“ อาจารย์ท่านได้ยินไหม เสียงใคร?”
“ ก็แค่ปีศาจเทียนจุนตนหนึ่งเท่านั้น”
“ แล้วเขาขอบคุณข้าทำไม?”
“ มันคงมีส่วนเกี่ยวพัน กับเสี่ยวอี้”
“ ถ้าตัวตนระดับนี้ มีความสัมพันธ์กับเสี่ยวอี้จริง ทำไมปล่อยให้เสี่ยวอี้ลำบากขนาดนี้?”
“ สำหรับมัน แค่นี้ไม่เรียกว่าลำบากหรอก”
เสี่ยวเทียนอยากถามต่อ แต่ว่าบัดนี้มาถึงวัดจินซานแล้ว พบว่ามีหลวงจีนและญาติโยมมารออยู่ เต็มวัด
“ ประสกเฉินในที่สุดท่านก็มา”
“ ท่านเจ้าอาวาส ท่านเชิญคนมามากขนาดนี้เลยรึ?” เสี่ยวเทียนพบว่า นอกจากหลวงจีนร้อยกว่ารูปแล้วยังมีประชาชนมาอีกหลายร้อยคน
“ ก็ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่เลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนา พอทราบข่าวว่า มีตัวแทนพระอรหันต์ปรากฏตัว ก็อยากมาชื่นชมบารมีของท่านเท่านั้น”
เสี่ยวเทียนไม่ได้ว่าอะไร แต่เห็นมีกล้องวีดีโอที่จับภาพ ที่คล้ายเห็นจากโลกเก่ามาตั้งอยู่ที่นี่ ก็ตกใจ
“ นี่ท่านเจ้าอาวาส คิดจะอัดวีดีโอข้าด้วยรึ?
“ อาตมา ต้องขออนุญาตประสกเฉินก่อน ถ้าท่านไม่อนุญาต อาตมาก็จะไม่ให้เขาถ่ายเก็บเอาไว้” เจ้าอาวาสเอ่ยด้วยน้ำเสียงเกรงใจมาก
“ เอาเถอะ ตั้งใจมาขนาดนี้แล้ว ก็จัดการกันตามสบาย” เสี่ยวเทียนไม่ใส่ใจอีก เพราะว่าบัดนี้ กำลังมองไปที่ เจดีย์เหลยเฟิง ที่ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขา
คิดว่าวันนี้คงต้องขึ้นไปพิชิต เจดีย์ชั้นที่ 9 ตามที่อาจารย์ลู่เอินสั่ง
เสี่ยวเทียนไม่รอช้า ไปยืนอยู่หน้าแท่นพิธี แล้วก็มีโฆษกวัดประกาศ แนะนำตัวเสร็จ เสี่ยวเทียนก็นั่งสมาธิ เอ่ยบทสวดบูชาพระยูไล ร่างของเสี่ยวเทียนก็ลอยขึ้น
แสงแห่งพุทธะ ก็ส่งกระจายไปทั่วบริเวณวัด ประชาชนพนมมือหลับตารับพลังไม่ว่าจะเป็นใคร ล้วนได้รับพลังกันถ้วนหน้า เสี่ยวเทียนปล่อยพลังแสงพุทธะออกไปสักพัก ก็หยุดลง กล้องจับภาพตั้งแต่ต้นจนจบ
เสี่ยวเทียนทำพิธีเสร็จแล้ว ก็ขอตัวเข้าไป ทดสอบเจดีย์เหลยเฟิงต่อทันที
“ เชิญประสกเฉิน ได้เลย วันนี้พวกอาตมาต้องขอบคุณ ประสกยิ่งนัก ต่อไปพวกเราสามารถ ได้เห็นแสงแห่งพุทธะ ได้ทุกวันแล้ว”
เสี่ยวเทียนได้รับอนุญาต ก็เข้ามาชั้นแรก เสี่ยวเทียน มองด่านพวกนี้เหมือนเดินเล่นในสวนหน้าบ้าน ไม่ว่าจะเป็นด่าน แรงโน้มถ่วง ด่าน สัตว์อสูร ด่านค่ายกลธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุลม ธาตุไฟ ด่านจ้าวแห่งหมัด ด่านจ้าวกระบี่
จนกระทั่งขึ้นมาบนเจดีย์ชั้นที่ 9 พบกับ เงาวิญญาณชายชราผู้หนึ่งรูปร่างอ้วนท้วนสมบูรณ์ ไว้หนวดเครายาว
“ ในที่สุดก็มีคนผ่านขึ้นมาชั้นที่ 9 เสียที ข้อรอมาเป็นพันปีแล้ว กว่าจะมีคนปรากฏขึ้นมา เหตุใด เจ้าไม่หยิบของวิเศษ ที่อยู่แต่ละชั้น?”
เสียวเทียนประสานมือคำนับผู้อาวุโสก่อนทันที
“ ข้าก็อยากได้ แต่ว่าคนอื่นที่กว่าจะผ่านด่าน ขึ้นมาเขายากลำบากกว่าจะขึ้นมาได้ควรมอบให้เขามากกว่า
ส่วนข้านั้น สามารถผ่านมาได้ง่ายๆ เลยไม่สมควรที่จะได้” แท้จริงแล้ว อาจารย์ลู่เอินสั่งเอาไว้ ไม่ให้เก็บ ทำให้รู้สึกเสียดายยิ่ง
“ ฮ่า ฮ่า ไม่เลวแต่ว่า ชั้นที่เก้านั้นก็มีของขวัญชิ้นหนึ่ง หากว่าเจ้าไม่เอา ก็กลับลงไปได้”
“ ของขวัญอะไรรึ?
“ แก่นน้ำแข็งหมื่นปี?”
“ ในเมื่อข้าผ่านมาถึงชั้นที่ เก้าแล้ว ก็ต้องขอใช้สิทธินำของรางวัลกลับไปนะขอรับ” เสี่ยวเทียนรู้สึกว่า มันต้องเป็นของสำคัญมาก แต่ยังไม่รู้จะใช้อย่างไร
“ ดีมาก ถ้าเจ้าเข้าไปหยิบออกมาจากในถ้ำนี้ได้ แก่นน้ำแข็งหมื่นปีนี้ก็จะเป็นของเจ้า” ชายชราร่างอ้วน ใช้มือเปิดมิติออกมา มีถ้ำน้ำแข็งปรากฏ ด้านในมองเห็นมีแท่งสีขาวตั้งอยู่กลางถ้ำ เสี่ยวเทียนเดินเข้าไปในถ้ำทันที แค่เพียงเหยียบเข้าถ้ำไปก้าวแรก ความเย็นเหนือกว่าจุดเยือกแข็ง ทำให้ขาของเสี่ยวเทียน กลายเป็นน้ำแข็งขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
จนเสี่ยวเทียนต้องปรับร่างกายให้เย็นเท่ากับจุดเยือกแข็ง ทำให้ ร่างกายมีอุณภูมิเท่ากัน น้ำแข็งจึงหายไป แล้วเข้าไปหยิบ แก่นน้ำแข็งหมื่นปีออกมาอย่างง่ายดาย
จิตวิญญาณชายชราร่างอ้วน ตกใจยิ่งนัก ไม่คิดว่า เสี่ยวเทียนจะหยิบออกมาง่ายดายเช่นนี้
“ นี่เจ้ามีพลังธาตุเหมันต์ ด้วยหรือนี่ เอ๊ะไม่ใช่ เจ้ามีธาตุอัสนี ธาตุปฐพี ธาตุวารี ธาตุอัคคี และ ธาตุฟ้า เฮ้ย ! เป็นไปได้อย่างไรนี่ ทำไมร่างกายของเจ้าเป็นกายาอมตะได้ยังไง นี่เจ้าฝึกคัมภีร์นิรันดร์ด้วยรึ? เป็นไปไม่ได้ เดี๋ยวนะ นี่เจ้ามีพลังฝ่ามือยูไล ได้ยังไง ใคร! เป็นคนสอนวิชานี้ให้เจ้า?”
“ ผู้เฒ่าใจเย็น อาจารย์ข้าเป็นผู้สอนเอง?”
ชายชราร่างอ้วน เข้ามาใกล้เสี่ยวเทียน ก็รู้สึกถึงตัวตนด้านในร่างของเสี่ยวเทียน เป็นคนคุ้นเคยยิ่ง พอส่งจิตเข้าไปด้านในเข้าไปร่างเสี่ยวเทียน ก็ถูก อาจารย์ลู่เอิน ดีดร่างออกมา ชายชราร่างอ้วน พอรู้ว่าเป็นใครแล้ว ก็ก้มลงกับพื้นแล้วคุกเข่าต่อหน้าเสี่ยวเทียนทันที
“ ศิษย์เซียนเหมันต์อู๋เซิน คำนับท่านอาจารย์”
เสี่ยวเทียนเห็นเช่นนี้ก็ตกใจยิ่งนัก แต่อาจารย์ลู่เอินไม่แปลกใจ ค่อยๆ ปรากฏร่างตนเองออกมายืนต่อหน้า เซียนเหมันต์อู๋เซิน
“ ลุกขึ้น”
“ อาจารย์ ท่านมาทำอะไรที่นี่ เด็กน้อยนี่เป็นศิษย์น้องของข้ารึ?”
“ ใช่แล้ว มันคือเฉินเสี่ยวเทียนเป็นศิษย์ข้าเอง”
“ ศิษย์น้องเล็ก เจ้านี่โชคดีมากเลยนะ ที่อาจารย์รับเจ้าเป็นศิษย์”
เสี่ยวเทียนได้แต่ยืนนิ่งอึ้ง อาจารย์มีศิษย์แบบนี้ด้วยรึ?
“ อู่เซิน เวลานี้ข้ามีปัญหาเรื่องความจำ คงต้องรอให้เก็บหยกมังกรฟ้าครบเสียก่อน
ความจำถึงกลับคืนมา เวลานี้ข้ากำลังคิดจะไปเอาหยกมังกรฟ้าที่ใต้เจดีย์ แต่ว่าถ้าหากข้าหยิบไป เกาะนี้คงต้องจมน้ำแน่”
“ อาจารย์ท่านหลงลืมไปแล้วจริงๆ ท่านเองเป็นคนนำหยกมังกรฟ้าไปไว้ชั้นใต้ดิน แล้วสร้างค่ายกล เปลี่ยนคำสาป ของเจ้าฝ่าไห่นั่น แล้วให้ข้าแบ่งจิตวิญญาณมาดูแลที่นี่”
“ ข้าเป็นคนสร้างค่ายกล คำสาปทำลายเกาะแห่งนี้เองหรอกรึ?”
เสี่ยวเทียนฟังสองคนพูดแล้วก็ ตกใจยิ่งนักไม่คิดว่า คนที่สร้างค่ายกลที่ยากเย็นเช่นนี้ ที่แท้เป็นอาจารย์นี่เอง
“ ผู้อาวุโส แล้วท่านรู้วิธีนำหยกมังกรฟ้าออกมาไหม?”
“ ข้าเป็นศิษย์พี่เจ้า เรียกผู้อาวุโสได้ยังไง”
“ ได้.. ศิษย์พี่”
“ อาจารย์ท่านเป็นคนสร้างค่ายกลนี้ และบอกให้ศิษย์ แบ่งจิตมาเฝ้าที่นี่ต้องมีเหตุผลอะไรบางอย่างแน่”
“ พวกเจ้าไม่ต้องห่วง ข้ารู้อยู่แล้วว่าต้องทำอย่างไร ไปชั้นล่างกันได้แล้ว”
ทั้งหมดมายืนตรงชั้นที่หนึ่ง
“เสี่ยวเทียนเอา แก่นน้ำแข็งหมื่นปีวางไว้ตรงกลางพื้น”
เสี่ยวเทียนนำ แก่นน้ำแข็งหมื่นปีไปวางไว้ทันที แล้วอาจารย์ลู่เอิน ก็ส่งพลังเข้ากระตุ้นให้ แก่นน้ำแข็งหมื่นปีทำงาน เจดีย์เหลยเฟิงอันใหญ่โตกลายเป็น น้ำแข็งไปทั้งเจดีย์
ผู้คนที่อยู่ด้านนอก เจดีย์ต่างตกใจ ที่เห็นเจดีย์เหลยเฟิง กลายเป็นน้ำแข็งไปเช่นนี้
จากนั้นอาจารย์ลู่เอิน ก็ฉีกมิติเข้าไปในใต้ฐานเจดีย์ เสี่ยวเทียนกับเซียนเหมันต์อู๋เซินก็ตามลงไปด้วย
ด้านใต้ฐานเจดีย์เหลยเฟิง ในมีงูขาวตัวใหญ่ตัวหนึ่งนอดขดตัวอยู่ ในกรงสีทองตรงมุมด้านหนึ่ง อีกมุมหนึ่งมี รูปปั้นศิลาคล้ายหลวงจีนที่แสดงสีหน้าเคร่งขรึมนั่งสมาธิอยู่เช่นกัน แล้วตรงกลางมีแท่นบูชา มีแสงส่องกระจายไปทั่ว หยกมังกรฟ้าตั้งอยู่บนนั้น
“ อาจารย์เราหยิบหยกมังกรฟ้าได้แล้วใช้ไหม?”
“ ได้เลย บัดนี้ข้าทำให้เจดีย์เหลยเฟิงกลายเป็นน้ำแข็งไปแล้ว แกนกลางของเกาะก็ยากที่จะถูกทำลายได้อีก”
“ แล้วงูขาวตนนี้ เราช่วยนางออกไปได้ไหม” เสี่ยวเทียนมองไปที่งูขาว
“ นางชดใช้กรรรมมาพอแล้ว เจ้าไปปล่อยนางเถอะ”
เสี่ยวเทียนเดินเข้าไปที่กรงสีทองแล้วใช้มือสัมผัสกรงทอง กรงสีทองก็ละลายหายไปในทันที แล้วร่างของงูขาวก็ค่อยๆ กลายเป็นหญิงงามผู้หนึ่งหน้าตาสดใส เสี่ยวเทียนเห็นยังอดเผลอตะลึงลานไม่ได้
“ ขอบพระคุณพวกท่านมาก ข้าไป๋ซู่เจินจะไม่ลืมบุญคุณพวกท่านในครั้งนี้” นางพญางูขาว โค้งคำนับอย่างเป็นทางการ
“ ต่อไปก็ใช้ชีวิตให้อย่างมีความสุขเถอะ ไม่ต้องเป็นห่วง เจดีย์แห่งนี้ไม่สามารถกักขังเจ้าเอาไว้ได้แล้ว”
จากนั้นไป๋ซู่เจินก็กลายเป็นแสงหายออกไปจากเจดีย์แห่งนี้
ทันใดนั้นเองพื้นดินก็เกิดอาการสั่นสะเทือนเลือนลั่นไปหมด รูปปั้นศิลาที่เป็นรูปของไต้ซือฝ่าไห่ ก็ระเบิดออกกลายเป็นสายแล้วพุ่งตามไป๋ซู่เจินออกไป
“อาจารย์นั่นไต้ซือฝ่าไห่ จะไปจับ ไป๋ซู่เจินอีกแล้วใช่ไหม?” เสี่ยวเทียนเอ่ยด้วยความเป็นห่วง
“ เฮ้อ เรื่องมันก็ผ่านไปนานแล้ว ยังไม่ยอมปล่อยวางอีก เจ้าไปนำหยกมังกรฟ้ามาแล้วก็ค่อยออกไปช่วยนางกัน”
“ อาจารย์ ข้าไปจัดการเรื่องนี้ให้ก่อนก็แล้วกัน?” เซียนเหมันต์อู๋เซินเสนอตัวจะจัดการให้เอง
พออาจารย์พยักหน้า อู๋เซินก็หายวับไปในทันที
“ เรียบร้อยไปกันเถอะ” เสี่ยวเทียนหยิบหยกมังกรฟ้าชิ้นที่หกออกมาแล้วกำลังจะออกไป
“ รอก่อน ข้าต้องสร้างค่ายกลใหม่ ต่อไปเจดีย์เหลยเฟิง ถึงจะพังไป แกนกลางพลังงานของเกาะก็จะไม่ถูกทำลายลงไปด้วย”
อาจารย์ลูกเอิน ใช้ฝ่ามือกดไปที่พื้นดิน พื้นดินเหมือนมีตาข่ายแสงกระจายไปทั่วเกาะซานไห่ทั้งหมด แล้วตาข่ายแสงก็พุ่งตรงลงไปยึดติดกับแผ่นดินจนทำให้เกิดความหนาแน่นขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก และยังสามารถยืดหยุ่นได้อีก ต่อไปไม่ว่าจะเป็นอย่างไร เกาะซานไห่นี้ ก็จะไม่ถูกพังทลายอย่างแน่นอน
“ เรียบร้อย” อาจารย์ลู่เอิน ยิ้มอย่างพอใจในผลงานครั้งนี้ เสี่ยวเทียนมองไปที่พื้นด้วยสายตาจอมเวทย์บรรพกาล มองแล้วถึงกับอึ้ง นี่อาจารย์วางรากฐานที่หนาแน่นขนาดนี้ ต่อให้น้ำในทะเลขึ้นหรือลง เกาะแห่งนี้ก็ยังคงอยู่ในสภาพเดิม
เสี่ยวเทียนออกไปด้านนอกแล้วหยิบแก่นน้ำแข็งหมื่นปีแล้วพุ่งร่างไปปรากฏบนฟ้า ก็พบว่า น้ำทะเลรอบๆ เกาะเกิดคลื่นคลุ้มคลั่ง น้ำทะลทั่วทิศกลายเป็นน้ำแข็งไปจนหมด รอบๆ เกาะ ปรากฏงูยักษ์สีขาว กำลังต่อสู้กับไต้ซือฝ่าไห่ที่เวลานี้กลายเป็นร่าง เทพสี่กร ยืนตะหง่านอยู่กลางทะเล และที่น่าแปลกใจก็คือ กลับมีงูยักษ์สีเขียว โผล่ขึ้นมาช่วย งูยักษ์สีขาว รุมไต้ซือฝ่าไห่
เสี่ยวเทียนมองหาศิษย์พี่ ที่บอกว่าจะมาจัดการ กลับไม่เห็นอยู่แถวนี้
แต่พอสัมผัสไปตามหา ก็พบว่า ศิษย์พี่อู๋เซิน บินไปชายหาด เพื่อเสกให้คลื่นยักษ์ที่กำลังถาโถมเข้ามา จากการต่อสู้กัน ของทั้งสามคน ให้กลายเป็นน้ำแข็งไม่ให้กลายเป็นคลื่นยักษ์มาทำร้ายชาวบ้าน ซึ่งมีอยู่หลายจุด
“ อาจารย์ สามคนนี้พลังเทียนจุนหมดเลย ข้าคงเอาไม่อยู่แน่?” เสี่ยวเทียนเริ่มเป็นห่วง แถมสู้กันจนวินาศสันตะโรแบบนี้ หากว่าเข้ามาสู้ในเมือง อาจทำให้ชาวบ้าน ที่ไม่รู้เรื่อง ต้องโดนลูกหลงตายเป็นเบือแน่
“ ข้าจัดการเอง” อาจารย์ลู่เอิน เอ่ยจบ ก็เข้ารวมร่างกับเสี่ยวเทียนแล้วบินไปบนท้องฟ้า ซึ่งทั้งสามกำลังต่อสู้กันอย่างเอาเป็นเอาตาย แล้วนั่งสมาธิกลางอากาศ
แล้วท่องบทสวดในคัมภีร์ยูไลออกไป คราวนี้ปรากฏร่างของพระโพธิสัตว์ยูไร สี่กร
เอื้อมมือไปจับ ร่างงูเขียวยักษ์ งูขาวยักษ์ แล้วยังไปจับศรีษะของเทพสี่กรของไต้ซือฝ่าไห่ ทั้งสามต่างหยุดนิ่งไม่สามารถขยับไปไหนได้
“ ฝ่าไห่ไต้ซือ หลายพันปีมาแล้ว เจ้ายังไม่ปล่อยวางอีกรึ?” อาจารย์ลู่เอินเอ่ยถามฝ่าไห่
“ มันคือปีศาจมารร้าย ข้ามีหน้าที่ปราบมารไม่ว่าจะนานเท่าไร ก็ไม่อาจปล่อยพวกมัน รอดไปได้"
“ ข้าว่าเจ้าควรขจัดจิตมารในใจเจ้าออกไปเสียก่อน ที่จะกำจัดพวกนางมากกว่านะ”
“ ท่านเป็นถึงศิษย์พระยูไล ท่านควรจะช่วยข้าปราบมารซิ ถึงจะถูกต้อง”
“ ไร่สาระ เจ้าตายไปแล้ว ยังทิ้งจิตมารไว้สร้างความปั่นป่วนอีก หากว่าศิษย์ข้าไม่ช่วยป้องกัน คลื่นยักษ์ที่เจ้าต่อสู้กัน ป่านนี้ต้องมีผู้คนล้มตายไปไม่รู้จักเท่าไรไปอยู่ในที่ ของเจ้าเถอะ ไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกับทางโลกอีกต่อไป” อาจารย์ลู่เอินพูดจบก็ปล่อยพลังแสงแห่งพุทธะออกไป จิตมารของฝ่าไห่ก็ค่อยสลายหายไป ร่างของเทพสี่กรก็หายไปเช่นกัน
จากนั้นก็ปลดปล่อย นางพญางูทั้งสอง
“ขอบคุณท่านที่ได้ช่วยไป๋ซู่เจินอีกครั้ง”
“ ข้าไป๋เสี่ยวชิงขอขอบคุณท่านเช่นกัน”
“ ต่อไปนี้ พวกเจ้ากลับไปอยู่แดนสวรรค์ ห้ามลงมาแดนมนุษย์อีก เพราะพลังของเจ้านั้นอาจจะทำให้ เกิดเหตุร้ายต่อมนุษย์โดยทั่วไปได้”
“ แต่ว่า พวกเราไม่สามารถกลับแดนสวรรค์ได้อีกแล้ว”
“ เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง ข้าจะให้ศิษย์ข้า พาเจ้าขึ้นไปเอง อู๋เซินมานี่”
“ ขอรับอาจารย์”
“ พวกนางเมื่อก่อนอยู่แดนสวรรค์ ถูกขับลงมาแดนมนุษย์เพื่อชดใช้กรรม บัดนี้พวกนางใช้กรรมมามากแล้ว เจ้าพาพวกนางกลับแดนสวรรค์ไปด้วย”
“ ขอรับอาจารย์ ศิษย์จะหาสถานที่ให้พวกนางอยู่เอง”
“ ขอบคุณท่านผู้มีพระคุณ มาก ก่อนไปข้าขอให้ พี่สาวของข้า พบทายาทของนางสักครั้งก่อนได้ไหม?”
“ ที่แท้ เสียงที่ขอบคุณข้านี่คือท่านเองหรือนี่?” เสี่ยวเทียนนึกขึ้นได้
“ ใช่แล้ว เสี่ยวอี้คือทายาทสายตรง ที่ยังคงเหลืออยู่ของ พี่สาวของข้าเอง”
เสี่ยวเทียนรู้เช่นนั้น ก็เรียก เสี่ยวอี้ออกมา พบกับ นางทั้งสองคน
ไป๋เสี่ยวเจิน พอเห็นเสี่ยวอี้ก็เข้ามากอดทันที เสี่ยวชิงปีศาจงูเขียวก็เล่าเรื่องทั้งหมดให้กับเสี่ยวอี้ฟัง พอรู้เรื่องทั้งหมด เสี่ยวอี้ก็กอดทั้งสองคนร้องไห้
“ เจ้าไปอยู่กับคุณชายเฉินผู้นี้ เป็นการดีที่สุดแล้ว”
“ ท่านย่าทวดทั้งสอง ข้าจะพบท่านได้อีกหรือไม่?” เสี่ยวอี้รีบเอ่ยถาม
“ เรื่องนี้เจ้าต้องขอ คุณชายเฉิน หากเขาอนุญาตข้าจะมาหาเจ้าเอง ไปเถอะ”
เสี่ยวอี้เดินกลับไปหาเสี่ยวเทียน ซึ่งได้แต่พยักหน้า
“ อาจารย์ท่านจะกลับแดนสวรรค์เมื่อไร?”
“ เอาไว้ข้าพาเสี่ยวเทียน พบหยกมังกรฟ้าครบก่อน พอความจำคืนกลับมาค่อยว่ากัน ไปกันเถอะ” อาจารย์ลู่เอินกับเสี่ยวเทียนก็ขึ้นเรือเหาะจากไป
“ ท่านเซียนเหมันต์ อาจารย์ของท่านเป็นใคร ? ทำไมสามารถสั่งให้ข้ากลับสวรรค์ได้ หากนักรบสวรรค์ ตรวจสอบ พวกเราจะผ่านประตูสวรรค์ไปได้อย่างไร?”
“ ทำไมจะไม่ได้ อาจารย์ข้าเป็นถึงเง็กเซียนจ้าวสวรรค์ ใครจะกล้าขัดคำสั่งล่ะ”
นางพญางูทั้งสองได้ฟังแล้วตะลึงลาน อยู่กับที ไป๋ซู่เจินรำพึงออกมาเบา ๆ ว่า
“ นี่เสี่ยวอี้ ได้อยู่กับท่านเง็กเซียนจ้าวสวรรค์หรือนี่?”.....