ปรมาจารย์ผู้ใช้อสูรมายา

    น้ำค้างแห่งชีวิต

            เมื่อถูกต้าหมิงเสนอราคาที่สูงขนาดนั้นหลายคนก็ไม่คิดจะประมูลต่อแม้แต่หลางซ่งและจวิ้นมู่ก็ไม่คิดจะสู้ต่อเพราะเป้าหมายหลักของพวกเขาคือน้ำค้างแห่งชีวิต

            “ขอแสดงความยินดีกับคุณชายต้าหมิงที่ได้รับสมุนไพรเวทย์ไป”หญิงสาวชุดแดงกล่าว

            ต้าหมิงจ่ายเหรียญทองไปจนหมดพร้อมกับถอนหายใจสมุนไพรเวทย์ชิ้นนี้เหมาะสมกับตนเองเป็นอย่างมาก

            “เจ้านี่ลงทุนจริงด้วยเหรียญทองขนาดนั้นเจ้าไปซื้อแก่นเวทย์มาบ่มเพาะไม่ดีกว่างั้นหรือ” จ้าวหลานกล่าว

            “ก็จริงถ้านำเหรียญทองไปซื้อแก่นเวทย์ดูจะคุ้มยิ่งกว่าแต่ว่าสมุนไพรนี้มันช่วยนกระดับร่างกายให้แข็งแกร่งขึ้นซึ่งสรรพคุณนี้มีค่าต่อต้าหมิงมาก”จ้าวหยูซินกล่าว

            “ใช่แล้วถึงข้าจะไม่รู้ว่าขอบเขตการยกระดับร่างกายมันมากน้อยแค่ใหนแต่ถ้ามันช่วยให้ข้าแข็งแกร่งขึ้นข้าก็ยอม”ต้าหมิงกล่าว

            “ท่านพี่แล้วท่านไม่คิดจะประมูลอะไรหน่อยรึ”จ้าวหลานกล่าว

            “เป้าหมายของข้านั้นไม่มีแต่น้องสองฝากให้ข้ามาช่วยประมูลน้ำค้างแห่งชีวิตให้หนะ” จ้าวหยูซินกล่าว

            “พี่สาวโยวหลันหนะเหรอ”ต้าหมิงกล่าวด้วยสีหน้าแปลกใจ

            “นางต้องการจะนำน้ำค้างแห่งชีวิตไปช่วยต่ออายุให้ผู้มีพระคุณของนาง”จ้าวหยูซินกล่าว

            “แต่ว่าอีกฝ่ายคือสามตระกูลพวกท่านจะสู้ใหวงั้นเหรอ”ต้าหมิงกล่าว

            “เจ้าคิดว่าเหรียญทองที่โยวหลันได้รับในแต่ละวันมันน้อยงั้นเหรอ”จ้าวหยูซินกล่าว

            “เอ่อ.......”ต้าหมิงกลายเป็นตื่นตระหนกเขาลืมนึกไปว่าจ้าวโยวหลันเป็นนายหญิงแห่งหอโคมแดงซึ่งรายได้แต่ละวันไม่ต่ำกว่า1 แสนเหรียญทองขึ้นไปอย่างแน่นอน

            “รายการถัดมาคือสิ่งที่ทุกคนคาดหวัง”หญิงสาวชุดแดงกล่าวพร้อมกับถือขวดหยกชิ้นหนึ่งเอาไว้บนมือ

            “ในที่สุดก็ถึงเวลาแล้ว”หลายตระกูลที่ยอมเงียบไม่ประมูลเริ่มเคลื่อนใหว

            “สิ่งนี้คือน้ำค้างแห่งชีวิตซึ่งน้ำค้าง1 หยดสามารถต่ออายุได้ถึง 20 ปีและน้ำค้างแห่งชีวิตนี้มาจากส่วนลึกที่สุดของพื้นที่รกร้างที่นั่นมีต้นไม้แห่งชีวิตอยู่และคนของเราก็ได้รับน้ำค้างเพียงหยดเดียวมาจากที่นั่น”หญิงสางชุดแดงกล่าว

            “มีเรื่องแบบนี้ด้วยงั้นเหรอ”หลายคนกลายเป็นตื่นตระหนก

            “ใช่แล้วแต่ว่าทุกท่านก็น่าจะรู้ว่าที่แห่งนั้นอันตรายแค่ใหนต่อให้เป็นจอมเวทย์ระดับจักรพรรดิก็มีโอกาสรอดกลับมาน้อยมากดังนั้นข้าอยากจะขอเตือนถ้ายังไม่ถึงระดับจักรพรรดิอย่าได้เข้าไปเสี่ยงดวงจะดีกว่า”หญิงสาวชุดแดงกล่าว

            “แล้วนอกจากต้นไม้แห่งชีวิตแล้วมีสิ่งอื่นหรือไม่”ผู้อาวุโสตระกูลจวิ้นกล่าว

            “ข้อมูลนี้ไม่สามารถเปิดเผยได้”หญิงสาวชุดแดงกล่าว

            “อย่างงี้นี่เองแปลว่าการจะได้ข้อมูลตรงส่วนนี้จำเป็นต้องเสนอราคาสินะ”ผู้อาวุโสตระกูลจวิ้นกล่าว

            “ถูกต้องทุกอย่างย่อมมีราคาแม้แต่ข้อมูลเองก็เช่นกัน” หญิงสาวชุดแดงกล่าวด้วยรอยยิ้มเย้ายวน

            “เอาละเรามาดูกันเถอะว่าน้ำค้างแห่งชีวิตเป็นของจริงหรือไม่”ผู้อาวุโสตระกูลหลางกล่าว

            “แน่นอนว่าพวกเราไม่คิดจะโกหกพวกท่านอยู่แล้ว”หญิงสาวชุดแดงกล่าวพร้อมกับเปิดฝ่าขวดหยก

            และพริบตานั้นเองกลิ่นอายแห่งชีวิตที่หนาแน่นก็ปรากฏออกมาใบหน้าของเหล่าผู้อาวุโสหลายตระกูลกลายเป็นตื่นเต้นจนแทบจะกระโดดเข้าแย่งชิงน้ำค้างแห่งชีวิต

            “ฟุบ!!!!!!!”

            ในตอนนั้นเองกลิ่นอายที่แข็งแกร่งหลายคนก็ปรากฎและพุ่งเข้าหาหญิงสาวชุดแดงหมายจะแย่งชิงน้ำค้างแห่งชีวิตหลายคนกลายเป็นตกใจไม่คิดว่าจะมีคนกล้าลงมือต่อหน้าผู้คนมากมายขนาดนี้

            “พวกสวะตระกูลหวังอย่าได้กำแหงให้มันมากนัก”ในตอนนั้นเองเสียงที่เย็นชาก็ดังขึ้นพร้อมกับคลื่นพลังเวทย์ปะทุออกมา

            “อ๊ากกกกกกกกก”ร่างของจอมเวทย์ที่พุ่งโจมตีหญิงสาวชุดแดงก็ถูกคลื่นพลังสายฟ้าบดขยี้ทันที

            “จอมเวทย์ระดับจักรพรรดิ”ต้าหมิงกล่าวด้วยสีหน้าสั่นสะท้าน

            “ต่อให้เป็นยามที่พวกเจ้าแข็งแกร่งที่สุดพวกเราหอประมูลอัคคีก็ไม่ได้หวาดกลัวพวกเจ้าเลยแล้วด้วยสภาพของพวกเจ้าตอนนี้ยังแส่หาความตายอีก” เสียงที่เย็นชาดังออกมาเห็นได้ชัดว่าเป็นการเตือนพวกตระกูลหวัง

            หลายคนกลายเป็นเงียบทันทีกลุ่มจอมเวทย์ของตระกูลหวังที่พุ่งออกมานั้นอย่างน้อยก็ระดับขุนพลและยังมีระดับจอมพลอีกด้วยแต่ทุกคนก็ตกตายไปอย่างง่ายดาย

            “เอาละพวกเรามาเริ่มประมูลกันต่อเถอะ”หญิงสาวชุดแดงกล่าว

            ผู้อาวุโสตระกูลหลางกลายเป็นเงียบลงทันทีเขาไม่คิดว่ายอดฝีมือของหอประมูลอัคคีจะทรงพลังขนาดนี้

            “ราคาของน้ำค้างแห่งชีวิตเริ่มที่10 ล้านเหรียญทอง” หญิงสาวชุดแดงกล่าว

            “15ล้านเหรียญทอง” ชายชราคนหนึ่งคำราม

            “16ล้านเหรียญทอง” หลางซ่งกล่าว

            “20ล้านเหรียญทอง” จวิ้นมู่กล่าว

            “30ล้านเหรียญทอง” ในตอนนั้นเองเสียงที่เย็นชาก็ดังขึ้นจากชั้นร่าง

            ที่ชั้นร่างมีชายชุดดำที่สวมหน้ากากเอาไว้อยู่ถึงแม้จะไม่รู้ถึงกลิ่นอายของชายคนนั้นแต่ว่าหลายคนต่างก็มีประสบการณ์ย่อมรู้ว่าชายคนนี้ไม่ธรรมดา

            “35ล้านเหรียญทอง” จ้าวหยูซินกล่าว

            “36ล้านเหรียญทอง” หลางซ่งกล่าวพร้อมกับกัดฟัน

            “37ล้านเหรียญทอง” จวิ้นมู่กล่าว

            “40ล้านเหรียญทอง” ชายชุดดำกล่าว

            “เจ้านั่นเป็นใครกันแน่”หลายคนกลายเป็นตื่นตระหนก

            จำนวนเงิน40 ล้านเหรียญทองไม่ใช่น้อยๆซึ่งต่อให้เป็นตระกูลใหญ่ก็ใช่ว่าจะนำเงินจำนวนนี้ออกมาใช้ง่ายๆ

            “45ล้านเหรียญทอง” จ้าวหยูซินกล่าว

            “ท่านขุนพลข้าจำได้ว่าท่านไม่น่าจะมีผู้อาวุโสที่จำเป็นต้องใช้น้ำค้างแห่งชีวิตไม่ใช่หรือ”ผู้อาวุโสตระกูลหลางกล่าว

            “ก็จริงแต่ข้ารู้สึกอยากได้เลยประมูลเล่นๆ”จ้าวหยูซินกล่าว

            “46 ล้านเหรียญทอง” จวิ้นมู่กัดฟันกล่าว

            “50ล้านเหรียญทอง” ชายชุดดำกล่าว

            “บัดซบพวกเราไม่มีเงินพอที่จะประมูลแล้ว”หลางซ่งคำราม

            “เป็นเพราะพวกท่านไปประมูลของไรสาระแบบนั้นมาถึงได้ขาดเงินไปตั้ง13 ล้าน” ผู้อาวุโสของตระกูลหลางกล่าวด้วยสีหน้าเย็นชา

            “55ล้านเหรียญทอง” จวิ้นมู่กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาเพราะนี่คือราคาสูงสุดที่ตระกูลจวิ้นสามารถจ่ายได้แล้ว

            “60ล้านเหรียญทอง” จ้าวหยูซินกล่าว

            “........”หลายคนกลายเป็นเงียบแม้แต่ชายชุดดำก็ไม่ได้เสนอราคาต่อเพราะราคานี้เป็นราคาที่สูงอย่างมาก

            “พี่สาวโยวหลันชั่งร่ำรวยจริงๆวันหลังข้าจะต้องไปหานางเพื่อขอเงินบ้างแล้ว”ต้าหมิงกล่าวพร้อมกับยิ้มชั่วร้ายออกมา

            “เหอะเจ้าก็แค่จะหาข้ออ้างไปหอโคมเดงละสิ” จ้าวหลายกล่าวด้วยสีหน้าเย็นชา

            ต้าหมิงไม่ตอบกลับแต่ตอนนี้เขาซะใจอย่างมากเมื่อเห็นพวกหลางเลี่ยพ่ายแพ้หมดท่าซึ่งเรื่องนี้ทำให้ต้าหมิงอารมณ์ดีอย่างยิ่ง

             

    คล้ายกับเรื่องปรมาจารย์ผู้ใช้อสูรมายา ที่คุณอ่าน