เกิดใหม่ต่างโลกกับการผจญภัยครั้งใหม่ในโลกเวทมนตร์

    ภาค 2 ตอนที่ 15 การประลองที่ต่างออกไป

    หลังจากจบเรื่องในคราวนั้นเองผมก็มุ่งหน้ามายังสนามประลอง ทำการลงทะเบียนทุกอย่างเรียบร้อยแล้วก็ออกเดินดูบรรยากาศของเมืองต่อไปพร้อมกับวิถีชีวิต จะเรียกว่าผมมาเดทกับเหล่าสาวๆก็คงได้ ต่อด้วยการหาที่พักให้ผ่านพ้นวันคืนไปได้
    วันเวลาก็วนเวียนโดยการออกไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆของเมืองอยู่ไม่เว้นวัน การผ่อนคลายกับเรื่องปวดหัวบ้างก็ถือเป็นเรื่องที่ควรทำ ทำให้ผมได้ใช้เวลาร่วมกับเหล่าสาวๆพัฒนาความสัมพันธ์ให้มากยิ่งขึ้น
    จนกระทั่งวันประลองจริงก็ได้มาถึง
    ที่สนามประลองตอนนี้เต็มไปด้วยผู้คนมากมายหลายล้านคนที่อยู่เต็มสนามที่มีลักษณะวงกลมเต็มไปทุกที่นั่ง
    ส่วนผมในตอนนี้ก็กำลังพูดคุยกับลีโนร่าพร้อมกับเหล่าสาวๆเพื่อที่จะเข้าสู้สนามประลอง
    “คนที่จะไปนั้นมีแค่เจ้าเท่านั้นนะโรเบิร์ต”
    “หืม! ถ้าผมไปคนเดียวพวกคุณละจะไปกันยังไง”
    “ว่ากันตามตรงเลยนะ ข้าหาวิธีที่จะให้พวกเธอขึ้นไปได้แล้วแต่ว่าเจ้าข้าไม่สามารถทำให้ได้ในเมื่อมีทางเจ้าก็ต้องทำมันด้วยตัวเองข้าไม่สามารถแทรกแซงได้จนกว่าหนทางมันจะไม่มีให้เจ้าเดินไปต่อได้อีก”
    ผมทำความเข้าใจกับคำพูดของลีโนร่าก่อนจะผงกหัวรับ
    “เข้าใจแล้ว ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวผมจะรีบไปแล้วรีบมาก็แล้วกัน”
    “ระวังตัวด้วย ชายสองคนนั้นเมื่อวันก่อนทั้งคุณชายเชส และเขา ยังไงก็เถอะระวังตัวให้ดีๆ”
    “ไม่ต้องห่วงไปหรอกผมมีวิธีรับมืออยู่แล้ว”
    ขอพูดอะไรบางอย่างไว้ก่อน ในช่วงก่อนที่จะเปิดสนามประลองนั้นผมเองก็ได้ลองรังสรรค์อาวุธจากโลกก่อนของผมมาใช้แล้วปรับเปลี่ยนอะไรหลายๆอย่างจนเข้าใจความสามารถของทักษะรังสรรค์ไปมากพอตัว
    ทำให้ผมในตอนนี้สามารถนำสิ่งที่ผมคิดค้นไม่ว่าจะเป็นทฤษฎีของโลกก่อนหรือสิ่งประดิษฐ์ผมก็สามารถชักนำประสิทธิภาพออกมาได้ด้วยการนำพาของทักษะรังสรรค์เพราะฉะนั้นตอนนี้ผมก็สามารถใช้อาวุธคู่ใจของตนเองได้แล้ว
    ช่วงที่ผ่านมาพวกนั้นผมได้สร้างสิ่งที่คิดว่าต้องใช้ในงานประลองครั้งนี้รวมไปถึงสร้างอาวุธพิเศษออกมาไว้มากมายเผื่อสถานการณ์ที่ตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ
    ผมก้าวไปยังสนามการประลองในจุดที่เป็นจุดที่พักผู้ประลอง บางทีการประลองนี้อาจแบ่งสนามย่อยออกเป็นหลากหลายเวทีจากนั้นก็ลงประลองกันเพราะสนามมันกว้างใหญ่ขนาดที่ว่าบรรจุคนไว้สักหมื่นคนในเวลาเดียวกันก็ยังเหลือช่องว่างอีกมากมายให้ใช้สอย
    แต่ก็ต้องแปลกใจเพราะมันไม่ได้เป็นไปตามที่มันควรเป็นไม่ใช่แบบนั้นที่ผมได้คาดการณ์เอาไว้เลยเนื่องจากการประลองต้องเข้าไปยังดันเจี้ยน สีหน้าที่มีความมั่นใจสบายๆในตอนแรกก็เปลี่ยนไปเป็นเคร่งขรึม
    ชักจะยุ่งยากแล้วสิ

    “โรเบิร์ตถอนตัวออกมาก่อน เจ้าจะเข้าไปที่นั่นไม่ได้มันเสี่ยงที่จะมีกลุ่มผู้ไม่ประสงค์ดีกับพวกเราเข้าไปด้วย”
    ลีโนร่าส่งสัญญาณเสียงมาถึงผม
    “นั่นสินะอย่างที่คุณว่าผมถอยก่อนดีกว่า”
    ผมหันกายเดินกลับออกไปทันใดนั้นเองผมก็สัมผัสได้ถึงกำแพงปริศนาที่ขวางกั้นผู้ลงประลองในครั้งนี้เพื่อกันไม่ให้ออกมาจากสนามประลองที่ทุกคนได้เข้าไปข้างในแล้ว
    “ยุ่งแล้วสิพวกนี้มันเล่นเอามหาเวทย์มากางซะได้”
    “หืม! มหาเวทย์ พวกเราติดกับพวกมันแล้วโรเบิร์ต ข้าเองก็ไม่แน่ใจว่าจะพูดอะไรกับเจ้าแต่ว่าไว้เจอกันอีกทีหลังจากที่เจ้าออกมาจากที่นั่นได้อย่างปลอดภัยก็แล้วกันดูท่าพวกข้าเองกำลังที่จะโดนพวกมันเข้ามาจับกุมตัว ข้าจะพาพวกเธอหนีไปให้ไกลที่สุด ถ้า...ถ้ากลับออกมาได้อย่างปลอยภัยหวังว่าได้พบกัน.....”
    เสียงของลีโนร่าก็ขาดหายไปตามมาด้วยเสียงระเบิดอย่างรุนแรง คงเป็นไปได้ว่านั่นจะเป็นฝีมือของกลุ่มที่ลีโนร่าพูดให้ฟังพวกกลุ่มที่เป็นศัตรูกับแวมไพร์พวกนั้นแน่ๆมันคงจับได้ว่าพวกเธอทั้งหมดเป็นแวมไพณ์จากร่องรอยอะไรสักอย่าง
    ที่สำคัญเลยคือตอนนี้ผมไม่สามารถเรียกอาเธน่ากับอนาสตาเชียกลับมาหาผมในฐานะภูติประจำตัวหรือร่างอวตารได้เลยนั่นทำให้ผมยิ่งเกิดความไม่สบายใจ
    ตัวผมที่ทำอะไรไม่ได้อยากจะเอาทักษะออกมาผ่ากำแพงนี้ออกไปจริงๆแต่มันก็เสี่ยงเกินไปเพราะผมก็ไม่รู้ว่าพวกมันดักรออยู่มากมายขนาดไหน
    ในระหว่างที่ผมกำลังหันกลับมาเพื่อรอเข้าสู่ดันเจี้ยนเสียงคำพูดของใครบางคนที่สื่อสารแบบเปิดให้ทุกคนที่เป็นผู้ประลองได้ยินกันถ้วนหน้าก็ดังขึ้น
    “สวัสดีครับทุกท่าน วันนี้เป็นงานประลองที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่จัดขึ้นทุกครึ่งปีของโลกชนชั้นที่สี่ของพวกเราและก็เป็นงานอันทรงเกียรติที่เหล่าผู้มีความสามารถจากทั่วทุกสารทิศจะมาเข้าร่วมในครั้งนี้ โดยในครั้งนี้เองก็จะมีการปรับเปลี่ยนกฎอะไรบางอย่างขึ้นมาจากการประลองครั้งก่อนๆซึ่งนั่นก็คือการบุกเบิกเข้าไปประลองในดันเจี้ยนนั่นเอง”
    เมื่อทุกคนได้แบบนั้นเสียงคัดค้านของผู้ที่เข้ามาประลองก็ดังขึ้น
    “เปลี่ยนกฎบ้าบออะไรกันไม่มีแจ้งไว้ก่อนเลยต้องการจะทำอะไรกันแน่”
    “ใช่แล้วพวกประธานการจัดงานอยู่ที่ไหนออกมารับผิดชอบเรื่องที่เกิดขึ้นเดี่ยวนี้”
    “ถ้าทำไม่ได้ก็ยกเลิกงานไปได้เลย”
    …
    เสียงตอบรับที่เป็นเหมือนการประท้วงก็เริ่มมีมากขึ้นมากขึ้นจนกระทั่งหลอมรวมกลายเป็นความคิดแบบเดียวกันไปแต่ถึงไปทำแบบนั้นแผนการที่พวกมันได้วางเอาไว้แล้วก็ไม่มีทางหยุดลงเพียงเท่านี้หรอก
    ผมเองก็ไม่คิดว่าพวกมันจะเคลื่อนไหวอย่างอุอาจกันขนาดนี้ พวกมันนั้นมีเป้าหมายหลักคืออะไรกันแน่แต่ว่าคงไม่พ้นเรื่องปวดหัวสักเรื่องเป็นแน่
    เสียงคำพูดที่เงียบไปนานก็พูดขึ้นมาอีกครั้ง
    “อย่าได้กังวลไปเลยครับ เพราะดันเจี้ยนในครั้งนี้คือดันเจี้ยนที่มีมหาเวทย์พิเศษค้ำชูเอาไว้ภายในถึงถูกพลังที่ถึงแก่ชีวิตฆ่าตายไปก็จะไม่ตายจริงแต่จะถูกสุ่มจุดเกิดหลังจากที่ตายไปภายในดันเจี้ยนแห่งนี้ ส่วนที่ว่าจะผ่านการเข้ามาห้าร้อยอันดับแรกยังไงนั้นวิธีง่ายๆนั่นก็คือการฆ่า จะฆ่าคนจากเผ่าไหนก็ได้หรือเลือกที่จะฆ่ามอนเตอร์ที่อยู่ภายในนั้นก็ได้ แต่จำนวนที่ได้จะต่างกันออกไป การเลือกฆ่าผู้คนจากเผ่าต่างๆนั้นจะเพิ่มค่าสังหารขึ้นครั้ง 3 ค่าสังหาร ส่วนการฆ่ามอนเตอร์นั้นจะเพิ่มครั้ง 1 ค่าสังหาร แต่ถ้าหากฆ่ามอนเตอร์ที่มีระดับสูงได้นั้นจะเพิ่ม 10 ค่าสังหาร โดยคนที่มีแต้มสังหารมากที่สุดห้าร้อยคนแรกก็จะนับเป็นห้าร้อยอันดับแรก...”
    นี่มันก็ไม่ต่างไปจากเกมไล่ฆ่ากันปกติทั่วไปที่ผมได้ดูจากในหนังแนวสายมืดที่จะฆ่ากันไปเรื่อยๆเพื่อสะสมแต้มจากการสังหารมาเพิ่มให้กับตนเองแล้วคนที่ถูกสังหารก็จะตายกันไปจริงๆต่างจากที่นี่ที่มีมหาเวทย์ป้องกันเรื่องนั้น แต่จะแน่เหรอ ผมไม่คิดว่าเรื่องมหาเวทย์อะไรนั่นจะเป็นความจริงหรอก
    ถ้ามองจากมุมของผมแล้วไม่ใช่แน่นอนพวกมันไม่มีวันทำอะไรแบบไม่ให้เกิดการนองเลือดเกิดขึ้นหรอกกลับกันยิ่งจะเป็นฝ่ายควบคุมผู้ประลองหรือไม่บางทีก็อาจคิดกระทำการภายในดันเจี้ยนนั้นเพื่อเริ่มทำอะไรบางอย่างที่ผมคาดไม่ถึงก็เป็นได้
    “เอาละครับ เชิญทุกท่านเข้าไปภายในดันเจี้ยนได้เลยกฎกติกาก็มีเท่านี้นั่นแหละครับ ขอให้ทุกคนโชคดี...”
    สิ้นเสียงคำพูดที่ว่าผู้ประลองมากมายก็ไม่มีทางเลือกจึงเดินเข้าไปในสนามประลองเรื่อยๆ เดิมทีก็มีมาตรการป้องกันไว้แล้วพวกเขายังจะกลัวอะไรอีกนั่นคือความคิดของพวกเขาทั้งหมด
    ผมเองก็ไม่มีเหตุผลที่ต้องยืนอยู่เฉยๆต่อให้ความรู้สึกตอนนี้จะเป็นห่วงภรรยาของผมก็ตามแต่ต้องรอดออกไปจากตรงนี้ถึงจะเอาความเป็นห่วงเข้ามาตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์ถ้าไม่รอดออกไปให้ได้ก่อนแล้วสุดท้ายจบชีวิตลงไปก็ไม่มีความหมายอะไร
    ผมก้าวเดินเข้าไปสู่ดันเจี้ยนตรงหน้าตามผู้ประลองคนอื่นๆ
    ภูมิประเทศที่ผมเข้ามานั้นเป็นสภาพแวดล้อมที่ไม่ได้ต่างไปจากแดนหนาวเหน็บที่เป็นนิจนิรันดร์ ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็เต็มไปด้วยโลกสีขาวโพลนถึงจะมีภูเขาที่อยู่สุดสายตามากมายก็ตามแต่ตอนนี้การมาอยู่ที่จุดโล่งแจ้งขนาดนี้ก็ไม่วายต้องตกเป็นเป้านิ่ง ที่แย่ยิ่งกว่านั้นก็คือตอนนี้พายุหิมะมันรุนแรงจนแทบจะมองรอบด้านไม่เห็น
    พูดไม่ทันขาดคำหอกก็พุ่งเข้ามาจากด้านหลังยังดีที่ผมมีความสามารถมากพอรวมถึงทักษะสวนกลับฉับพลันทำให้ผมหลบการโจมตีแล้วใช้หมัดที่ร่างกายเคลื่อนไหวไปตามทักษะชกออกไปยังผู้ใช้หอกคนนั้นจนร่างที่รับหมัดของผมกระเด็นออกไปไกล
    จากนั้นผู้ใช้หอกก็หายตัวไปจากสายตาของผม
    ทักษะอำพรางเหรอ ผมหมุนตัวขึ้นไปบนอากาศนำดาบเล่มสีดำออกมาฟาดฟันไปยังอีกจุดที่ผู้ใช้หอกคนเมื่อครู่อยู่ไม่รู้ว่าเขาเอาความมั่นใจมาจากไหนยืนรับการโจมตีของผมไปซึ่งๆหน้าแน่นอนมันก็ทำให้เขาร่างกายถูกบดขยี้จนกลายเป็นละอองเลือดไปตรงหน้าของผมทันที
    ไม่นานก็มีข้อมูลบางอย่างเด้งขึ้นมา
    ติ๊ง! คุณได้รับแต้มสังหาร 3 แต้ม รวมแล้วแต้มทั้งหมดที่มีคือ 3 แต้ม
    แบบนี้นี่เอง นี่คงเป็นแผนของพวกมันสินะมหาเวทย์อะไรกันนี้มันก็ไม่ต่างจากการให้มาฆ่ากันตามปกติเลยไม่ใช่เหรอแถมคราวนี้ยังเพิ่มเงื่อนไขยุ่งยากเข้ามาอีกนับไม่ถ้วนอีก ผมมองไปยังรอบด้านก็เต็มไปด้วยผู้ประลอง รอยยิ้มบนใบหน้าของผมก็เผยออกมาร่างกายของผมก็เคลื่อนไหวไปตามความคิดอย่างรวดเร็ว "ฉันจะเล่นตามเกมของพวกแกก็ได้ ก่อนอื่นก็ต้องเปิดทางเพื่อให้สามารถไปหาเจ้าพวกคนที่ปรับเปลี่ยนลักษณะการแข่งขันก่อนก็แล้วกัน"
    . . .


    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ต่างโลกกับการผจญภัยครั้งใหม่ในโลกเวทมนตร์ ที่คุณอ่าน