ตอนที่ 5 (2)
ถังเฮ่อวางสายก่อนจะพลิกแค็ตตาล็อกอีกครั้งพร้อมถอนหายใจ
สุดท้ายเขาก็เลือกเครื่องที่แพงที่สุดตามความเคยชิน เพิ่งเสียเวลาวุ่นวายทั้งเช้าไปอย่างเปล่าประโยชน์ หนึ่งวินาทีหลายสิบล้านเชียวนะ
กระทั่งตู้เจี้ยนโยวได้รับสายโทรศัพท์จากแม่ถึงรู้ว่าถังเฮ่อช่วยเขาจัดการเรื่องเครื่องวัดความดันให้เรียบร้อยแล้ว ถึงขนาดนำมาส่งให้ถึงบ้านด้วยตัวเอง สอนแม่ตู้กับลุงเคอใช้อุปกรณ์ แถมยังตั้งค่าบัญชีให้เชื่อมกับมือถือของตู้เจี้ยนโยวอีกด้วย
“เสี่ยวโยว เสี่ยวถังนี่เป็นคนดีจริงๆ แค่สองวันก็ซื้อเครื่องวัดความดันมาแล้ว ลูกต้องขอบคุณเขาดีๆ เลยนะ จำไว้ว่าต้องคืนเงินค่าเครื่องนี่ให้เขาด้วย ดูแล้วราคาไม่ถูกเลย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องเงินหรอก หลักๆ คือเขามีน้ำใจ มาอยู่บ้านเราตลอดบ่าย อยู่กับตัวแทนขายสอนแม่กับลุงใช้เครื่อง ไม่ใจร้อนหงุดหงิดสักนิดเลย เขายังทิ้งเบอร์ไว้ให้แม่ด้วย บอกว่าลูกทำงานยุ่ง ถ้ามีเรื่องด่วนก็โทรหาเขาได้...” แม่ตู้พูดเจื้อยแจ้วไม่หยุด ส่วนตู้เจี้ยนโยวใจลอยไปแล้วโดยที่ไม่รู้ว่าควรมีปฏิกิริยาอย่างไร ยุ่งเหรอ ใครจะไปยุ่งเกินประธานถังได้กัน
“แม่ แม่อย่าไปโทรหาเขาจริงๆ นะ เขาเป็นบอสใหญ่ที่ยุ่งกว่าผมเป็นล้านเท่า เขาแค่อ่อนน้อม แม่อย่าถือเป็นจริงเป็นจังเลย” ตู้เจี้ยนโยวรีบอธิบาย
“แม่รู้ๆ ขนาดลูกแม่ยังไม่อยากรบกวน แม่จะไปรบกวนเขาได้ยังไง” แม่ตู้พูดด้วยอารมณ์บูดบึ้ง
“เฮ้อ แม่ครับ โทรหาผมจะเป็นการรบกวนได้ยังไง รู้แหละว่าแม่ไม่รักผมแล้ว มีเรื่องอะไรไม่โทรหาผมก็ช่างเถอะ ผมโทรหาแม่ประจำยังมาหาว่าผมรำคาญอีก” ตู้เจี้ยนโยวเริ่มทำงอแงเป็นเด็กน้อยใส่อีกแล้ว ทำเอาแม่ตู้อารมณ์ดียกใหญ่ พูดอีกสองสามประโยคก่อนวางสายไป
หลังวางสาย ตู้เจี้ยนโยวมองดูค่าความดันที่แม่ตั้งใจวัดส่งเข้ามาในมือถือ
เขารู้สึกทั้งสบายใจและซาบซึ้งใจ
พี่ ขอบคุณนะที่ดีขนาดนี้
ระยะนี้แทบจะเป็นตู้เจี้ยนโยวที่เป็นฝ่ายติดต่อหาถังเฮ่อเอง ไม่ว่าจะเป็นการส่งข้อความ โทรหา หรือนัดกันไปพบปะกินข้าว ถังเฮ่อเป็นฝ่ายรับทั้งหมดในความสัมพันธ์ช่วงนี้ ซึ่งแตกต่างจากนิสัยการเป็นฝ่ายรุกที่เขาเป็นมาโดยตลอด แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้มีความคิดที่จะ ‘รุก’ ตู้เจี้ยนโยว
นอกจากนี้ตู้เจี้ยนโยวก็ติดต่อมาบ่อยเกินไปจริงๆ พอลืมตาตื่นในตอนเช้าจะเห็นข้อความอรุณสวัสดิ์ในมือถือ กลางคืนก่อนนอนก็จะเห็นข้อความราตรีสวัสดิ์ เห็นดอกไม้เล็กๆ พลิ้วไหวท่ามกลางแสงอาทิตย์ยามเช้าบนถนน แมวขี้เกียจที่นอนอาบแดดบนกำแพง หมาโง่ที่ปล่อยอึกลางทาง ก้อนเมฆสีชมพูกุหลาบปลายขอบฟ้า อาทิตย์ตกบนสะพาน...ตู้เจี้ยนโยวสามารถถ่ายรูปและส่งมาได้ทันทีเพราะอยากจะแบ่งปันความประทับใจ ความสนใจ และความงดงามทั้งหมดที่ประสบพบเจอไปกับถังเฮ่อ และมักส่งข้อความชวนเลี่ยนอย่าง ‘พี่ ผมคิดถึงพี่แล้ว’ ‘พี่ ผมชอบพี่จริงๆ’ ตามสไตล์ของตู้เจี้ยนโยว
หากนี่เป็นข้อความที่คนอื่นส่งมา ถังเฮ่อจะบล็อกคนคนนี้ทันทีอย่างไม่ต้องสงสัย แต่สำหรับทู่ทู่น่ะเหรอ ดูเหมือนคำพูดพวกนี้เดิมทีก็เป็นสิ่งที่คนแบบอีกฝ่ายจะพูดออกมา ไม่อย่างนั้นจะดูแปลกแทน
ตลอดทั้งวัน แทบทุกครั้งที่ประธานถังมีเวลาเหลือบมองมือถือ แปดในสิบครั้งจะเห็นข้อความจากตู้เจี้ยนโยว ถังเฮ่อมักยิ้มและตอบไปว่า ‘ตอนเจอหน้ารู้สึกว่านายเอะอะมะเทิ่งมาก นึกไม่ถึงว่าตอนไม่เจอหน้าจะทำมือถือฉันเสียงดังโหวกเหวกขึ้นไปอีก’
ตู้เจี้ยนโยวยู่ปากพร้อมกับตอบ ‘พี่รำคาญจริงๆ ด้วย’
‘ไม่รำคาญๆ...ฉันเปลี่ยนเป็นระบบสั่นแล้ว’ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมามือถือของถังเฮ่อก็เหมือนไวเบรเตอร์[1]ที่สั่นไม่หยุดอยู่ในกระเป๋าเสื้อ
วันศุกร์มักเป็นวันที่ตู้เจี้ยนโยวชวนเขาไปกินข้าว ตอนแรกประธานถังมีงานเลี้ยงเข้าสังคมที่ไม่อาจไปตามนัดตู้เจี้ยนโยวได้ เขาจึงรอให้งานเลี้ยงของถังเฮ่อเสร็จสิ้นแล้วค่อยนัดกันไปคุยเล่นที่บาร์มูนไลท์ ถือเป็นการผ่อนคลายหลังกดดันจากการทำงานตลอดหนึ่งสัปดาห์ ต่อมา ถังเฮ่อค่อยๆ เริ่มไม่รับนัดงานเลี้ยงเข้าสังคมในวันศุกร์แล้ว วันนั้นเก็บไว้ให้ตู้เจี้ยนโยวโดยเฉพาะ
และต่อจากนั้น นอกจากกินข้าวแล้ว ตู้เจี้ยนโยวยังลากถังเฮ่อไปดูความคืบหน้าของงานที่สตูดิโอของเขาด้วย ตอนได้ยินว่าลูกค้าที่เป็นบอสใหญ่จะมาตรวจงาน ทำเอาพนักงานในสตูดิโอกับนางแบบตกใจจนทำตัวไม่ถูก ตื่นตัวราวกับฝูงนกแตกรัง จนสุดท้ายเหลือกันอยู่แค่ตู้เจี้ยนโยวที่เดือดปุดๆ กับถังเฮ่อที่รู้สึกตลกเพียงสองคน ทั้งคู่มองหน้ากันอย่างไม่รู้จะทำอะไรในสตูดิโอถ่ายภาพ ภายหลังถังเฮ่อจึงไม่ค่อยกล้าไป ‘ลาดตระเวน’ แล้ว มักไปรับตู้เจี้ยนโยวแล้วก็ออกไป
คิดว่าทำไมตู้เจี้ยนโยวถึงเดือดปุดๆ เขาไม่ได้โกรธที่พนักงานของบริษัทตัวเองทำให้เสียหน้า เดิมทีเขาอยากแสดงให้ประทานถังเห็นว่าตนสามารถบริหารจัดการเหล่าลูกน้อง นึกไม่ถึงว่าพวกนี้จะเป็นอาโต้วคนไม่เอาถ่าน[2]...แค่ประธานของก่วงเซิ่งกรุ๊ปมาเดินผ่านนิดๆ หน่อยๆ เองไหม! ต้องสั่นเป็นเจ้าเข้าแบบนี้เลยเหรอ ทำไมปกติเวลาเห็นฉันไม่สั่นล่ะ เอาแต่ฮึๆ ฮึ่มๆ เก่งแต่ปากใส่ฉันที่เป็นเจ้านายทั้งวัน น่าเกรงขามกันมากนักไม่ใช่เหรอ ไม่เห็นฉันอยู่ในสายตาเลยจริงๆ รอฉันกลับมาเมื่อไรจะถลกหนังให้หมด ดูซิว่าจะยังสั่นกันอยู่ไหม
ตู้เจี้ยนโยวจ้องถมึงทึงไปยังเงาหลังของคนเขียนสคริปต์ที่หลบออกไปเป็นคนสุดท้าย นิ้วที่จีบมืออยู่ทำท่าจิ้มจึกๆ ไปที่แผ่นหลังนั้นไม่หยุด ราวกับจะแหวกอากาศไปจิ้มหัวอีกฝ่ายได้อย่างไรอย่างนั้น ปากบ่นพึมพำอย่างเจ็บใจ!
ถังเฮ่อเม้มปากหันหลังไม่มองอีกฝ่ายเล่นบทแม่มด พยายามกลั้นขำอย่างมีศีลธรรมเต็มเปี่ยม
หรือตู้เจี้ยนโยวจะใช้ข้ออ้างสวยหรูเช่น อยากให้ถังเฮ่อขับรถคันโปรดพาตะลอนไปทั่วเพื่อกระตุ้นแรงบันดาลใจให้มีความคิดสร้างสรรค์ แน่นอนว่าต้องไปยังที่ตั้งอสังหาริมทรัพย์พวกนั้นที่ก่วงเซิ่งกรุ๊ปลงทุน บางโครงการก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์แล้ว บางที่สร้างไปได้ครึ่งทาง แล้วก็มีที่ยังอยู่ในสภาพเดิมตามธรรมชาติด้วย ซึ่งสถานที่ที่แตกต่างกันเหล่านี้มักทำให้ตู้เจี้ยนโยวเกิดความคิดที่แตกต่าง อันที่จริงก็เกิดความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ มากมาย และด้วยความสมเหตุสมผลทั้งยังนำไปปฏิบัติได้จริง ถังเฮ่อจึงมักตอบรับข้อเรียกร้องของตู้เจี้ยนโยวเสมอ โดยพูดว่า นี่เป็นเรื่องงาน ฝั่งตู้เจี้ยนโยวก็มีความสุขจนตัวลอย แต่ฝั่งซูอันหัวเสียจนคันปากอยากพูดอะไรสักอย่าง เพราะความละเลยต่อหน้าที่ของประธานถัง เธอเลยไม่ได้เลิกงานตรงเวลามานานแล้ว
เชิงอรรถ
^ อุปกรณ์ช่วยตัวเอง^ สำนวนจากเรื่องสามก๊ก เล่าปี่ (หรือหลิวเป้ย) มีลูกชายที่ชื่อว่าอาเต๊า (หรืออาโต้ว) เป็นคนที่อ่อนแอและไม่เป็นโล้เป็นพาย จึงมีคำเปรียบเทียบคนที่ไม่เอาไหน ไม่เอาถ่าน ขี้เกียจ ส่งเสริมไม่ขึ้น ว่าเป็นอาโต้วคนไม่เอาถ่าน