มู่หลันฮวา

    ตอนที่ 31 งานเลี้ยงสีเลือด

          เรือนพยัคฆ์


          “ทุกอย่างเป็นไปตามแผนขอรับ”


          “อืม”


          “จัดการให้เรียบร้อยดูให้ดีว่านางปลอดภัยแล้วจริงๆ”


          “คนของเราได้พานางขึ้นเรือออกไปจากหุบเขาแล้วขอรับ”


          “ดี…ส่วนเรื่องนางอย่าเพิ่งให้ผู้ใดรู้เป็นอันขาดแม้แต่ว่าที่ฮูหยินของพวกเจ้า”


          “ข้าน้อยทราบแล้วขอรับนายท่าน”


          “แม้แต่ข้าก็ยังบอกไม่ได้เช่นนั้นรึ? …หานซือเยว่” มู่หลันฮวานางได้ยินทุกสิ่งที่หานซือเยว่พูดออกมาทั้งหมดก็อดไม่ได้ที่จะเกิดโทสะ ทำไมถึงต้องมีความลับกับนาง นางดูไม่น่าไว้ใจขนาดนั้นเลยเหรอคิดแล้วมันก็น่าน้อยใจนักทั้งที่ปากก็พร่ำบอกว่านางคือว่าที่ฮูหยินของเขาเพียงคนเดียว แต่การกระทำของเขาในวันนี้มันทำให้นางเริ่มที่จะไม่แน่ใจในตัวหานซือเยว่ว่านางควรที่จะตัดสินใจแต่งงานกับเขาดีหรือไม่ หากนางไม่บังเอิญผ่านมาได้ยินตั้งแต่แรก นางก็คงเป็นเพียงคนโง่ที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย แม้แต่เรื่องของเม่ยอิงเพื่อนคนเดียวของนางที่ถูกผู้อาวุโสสามปล่อยข่าวออกมาว่าเม่ยอิงนั้นโดนวางยาพิษจากผู้ไม่หวังดี แต่โชคดีที่คนของผู้อาวุโสสามไปช่วยนไว้ได้ทัน หลังจากที่เได้ทำการถอนพิษแล้วผู้อาวุโสสามก็ได้ส่งเม่ยอิงไปยังตระกูลฉีทันทีทำให้นางเป็นกังวลไม่น้อย หลังจากที่นางได้ยินความจริงจากปากของหานซือเยว่ก็ทำให้นางรู้สึกโล่งใจไม่น้อยที่เม่ยอิงยังปลอดภัยดี รอดพ้นจากเงื้อมมือของผู้อาวุโสสามและไม่ต้องถูกส่งตัวไปยังตระกูลฉี ‘เฮ้อ…ค่อยอารมณ์ดีหน่อยแต่ขอเอาคืนเล็กๆ น้อยๆ ก็แล้วกัน’


          “หลันหลัน” หานซือเยว่เอ่ยเรียกออกมาด้วยความรู้สึกผิดไม่น้อย


          “หยุด!” นางใช้น้ำเสียงที่เรียบนิ่งแต่แฝงไปด้วยความกดดัน ด้านหานซือเยว่ที่ไม่เคยเจอโหมดนี้ของนางถึงกับตกใจสะดุ้ง ส่วนอาลิ่วนั้นไม่ต้องพูดถึงได้ทำถาดน้ำชาร่วงลงไปกองที่พื้นเป็นอันเรียบร้อยเสียแล้ว


          เพล้ง!


          “ขออภัยขอรับนายท่าน…ฮูหยิน” พูดจบก็รีบก้มลงไปเก็บถาดน้ำชาก็จะรีบหายตัวไปทิ้งให้ผู้เป็นนายเผชิญหน้ากับว่าที่ฮูหยินเพียงลำพัง ‘หึหึหึ…ขวัญอ่อนทั้งนายทั้งบ่าว’ (เขาไม่ได้ขวัญอ่อนหรอกลูกเขาแค่กลัวลูกสาวในโหมดนี้ต่างหาก55555+) หานซือเยว่เมื่อเห็นว่าโดนลูกน้องคนสนิทหนีเอาตัวรอดไปคนเดียวทิ้งให้เขาต้องเผชิญหน้าเพียงลำพังก็ได้แต่คาดโทษไว้ในใจ ‘คอยดูเถอะอาลิ่วข้าจะใช้งานเจ้าให้หนักเลย…อ้อ…จะหักเงินเดือนเจ้าด้วย’


          “หากท่านยังอยากที่จะแต่งงานกับข้าอยู่ท่านไม่ควรมีความลับหรือปิดบังสิ่งใดกับข้าและที่สำคัญข้าไม่ต้องการสามีที่ต้องใช้ร่วมกับผู้อื่นหวังว่าท่านคงจะเข้าใจ”


          “ข้าไม่เคยคิดที่จะมีฮูหยินเพิ่ม…ส่วนเรื่องที่เจ้าได้ยินนั้นข้าเพียงแค่เป็นห่วงกลัวว่าเจ้าจะมีอันตราย”


          “แล้วการที่ท่านจะมาแต่งงานกับข้ามีสิ่งใดแอบแฝงมาด้วยหรือไม่”


          “ที่ข้าต้องการแต่งงานกับเจ้าเป็นเพราะข้ารักเจ้าจริงๆ ไม่มีสิ่งใดแอบแฝงและไม่เคยคิดที่จะทำร้ายเจ้า”


          “ข้าจะแน่ใจได้เช่นไร” ขึ้นชื่อว่าผู้ชายเมื่อใดที่เจอสาวงามก็มักจะหลงลืมคำสัญญาที่เคยไว้ให้ทุกราย


          “ข้าให้คำสาบานว่าจะมีเจ้าเป็นฮูหยินของข้าเพียงคนเดียวเท่านั้น” ‘อืม…คำสาบานในยุคโบราณถือว่าศักสิทธิ์มากลองดูสักตั้งก็ไม่เสียหาย’


          “สามีเจ้าคะ” นางพูดจบก็เดินเข้าไปสวมกอดหานซือเยว่ก่อนจะยื่นหน้าเข้าไปกระซิบบางอย่างที่ข้างหู ‘ข้าว่าช่วงนี้ท่านควรจะระวังตัวให้มากกว่านี้นะ…สามี’ ก่อนจะซัดเข็มพิษไปทางด้านข้างฝั่งหน้าต่าง ไม่นานก็ได้ยินเสียงคล้ายอะไรบางอย่างตกลงมาจากที่สูง


          ตุ้บ!


          ตุ้บ!


          “อุ้ย! …ร่วงเป็นมะม่วงเชียว…หึหึหึ”

    อาซื่อเมื่อเห็นว่าชายชุดดำสองคนร่วงลงมาจากบนต้นไม้ก็ตกตะลึงไม่น้อย ว่าที่ฮูหยินช่างร้ายกาจนัก


          “เจ้าว่าอะไรนะหลันหลัน” หานซือเยว่ได้ยินนางพูดก็งุนงงไม่น้อย นางพูดภาษาอะไรกันเหตุใดเขาถึงไม่เคยได้ยินมาก่อน


          “ข้าว่าพวกท่านรีบนำตัวหนอนพวกนั้นไปเค้นข้อมูลก่อนดีหรือไม่ก่อนที่หนอนพวกนั้นจะตาย…มีเวลาแค่สองเค่อก่อนจะสิ้นใจ”


          “ขอรับฮูหยิน” อาซื่อเมื่อได้ยินสิ่งที่ฮูหยินพูดก็รีบทำตามคำสั่งอย่างไม่ลังเล


          “ข้ายังไม่ได้แต่งเหตุใดต้องเรียกว่าฮูหยินด้วย”


          “อีกหน่อยก็ต้องใช่เจ้ายอมรับเถอะ…หึหึหึ”


          “เหอะ….”


          “ว่าแต่เจ้ารู้ได้เช่นไรหลันหลันว่าคนพวกนั้นซ่อนตัวอยู่ที่ไหน”


          “ข้ารู้ของข้าก็แล้วกันเพราะข้า…ไม่ได้โง่” พูดจบนางก็เดินออกไป ปล่อยให้หานซือเยว่ยืนนิ่งอยู่ผู้เดียว ‘ยิ่งนานวันเข้านางก็ยิ่งน่ากลัวแปลกๆ หรือข้าจะคิดมากไปเอง’



          สามวันผ่านไป หุบเขาจั้งเกอ


          หลังจากที่หลี่กวงหยาใช้เวลาสามวันในการเดินมายังพรรควารีในที่สุดเขาก็ได้มายืนอยู่หน้าพรรค รอไม่นานก็ได้ปรากฏร่างของบุรุษสองคนซึ่งไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นหยางอันกับถงหยินนั่นเอง


          “กวงหยาคารวะพี่ใหญ่…คารวะคุณชายถงหยิน”


          “คารวะคุณชายหลี่” หลี่หยางอันเห็นว่าทั้งสองได้ทักทายกันเรียบร้อยแล้วจึงได้เอ่ยขัดการสนทนา


          “กวงหยา…เจ้าเดินทางมาเหนื่อยๆ ข้าว่าไปพักผ่อนให้หายเหนื่อยก่อนแล้วช่วงค่ำค่อยออกมาข้าจะจัดงานเลี้ยงต้อนรับเจ้าที่กลับมาบ้าน” ได้ยินเช่นนั้นกวงหยาก็ไม่ขัดข้องสิ่งใดจึงหันไปคารวะหยางอันอีกครั้ง


          “ขอบคุณพี่ใหญ่” เมื่อได้รับอนุญาตก็ได้หันไปหาถงหยิน


          “ข้าขอตัวก่อนคุณชายถงหยิน”


          “เชิญเจ้าพักผ่อน”


          “เช่นนั้นข้าขอลา” พูดจบกวงหยาก็เดินออกไป




          ตกเย็น


          พรรควารีได้จัดงานเลี้ยงต้อนรับกวงหยาอย่างครื้นเครง โดยมีสาวงามมากหน้าหลายตาต่างออกมาร่ายรำให้เหล่าบุรุษตรงหน้าได้ชื่นชมความงามเหล่านั้น


          “สุราดี…นารีงาม…คงไม่มีคำใดเหมาะไปกว่าคำนี้แล้ว”


          “ฮ่า…ฮ่า…ฮ่า…ข้าก็คิดเช่นเดียวกับท่านคุณชายหลี่”


          “ช่างเป็นคืนที่ยอดเยี่ยมจริงๆ …เอ้า! …ดื่มๆ” ทุกคนที่ได้มาร่วมงานต่างก็ดื่มด่ำกับการร่ำสุราชั้นดีและชื่นชมสาวงาม ไม่นานก็มีคุณชายตระกูลตู้เดินเข้ามาทักทาย


          “คารวะคุณชายหลี่หยางอัน…คุณชายถงหยินและท่านนี้คือคุณชายหลี่กวงหยาใช่หรือไม่” ได้ยินเช่นนั้นกวงหยาก็ลุกขึ้นยืนคารวะคุณชายตระกูลตู้


          “คารวะคุณชายตู้”


          “เรียกข้าเหยาเข่อก็พอคุณชายหลี่”


          “เช่นนั้นเชิญคุณชายเหยาเข่อนั่งลงก่อน” จากนั้นทั้งสี่ก็ได้ร่ำสุราต่อ คงมีเพียงกวงหยาและเหยาเข่อเท่านั้นที่นั่งมองหน้าส่งสายตาให้กันอย่างรู้ทันก่อนจะลุกขึ้นแยกตัวออกไปด้านนอก


          “เชิญคุณชายเหยาเข่อพูด” กวงหยารู้ว่าเหยาเข่อผู้นี้ต้องการจะพูดอะไรจึงได้เปิดประเด็นพูดออกมา


           “ข้าบังเอิญไปได้ยินบางสิ่งมาเรื่องแม่นางเม่ยอิงแต่ความจริงหาได้เป็นตามที่ข่าวลือใช่หรือไม่” เหยาเข่อผู้นี้ฉลาดไม่เบา


          “หึหึหึ…คุณชายท่านช่างฉลาด…ปราดเปรื่องยิ่งนัก”


          “ท่านก็กล่าวชมเกินไปแล้วคุณชายกวงหยา…ท่านต่างหากที่ทั้งฉลาด…ปราดเปรื่องและแนบเนียนข้าเหยาเข่อผู้นี้…นับถือ…นับถือ” เพียงแค่มองหน้าเหยาเข่อเขาก็เข้าใจได้ทันทีว่าคุณชายผู้นี้ต้องการสิ่งใด


          “หากท่านต้องการเช่นนั้นข้าเองก็ไม่คัดค้าน”


          “ฮ่า…ฮ่า…ฮ่า…ต้องอย่างนี้สิถึงจะคุยกันได้…เช่นนั้นข้าขอลาเลยก็แล้วกัน” พูดจบเหยาเข่อก็หันกายเดินกลับออกไปจากงานเลี้ยง


          “ช่างเป็นคืนที่หอมหวานเสียจริง” หึ…ดูท่าครานี้ข้าคงไม่ต้องลงมือจัดการเจ้าเองแล้วเม่ยอิง…ฮ่า…ฮ่า…ฮ่า




          อีกด้านของงานเลี้ยง


          ณ บนหลังคาได้มีสองสามีภรรยานั่งดื่มสุราชั้นดีที่แอบหยิบออกมาจากงานอย่างสบายอารมณ์


          “ข้ารู้สึกว่างานเลี้ยงเหมือนยังขาดสิ่งใดอยู่นะเจ้าคะท่านพี่”


          “นั่นสินะน้องหญิง…ถ้าเช่นนั้น”


          ตู้มมมม!



    ………………………………………………..อุ๊ย! ร่วงเป็นมะม่วงเชียว 555555+ มาอัพให้อ่านกันแล้วนะค้าบบบบบ

    อย่าเพิ่งทิ้งไรท์กันไปไหนอยู่เป็นกำลังใจให้ไรท์กันก่อน รักคนอ่าน จุฟ จุฟ