ด้านหลังนาง เ้าหน้าที่ศาสนจักรชายหญิงสวมสูทพิธีการแบบเดียวกัน บางคนถือแฟ้มหนังสีขาว บางคนถือกล่องโลหะเคลือบขาวเหมือนเครื่องมือแพทย์ บางคนถือเครื่องบันทึกเสียงแบบม้วนเทป
นี่ไม่ใช่คณะนักบวชถือคัมภีร์
นี่คือรัฐศาสนาที่เรียนรู้วิธีใช้แฟ้มเอกสาร เครื่องบันทึกเสียง และคำว่า “ความปลอดภัย” เป็อาวุธ
แอกเนส(Agnes) หยุดห่างจากเซราฟิน่า(Seraphina) ห้าก้าว
“ดัชเชสแบล็คธอร์น(Duchess Blackthorne)” นางกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ขออภัยที่มาถึงก่อนเวลา”
“ถ้าขออภัยจริง ท่านคงรอที่โถงรับรองหลักตามกำหนดค่ะ”
รอยยิ้มของแอกเนส(Agnes) ไม่เปลี่ยน
“ความห่วงใยของศาสนจักรบางครั้งเดินทางเร็วกว่ามารยาท”
“มารยาทควรเป็สิ่งแรกที่ความห่วงใยพามาด้วย”
เ้าหน้าที่ศาสนจักรด้านหลังนิ่งขึ้นเล็กน้อย
เครื่องบันทึกเสียงในมือเ้าหน้าที่คนหนึ่งดังคลิกเบา ๆ
เซราฟิน่า(Seraphina) หันไปมอง
“เริ่มบันทึกแล้วหรือคะ”
เ้าหน้าที่คนนั้นชะงัก
แอกเนส(Agnes) ตอบแทนด้วยน้ำเสียงนุ่ม
“เพื่อความโปร่งใสค่ะ”
“ความโปร่งใสควรเริ่มจากการขออนุญาต ไม่ใช่การกดปุ่มก่อนเ้าบ้านพูด”
ความเงียบตกลงในเรือนกระจก
กาเร็ธ(Gareth) ยืนอยู่ด้านหนึ่ง นิ้วใกล้ซองปืน
เอลีนอร์(Eleanor) ยืนอีกด้าน ถือหมวก pillbox ของเซราฟิน่า(Seraphina) ไว้ในมือ
กุหลาบดำรอบตัวไม่ไหวติง
แอกเนส(Agnes) ยกมือขึ้นเบา ๆ เ้าหน้าที่ปิดเครื่องบันทึกเสียง
“เช่นนั้นเราจะเริ่มใหม่อย่างถูกต้อง” นางกล่าว “ศาสนจักรแห่งกฎบริสุทธิ์(The Church of the Pure Edict) ขอเข้าเยี่ยมแบล็คโรสฮอลล์(Blackrose Hall) เพื่อยืนยันความเรียบร้อยของพันธะสมรส ความประพฤติของสตรีในบ้าน การอบรมเยาวชน และความสงบของแก่นพลัง(Core)”
“เอกสารอนุญาตอยู่ที่ไหน”
เ้าหน้าที่คนหนึ่งเปิดแฟ้มหนังสีขาว ยื่นเอกสารคาร์บอนสามชุดให้
เซราฟิน่า(Seraphina) รับมาอ่าน
เอกสารถูกต้อง ตราราชสำนักถูกต้อง แต่ลายเซ็นผู้รับรองไม่ใช่ของเ้าหน้าที่สูงสุด เป็ของเ้าหน้าที่รองที่ขึ้นตรงต่อคาร์ดินัลออคตาเวียส เวย์น(Cardinal Octavius Vayne)
ชื่อของคาร์ดินัลผู้นั้นปรากฏบ่อยในบทสนทนาของลูเซียส(Lucius)
และไม่เคยปรากฏในประโยคที่ดี
“เอกสารถูกต้อง” เซราฟิน่า(Seraphina) กล่าว “แต่อนุญาตให้ตรวจพื้นที่ ไม่ใช่แตะต้องบุคคล”
แอกเนส(Agnes) ยิ้มอ่อนโยน
“แน่นอน การตรวจบุคคลจะทำเมื่อมีเหตุอันสมควรเท่านั้น”
“เหตุอันสมควรคืออะไร”
“ความผิดปกติของแก่น ความหวาดกลัวเกินควร การต่อต้านคำแนะนำศีลธรรม สัญญาณของพิธีต้องห้าม หรือการแสดงออกที่บ่งชี้ว่ามีอิทธิพลไม่บริสุทธิ์”
เซราฟิน่า(Seraphina) มองนาง
“ถ้าผู้หญิงกลัวคนที่มีอำนาจตรวจเธอ ความกลัวนั้นจะถูกใช้เป็เหตุให้ตรวจเธอลึกขึ้นได้หรือคะ”
“หากความกลัวนั้นผิดธรรมชาติ”
“ใครเป็ผู้ตัดสินว่าความกลัวใดธรรมชาติ”
“ศาสนจักรมีผู้เชี่ยวชาญ”
“ผู้เชี่ยวชาญของศาสนจักรเคยกลัวศาสนจักรหรือไม่คะ”
ไม่มีใครตอบ
ท่อไอน้ำทองเหลืองส่งเสียงฟู่เบา ๆ
แอกเนส(Agnes) ยกมืออีกครั้ง เ้าหน้าที่สองคนวางกล่องโลหะเคลือบขาวลงบนโต๊ะกระจก ข้างกล่องพิมพ์ตัวอักษรดำว่า
MORAL RESONANCE MEDICAL KIT
ชุดแพทย์ตรวจสั่นพ้องศีลธรรม
มันดูเหมือนเครื่องมือแพทย์ยุคใหม่มากกว่าอาวุธ และนั่นทำให้มันน่ากลัวยิ่งกว่าอาวุธ เพราะอาวุธอย่างน้อยก็ยอมรับว่าตนเองทำร้ายได้
“นี่คือเครื่องยืนยันความสงบของแก่นพลัง(Core)” แอกเนส(Agnes) กล่าว “ใช้เวลาเพียงครู่เดียว ไม่ทำอันตราย”
กาเร็ธ(Gareth) พูดทันที
“อุปกรณ์นี้ไม่อยู่ในรายการที่แจ้งกับหน่วยยาม”
เ้าหน้าที่ศาสนจักรคนหนึ่งหันไปหาเขา
“เป็อุปกรณ์แพทย์พิธีกรรม ไม่ใช่อาวุธ”
“ถ้าอ่านแก่นได้ มันเป็อุปกรณ์ความมั่นคง” กาเร็ธ(Gareth) ตอบ “ถ้าบันทึกแก่นได้ มันเป็อาวุธข่าวกรอง”
แอกเนส(Agnes) ไม่สนใจเขา
นางมองเซราฟิน่า(Seraphina)
“ดัชเชส(Seraphina) หากท่านไม่มีสิ่งใดต้องกังวล การยื่นมือให้ตรวจเพียงครู่เดียวจะยุติความเข้าใจผิดทั้งหมด”
ประโยคนั้นถูกสร้างมาอย่างดี
ถ้าเซราฟิน่า(Seraphina) ปฏิเสธ เธอดูเหมือนมีสิ่งต้องซ่อน
ถ้าเธอยอม พวกเขาจะได้ข้อมูล
ถ้าเธอรอลูเซียส(Lucius) มาตอบแทน เธอจะกลายเป็สตรีที่ต้องมีสามีอนุญาตก่อนปกป้องร่างกายของตนเอง
และลูเซียส(Lucius) ยังมาไม่ถึง
แอกเนส(Agnes) ตั้งใจให้เป็เช่นนั้น
เซราฟิน่า(Seraphina) มองมือของตัวเองในถุงมือผ้าไหมสีงาช้าง
มือนี้เคยอุ้มลูก
เคยเซ็นเอกสารงานกุศล
เคยจับถ้วยชาในงานเลี้ยงที่ผู้ชายพูดถึงผู้หญิงเหมือนพูดถึงทรัพย์สิน
เคยกำแน่นใต้โต๊ะเมื่อต้องเงียบเพื่อรักษามารยาท
ไม่เคยถือปืน
ไม่เคยวาดอาคม
ไม่เคยตบหน้าใครแม้สมควร
วันนี้ ศาสนจักร้าใช้มือนี้เป็หลักฐานว่าเธอยังปลอดภัยพอจะควบคุม
เซราฟิน่า(Seraphina) ยื่นมือขวาออกไป
เอลีนอร์(Eleanor) หายใจเบาเกินกว่าคนทั่วไปจะได้ยิน
กาเร็ธ(Gareth) ขยับนิ้วใกล้ปืน
แอกเนส(Agnes) ยิ้ม
“ขอบคุณค่ะ ความร่วมมือคือคุณธรรม—”
“ข้ายังไม่ได้ร่วมมือค่ะ”
รอยยิ้มของแอกเนส(Agnes) หยุด
เซราฟิน่า(Seraphina) หันฝ่ามือลง เป็ท่าหยุด ไม่ใช่ท่ายอมรับการตรวจ
“ข้ายื่นมือให้เห็นว่าข้าไม่กลัวเครื่องมือของท่าน แต่ก่อนใช้เครื่องมือนั้น ข้า้าคำตอบเป็ลายลักษณ์อักษร”
“คำตอบอะไร”
“หนึ่ง เครื่องมือนี้อ่านหรือบันทึกข้อมูลแก่นหรือไม่”
เ้าหน้าที่ถือกล่องนิ่งไป
“สอง ข้อมูลที่อ่านได้จะถูกส่งกลับมหาวิหารหรือไม่”
แอกเนส(Agnes) มองเธอนิ่ง
“สาม หากพบสิ่งที่ศาสนจักรเรียกว่า ‘ผิดปกติ’ ใครมีอำนาจตัดสินว่าสิ่งนั้นคือบาป โรค หรือศักยภาพที่ยังไม่ได้รับการฝึก”
คำว่า “ศักยภาพ” ทำให้อากาศเปลี่ยนไป
ศาสนจักรชอบคำว่า บาป เพราะลงโทษได้
ชอบคำว่า โรค เพราะรักษาได้
ชอบคำว่า ความไม่บริสุทธิ์ เพราะชำระได้
แต่ไม่ชอบคำว่า ศักยภาพ
โดยเฉพาะเมื่อคำนี้ออกจากปากผู้หญิง
แอกเนส(Agnes) กล่าวเสียงนุ่ม
“คำถามของท่านมากเกินความจำเป็”
“คำตอบของท่านน้อยเกินความปลอดภัยของครอบครัวข้า”
ทันใดนั้น ประตูเรือนกระจกเปิดออกอีกครั้ง
“และน้อยเกินกว่าที่ข้าจะยอมให้ใช้ในบ้านของข้า”
ลูเซียส แบล็คธอร์น(Lucius Blackthorne) เดินเข้ามา
เขาสวมสูทสีดำตัดพอดีตัวแบบขุนนางยุคใหม่ เสื้อกั๊กสีเทาถ่าน เนกไทสีดำ เสื้อโค้ตยาวพาดไหล่ เข็มกลัดกุหลาบเงินติดบนอกซ้าย เส้นผมหวีเรียบ แต่ใต้ตาเขามีรอยอ่อนล้าของคนที่ทำงานั้แ่ก่อนฟ้าสาง
ด้านหลังเขาคือโธมัส เบลล์(Thomas Bell) พ่อบ้านใหญ่ ถือแฟ้มหนังสีดำและเครื่องบันทึกเสียงของตระกูล
ลูเซียส(Lucius) ไม่เดินมายืนบังเซราฟิน่า(Seraphina)
เขาเดินมายืนข้างเธอ
ระยะห่างนั้นบอกทุกอย่าง
เขาไม่ได้พูดแทน
ไม่ได้ลากเธอไปหลบหลังตน
ไม่ได้ทำให้การมาถึงของเขากลายเป็หลักฐานว่าเธอไร้เสียง
เขายืนใกล้พอจะช่วย หากมีอันตราย
แต่เว้นพื้นที่พอให้เธอพูดเอง
ในอกของเซราฟิน่า(Seraphina) มีบางสิ่งคลายลงเล็กน้อย
แอกเนส(Agnes) ก้มศีรษะ
“ท่านดยุกแบล็คธอร์น(Duke Blackthorne) เป็เกียรติที่ได้พบ”
“เกียรติควรมาตามเวลา” ลูเซียส(Lucius) ตอบ
“ิญญาไม่รอกำหนดการค่ะ”
“แต่แขกควรรอเ้าบ้าน”
“ข้าพบเ้าบ้านแล้ว”
แอกเนส(Agnes) มองเซราฟิน่า(Seraphina)
ถ้าลูเซียส(Lucius) แย้งว่าเขาคือเ้าบ้าน เซราฟิน่า(Seraphina) จะถูกลดสถานะต่อหน้าทุกคน
ถ้าเขาไม่แย้ง ศาสนจักรจะใช้คำว่าเ้าบ้านบังคับให้เธอรับผิดชอบทุกการปฏิเสธ
ลูเซียส(Lucius) ตอบโดยไม่ลังเล
“ถูกต้อง ดังนั้นท่านควรเคารพเงื่อนไขที่นางตั้งไว้”
เซราฟิน่า(Seraphina) ไม่หันไปมองเขา
แต่หัวใจของเธอจำประโยคนั้นไว้ทันที
แอกเนส(Agnes) มองทั้งคู่
“ข้าไม่คาดว่าท่านจะปล่อยให้ภรรยาต่อรองกับศาสนจักรโดยตรง”
“ข้าไม่คาดว่าศาสนจักรจะคิดว่าภรรยาข้าต้องได้รับอนุญาตก่อนใช้สมองของตนเอง”
เ้าหน้าที่ศาสนจักรด้านหลังบางคนหน้าเปลี่ยนสี
เอลีนอร์(Eleanor) ก้มหน้าลงเล็กน้อยเพื่อซ่อนสายตา
แอกเนส(Agnes) ยิ้มอีกครั้ง
“ถ้อยคำคมคายไม่เปลี่ยนหน้าที่ของเรา”
“หน้าที่ของท่านไม่เปลี่ยนขอบเขตบ้านข้าเช่นกัน” ลูเซียส(Lucius) กล่าว “และเครื่องมือนั้นจะไม่แตะต้องภรรยาข้า จนกว่าท่านจะให้เอกสารคำยินยอม ขอบเขตการใช้ ขอบเขตการบันทึก และผู้รับผิดชอบข้อมูล”
แอกเนส(Agnes) หันกลับไปหาเซราฟิน่า(Seraphina)
“ดัชเชส(Seraphina) ท่านเห็นหรือไม่ เมื่อถึงที่สุด ผู้ชายของบ้านก็ต้องพูดแทน”
คำพูดนั้นถูกออกแบบมาให้เจ็บ
มันพยายามทำให้ทุกคำถามของเซราฟิน่า(Seraphina) กลายเป็เพียงการรอสามีมายืนยัน
แต่ครั้งนี้ เธอไม่ยอมให้ความอายทำให้ตัวเองเงียบ
“ไม่ค่ะ” เซราฟิน่า(Seraphina) กล่าว “ข้าถามก่อน เขาเพียงยืนยันว่าคำถามของข้ายังไม่ได้รับคำตอบ”
ลูเซียส(Lucius) ไม่พูดเพิ่ม
และเพราะเขาไม่พูดเพิ่ม คำพูดของเธอจึงยืนอยู่ได้ด้วยตัวเอง
แอกเนส(Agnes) ค่อย ๆ พยักหน้า
“เช่นนั้น ข้าจะให้คำตอบด้วยการสาธิต”
ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก
เ้าหน้าที่อาคมคนหนึ่งเปิดกล่องโลหะ หยิบกระจกวงรีขอบเงินขึ้นมา ผิวกระจกเต็มไปด้วยหมอกขาวหมุนวน เขาแตะตราดวงตาด้านหลัง กระจกส่งเสียงแหลมเบา ๆ
กาเร็ธ(Gareth) ชักปืนพกเวททันที
“หยุด!”
แต่เส้นแสงสีขาวพุ่งออกจากกระจกเร็วกว่าเสียงคำสั่ง
มันพุ่งตรงไปที่มือของเซราฟิน่า(Seraphina)
ลูเซียส(Lucius) ขยับทันที เขาคว้าไหล่เธอเบี่ยงหลบ แต่เส้นแสงเฉียดหลังมือขวาของเธอผ่านถุงมือผ้าไหม ความเย็นแทงทะลุผ้าราวเข็มน้ำแข็ง เซราฟิน่า(Seraphina) เจ็บจนเผลอกลั้นหายใจ
วินาทีนั้น เรือนกระจกทั้งหลังตื่น
ตรากุหลาบดำเหนือประตูเปลี่ยนเป็สีแดงเข้ม
พื้นหินอ่อนส่งเสียงกริ๊ก กลไกใต้พื้นทำงาน เส้นอาคมสีดำแล่นไปตามลายเรขาคณิต เถาเหล็กบนโครงหลังคาขยับราวกับมีชีวิต กลีบโลหะเล็ก ๆ คลี่ออก เผยปากกระบอกปืนเวทขนาดจิ๋วซ่อนอยู่ตามแนวเถากุหลาบ
ไฟฟ้าทั้งเรือนกระจกกะพริบ
ท่อไอน้ำทองเหลืองส่งเสียงฟู่แรง
เครื่องบันทึกเสียงของศาสนจักรดับลงเอง
กุหลาบดำทุกดอกหันเข้าหาศูนย์กลางทางเดินพร้อมกัน
เ้าหน้าที่ศาสนจักรถอยกรู
กาเร็ธ(Gareth) เล็งปืนไปที่เ้าหน้าที่อาคม
“วางอุปกรณ์ลง!”
ทหารแบล็คธอร์น(Blackthorne) ที่ประตูชักปืนตาม เสียงโลหะออกจากซองดังพร้อมกัน
เรือนกระจกงดงามที่สุดของแบล็คโรสฮอลล์(Blackrose Hall) เผยตัวตนที่แท้จริง
มันไม่ใช่เพียงสวน
มันคือป้อมปราการที่ปลูกดอกไม้ไว้บนปืน
ลูเซียส(Lucius) จับข้อมือเซราฟิน่า(Seraphina) เบา ๆ มองรอยไหม้เย็นบนถุงมือของเธอ
ใบหน้าของเขาสงบนิ่งอย่างน่ากลัว
“ท่านใช้เครื่องมือตรวจแก่นกับภรรยาข้าโดยไม่มีคำยินยอม” เขากล่าว
แอกเนส(Agnes) ไม่ได้มองเขา
นางมองกุหลาบ
เพราะในวินาทีที่แสงสีขาวเฉียดมือเซราฟิน่า(Seraphina) กุหลาบดำดอกหนึ่งข้างทางเดินคลี่กลีบชั้นในออก
สีด้านในไม่ใช่สีดำ
แต่เป็สีแดงเข้มเหมือนไฟที่ซ่อนอยู่ใต้เถ้าถ่าน
เซราฟิน่า(Seraphina) ได้ยินเสียงบางอย่างในอก
ก๊อก
ไม่ใช่เสียงที่หูได้ยิน
แต่เป็ความรู้สึก เหมือนเมล็ดพันธุ์เล็ก ๆ เคาะเปลือกแข็งจากด้านใน
ก๊อก
หลังมือของเธออุ่นขึ้น ทั้งที่รอยเมื่อครู่เย็นเฉียบ
แอกเนส(Agnes) มองกระจกวงรีในมือเ้าหน้าที่
หมอกสีขาวในกระจกหมุนเร็วขึ้น แล้วเกิดเงาคล้ายกุหลาบห้าชั้นเพียงวูบเดียว
ดวงตาของแอกเนส(Agnes) หรี่ลง
“น่าสนใจ”
คำเดียวของนางทำให้เซราฟิน่า(Seraphina) เข้าใจ
นี่ไม่ใช่การตรวจเยี่ยมธรรมดา
นี่คือการล่อให้บางสิ่งในตัวเธอตอบสนอง
แอกเนส(Agnes) ไม่ได้มาหาเพียงความผิด
นางมาหาสัญญาณ
และตอนนี้นางเห็นบางอย่างแล้ว
ความกลัวของเซราฟิน่า(Seraphina) เปลี่ยนรูป
มันไม่ได้เป็ก้อนน้ำแข็งอีกต่อไป
มันกลายเป็ของมีคม
“วางกระจกลง” เธอกล่าว
เ้าหน้าที่ถือกระจกไม่ขยับ
แอกเนส(Agnes) ยิ้มบาง
“เพื่อความปลอดภัยของท่านเอง ข้าขอแนะนำ—”
“ข้าไม่ได้ขอคำแนะนำค่ะ”
ทุกคนเงียบ
เซราฟิน่า(Seraphina) ถอดถุงมือข้างขวาออกช้า ๆ
รอยสีแดงคล้ำปรากฏบนหลังมือ เป็เส้นโค้งบางเหมือนเถากุหลาบแรกเกิด มันเรืองเพียงชั่วพริบตาแล้วจางลง เหลือเพียงรอยแดงจากแสงตรวจแก่น
แอกเนส(Agnes) มองรอยนั้นเหมือนนักล่ามองรอยเท้าสัตว์หายาก
“ท่านเห็นแล้ว” เซราฟิน่า(Seraphina) กล่าว “สิ่งที่ท่าน้าเห็น”
“ข้าเห็นเหตุผลที่ควรตรวจต่อ”
“ข้าเห็นเหตุผลที่ควรบันทึกว่าศาสนจักรใช้เครื่องมือนอกขอบเขตกับเ้าบ้านโดยไม่มีคำยินยอม”
แอกเนส(Agnes) หันมามองเธอ
เซราฟิน่า(Seraphina) หยิบเอกสารอนุมัติจากโต๊ะกระจกขึ้นมา
“ในเอกสารนี้ระบุการตรวจพื้นที่ส่วนกลาง พื้นที่อบรมเด็ก และพื้นที่ที่อาจเกี่ยวข้องกับพิธีแก่นไม่บริสุทธิ์ ไม่มีบรรทัดใดอนุญาตให้ใช้เครื่องอ่านแก่นกับบุคคล ไม่มีบรรทัดใดอนุญาตให้บันทึกข้อมูลแก่น ไม่มีบรรทัดใดอนุญาตให้ใช้แสงััร่างกายโดยไม่มีคำยินยอม และไม่มีบรรทัดใดอนุญาตให้เ้าหน้าที่ศาสนจักรโจมตีเ้าบ้านแล้วเรียกสิ่งนั้นว่าการสาธิต”
“โจมตี?” แอกเนส(Agnes) ทวนเสียงอ่อน “คำของท่านรุนแรงเกินไป”
“การกระทำของท่านรุนแรงก่อนคำของข้า”
ลูเซียส(Lucius) มองเธอ
เซราฟิน่า(Seraphina) รู้ว่าเขามอง แต่เธอไม่หันกลับไป
ถ้าหัน เธออาจเห็นความห่วงใย
ถ้าเห็นความห่วงใย เธออาจจำได้ว่าตัวเองเจ็บ
และตอนนี้ เธอยังเจ็บไม่ได้
ยังไม่ใช่ต่อหน้าแอกเนส(Agnes)
“โธมัส(Thomas)” เธอเรียก
พ่อบ้านใหญ่ก้าวออกมา
“ครับ คุณผู้หญิง”
“เปิดเครื่องบันทึกเสียงของบ้าน บันทึกเหตุการณ์ย้อนหลังั้แ่ขบวนศาสนจักรมาถึงก่อนเวลา การเปิดเครื่องบันทึกเสียงโดยไม่ขออนุญาต การนำอุปกรณ์ที่ไม่อยู่ในรายการเข้ามา และการใช้เครื่องตรวจแก่นโดยไม่มีคำยินยอม”
“ครับ”
แอกเนส(Agnes) พูดทันที
“การบันทึกฝ่ายเดียวไม่อาจใช้เป็หลักฐาน—”
“ข้าจึงเชิญท่านบันทึกด้วยค่ะ” เซราฟิน่า(Seraphina) มองเครื่องบันทึกเสียงของศาสนจักรที่ดับอยู่ “ถ้ามันยังทำงาน”
ไม่มีใครหัวเราะ
แต่กาเร็ธ(Gareth) กดมุมปากไว้ไม่ทัน
แอกเนส(Agnes) หุบยิ้ม
เมื่อใบหน้าของคนที่ยิ้มตลอดเวลาหยุดยิ้ม อากาศทั้งห้องเหมือนเย็นลงทันที
“ท่านคิดว่าถ้อยคำจะปกป้องท่านได้หรือ”
“ไม่เสมอไป” เซราฟิน่า(Seraphina) ตอบ “แต่ความเงียบปกป้องผู้หญิงน้อยกว่านั้นอีก”
ลูเซียส(Lucius) หันไปหาโธมัส(Thomas)
“ส่งคนแจ้งสภาขุนนาง(Hall of Peers) ว่าศาสนจักรเริ่มการตรวจด้วยอุปกรณ์นอกขอบเขต และแจ้งสำนักทนายประจำตระกูลให้เตรียมสำเนาเอกสาร”
แอกเนส(Agnes) หันไปหาเขา
“ท่านกำลังทำให้เื่เล็กกลายเป็เื่ใหญ่”
“ท่านแตะต้องภรรยาข้าโดยไม่มีคำยินยอม” ลูเซียส(Lucius) กล่าว “เื่นี้ใหญ่ั้แ่วินาทีนั้น”
คำว่า “ภรรยาข้า” ในปากของเขาไม่เหมือนโซ่
มันเหมือนกำแพง
เซราฟิน่า(Seraphina) ไม่รู้สึกว่าถูก
เธอรู้สึกว่ามีคนยืนยันต่อหน้าศัตรูว่า ร่างของเธอไม่ใช่พื้นที่สาธารณะที่ใครจะเข้ามาตรวจเมื่อไรก็ได้
แอกเนส(Agnes) มองปืนเวทบนโครงเรือนกระจก มองทหารแบล็คธอร์น(Blackthorne) มองเอกสาร มองเซราฟิน่า(Seraphina) และสุดท้ายมองกุหลาบดำที่บานแดงผิดฤดูกาล
นางตัดสินใจเร็วมาก
“เพื่อหลีกเลี่ยงความเข้าใจผิดเพิ่มเติม” แอกเนส(Agnes) กล่าว “เราจะย้ายการตรวจไปยังโถงรับรองหลัก(Main Reception Hall) ตามขั้นตอนปกติ และบันทึกว่าเกิดการตอบสนองเกินเหตุของระบบป้องกันคฤหาสน์”
“บันทึกให้ครบค่ะ” เซราฟิน่า(Seraphina) กล่าว “ระบบป้องกันตอบสนองหลังเ้าหน้าที่ศาสนจักรใช้เครื่องมือนอกขอบเขตกับเ้าบ้านโดยไม่มีคำยินยอม”
“ท่านกำลังสั่งศาสนจักรเขียนบันทึกหรือ”