ส่วนทักษะยุทธระดับยอดเยี่ยม กับทักษะยุทธระดับระดับเลิศล้ำนั้นยากจะพบพาน ทั่วทั้งอาณาจักรเนตรอสูรเท่าที่ทราบมายังไม่เคยมีใครแสดงให้ผู้อื่นได้ยลมาก่อน อาจจะเป็นเพราะผู้ที่มีไว้ในครอบครองฝึกสำเร็จยากยิ่ง หรืออาจเพราะไม่อยากจะเปิดเผยไม้ตายให้ผู้ใดทราบก็เป็นได้
............
หลังความตื่นตระหนกผ่านพ้น ผู้คนเริ่มคืนสติ สายตาอันร้อนเร่าแต่ละคู่ต่างจ้องเขม็งไปยังม้วนคัมภีร์สีแดงบนเวที แม้แต่สาวงามพราวเสน่ห์เช่นเฟิ่งหลานคล้ายว่าถูกผู้คนเหล่านี้ลืมเลือนไปเสียแล้ว
กังหลงสงบจิตใจถอนหายใจยาวรำพึงในใจ .."ทักษะยุทธระดับดีเด่น ?" .."เคล็ดวิชาทักษะยุทธสัตตะมรณา ?" มิน่าถึงมีคนระดับต่าง ๆ ให้ความสนใจแม้แต่สองตระกูลนั้นก็มากันอย่างพร้อมเพรียง ตัวข้าถ้าพูดถึงระดับปราณยุทธข้าก็นับว่ามีพอประมาณสามารถจะเอาตัวรอดได้แล้ว แต่ในด้านทักษะยุทธนั้นกลับยังไม่มีเลยสักอย่าง ..น่าสนใจ ๆ มิทราบว่าจะโดดเด่นและมีเงื่อนไขเช่นไรบ้าง ?
"ทุกท่าน เคล็ดวิชาระดับระดับดีเด่นม้วนนี้เป็นนักล่าสัตว์ที่รับจ้างหาสมุนไพรหายากท่านหนึ่ง ได้มาจากโพรงถ้ำภายในเทือกเขาเนตรอสูรชั้นในสุด นักล่าสัตว์ท่านนั้นฝ่าฟันอันตรายแอบล่วงล้ำเข้าไปหาสมุนไพรและบังเอิญพบเจอเข้า แต่ก็ไม่สามารถเปิดผนึกออกได้จึงนำมาขายให้สำนักประมูลของเรา บนม้วนคัมภีร์มีอักษรโบราณคำว่า ทักษะยุทธสัตตะมรณา "
"ทักษะยุทธนี้น่าจะเป็นของคนรุ่นโบราณหลงเหลือเอาไว้ ประวัตินั้นมีแค่นี้ แต่ท่านทั้งหลายมิต้องกังวลในความบริสุทธิ์ จากการตรวจสอบของสำนักประมูลมิมีผู้ใดเคยเป็นเจ้าของสิ่งนี้มาก่อนอย่างแน่นอน และเป็นทักษะยุทธไม่ต่ำกว่าระดับดีเด่นอย่างจริงแท้ ส่วนผนึกที่ปิดม้วนคัมภีร์เอาไว้น่าจะสามารถเปิดได้ด้วยพลังปราณขุนพลระดับเก้าขึ้นไปเท่านั้น เฟิ่งหลานหยิบม้วนคัมภีร์สีแดงขึ้นมา แย้มยิ้มพราวเสน่ห์พลางกล่าว"
สิ้นเสียงกล่าวของเฟิ่งหลาน เกิดเสี่ยงอึ่งหมี่เซ็งแซ่ไปทั่วห้องโถงประมูล
"ปิดผนึกไว้ด้วยพลังปราณระดับขุนพลระดับเก้า เห้อ หากข้าประมูลไปจะไปมีปัญญาได้ฝึกไหมนี่ ?"
"โอ..จะมีคุณค่าสมกับราคารึไม่ ?"
"ยังไงข้าก็จะก็จะหาเก็บไว้ !!"
"........"
"แม่นางเฟิ่งหลาน รีบประกาศราคาเถอะ"
มีคนอดใจไม่ไหวตะโกนขึ้นมา
วงหน้าอันหวานซึ้งจีบปากโปรยยิ้มพราวเสน่ห์จนหัวใจผู้มองแทบละลาย กล่าวขึ้น
"เคล็ดวิชาทักษะยุทธสัตตะมรณา ราคาประมูลเริ่มต้นที่ ห้าหมื่นเหรียญทอง"
สิ้นเสียงประกาศ ทั่วห้องโถงพลันเงียบลงทันที ชัดเจนว่า ส่วนใหญ่ไม่มีปัญญาจะสู้ราคาสินค้าชิ้นนี้ได้เป็นแน่ แค่เปิดตัวก็ครึ่งแสนเหรียญทองเข้าไปแล้ว !!
มุมฝั่งที่นั่งกิตติมศักดิ์ กังหลงมุ่ยหน้าเล็กน้อยและส่ายหน้าไปมา สตรีนางนี้ช่างเลือดเย็นแน่แท้ สามารถฆ่าคนแบบไม่เห็นโลหิตอย่างแท้จริง หากตนต้องการจะได้สินค้ารายนี้มาครอบครองคงต้องเสียแรงไปมิใช่น้อย
เงินทองใช่จะหาง่าย โดยทั่วไปทักษะยุทธรรมดาที่หายากราคาจะอยู่ที ไม่เกินหนึ่งพันเหรียญทอง ทักษะยุทธระดับดีเด่นที่เคยประมูลจะอยู่ที่ หนึ่งหมื่นเหรียญทองเทียบเท่าราคาโอสถระดับสองระดับสูง
ส่วนทักษะยุทธระดับยอดเยี่ยมมิเคยมีประมูลมาก่อน โอสถระดับสามระดับสูงราคาประมูลอยู่ที่ห้าหมื่นเหรียญทอง โอสถระดับสี่ระดับสูงราคาประมูลอยู่ที่เก้าหมื่นเก้าพันเหรียญทอง ส่วนโอสถระดับห้านี่เป็นครั้งแรกที่สำนักประมูลแห่งนี้ได้ทำการประมูลขึ้น
ผู้นำตระกูลหม่า ผู้นำตระกูลเยี่ยน และจอมยุทธแถวหน้าหลายท่านที่ดูท่าทางภูมิฐานรวมทั้งชายกลางคนรูปร่างท้วมสมบูรณ์ใส่ชุดสีทอง ถึงกับหน้าย่นคิ้วชนกันเกือบทั้งสิ้น แต่ความยั่วยวนของทักษะยุทธโบราณนี้ก็มีมากพอที่จะทำให้คนเหล่านี้ยอมทุ่มเททรัพย์สินเพื่อแย่งชิงมา ทำไงได้หากท่านไม่ซื้อ แต่ยังมีคนอีกมายมายใคร่จะซื้อ
เผชิญกับสีหน้าต่าง ๆ ที่เปลี่ยนไปมาของผู้คนยามได้ยินราคาเริ่มต้น เฟิ่งหลานกลับมิได้มีสีหน้าผิดแปลกไปสักน้อยนิด รอยยิ้มยังหวานเยิ้มหยดย้อยพราวเสน่ห์เฉกเช่นเดิม นางกระจ่างยิ่งถึงแรงดึงดูดของเคล็ดวิชาระดับดีเด่นขึ้นไปดี สำหรับในอาณาจักรเนตรอสูร หาได้ยากเย็นยิ่ง หากใครมีโอกาสพบเจอ แม้ต้องทุ่มจนหมดตัวก็ต้องพยายามคว้าเอาสิ่งนี้มาครอบครองให้จงได้
ดังคาด ความกระอักกระอ่วนความเงียบงันคงอยู่ได้ไม่นาน ผู้นำตระกูลเยี่ยน เยี่ยนต้าหยวน ตะโกนเสนอราคาเป็นคนแรกด้วยเสียงอันดังปานฟ้าผ่า
"ห้าหมื่นห้าพัน" เยี่ยนต้าหยวนตะโกนแล้วหลับตาลง
"หกหมื่น" หม่าเทียนหลงกล่าวเสียงเรียบ
"แปดหมื่นห้าพัน" ชายกลางคนรูปร่างท้วมสมบูรณ์ใส่ชุดสีทอง กล่าวด้วยรอยยิ้ม
ผู้คนต่างเฝ้าดูขั้วอำนาจทั้งสามต่อสู้กัน ผู้นำตระกูลทั้งสองส่วนใหญ่ย่อมรู้จัก แต่ชายกลางคนรูปร่างท้วมสมบูรณ์ใส่ชุดสีทองผู้นี้มิใคร่มีใครรู้จัก ดูจากรูปร่างการแต่งกายอาจเป็นเศรษฐีต่างถิ่นที่ก่อนหน้านี้ได้ประมูลเอาโอสถระดับห้าไปครอบครอง
ผู้นำตระกูลหม่า ผู้นำตระกูลเยี่ยนเริ่มแสดงสีหน้าที่น่าเกลียดออกมา ทั้งสองต่างย่นคิ้วคิดคำนวน เคล็ดวิชาระดับระดับดีเด่นราคาพุ่งสูงเกินมาตรฐานถึงเกือบสิบเท่าแล้ว
แถมปัจจุบันทั้งสองไม่สามารถคลายผนึกเพื่อฝึกปรือได้ หากแม้นทุ่มทุนเพียงเพื่อให้ได้มีเก็บไว้ประดับบารมีด้วยเงินหลักสิบหมื่น ดูท่าจะไม่ค่อยจะคุ้มกันนัก หากแม้นสามารถเปิดผนึกฝึกปรือได้เลยก็จะมีเหตุผลที่พอจะทำใจได้บ้าง ทั้งสองเลยปรึกษาพูดคุยกันเล็กน้อย
"เห้อ ..ข้าคงถอยเพียงแค่นี้ คราแรกเพียงเพื่อต้องการไว้ประดับบารมีตระกูลหม่าเท่านั้น การจะได้ฝึกปรือนั่นคงไม่อาจจะมีได้ในระยะเวลาอันใกล้นี้ เนื่องด้วยคงไม่สามารถเปิดผนึกได้ภายในเวลาห้าสิบปีหรือร้อยปีข้างหน้าเป็นแน่" หม่าเทียนหลงกล่าวขึ้น
"ข้าก็คิดเช่นเดียวกับท่าน ฮ่า ฮ่า ฮ่า เงินทองใช่ว่าจะหาได้ง่ายดายนัก หากข้าจ่ายไปเพื่อแย่งชิงเคล็ดวิชาที่มิทราบว่าจะมีโอกาสฝึกฝนได้รึไม่ กลับบ้านไปคงได้นอนตากน้ำค้างนอกเรือนเป็นแน่ !!" เยี่ยนต้าหยวนกล่าวพร้อมหัวร่อ
เนื่องจากเคล็ดวิชามีข้อจำกัด แม้หากใครได้ไปครอบครองใช่จะสามารถเปิดผนึกเพื่อฝึกปรือได้ มิเช่นนั้นผู้พบเจอคงคลายผนึกร่ำเรียนเคล็ดวิชาไปเรียบร้อยแล้ว การแข่งขันเพื่อแย่งชิงจึงค่อยเริ่มหมดไป....
ดุจดังเช่นเสือที่จะกินเต่าแม้ทราบว่าเนื้อเต่าหอมหวานอร่อยเช่นไร แต่ก็มิอาจจะผ่ากระดองเต่าอันแข็งแกร่งเพื่อลิ้มชิมเนื้อเต่าอันหอมหวานนั้นได้... จำต้องยอมถอยจากไปด้วยความเสียดาย
ปัจจุบันตามความรู้ของผู้คนส่วนใหญ่ คนที่สามารถเปิดผนึกม้วนคัมภีร์นี้ได้ทั่วทั้งอาณาจักรเนตรอสูรไม่ทราบจะมีอยู่หรือไม่ ส่วนใหญ่จะมีแค่ระดับปราณขุนพลระดับห้า
ผู้ที่มีระดับปราณสูงกว่านี้มักจะออกจากอาณาจักรเนตรอสูรไปแสวงหาเส้นทางของตัวเองภายนอกอาณาจักรกันแทบทั้งสิ้น พิภพที่กว้างใหญ่อาณาจักรเนตรอสูรเป็นเพียงดินแดนเล็ก ๆ ส่วนหนึ่งที่ห่างไกลจนผู้คนมิอยากจะเหลียวมองเท่านั้น..!!
หลังจากเห็นว่าผู้นำตระกูลทั้งสองและแขกท่านอื่น ๆ ถอยจากวงการต่อสู่แย่งชิง...เฟิ่งหลานกวาดสายตาอันพราวเสน่ห์มองไปรอบ ๆ ห้องโถงประมูลอีกครั้งก่อนกล่าว
" แปดหมื่นห้าพัน...ครั้งที่หนึ่ง ....แปดหมื่นห้าพัน...ครั้งที่สอง" ขณะเฟิ่งหลานจะนับครั้งที่สาม ทันใดนั้นเสียงแหบห้าวได้ดังขึ้น
"หนึ่งแสนหนึ่งหมื่น" เสียงแหบห้าวดังออกมาจากมุมฝั่งที่นั่งกิตติมศักดิ์