภัคธีมาถึงกับชะงักกึก หัวใจเธอสั่นไหวไปหมดแล้ว ทั้งสับสนปนเป แต่ด้วยอารมณ์พาไปภัคธีมาจึงเต็มอกเต็มใจกอดเขาแล้วได้มีความสัมพันธ์สวาทกันหลายรอบ
ตุลธรจึงได้เลือกท่าหมาให้เธอนอนคว่ำโก่งก้นสาวพร้อมกับจับขาแยก เธอผู้ไร้ประสบการณ์ถึงกับร้องครางออกมาทีเดียว
“จะ เจ็บนะ คุณตุล”
“เรียกผมว่าตุลสิ ไม่งั้นผมไม่เลิก”
“ค่ะ ค่ะ ตุล ว้าย คุณจะทำอะไรคะนี่?”
ภัคธีมาตกอกใกับการกระทำของเขา เพราะเขาคล่อมกายเธอไม่พอแถมถ่างขาออกมาอีกด้วย
มือหนาจับก้นสาวสวยแยกออกจากกันพร้อมกับเห็นรอยแดงสดทำให้เขาเลียลิ้นลงไปทันที ภัคธีมาถึงกับใบหน้าแดงก่ำมาบัดนี้ร่างน้อยขนลุกซู่ด้วยแรงพิศวาสที่โดนเขาได้กระแทกท่าหมากับเธอมาแรงๆ ในขณะที่ตุลธรส่งกายแกร่งสอดเข้าไปในร่องสาวท่านี้เป็ท่าลึก
“อะ อู๊ยย์ คุณตุลขา ภัคเจ็บ ภัคเหนื่อยแล้วนะคะ”
“อืม ขออีกที เรียกผัวใหม่ครับ”
ตุลธรพูดจาหยอกล้อมากายสาวแอ่นอกตนให้เขาดูด สลับกับอัดฉีดประตูหลัง ก่อนจะเปลี่ยนกลับเป็ท่าหงาย เมื่อเสร็จเขาถึงกับฟุบลงสลบคาอกหญิงสาว
เวลาผ่านไปภัคธีมารู้สึกกายตื่นเธอถึงกับใลุกพรวดพราดขึ้นนั่ง พร้อมกับมองรอบห้องนอนตนเองก็ไม่เห็นอะไรผิดปกติ ทว่าที่ผิดปกติคืออาการจุกเสียดท้องน้อยพร้อมกับร่างบางที่พยายามจะก้าวเดินจนเกือบร่วงหล่นข้างเตียงทีเดียว
“อื้อ ไม่ได้ฝันจริงๆ ด้วย จะ เจ็บ อย่าให้เจอนะ นายตุล”
ภัคธีมาบ่นพึมพำมาเบาๆ เพราะคิดว่าเขากลับไปแล้ว
“ภัค! คุณตื่นเมื่อไหร่กัน น่าจะเรียกผมนะครับ” ตุลธรเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงงัวเงีย
ฝ่ามือหนาลูบไล้แก้มนวลเบาๆ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความจริงใจ ทว่าสภาพภัคธีมาล่อแหลมจนเ้าตัวนึกเขินเขาขึ้นมา
เธอนึกในใจด้วยความเจ็บใจว่า
ว่าแล้ว! วันนี้มันต้องเกิดขึ้นจนได้ ฉันไม่เชื่อฟังวิเลย ฉันเมาจนพลาดท่าเสียตัวให้นายตุลธร ไม่น่าเลย ความสาวความสวยของฉันต้องมาเสียให้นายนี่ เฮ้อ!
“ผมขอโทษนะครับ ที่ เอ่อ…” ตุลธรเอ่ยขึ้นหลังจากชะงักไปนาน
ภัคธีมาแสร้งระบายยิ้มจางๆ ให้อีกฝ่าย ก่อนจะพูดว่า
“ไม่เป็ไรค่ะ ฉันเต็มใจให้เื่แบบนี้เกิดขึ้นอยู่แล้ว และฉันก็ไม่ถือโทษโกรธเคืองคุณด้วย ทุกอย่างมันเกิดขึ้นจากความเมาของฉันค่ะ”
“ผมเต็มใจเช่นกันครับ” เขายิ้มให้เธออย่างจริงใจ “เพราะผมหลงรักคุณั้แ่ครั้งแรกที่เห็น จนผมถอนตัวไม่ขึ้นแล้วครับ แต่คุณไม่กังวลว่าถ้าผมได้คุณแล้วผมจะทิ้งคุณ เพราะผมจะรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนครับ เราจะแถลงข่าวพร้อมกันวันพรุ่งนี้เลย ผมจะประกาศบอกกับทุกคนว่าผมจะแต่งงานกับคุณ”
“แต่งงาน!” หญิงสาวตาโตด้วยความตื่นตะลึง ในขณะที่อีกฝ่ายพยักหน้า
“ครับ แต่งงาน”
“แบบนี้ฉันจะไม่ถูกประณามแย่เหรอคะ ว่าเข้ามาทำงานในบริษัทของคุณเพื่อหวังทะเยอทะยานจับคุณทำผัว อยากเป็เมียบอส ฉันกลัวค่ะ” เธอแสร้งเอ่ยด้วยน้ำเสียงเป็กังวล
ตุลธรยื่นมือไปจับไหล่หญิงสาวเพื่อปลอบใจ
“ไม่แน่นอนครับ เพราะผมจะปกป้องคุณเอง ถ้าใครบังอาจมาว่าคุณผมจะตอกกลับจนหน้าหงายเลยครับ”
แหม! ทำตัวเป็สุภาพบุรุษ เชอะ คิดว่าแค่นี้ฉันจะซึ้งเหรอยะ
ภัคธีมานึกในใจอย่างหมั่นไส้
ทว่าปากก็พูดไปอีกแบบ
“ฟังดูแล้วอบอุ่นจังเลยค่ะ มีคนปกป้องแบบนี้”
“ก็เพราะเราตกเป็ของกันและกันแล้วไงครับ ผมถึงอยากปกป้องคุณให้รอดพ้นจากคำติฉินนินทาหรือคำประณามของคนอื่นๆ อีกอย่าง ผมก็เคยบอกคุณไปแล้วว่าผมน่ะรู้สึกชอบคุณั้แ่วันแรกที่คุณเข้ามาทำงานในบริษัท คุณสวยบาดตาบาดใจผมมากเลยรู้มั้ย”
และแล้วแผนของฉันก็สำเร็จ นายตุลธรติดกับฉันแล้ว
เธอรู้สึกสะใจมากที่แผนสำเร็จ แต่ก็ต้องแลกกับพรหมจรรย์ที่เธออุตส่าห์ถนอมเก็บไว้ใช้กับคนที่เธอรัก แต่วันนี้กลับต้องเสียมันให้กับคนที่เป็ฆาตกรฆ่าพี่ชายของเธอ คนที่เธอเกลียดที่สุด
แต่ช่างมันเถอะ! จบเกมนี้เมื่อไหร่ เขาและเธอต่างคนต่างไป จะไม่มีวันได้เจอหน้ากันอีกตลอดชีวิต เพราะเธอไม่อยากพบเห็นคนที่เืเย็นฆ่าได้แม้กระทั่งเพื่อนของตนเองอีกแล้ว แค่นี้ก็สะอิดสะเอียนเต็มทนแล้ว
ชาติหน้าอย่าได้เจอะได้เจอกันอีกเลย ให้จบกันเพียงชาตินี้พอ
“คุณเองก็เป็บอสที่หล่อมากเลยค่ะ หล่อกว่าผู้ชายทั่วๆ ไปที่ฉันเคยเห็น ฉันก็ตกหลุมรักคุณั้แ่ครั้งแรกที่เห็นเช่นกันค่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นผมว่าเรามา…” เขามองเรือนร่างที่เปลือยเปล่าของเธอด้วยแววตาหื่นกระหาย
ภัคธีมารีบดึงผ้าห่มมาคลุมไว้ด้วยความเขินอายจนหน้าแดง ก่อนจะลุกจากที่นอนทั้งอย่างนั้น
“ฉันขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะคะ ฉันรู้สึกเหนียวตัวไปหมดค่ะ”
“โธ่ อีกสักรอบไม่ได้เหรอครับ” เขาทำหน้าอ้อนวอน ทว่าหญิงสาวกลับไม่ใจอ่อน
“ไม่ได้ค่ะ ฉันไปอาบน้ำก่อนนะคะ” ว่าแล้วเธอก็รีบเดินไปเข้าห้องน้ำทันที โดยไม่สนใจเรียกของอีกฝ่าย
“คุณภัคครับ มาต่ออีกสักรอบเถอะครับ นะๆ”
ทางด้านภัคธีมาเมื่อเข้ามาให้ห้องน้ำ หญิงสาวก็เปิดฝักบัวให้น้ำไหลชำระร่างกายที่เพิ่งผ่านเื่บนเตียงมา ในขณะที่น้ำตาของเธอไหลพรั่งพรูด้วยความเสียใจ ปากก็เอ่ยว่า
“ทำไมๆ ทำไมฉันต้องมาเสียพรหมจรรย์ให้คนที่ฉันเกลียดด้วย ฉันอุตส่าห์ถนอมมันไว้ใช้กับคนที่รัก แต่นายตุลธรมาฉวยโอกาสพรากมันไปจากฉันในตอนที่ฉันเมา บ้าที่สุด! ฮือๆๆ”
เสียงสะอื้นไห้แข่งกับเสียงน้ำที่ไหล ไม่ทำให้มันดังออกไปถึงหูตุลธรหรอกกระมัง เขาคงไม่ได้ยินเสียงร้องไห้ของเธอ
ขณะนี้หัวใจของภัคธีมาแตกสลายไปพร้อมๆ กับพรหมจรรย์ที่เสียให้กับตุลธร และเป็เพราะเธอเองที่เมาจนขาดสติ ไม่ยับยั้งชั่งใจ ทำให้เื่แบบนี้เกิดขึ้น แต่จะโทษเธออย่างเดียวมันก็ไม่ถูก ตุลธรก็มีส่วนผิดอยู่มาก ผิดที่ฉวยโอกาสทำมิดีมิร้ายตอนที่เธอเมา ถ้าเขาเป็สุภาพบุรุษจริงก็คงไม่ทำอย่างนี้ เขาก็คงจะปล่อยให้เธอนอนจนถึงเช้า
ทุกอย่างที่เกิดขึ้น…นายตุลธรผิดเต็มประตู ผิดที่พรากของรักของหวงเธอ คนอย่างเขาเลวยิ่งกว่าเลว เธอเกลียดเขาที่สุดในโลก ความเกลียดมันจะยังคงทวีคูณขึ้นเรื่อยๆ จะไม่มีวันลดลงแน่ เธอขอสัญญา!
รวิสราขับรถมาที่ห้างสรรพสินค้าย่านใจกลางเมืองกรุงในเวลาบ่ายโมง เมื่อจอดรถเสร็จหญิงสาวก็ลงไปพร้อมกับกดล็อก ก่อนจะก้าวเดินเข้าไปยังตัวห้าง ระหว่างเดินเธอก็เปิดกระเป๋าค้นหาของบางอย่าง แต่จู่ๆ ก็มีใครบางคนเดินมาชนเธอจนกระเป๋าหล่นลงพื้น ของในนั้นก็กระจัดกระจาย
รวิสราทำหน้าโมโห เธอหันไปต่อว่าอีกฝ่ายอย่างอารมณ์เสีย
“นี่คุณ เดินยังไงไม่ดูตาม้าตาเรือ เห็นมั้ยว่าคุณทำกระเป๋าของฉันตกพื้นแล้ว” แต่พอเห็นหน้าอีกฝ่ายชัดเจนเท่านั้นละ จากอารมณ์เสียก็ต้องเผลอยิ้มให้เลยทีเดียว “อ้าว! คุณนั่นเอง”
“คุณวิ” ภัทรดนัยยิ้มแฉ่งตอบ ก่อนจะก้มลงเก็บของใส่กระเป๋าแล้วยื่นให้เ้าของพร้อมกับเอ่ยคำขอโทษ “ผมขอโทษนะครับ ที่เดินชนคุณจนกระเป๋าตกพื้น พอดีเมื่อกี้ผมมัวแต่คุยมือถือกับเพื่อนน่ะครับ ก็เลยไม่เห็นว่าคุณเดินมา”
“ไม่เป็ไรค่ะ ฉันก็มีส่วนผิดค่ะ ฉันเองก็มัวแต่ก้มค้นหาของในกระเป๋าโดยไม่รู้ว่าคุณเดินมาอีกทาง” หญิงสาวว่า
“เราเจอกันเป็ครั้งที่สองแล้วนะครับ รู้สึกว่าดวงของเราสองคนจะสมพงษ์กันนะเนี่ย” เขาแกล้งกระเซ้าอีกฝ่าย ในขณะที่รวิสราทำเป็เฉไฉพูดไปเื่อื่น
“ว่าแต่คุณมาทำอะไรที่นี่เหรอคะ”
“มาซื้อถุงยางครับ”
“ว้าย!”
“ผมล้อเล่นครับ” เขาหัวเราะเบาๆ อย่างอารมณ์ดี “ที่ผมมาที่นี่ก็เพราะจะมาซื้อของไปเยี่ยมญาติผู้ใหญ่ที่นอนอยู่โรงพยาบาล ท่านไม่สบายครับ”
“อ๋อ…ค่ะ” เธอพยักหน้าเข้าใจ “ฉันขอให้ท่านหายไวๆ นะคะ เอ่อ ถ้าอย่างนั้นเราเข้าไปเลือกซื้อของพร้อมกันดีมั้ยคะ”
“ดีครับ” เขาตอบตกลง “แต่หลังจากซื้อของเสร็จ ผมขอเลี้ยงข้าวคุณนะครับ”
“เอ่อ ฉันเกรงใจค่ะ”
“แหม ทำยังกับเราไม่เคยรู้จักกันงั้นละ ครั้งก่อนเราก็ทานข้าวด้วยกัน และผมก็ควักเงินจ่ายค่าอาหารให้คุณ นั่นก็เท่ากับว่าผมเลี้ยงข้าวคุณ”
“ถ้าไม่เป็การรบกวน งั้นฉันขอฝากท้องไว้กับคุณด้วยนะคะ”
“ยินดีมากครับ ไปกันเถอะครับ”
“ค่ะ” รวิสราพยักหน้า
แล้วทั้งคู่ก็เดินเข้าห้างสรรพสินค้าไปพร้อมกัน ขึ้นบันไดเลื่อนไปชั้นสอง ก่อนที่หญิงสาวจะเข้าร้านเสื้อผ้าผู้หญิง ในขณะที่ภัทรดนัยเดินตามเธอต้อยๆ ราวกับเด็กน้อยที่ติดผู้ปกครอง
“คุณแยกไปซื้อของของคุณก็ได้ค่ะ ไม่ต้องเดินตามฉันก็ได้ เดี๋ยวประมาณเที่ยงค่อยไปเจอกันที่ร้านอาหารญี่ปุ่นนะคะ” เธอบอกเขา
“เอาแบบนั้นเหรอครับ” ภัทรดนัยถามคล้ายกับไม่แน่ใจ
รวิสราพยักหน้า
“ค่ะ ไม่ต้องกลัวว่าฉันจะไม่ไปตามนัดหรอกนะคะ ฉันไปแน่ค่ะ”
“แต่ว่า…”
“คุณไปเถอะค่ะ ทำตามที่ฉันบอกนะคะ”
“ก็ได้ครับ งั้นประมาณเที่ยงเจอกันที่ร้านอาหารญี่ปุ่นครับ”
“ค่ะ”
ชายหนุ่มเดินออกไปจากร้านทั้งๆ ที่ยังเสียดาย ยังอยากอยู่ตรงนี้กับเธอ แต่เพราะถูกอีกฝ่ายรบเร้าเข้าจึงต้องไป
รวิสรามองตามหลังเขาพลางส่ายหน้ายิ้มขำ และคิดในใจว่า
ดูท่าจะหลงรักเราเข้าแล้วจริงๆ ตามติดแจเลยทีเดียว!
ก่อนจะเลือกซื้อเสื้อผ้าต่อไป แล้วสลัดเื่นั้นออกจากหัวไปก่อน
เมื่อถึงเวลานัดทานข้าวภัทรดนัยและรวิสราก็มาพบกันที่ร้านอาหารญี่ปุ่นในเวลาเที่ยงพอดี หลังจากนั่งลงก็มีบริกรมารับออเดอร์ ทั้งคู่จึงเลือกในตำราเมนูแล้วสั่งไป
ระหว่างรออาหารสองหนุ่มสาวก็พากันสนทนา โดยฝ่ายชายเป็คนเริ่ม
“ผ่านมาหลายวันแล้ว คุณหาคำตอบให้ผมได้หรือยังครับ”
“คำตอบอะไรเหรอคะ ฉันไม่เห็นจะเข้าใจเลย” รวิสราแกล้งทำเป็ไขสือ
อีกฝ่ายจึงอธิบาย
“โธ่ ก็วันนั้นผมพยายามบอกความรู้สึกของผมที่มีให้คุณ แต่ก็บ่ายเบี่ยง บอกว่าเอาไว้คุยกันวันหลัง ผมคิดว่าวันนี้น่าจะสะดวกนะครับ”
“แต่เรามาทานอาหารนะคะ ไม่ได้มาสนทนากัน”
“ระหว่างรออาหารก็คุยกันพลางๆ ไปก่อนก็ได้นี่ครับ ไม่เห็นจะเป็อะไรเลย หรือคุณคิดจะบ่ายเบี่ยงผมอีก”
“เอ่อ…”
ภัทรดนัยทนรอไม่ไหว ชายหนุ่มลุกจากเก้าอี้แล้วคุกเข่าลงตรงหน้ารวิสราโดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว ในขณะที่หญิงสาวทำหน้าอึ้งๆ ไป พร้อมกับหันมองลูกค้าคนอื่นๆ ที่นั่งอยู่ในร้านซึ่งมองมาที่เธอกับเขาอย่างอายๆ ก่อนจะหันกลับมาเอ่ยถามเขาเสียงอ่อย
“คุณจะทำอะไรคะ”
“ก็จะขอคุณเป็แฟนไงครับ” เขาบอก
รวิสราเบิกตาโต
“อะไรนะคะ”
“คุณได้ยินไม่ผิดหรอกครับ”
“แต่เราเพิ่งเจอกันไม่ถึงเดือนเลยนะคะ มันจะเร็วไปมั้ยที่จะเป็แฟนกัน”
“คนจะรักจะชอบกันมันต้องขึ้นอยู่กับวันเวลาด้วยเหรอครับ ผมน่ะเห็นคุณแค่แวบเดียวก็รู้สึกถูกใจถูกชะตาแล้ว และก็ตกหลุมรักเลยทันที คุณสวยมากครับ ผมเห็นแล้วชอบเลย ผมจริงจังนะ”
“แหม คุณนี่เป็คนตลกนะคะ” เธอเสหัวเราะเบาๆ
ทว่าภัทรดนัยกลับจริงจัง
“ผมพูดจริงครับ”
“คุณลุกมานั่งเก้าอี้ก่อนเถอะค่ะ คนเขามองเต็มแล้ว”
“ไม่! ผมไม่ลุกจนกว่าคุณจะตอบผม ว่าคุณจะเป็แฟนกับผมมั้ย”
ขณะนั้นเองก็ได้ยินเสียงของทุกคนที่นั่งทานอาหารในร้านดังพร้อมกันว่า
“เป็แฟน เป็แฟน”