ครั้นเมื่อ เยว่ชิงเซียน เอ่ยวาจาเสร็จสิ้น นางก็พลิ้วกายาเข้าไปภายใน ห้องโถงฝึกตนต่อในทันที อีกไม่ช้ายุคสมัยที่รุ่งโรจน์ที่สุดในการฝึกฝน ก็จะถือกำเนิดขึ้น ในรอบหลายพันปีนี้ ดินแดนลึกลับต่างๆ จะถูกเปิดขึ้นให้เหล่าอนุชน รุ่นใหม่เข้าไปแสวงหาโชคลาภ จะกลายเป็นยุคสมัยที่บ้าคลั่งของเหล่า อนุชน หากผู้ใดที่ตามไม่ทันจะ ถูกเขี่ยทิ้งในทันที อนุชนที่มีชื่อจะต้องผงาดในสงคราม ครั้งนี้อย่างแน่นอน
สำนักต่างๆ เผ่าพันธุ์ทั่วดินแดน จึงคิดแย่งชิงการเป็นอันดับหนึ่ง แม้แต่พวกที่เกิดผิดยุคผิดสมัย ที่แช่แข็งตนเองก็อาจจะลืมตาตื่นขึ้นมา แสวงหาโชคลาภครั้นนี้ก็เป็นได้
เยว่ชิงเซียน นางเอ่ยพูดพึมพำออกมา เบาๆ "เจ้าหนุ่มผมขาว เจ้าได้ขึ้นมายังดินแดนเทพหรือไม่ หากเจ้ายังมัวชักช้า เจ้าจะถูกยุคสมัยที่บ้าคลั่ง กลบฝังกลืนกินเอานะ" ก่อนนางจะถอนหายใจยาวออกมา เรียกสติกลับมาไม่คิดฟุ้งซ่านอีกต่อไป
ยุคสมัยที่บ้าคลั่งของเหล่าอนุชน คงจะถือกำเนิดขึ้นอีกในไม่ช้า เหล่าผู้มีพรสวรรค์ จะโดดเด่นขึ้นมา เหนือผู้กล้า ผู้อ่อนแอจะเป็นบันไดให้ผู้มีพรสวรรค์ ปีนป่ายขึ้นไปในที่ ที่สูงกว่า
**************************************
...........ภายในดินแดน5อาณาจักร วันเวลาไหลผ่านไปสองเดือนอย่างรวดเร็ว ความวุ่นวายเองก็ตามมาด้วยเช่นกัน เนื่องจากในยามนี้ เรือบินหลายร้อยลำ พุ่งตรงมาที่ดินแดน5 อาณาจักร เมื่อเหล่าผู้คนมองขึ้นไปด้านบนท้องฟ้า ก็ต่างนำพาให้หัวใจสั่นสะท้าน ผู้ครองแคว้นต่างๆ ยังนั่งไม่ติด เกรงว่าจะเกิดสงครามบางอย่างขึ้นมา
ถึงพวกเขาจะรับรู้อยู่นานแล้วว่าเหตุการณ์ เช่นนี้จะต้องเกิดขึ้นในอีกสักวัน แต่ไม่คิดว่าจะรวดเร็วถึงเพียงนี้ หลังจากที่เทพสวรรค์ก่อสงครามภายใน อาณาจักรไฟ เหล่าผู้คนก็พากันล้มตายไปไม่ใช่น้อย เหล่าประชาชนยังเสียขวัญกันไม่หาย ครั้นเมื่อน่านฟ้าเต็มไปด้วยเรือบิน เหล่าผู้คนก็ต่างตัวเย็นเยือกด้วยความหวาดกลัว กายาสั่นเครือ ล้มลงกับพื้นในทันใด เมื่อฝูงเรือบิน บินผ่าน ศีรษะของพวกเขาไป
เจ้าสำนักมังกรหวังซง ถึงกับถอนหายใจยาวออกมา วันที่เด็กหนุ่มผมขาวพูดถึง ไม่คิดจะมารวดเร็วถึงเพียงนี้ แม้พวกเขาจะเคยพูดคุยเรื่องพวกนี้กัน มาบ้างภายในดินแดน5อาณาจักร ก็ไร้หนทางที่จะต้านทาน กลุ่มคนเหล่านี้ไว้ มีเพียงแต่ต้องเจรจากันเท่านั้น นั่นคือหนทางออก ที่ดีที่สุด ของผู้คน ในยามนี้
แต่เมื่อพวกเขา เข้าไปพูดคุยเจรจา มันกลับผิดคาด การเจรจาต่างๆ ดูจะง่ายดายเป็นอย่างมาก ประหนึ่ง การคำนวณที่แยบยลและชาญฉลาด ถูกใครบางคนคิดไว้ล่วงหน้าหมดแล้ว กลับกลายเป็นอาณาจักรไฟ ที่รับกลุ่มคนเข้ามา ร่วมอยู่อาศัยได้อย่างสบาย เหล่าผู้คนที่มาใหม่เอง ก็ต่างพากันตื่นเต้น เมื่อพวกเขาสัมผัสได้ถึง ปราณพลังที่หนาแน่น ได้อีกครั้ง
เพียงเวลาไม่นาน ข่าวคราว ของคนดินแดนอื่น มาอยู่อาศัยร่วมชายคา ก็แพร่สะพัดออกไปทั่วทิศ พวกเขาเองก็หวั่นเกรงกันอยู่ไม่น้อย เหมือนพวกเขาทั้ง2กลุ่มจะไม่ลงรอยกันมากนัก เกรงว่าจะเกิดสงครามขึ้นภายในดินแดน5อาณาจักร
แต่เมื่อวันเวลาผ่านไป พวกเขามีแค่การกระทบกระทั่งกันเล็กน้อยเท่านั้น แต่ก็มีอยู่ด้วยกันบ่อยครั้ง ครั้นสิ่งที่ผิดคาดที่พวกเขาไม่คาดคิด กลับกลายเป็นว่าอาณาจักรสายธาร กับอาณาจักรไฟ ที่รับเหล่าผู้คนต่างดินแดนเข้ามาอยู่อาศัย รุ่งเรืองขึ้นมาทันตาเห็น วิชาต่างๆ แพร่สะพัดไปตามร้านค้า ให้จับจ่ายซื้อขายไปทั่ว ราวกับของไร้ค่า แม้แต่ของล้ำค่าที่สรรหามาได้ ยังถูกวางขายกระจัดกระจายไปทั่วดินแดน ทำให้การค้าขายรุ่งเรืองเป็นอย่างมาก
เหล่าจอมยุทธที่ถือกำเนิดใหม่ ก็ผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ดเช่นกัน เนื่องจากมีตำราและวิชาที่มากพอ สำนักน้อยใหญ่ต่างๆ ถูกก่อตั้ง ขึ้นมาทั่วหัวเมือง กลับกลายเป็นว่า ดินแดน5อาณาจักร เติบโตรุดหน้ารุ่งเรือง ไปอย่างรวดเร็ว ถึงจะมีความขัดแย้งกันอยู่บ้าง แต่ก็ถือว่าเป็นการฝึกฝน หากจะไม่ให้มีผู้คน ล้มตายเลย ก็คงจะเป็นไปไม่ได้
****
.....……..หมู่บ้านลมหวนที่อยู่ห่างไกล จากความเจริญไปมาก กว่าข่าวคราว ของต่างดินแดนจะไปถึงพวกเขาก็ปาไปหลายสิบวัน จางเหมย นางวิ่งตาตื่นเข้ามาภายในกระโจมที่พักของ หลินเฟยในทันที ก่อนจะบอกข่าวคราวของโลกภายนอกให้ นางรับรู้ "พี่หลินเฟย เหมือนว่าดินแดน5อาณาจักร จะเป็นจุดหมายปลายทาง ของทุกดินแดนเสียแล้ว แล้วหมู่บ้านลมหวนของพวกเราจะปลอดภัยหรือไม่ ไหนจะอี้เฉินที่ยังหลับใหล นั้นอีก ข้ากลัวว่าเรื่องเหล่านี้จะนำพาความวุ่นวายมาสู่หมู่บ้านที่ห่างไกลของพวกเรา"
หลินเฟยนางยกยิ้มน้อยๆ "เจ้าอย่าพึ่งตื่นตูมไป แล้วอีกอย่างอี้เฉินกำลังพักผ่อน เจ้าอย่าเสียงดังนักสิ"
จางเหมย นางเบ้ปากในทันที "หากข้าพูดเสียงดังแล้วทำให้ อี้เฉินลืมตาตื่นได้ ป่านนี้ข้าตะโกนทุกวี่ทุกวันไปแล้ว พี่หลินเฟย ข้าเห็นเขานอนหลับใหลมา2เดือนแล้วนะ"
หลินเฟย นางขำน้อยๆ ออกมาในทันที "แหะๆ" "ก็จริงอย่างที่เจ้าว่า แต่เราทำได้แค่รอคอยให้เขาลืมตาตื่นเท่านั้น"
"หากท่านเหนื่อย ท่านบอกข้าได้นะพี่หลินเฟย ข้าจะช่วยท่านส่งปราณพลังไปให้เขาอีกแรง"
ในยามนี้บาดแผลบนกายาของอี้เฉินเอง หายสนิทไปมากแล้ว แต่รอยแผลเป็นไฟไหม้ของเขา ในยามนี้ไม่อาจรักษาหายได้อีกต่อไป เนื่องจากเขาเป็นเพียงสามัญชนคนธรรมดา กายาที่เต็มไปด้วยแผลเป็นไฟไหม้ จะจางหายจากไปได้ ก็ต่อเมื่ออี้เฉินขับเคลื่อนปราณพลังได้เท่านั้น แต่ในยามนี้จุดตันเถียนทั้ง 5ของเขาเสียหายอย่างหนัก ไม่อาจขับเคลื่อนปราณพลังด้วยตัวเองได้อีกต่อไป ถึงจะใช้ปราณพลังภายนอกได้ก็ตาม หากไม่ใช่การขับเคลื่อนด้วยตัวเองก็ไร้ประโยชน์
ดวงตาข้างหนึ่งของอี้เฉินถึงกับถูกทำลาย กายา กว่า9ส่วนเสียโฉมอย่างหนัก แทบไม่ต่างอะไรไปจากซากศพที่เดินได้ เนื้อตัวของเขาจึงเต็มไปด้วย ผ้าพันแผล ปกปิดกายาที่ไม่น่ามองของเขาไว้ ผมสีขาวที่เคยปลิวไสวอย่างสวยงาม กลับกลายเป็นกระด้าง ไร้ความสวยงามอีกต่อไป
หลินเฟยที่ ดูแลอี้เฉินอยู่ไม่ห่าง ในยามนี้นางได้บอกกล่าว คนใกล้ตัวของอี้เฉินให้รับรู้หมดแล้ว ว่าอี้เฉินกลับมายังหมู่บ้าน แต่สภาพของเขาก็ไม่ต่างอะไรกับเจ้าชายนิทรา ถึงจะยังไม่ตายแต่ก็ไม่อาจลืมตาตื่นขึ้นมาได้
จางเหมย นางไต่ถามด้วยความอยากรู้ ทุกครั้งที่นางถามคำถามนี้ขึ้นมา นางก็มักจะไม่ได้คำตอบจาก พี่หลินเฟยของนาง "แล้วเมื่อไรอี้เฉินจะลืมตาตื่น ข้าอยากพูดคุยกับเขาจะแย่อยู่แล้ว พี่เปาเปาเองก็อยาก พูดคุยกับเขาเช่นกัน"
หลินเฟยวันนี้นางไม่ได้ส่ายหัวอย่างเช่นทุกที "บางทีเขาอาจจะลืมตาตื่นในเร็วๆ นี้ หรือไม่ก็หลับใหลไปตลอดกาลก็เป็นได้ แล้วเจ้าเชื่อมั่นแบบไหนกันล่ะ"
"พี่หลินเฟยดูท่านพูดเข้าสิ ข้าก็ต้องอยากให้เขาลืมตาตื่นขึ้นมานะสิ ...งั้นข้าไม่กวนท่านแล้ว แถมวันนี้เหมือนคนไข้ของท่านจะหมดแล้วเสียด้วย"
หลินเฟย ที่เห็นเด็กหญิงพลิ้วกายออกไปด้วยความร่าเริงสดใส มันก็ทำให้นางอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจยาวออกมา อย่างน้อยๆ นางก็ไม่ได้อมทุกข์เฉกเช่นตัวนาง ยกฝ่ามือลูบคลำ ฝ่ามือของอี้เฉินด้วยความอ่อนโยน ถึงมือคู่นี้จะเต็มไปด้วยบาดแผล แต่นางก็ไม่มีท่าที รังเกียจมันแม้แต่น้อย รอคอยคนที่หลับใหลอยู่เบื้องหน้าของนาง กลับมาลุกขึ้นสู้อีกครั้ง เฉกเช่นทุกครา นางเองก็พร้อมที่จะยืนข้างกายเขา อย่างไม่หวั่นเกรง หมายมั่นเป็นกำลังให้เขาคนนั้นได้ลุกขึ้นสู้อีกครั้ง ถึงแม้มันจะยากลำบากถึงเพียงใดก็ตาม
ครั้นเมื่อนางสัมผัสได้ถึง นิ้วมือของอี้เฉินที่กระตุกน้อยๆ มันก็ทำให้นางรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา อย่างบอกไม่ถูก ความคาดหวังเล็กๆ ของนางที่จะให้อี้เฉินลืมตาตื่น อาจจะไม่นานวันอย่างที่นางคิดก็เป็นได้ ดวงตาที่เคยหม่นแสง แปรเปลี่ยนเป็นทอประกายขึ้นมาในทันที ใบหน้าที่ดูซีดเซียว แฝงขึ้นมาด้วยความเชื่อมั่น
ก่อนนางจะกุมมือของอี้เฉินไว้แน่น "อี้เฉินเจ้าต้องสู้ต่อไป แล้วลืมตาตื่นกลับมาให้ได้ ข้าอยากจะรู้เรื่องราวที่เจ้าไปประสบพบเจอมา ข้าอยากจะรู้เจ้าจะ ทำเช่นไรต่อจากนี้ หวังว่าการรอคอยของข้า จะไม่ทำให้ข้าผิดหวัง"