“ฮูหยินกั๋วกง...?”
เห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของหลี่ซื่อฉาบไว้ด้วยความหมายลึกซึ้งบางอย่างซ่งิเยว่พยายามครุ่นคิดอย่างหนักชั่วขณะหนึ่งผ่านไปใบหน้างามแย้มยิ้มด้วยความดีอกดีใจและคาดไม่ถึง
“ท่านแม่หมายถึงคุณชาย...”
“ในเมื่อนางเรียกข้าว่าฮูหยิน ข้าก็ย่อมต้องวางแผนเพื่ออนาคตของนาง” หลี่ซื่อหัวเราะเสียงเย็น ลูบไล้ใบหน้าของซ่งิเยว่อย่างรักใคร่ทะนุถนอมพูดเสียงอ่อนโยนว่า“นางก็เหมาะกับคนแบบนั้นแหละ”
“แต่ว่าท่านพ่อ?คุณหนูสามอย่างไรก็เป็ลูกของท่านพ่อนะเ้าคะ”
“พ่อของเ้าสนใจเพียงผลประโยชน์เท่านั้น สามารถเป็พ่อตาของกั๋วกงต่อให้ต้องเสียสละบุตรสาวของตัวเองคนหนึ่ง เขาก็ยินยอมอย่างแน่นอน” หลี่ซื่อและจงจิ้งโหวเป็สามีภรรยากันมาสิบกว่าปี สามีของตัวเองปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างไรย่อมเข้าใจอย่างแจ่มแจ้งยื่นมือไปหยิบดอกไม้จากโต๊ะมาอย่างไม่ใส่ใจ พริบตาเดียวก็บดขยี้เป็ผุยผงใบหน้าไร้อารมณ์เมื่อกล่าวว่า “ทั้งยังไม่ได้ให้เขาไปแต่งเองอีกอย่างความสัมพันธ์ระหว่างคุณหนูสามกับเขาก็เรียบเฉย ต่อให้ฮูหยินผู้เฒ่าไม่เต็มใจแต่ทว่าการแต่งงานย่อมเป็ไปตามคำสั่งของบิดามารดาและการชักนำของแม่สื่อ* ที่สามารถตัดสินใจได้ก็มีเพียงท่านพ่อของเ้าแล้วฮูหยินผู้เฒ่าก็คงปกป้องนางไม่ได้ ให้นางแต่งออกไปก่อน จะได้รู้ว่าการโอหังอวดดีกับพวกเราภายหลังต้องจ่ายด้วยอะไรบ้าง”
“ถึงตอนนั้นนางก็จะรู้ เลวร้ายเสียยิ่งกว่าวันคืนเ่าั้ที่เคยผ่านมามิสู้สวดมนต์ท่องคัมภีร์อยู่ในป่าต่อไปยังจะดีเสียกว่า” ซ่งิเยว่พูดขึ้นด้วยใจฮึกเหิม
แค่นางคิดว่าภายหน้าซ่งิหลานต้องแต่งให้กับผู้ชายแบบไหนก็รู้สึกเบิกบานใจจนทั่วทั้งร่างสั่นสะท้านครู่หนึ่งหน้าตาพลันสดใสและเปล่งประกายขึ้นมา
“นี่ก็คือชะตาชีวิตของนาง!”
หลี่ซื่อวินิจฉัยชี้ขาดครู่หนึ่งก็ทำให้ซ่งิเยว่พยักหน้าเห็นด้วยตาม
สองคนแม่ลูกวางแผนเพื่ออนาคตเบื้องหน้าไว้เป็อย่างดีตอนนี้ซ่งิหลานยืนอยู่ในสวนหย่อม ทั้งที่รู้สึกว่าแสงแดดอาบไล้ร่างกายของตัวเองทว่ากลับเหน็บหนาวขึ้นมาเล็กน้อย
“ข้างนอกลมพัดแรง คุณหนูสาม พวกเรากลับเข้าไปจวนฮูหยินผู้เฒ่ากันเถอะเ้าค่ะ?” เห็นฮูหยินเฉิงกั๋วกงเพิ่งจะลากฟางจิ้งซูกลับไปด้วยความโมโหเหลือบมองคุณหนูของตัวเองด้วยสายตาเต็มไปด้วยความเคียดแค้นและเหยียดหยามฮุ่ยซินรู้สึกว่าซ่งิหลานน่าสงสารอยู่บ้าง แม้ว่าตัวเองเป็แค่เพียงสาวใช้แต่ว่าั้แ่เด็กนางก็คอยปรนนิบัติอยู่ข้างกายซ่งิหลาน เห็นนายของตัวเองเป็ดั่งน้องสาวที่ต้องคอยดูแลพยุงซ่งิหลานที่พยักหน้าตอบรับเบาๆเดินกลับไป พูดปลอบโยนน้ำเสียงอบอุ่นว่า “คำพูดของฮูหยินกั๋วกง คุณหนูไม่จำเป็ต้องเก็บมาใส่ใจนางย่อมไม่นับว่าเป็นายที่แท้จริงของจวนโหว ขอเพียงฮูหยินผู้เฒ่ายังปกป้องคุณหนูท่านก็... ”
“ฮูหยินผู้เฒ่าทำไมต้องปกป้องข้า?”
“อะไรนะเ้าคะ?”
“ั้แ่แรกที่ข้ากลับจวน นางก็ไม่มีท่าทีเมตตาอย่างนี้พริบตาเดียวก็เปลี่ยนไป เป็ท่านย่าที่เมตตาการุณย์อย่างนั้น ที่จริงแล้วเ้าคิดว่าเพราะเหตุใด?”
แม้ตอนที่นางเพิ่งกลับมาฮูหยินผู้เฒ่าจะกอดคอร่ำไห้กับนางทว่านั่นย่อมไม่ได้มาจากใจจริงเพียงแค่ฉากหน้าที่้าแสดงออกถึงความเป็ท่านย่าที่เมตตาการุณย์ต่อหลานสาวที่กตัญญูเท่านั้น
ซ่งิหลานไม่ได้ทำสิ่งใดอีกทั้งยังไม่มีสิ่งใดที่มีค่าพอให้รอคอยอย่างคาดหวัง ทว่าผ่านไปเพียงพริบตาฮูหยินผู้เฒ่าก็ยินยอมให้นางอาศัยอยู่ในเรือนของตัวเอง ให้ความสำคัญอย่างยิ่ง
“หรือว่าเป็เพราะจิ้นอ๋องเ้าคะ?” นางเฉลียวฉลาดมาแต่ไหนแต่ไรหรี่ั์ตาลงกระซิบกระซาบพูดออกมา
“หรือว่าฮูหยินผู้เฒ่าคิดว่าคุณหนูกับจิ้นอ๋อง?” นี่เกี่ยวพันถึงชื่อเสียงของซ่งิหลานฮุ่ยซินสูดลมหายใจเอาอากาศเย็นเข้าไป รีบร้อนพูดขึ้นว่า “หากเป็อย่างนั้นคุณหนูท่านต้องอธิบายกับฮูหยินผู้เฒ่านะเ้าคะท่านกับจิ้นอ๋องไม่มีอะไรระหว่างกันเลย!”
“ทำไมข้าต้องอธิบาย?” ดีเพียงใดสามารถดึงหนังเสือของจิ้นอ๋องมาใช้อยู่ในบ้านได้อย่างสบายใจซ่งิหลานย่อม้าให้ฮูหยินผู้เฒ่าเข้าใจผิดในตัวเอง
“หากผู้อื่นก็ล้วนเข้าใจว่าเป็ความจริงภายหน้าท่านจะแต่งให้ผู้อื่นได้อย่างไรกันเ้าคะ?”
“กระทั่งชีวิตก็แทบจะไม่มีแล้ว ยังจะ้าชื่อเสียงมาทำอะไร? หากมีข่าวลือออกไปจริงๆ ถูกข่าวลือทำร้ายเสียหายคงมีแต่ข้าผู้น้อยเพียงคนเดียวส่วนจิ้นอ๋องก็อาจกระทบกระเทือนชื่อเสียงบ้างเล็กน้อย ไม่ได้เสียหายอะไรยิ่งไปกว่านั้นเ้าอย่าดูเบาฮูหยินผู้เฒ่าไป คนอย่างนางสามารถคาดคะเนความสัมพันธ์ระหว่างข้ากับจิ้นอ๋องเพียงในใจเท่านั้นอย่างไรเสียย่อมไม่ทำให้อึกทึกวุ่นวายจนกลายเป็ที่วิจารณ์กันอย่างเกรียวกราวในภายหน้าข้าก็ไม่จำเป็ต้องยกจิ้นอ๋องขึ้นมาพูดต่อหน้านาง เพียงแค่ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขอย่างนี้นางก็ย่อมปล่อยให้ข้าอยู่อย่างอิสระ” ซ่งิหลานไม่ได้ใส่ใจว่าตัวเองจะขายออกหรือไม่เห็นใบหน้างดงามของฮุ่ยซินปรากฏร่องรอยความกังวลใจและเป็ห่วงในใจพลันรู้สึกอบอุ่น กุมมือของนางพูดเสียงอ่อนโยนว่า “เ้าวางใจเถอะพวกเราต้องมีความสุขแน่ ต่อไปเ้าแต่งงานข้าจะเตรียมสินเดิมเ้าสาวไม่ให้เ้าต้องขายหน้า”
“คุณหนูล้วนเป็อย่างนี้แล้ว ข้าก็ไม่คิดแต่งงานหรอกเ้าค่ะ” ฮุ่ยซินกล่าวด้วยความจงรักภักดี
“ไม่ได้อย่างเด็ดขาด” ซ่งิหลานหัวเราะขึ้นมาใบหน้าเ็าดุจหิมะที่เย็นยะเยียบดูเหมือนถูกกะเทาะเปลือกออกมองไปยังเก๋งจีนงดงามละเอียดอ่อนที่อยู่ไกลออกไปกระซิบกระซาบว่า “ข้าสามารถให้ผู้อื่นเข้าใจผิดข้าได้แต่ไม่สามารถให้เข้าใจผิดเ้าและเจินจูได้”
นางมีเพียงแค่สองคนข้างกายเท่านั้นให้ใส่ใจแล้ว
ฮุ่ยซินไร้คำพูดเมื่อมองย้อนแสงเข้ามากลับเห็นใบหน้าแย้มยิ้มบางเบา เจือด้วยความสงบสุขหลายส่วนของซ่งิหลานนางพลันรู้สึกเ็ปใจนัก
มีเพียงนางที่รู้ว่าซ่งิหลานแท้จริงแล้วเป็คนที่อบอุ่นอ่อนโยนผู้หนึ่งทว่าภายใต้สถานการณ์ที่บีบบังคับของโลกใบนี้ทำให้นางสร้างตัวเองให้เฉียบขาดเพื่อปกป้องคุ้มครองใช้ความแข็งแกร่งของเปลือกนอกเพื่อเผชิญหน้ากับโลกใบนี้ นางลอบถอนหายใจและไม่พูดอย่างสัตย์ซื่อให้มากความอะไรอีก พยุงซ่งิหลานได้ก็ออกเดินเพิ่งจะเดินได้เพียงครึ่งทางก็เห็นสาวใช้คนสนิทของฮูหยินผู้เฒ่าเร่งฝีเท้าเดินมาอย่างเร่งร้อนพบหน้าซ่งิหลานใบหน้าพลันปรากฏความชื่นชมยินดี
“ฮูหยินผู้เฒ่าให้หาคุณหนูสามเ้าค่ะ ท่านรีบกลับเข้าไปพร้อมบ่าวเถอะ”
นางรู้ว่าซ่งิหลานได้รับความสำคัญจากฮูหยินผู้เฒ่าเป็พิเศษแม้ไม่รู้ว่าคุณหนูสามที่จงจิ้งโหวไม่ได้ให้ความใส่ใจผู้นี้ทำไมถึงได้โชคดีปานนั้นทว่าคำพูดกลับเต็มไปด้วยความเคารพนอบน้อมอยู่หลายส่วน
“เกิดอะไรขึ้น?” ซ่งิหลานถามขึ้นอย่างไม่ใส่ใจ
“จิ้นอ๋องมีบัญชาให้คนนำของมาปลอบขวัญคุณหนูสามกล่าวว่าเื่ครั้งก่อนทำให้คุณหนูต้องใแล้ว รู้สึกไม่สบายพระทัยด้วยเหตุนี้จึงให้ใต้เท้าคนสนิทมาเยี่ยมเยียนคุณหนูสามทั้งยังนำสิ่งของไม่รู้ตั้งเท่าไหร่มาด้วยเ้าค่ะ” สาวใช้ผู้นี้แม้ติดตามฮูหยินผู้เฒ่าไปมาหาสู่ระหว่างตระกูลสูงศักดิ์ทั้งยังหูตากว้างไกลเห็นมามากทว่าน้อยครั้งนักที่จะมีบุญตาได้เห็นสิ่งของสวยงามตระการดารดาษอย่างนี้ทั้งยังเป็ของล้ำค่ามีราคาเต็มไปด้วยสีสันพร่างพราวตอนนี้จึงเลื่อมใสซ่งิหลานพูดกับนางด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานว่า “ใต้เท้าท่านนั้นพูดว่า แม้ว่าจิ้นอ๋องช่วยคุณหนูเอาไว้ทว่าเื่ครั้งนั้นมีเหตุจากท่านอ๋องจึงเกิดขึ้น คุณหนูโปรดอย่าได้ปฏิเสธ เลี่ยงหลบความเป็ห่วงของฝ่าาเ้าค่ะ”
จิ้นอ๋องขึ้นชื่อว่าเ็าหยิ่งยโสที่สุดในเมืองหลวงไหนเลยจะเคยใส่ใจต่อผู้อื่นเช่นนี้?
คราวก่อนมาเยี่ยมเยียนด้วยตัวเองถึงบ้านครั้งนี้ยังให้ผู้อื่นนำของมีค่ามาส่งให้คุณหนูสามบ้านนางท่านนี้ช่างเป็หน้าเป็ตายิ่งนัก
“อื้ม” ทว่าใบหน้าของซ่งิหลานกลับไม่ปรากฏสีหน้าใดๆเพียงแค่ตอบรับเบาๆ แท้จริงในใจรู้สึกลำบากมาก
เื่นี้...นางคิดจะยืมหนังเสือของจิ้นอ๋องมาอ้างบารมีในจวนจงจิ้งโหวอย่างแน่นอนทว่าจิ้นอ๋องเพียงไม่กี่วันกลับให้ผู้อื่นมาเคาะประตูบ้านครั้งแล้วครั้งเล่าทำให้นางรู้สึกกดดันมาก
แต่ว่าต่อให้นางโง่เพียงใดก็รู้ว่าตัวเองปฏิเสธไม่ได้ไม่เช่นนั้นหากจิ้นอ๋องไม่พอพระทัยเกิดเปลี่ยนใจช่วยเล่าลือชื่อเสียงอันเกรียงไกรที่นางแทงผู้ชายคนหนึ่งด้วยดาบเดียวจนตายออกไปนางก็จบกันงานนี้
สูดหายใจเข้าลึกซ่งิหลานเห็นสาวใช้เหมือนยังอยากพูดอะไร จึงยกคิ้วถามขึ้นว่า “ยังมีอะไรอีก?”
“ทราบว่าคุณหนูสามกลับเมืองหลวงคุณหนูใหญ่วันนี้ก็เลยกลับบ้านมาเยี่ยมเยียนเ้าค่ะ” สาวใช้ผู้นั้นยิ้มแล้วก็พูดว่า“คุณหนูใหญ่กำลังรอท่านอยู่ที่เรือนฮูหยินผู้เฒ่าท่านไปก็จะรู้เองเ้าค่ะ”
“พี่หญิงใหญ่?” ซ่งิหลานหรี่ั์ตาลง
คุณหนูใหญ่ของตระกูลซ่งจวนจงจิ้งโหว...ซ่งิอีเป็บุตรสาวของจงจิ้งโหวเช่นกัน เพียงแต่นางเกิดจากอนุภรรยาของจงจิ้งโหว มารดาคือสาวใช้ข้างกายของมารดาของซ่งิหลานในตอนนั้นภายหลังเป็ที่ต้องตาของจงจิ้งโหวจึงได้ถูกเรียกเข้าห้องทว่ากลับไม่ได้รับความเอ็นดูสักเท่าไหร่ คลอดซ่งิอีออกมาแล้วก็ตายจากไปพอตายแล้วก็เหมือนเพียงแค่หญิงอุ่นเตียงที่จากไป ฐานะของบุตรสาวอนุภรรยายังไม่ได้สูงส่งอะไรพูดอะไรล้วนไม่น่าฟัง จึงให้สาวใช้เลี้ยงดู ทั้งยังไร้มารดา ไหนเลยจะอยู่ในสายตาจงจิ้งโหว? ยังคงเป็มารดาของซ่งิหลานที่โอบอุ้มเลี้ยงดูซ่งิอีจนได้รับการอบรมสั่งสอนและเติบใหญ่ขึ้นมาข้างกาย
นางอายุมากกว่าซ่งิหลานอยู่หลายปีตอนที่นางถูกส่งออกไปคุกเข่าสวดมนต์นั้น ซ่งิอีก็เป็สาวแรกแย้มแล้วในที่สุดก็แต่งให้ผู้อื่นไป
เมื่อก่อนซ่งิอีดูแลซ่งิหลานเป็อย่างดีหากไม่เพราะมีนางอยู่ซ่งิหลานคงจะไม่มีทางมีชีวิตที่สุขสงบจนกระทั่งสามารถอยู่ในวัยที่ไปคุกเข่าสวดมนต์ได้
เมื่อก่อนความสัมพันธ์ระหว่างนางและซ่งิอีดีมากเป็ความรู้สึกที่มีพี่สาวเหมือนมีมารดา และเป็สายสัมพันธ์ลึกซึ้งของพี่สาวน้องสาวทว่าเมื่อซ่งิหลานกลับมาเมืองหลวงครั้งนี้กลับไม่พบซ่งิอีในใจบอกว่าไม่ใส่ใจย่อมเป็ไปไม่ได้
เดิมทีนางคิดว่าซ่งิอีลืมเลือนตัวเองไปแล้ว
แม้กลับมาช้าเกินไปทว่าถึงอย่างไรก็กลับมาแล้ว ริมฝีปากของซ่งิหลานยกขึ้นเป็รอยยิ้มที่บางเบาจากนั้นไม่นานก็จางหายไป แม้ว่าเป็อย่างนี้ทว่าความรู้สึกที่แสดงออกอย่างเ็ากลับดูเหมือนสลายหายไปมากสาวใช้เห็นซ่งิหลานเอาแต่ยิ้ม เพียงแค่รอยยิ้มกลับทำให้งดงามจนสั่นสะท้านในใจบังเกิดความประหลาดใจ ทว่าไม่กล้าพูดอะไรมากอีก เพียงพาซ่งิหลานกลับเรือนฮูหยินผู้เฒ่าตอนนั้นได้ยินเสียงพูดคุยของฮูหยินผู้เฒ่าดังอยู่ในห้อง ซ่งิหลานหันข้างเดินผ่านม่านมุกหยดน้ำแพรวพราวที่ถูกยกขึ้นการสาวเท้าสุขุมเยือกเย็น ชายกระโปรงที่อยู่ข้างข้อเท้าส่ายไหวคดโค้งเป็รัศมีวงกลมเล็กๆ
สง่างามและสูงส่ง
ไม่ว่าจะเป็ศีรษะบ่าด้านข้าง หรือสายตาที่ช้อนมองขึ้น ล้วนแต่เสริมส่งบุคลิกภาพอันงามงด
เสียงพูดคุยของฮูหยินผู้เฒ่าที่อยู่เบื้องหน้าหยุดไปครู่หนึ่งจากนั้นชายหนุ่มหล่อเหลาคมคายผู้หนึ่งก็ยืนขึ้น สายตาส่องประกาย
“คารวะคุณหนูสาม” เขาทำความเคารพและพูดขึ้น
“ท่านก็คือใต้เท้าจ้าวท่านนั้น?” ชายหนุ่มผู้นี้ก็คือจ้าวถงองครักษ์คู่ใจของจิ้นอ๋องในวันนั้นซ่งิหลานยกคิ้ว ทว่าสายตากลับมองผ่านจ้าวถงไปหยุดอยู่ที่ผู้หนึ่งซึ่งกลั้นน้ำตาอยู่ข้างหลังเขา เป็สตรีร่างกายอ่อนแอซีดขาว
นางดูเหมือนผ่ายผอมลงไปมากใบหน้างดงาม ทว่าร่างกายอ่อนแอบอบบางดูเหมือนเพียงลมพัดมาครั้งหนึ่งก็สามารถหอบปลิวไปได้เสื้อผ้าเกือบจะใหม่สวมทับอยู่บนเรือนร่าง ทว่าดูเหมือนไม่พอเหมาะกับร่างกายจึงแทบจะไม่ได้ััถึงเสื้อผ้านั้น
ทว่าอายุยี่สิบสามยี่สิบสี่ปีกลับถูกปกคลุมด้วยความเซื่องซึมและมืดมน เหมือนหญิงแก่ก็มิปาน
“น้องสาม!” นางเอ่ยปากขึ้นเสียงพูดเจือด้วยเสียงร้องไห้อยู่หลายส่วน เสียงอู้อี้ั์ตาแดงเรื่อดูเหมือนน้ำตาจะไหล
“น่ายนาย*อย่าร้องไปเลยฮูหยินผู้เฒ่ากำลังยิ้มอยู่ แต่น่ายนายกลับร้องออกมาอย่างนี้จะไม่ทำให้ผู้อื่นไม่สบายใจหรือ?” นางน้ำตาร่วงรินไหลพรากอีกด้าน คือสตรีผู้หนึ่งสวยงามหยาดเยิ้มทำหน้าที่คอยยืนปรนนิบัติกำลังเดินนวยนาดมาบีบเสียงหัวเราะในลำคอพูดขึ้นว่า “กลับไปให้นายท่านรองรู้ว่าน่ายนายร้องไห้แล้วนายท่านรองย่อมต้องคิดว่าท่านทำให้เขาขายหน้า” นางดูเหมือนกำลังพูดเกลี้ยกล่อมทว่ากลับทำเหมือนซ่งิอีไม่มีความน่าเคารพแม้สักนิดเดียว กระทั่งเสแสร้งแกล้งทำมารยาขึ้นต่อหน้าฮูหยินผู้เฒ่าสายตาของซ่งิหลานหยุดอยู่ที่การกระทำของซ่งิอีในทันทีก่อนจะค่อยๆใช้สายตามองเลยไปยังที่สตรีที่อยู่ข้างกาย
เต็มไปด้วยเครื่องประดับแพรวพราวเสื้อผ้าที่สวมใส่งามงด สวยสดยิ่งกว่าซ่งิอีอยู่หลายส่วน
*父母之命媒妁之言การแต่งงานย่อมเป็ไปตามคำสั่งของบิดามารดาและการชักนำของแม่สื่อหมายความว่า บิดามารดาเป็ผู้จัดการ แม่สื่อเป็ผู้ดำเนินการคู่บ่าวสาวไม่มีโอกาสตัดสินใจหรือทำความรู้จักกัน
*奶奶 น่ายนาย หมายถึง ฮูหยิน แต่ส่วนใหญ่หมายถึง ย่า
***ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่https://www.readawrite.com/a/cbd7c044802f07a826abd2eff68d73da
***เวลาแชร์หรือเมาท์มอยนิยายเื่ยอดพธูแห่งยุคที่ไหนขอฝากแฮชแท็ก #ยอดพธูแห่งยุค #readAwriteด้วยน้า