ตอนที่ 57: โดนแฮก
ท่ามกลางความมืดมิดและเงียบสงัดภายในห้องแล็บคอมพิวเตอร์ส่วนตัวที่ตั้งอยู่ในมุมอับของตึกสำนักงานเก่า มีเพียงเสียงครางหึ่งๆ ของพัดลมระบายความร้อนจากตู้เซิร์ฟเวอร์หลักและแสงไฟสีฟ้าสลัวที่สาดส่องออกมาจากหน้าจอมอนิเตอร์ขนาดยักษ์หกจอที่วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะทำงาน นรินทร์ หรือริน นั่งอยู่บนเก้าอี้ทำงานตัวใหญ่ ใบหน้าซื่อๆ ของเขาเคร่งเครียด ดวงตาเบิกกว้างจดจ้องมองสายโค้ดและกราฟิกวิเคราะห์โครงสร้างเครือข่ายสัญญาณสีม่วงที่เขากำลังแกะรอยและดักรับมาจากเพนต์เฮาส์หรูของรัชชาอย่างไม่วางตา
มือหนาของรินยกแก้วกาแฟเย็นที่ละลายจนจืดชืดไร้รสชาติขึ้นมาจิบเพื่อประทังความง่วงเหงาหาวนอน ในใจของเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและแรงผลักดันอันแรงกล้าที่จะต้องเอาชนะธิดามารราคะให้ได้ เพื่อลบล้างความพ่ายแพ้อันน่าอดสูในอดีตที่คอยตามหลอกหลอนจิตสำนึกของเขาอยู่ทุกค่ำคืน
เขาเพ่งพินิจตัวแพ็กเก็ตข้อมูล (Packet Analysis) ที่สตรีมเข้ามาทางอุปกรณ์ดักฟังระบบแลนที่เขาแอบไปติดตั้งเอาไว้ มันมีความประหลาดอย่างยิ่ง ทราฟฟิกสัญญาณข้อมูลของแอป LUST ไม่เหมือนทราฟฟิก TCP/IP มาตรฐานทั่วไปที่พบเจอในระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ปกติ แต่มันมีส่วนหัวเฟรม (Header Frame) และข้อมูลเสริม (Padding Data) ที่อัดแน่นไปด้วยชุดข้อมูลไบนารีค่าเอนโทรปีสูงประหนึ่งคลื่นสัญญาณทางสมองหรือข้อมูลโทรมาตรการประสาทสัมผัส รินใช้โปรแกรมถอดรหัสของเขาพยายามแกะรหัสโครงสร้างสีม่วงนี้เพื่อหวังจะพิสูจน์กลไกสะกดจิตระดับดิจิทัล เขาเปิดโปรแกรมดีคอมไพเลอร์ชั้นสูงอย่าง IDA Pro เพื่อทำการวิเคราะห์ย้อนกลับ (Reverse Engineering) บรรทัดต่อบรรทัด นิ้วแกร่งเคาะแป้นพิมพ์พิมพ์คำสั่งถอดรหัสซับซ้อนพยายามวิเคราะห์ว่าภาษาเครื่องเหล่านี้แปลงสัญญาณไฟฟ้าเป็นอารมณ์ความใคร่ของมนุษย์ได้อย่างไร
"ถ้าฉันแกะสมการตรงนี้ได้ โครงข่ายพลังงานสีม่วงที่ใช้ควบคุมคนของยัยนั่นก็จะไม่มีความหมายอีกต่อไป..." รินพึมพำกับตัวเองด้วยความมั่นใจลึกๆ
ในอดีต รินเคยพ่ายแพ้และตกเป็นเหยื่อของการสะกดจิตราคะของรัชชาที่อพาร์ตเมนต์เก่าของเธอ แม้ว่าความทรงจำในคืนนั้นจะเลือนรางและขาดหายไปเนื่องจากคำสั่งลบความจำของแอป LUST แต่เมื่อเขากลับมาตรวจสอบล็อกไฟล์และประวัติการทำงานในระบบเครือข่ายส่วนตัว เขาก็พบร่องรอยการเชื่อมต่อประสาทและรหัสความเสียวซ่านที่ผิดปกติซึ่งแฝงตัวอยู่ในระดับลึกของจิตใจ รินรู้สึกเสียเกียรติยศและศักดิ์ศรีในฐานะแฮกเกอร์ที่สำเร็จการศึกษาด้านวิศวกรรมเครือข่ายด้วยคะแนนสูงสุดของชั้นเรียนเป็นอย่างมาก เขาไม่สามารถยอมรับได้ว่าตนเองตกเป็นเครื่องมือและพ่ายแพ้อย่างราบคาบไร้ทางสู้ต่อหญิงสาวสวมแว่นหน้าตาเฉิ่มเชยคนหนึ่ง
และที่สำคัญที่สุดคือเขาต้องการปกป้องนิชา เพื่อนโปรแกรมเมอร์สาวแสนดีที่เขาสนใจและแอบทำงานร่วมกันอยู่เงียบๆ ไม่ให้ต้องมาเผชิญอันตรายจากแอปวิปริตนี้
เขานึกถึงรอยยิ้มและเสียงหัวเราะอย่างอ่อนโยนของนิชาเวลาที่เธอเอาถ้วยกาแฟกระดาษร้อนๆ มาส่งให้ถึงโต๊ะทำงานเวลาที่อยู่เวรดึกด้วยกัน หรือตอนที่เธอเข้ามาช่วยเขาตรวจสอบและสะสางคำสั่งคิวรีฐานข้อมูล SQL ที่ยุ่งเหยิงในการทำงานปกติ กลิ่นอายแป้งเด็กอ่อนๆ จากกายเธอที่ลอยมาแตะจมูกเวลาเธอก้มลงมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ร่วมกันคือกำลังใจเดียวที่ประคับประคองจิตใจอันแห้งเหี่ยวของแฮกเกอร์หนุ่ม หากนิชาโปรแกรมเมอร์สาวผู้น่ารักได้รับไฟล์วิดีโอนี้ หรือเห็นเขาในสภาพพ่ายแพ้อนาถยอมลดตัวลงไปกราบเท้าผู้หญิงคนอื่น เกียรติยศของเขาในฐานะผู้ชายคนหนึ่งคงจะแหลกสลายไม่มีชิ้นดี และเขาคงหมดโอกาสที่จะได้เคียงข้างหรือสารภาพความในใจรักกับเธอไปตลอดกาล ความกลัวและความละอายเกาะกินลึกเข้าไปในกระดูกสันหลังของช่างหนุ่มจนทำให้มือหนาที่จับเมาส์เริ่มสั่นระริกอย่างควบคุมไม่ได้
รินเชื่อว่าระบบความปลอดภัยในห้องแล็บส่วนตัวของเขาแกร่งหนาประดุจป้อมปราการเหล็กกล้า มันตั้งอยู่หลังระบบป้องกันไฟร์วอลล์ส่วนตัวถึงสามชั้นและไม่ได้ต่อเชื่อมสัญญาณเน็ตภายนอกโดยตรงนอกจากผ่านเกตเวย์เข้ารหัสของมหาวิทยาลัยเก่าที่มีความปลอดภัยสูงสุด ไม่มีทางที่โทรจันหรือโค้ดแปลกปลอมตัวใดบนโลกจะสามารถเจาะข้ามพ้นเข้ามาในระบบเครือข่ายอิสระแบบแอร์แกป (Air-gapped Network) ของเขาได้อย่างแน่นอน เขามั่นใจว่าระบบคัดกรองข้อมูลทุกระดับจะปกป้องตัวเขาจากการจู่โจมหลังบ้านได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ทว่ารินประเมินความสามารถในการควบคุมระดับโปรแกรมเมอร์อัจฉริยะมารราคะของรัชชาต่ำไปอย่างมหันต์
ทันใดนั้น หน้าจอมอนิเตอร์ขนาดยักษ์ทั้งหกจอในห้องแล็บก็เกิดอาการกระตุกระรัวอย่างรุนแรง ภาพกราฟข้อมูลเครือข่ายและโค้ดคอมไพเลอร์ที่กำลังทำงานอยู่ดับวูบลง ก่อนที่จะถูกแทนที่ด้วยคลื่นรังสีสีม่วงเข้มกะพริบวูบวาบสาดส่องประกายจ้ากระแทกเข้าสู่ม่านตาของริน แสงสีม่วงลึกลับนั้นสว่างโร่จนทำให้ห้องแล็บที่เคยสลัวกลับสว่างไสวไปด้วยออร่าชวนพิศวง เสียงสัญญาณเตือนภัยความปลอดภัยเครือข่ายในเครื่องเซิร์ฟเวอร์ส่งเสียงร้องไซเรนเตือนภัยสั้นๆ ดังระงม "ปี๊ดๆๆ! ปี๊ดๆๆ!" ก่อนที่จะเงียบกริบไปพร้อมกับสัญลักษณ์ป้องกันภัยคุกคาม (Firewall Status) ที่เปลี่ยนสถานะจากสีเขียวเป็นสีแดงเข้มแสดงถึงความล้มเหลวโดยสมบูรณ์
พัดลมระบายความร้อนจากตู้เซิร์ฟเวอร์หลักเริ่มหมุนรัวส่งเสียงหวีดแหลมระงมราวกับเครื่องยนต์เจ็ตที่กำลังจะระเบิด เพราะหน่วยประมวลผลกลางหรือซีพียูรับภาระงานหนักข้ามพิกัด 100% จากคำสั่งสอดแทรกจากภายนอกอย่างฉับพลัน กลิ่นอายความร้อนระอุของแผ่นซิลิคอนและพลาสติกอบความร้อนฟุ้งกระจายอบอวลออกมาจากตู้เซิร์ฟเวอร์ สร้างบรรยากาศตึงเครียดบีบคั้นอารมณ์จนแทบหายใจไม่ออก
"เฮ้ย! เกิดอะไรขึ้นวะ?!" รินสะดุ้งเฮือกแก้วกาแฟเกือบหลุดจากมือ เขารีบวางแก้วน้ำลงและพุ่งตัวกลับไปจับแป้นพิมพ์คีย์บอร์ดเพื่อป้อนคำสั่งระงับเครือข่ายฉุกเฉินและยุติกระบวนการทำงานทั้งหมดทันที
แต่ทว่า แป้นพิมพ์คีย์บอร์ดและเมาส์ของเขากลับไม่มีการตอบสนองใดๆ ตัวอักษรสีขาวที่เขาพยายามกดป้อนคำสั่งล้างระบบผ่านคอมมานด์ไลน์ไม่ปรากฏบนหน้าจอ มีเพียงแถบคำสั่งภาษาเครื่องและโค้ดสีม่วงประหลาดไหลพรูผ่านรันระบบปฏิบัติการหลังบ้านอย่างรวดเร็วโดยที่เขาไม่สามารถกดยกเลิกหรือกดยุติโปรแกรม (Kill Process) ได้เลย โครงสร้างคำสั่งสีม่วงนั้นยึดครองระดับแกนกลางระบบปฏิบัติการ (Kernel Level) ของเขาราวกับมารร้ายที่เข้ามากลืนกินกลไกทุกส่วน
ในขณะเดียวกัน เสียงกลไกเหล็กกล้าและตัวล็อกอิเล็กทรอนิกส์ของประตูดิจิทัลที่หนาแน่นของห้องแล็บส่งเสียงดังกริ๊กและเสียงกลไกแม่เหล็กไฟฟ้าสลักเหล็กขยับล็อกตัวแน่นหนาดังตึก รินหันขวับไปมองที่ประตูห้องพักด้วยความตื่นตระหนกขีดสุด เขารีบก้าวเท้าตรงไปพยายามกดปุ่มเปิดประตูแมนนวลและหมุนกลอนเปิดล็อกสลักกลไก ทว่าระบบรักษาความปลอดภัยประตูกลับโดนตัดกระแสไฟหลัก และถูกสั่งล็อกแยกขาดจากโลกภายนอกอย่างสมบูรณ์แบบด้วยกลไกควบคุมระยะไกล รินถูกขังอยู่ภายในห้องแล็บคอมพิวเตอร์อันมืดมิดและอับทึบของตัวเองอย่างไร้ทางหนี
"บ้าชะมัด! ยัยนั่นแฮกย้อนกลับมางั้นเหรอ?! เจาะข้ามเกตเวย์มหาลัยที่มีไฟร์วอลล์หนาขนาดนั้นมาได้ยังไงกัน?!" รินพึมพำเสียงสั่นเครือ ใบหน้าเริ่มถอดสีซีดเซียวด้วยความวิตกจริตและสับสนงุนงง
เขาประจักษ์แล้วว่ารัชชาใช้ช่องทางอุปกรณ์ดักจับสัญญาณที่เขาเป็นคนติดตั้งเองย้อนศรแฮกกลับเข้ามา รอยรั่วที่รินเปิดทิ้งไว้เพื่อสอดส่องสตรีมมิ่งข้อมูลของรัชชา ได้กลายเป็นทางด่วนส่วนตัวที่รัชชาใช้ส่งโค้ดโทรจันโจมตีระดับล่างบดขยี้ระบบความปลอดภัยในแล็บของเขาอย่างง่ายดายราวกับปอกกล้วยเข้าปาก
เขารีบวิ่งกลับมาที่โต๊ะทำงาน พยายามหาทางดึงสายแลนระบบเครือข่ายหรือตัดสวิตช์ไฟของเครื่องเซิร์ฟเวอร์หลักเพื่อตัดสัญญาณ ทว่าในวินาทีนั้น ไฟสีเขียวดวงจิ๋วของกล้องเว็บแคมที่ติดตั้งอยู่บนขอบหน้าจอมอนิเตอร์กลับกะพริบถี่ๆ เปิดทำงานกะทันหัน บ่งบอกว่ารัชชากำลังจ้องมองภาพสดของเขาผ่านกล้องอยู่เงียบๆ จากเพนต์เฮาส์หรูอันเงียบสงัดของเธอ รินรู้สึกราวกับมีสายตาที่มองไม่เห็นจ้องเขม็งมาที่เขาในเงามืดคอยหัวเราะเยาะความพยายามดิ้นรนอย่างไร้ค่านี้
ทันใดนั้น หน้าจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ยักษ์หกจอที่อยู่เบื้องหน้าของรินก็กะพริบวูบหนึ่ง ก่อนจะฉายสตรีมไฟล์วิดีโอความคมชัดระดับสูงขึ้นมาโดยตรงผ่านระบบส่งข้อมูลภาพของหน้าจอ หน้าจอทั้งหมดแปรเปลี่ยนจากหน้าต่างคำสั่งรันโค้ดเป็นภาพเหตุการณ์ในห้องพักสลัวที่อพาร์ตเมนต์เก่าของรัชชา รินจ้องมองภาพตรงหน้าด้วยความมึนงงชั่วขณะ ก่อนที่ดวงตาของเขาจะเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกและหวาดกลัวขีดสุด
บนหน้าจอมอนิเตอร์ใหญ่ฉายภาพตัวเขาเองในอดีตอย่างเด่นชัด รินในวิดีโอนอนสั่นเทาอยู่บนพื้นห้องพักซอมซ่อ ค่อยๆ คลานเข่าเข้าไปหาปลายเท้าขาวนวลของรัชชาที่ยืนตระหง่านกอดอกมองลงมาด้วยดวงตาสีม่วงแวววับไร้แว่นตาเกะกะ ท่าทางของเธอเปี่ยมด้วยอำนาจบงการสะกดจิตราคะ รินในคลิปกำลังปลดกระดุมเสื้อเครื่องแบบสีน้ำเงินของตนเองออกทีละเม็ดด้วยมือที่สั่นเทา ก่อนจะสลัดเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายทั้งหมดออกจนร่างกายเปลือยปล่าล่อนจ้อน เผยให้เห็นผิวเนื้อหนาและมัดกล้ามเนื้ออูม ท่อนเนื้อร้อนแก่นกายหนาภายใต้คำสะกดตื่นตัวแข็งชันชูยอดปูดโปนขยายตัวจนตึงเปรี๊ยะปริ่มไปด้วยหยาดน้ำหล่อลื่นใส รินในคลิปยินยอมสยบยอมอย่างไร้เงื่อนไข ปราศจากเกราะป้องกันตัวทางตรรกะและความคิดใดๆ
จากนั้น รินในวิดีโอก็ก้มกราบแทบเท้าของรัชชาอย่างเชื่องและเชื่อฟังราวกับสัตว์เลี้ยงแสนรักที่สูญสิ้นสมองและความคิดตรรกะทั้งหมด ร่างหนากำยำค่อยๆ ยื่นลิ้นยาวออกไปแตะเลียและประทับริมฝีปากจูบลงบนส้นเท้าเนียนนุ่ม หลังเท้าผุดผ่อง และซอกนิ้วเท้าของรัชชาด้วยความยอมจำนนสิเน่หาอย่างละเอียดลออ เสียงดูดเลียเฉอะแฉะซุบซิบดังสนั่นลอดออกมาจากลำโพงของห้องแล็บอย่างชัดเจน รินกราบแทบเท้าของเธอสลับกับการแลบลิ้นเลียละเลงทั่วหลังเท้าขาวผ่องอย่างหลงใหลคลั่งไคล้ รัชชาเหยียบย่ำฝ่าเท้าลงบนใบหน้าและปากของเขาด้วยความสมเพชปนเปกับความพึงพอใจในอำนาจเหนือกว่า ขณะที่ท่อนเอ็นหนาขยายใหญ่โตของรินสั่นระริกมีน้ำเยิ้มเปียกชุ่มเต็มหัวหยักเพราะความสยบยอมในกามารมณ์
คลื่นรังสีสีม่วงเข้มที่แผ่ออกมาจากหน้าจอมอนิเตอร์ทั้งหกจอส่องกระทบม่านตาและสะท้อนเข้าไปในระบบประสาทของรินโดยตรง มันไม่ใช่เพียงแค่แสงสีทั่วไป แต่เป็นคลื่นความถี่พิเศษเหนี่ยวนำระบบประสาท LUST ที่ส่งผลกระตุ้นรหัสความเปราะบางถาวร (Vulnerability Tag) ในกระแสสมองส่วนลึกของเขาที่เคยถูกสร้างขึ้นมาในคืนนั้น รินรู้สึกร้อนรุ่มมวนท้องไปทั่วสรรพางค์กายอย่างกะทันหัน หัวใจเต้นรัวแรงราวกับกลองรบ กายส่วนล่างเต้นตุบตับ และแก่นกายท่อนลำเนื้อร้อนภายใต้กางเกงยีนส์หนาของเขาเริ่มตอบสนองต่อสิ่งเร้าสีม่วง ขยายตัวแข็งปูดโปนตึงเปรี๊ยะดันเป้ากางเกงจนอึดอัดแน่นและรู้สึกเจ็บหน่วงเสียวซ่านสะท้านทรวงอย่างทรมาน ทั้งที่ความตื่นตระหนกและความอับอายขายหน้ากุมจิตใจของเขาอยู่ขีดสุด!
ใบหน้าของรินถอดสีซีดเผือดสลับแดงซ่านสั่นเทาด้วยความตื่นตระหนกและอับอายสุดขีด เหงื่อกาฬเม็ดโตไหลผุดซึมลงมาจากหน้าผากและแก้มเป็นสาย มือทั้งสองข้างกำแน่นจนเล็บแทบจิกเข้าเนื้อจนสั่นระริก หัวใจเต้นรัวเร็วและบีบรัดตัวอย่างรุนแรงด้วยความหวาดกลัวเมื่อตระหนักว่า ความอับอายและความลับอันมืดมิดที่ตัวเขาเองเคยลืมเลือนไปในอดีต บัดนี้ได้รับการบันทึกภาพวิดีโอไว้อย่างแจ่มชัด และกำลังเปิดฉายอย่างละเอียดยิบผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ทั้งหมดของเขา และหากใครสักคนหรือแม้แต่นิชาต้องมาเห็นภาพความอัปยศสุดวิตถารนี้ ชีวิตของเขาคงไม่มีวันหลุดพ้นจากนรกแห่งความเสื่อมเสียเกียรติยศนี้ไปได้เลย!