บทที่ 34 อารมณ์รุนแรง
หลังจากที่ราชาวัวครึ่งปลาได้ตกตายลงด้วยมีดความมืดมิดยามราตรี ร่างดารินทร์พลันทรุดลงกับพื้น ทั่วร่างกายมีเหงื่อเต็มไปหมด เธอหอบหายใจถี่รัว
เมื่อครู่สาวน้อยได้ใช้พลังธาตุจำนวนมากสร้างตาข่ายวารีเธอจะไม่เหนื่อยได้อย่างไร? พลังธาตุไม่ใช่ว่าจะควบคุมได้โดยง่าย ผู้ควบคุมจำเป็นต้องมีพรสวรรค์และฝึกฝนอย่างสมํ่าเสมอ
สำหรับดารินทร์ในเวลานี้การสร้างตาข่ายวารีเป็นเรื่องไม่ง่ายเลย ดารินทร์เพิ่งฝึกการควบคุมพลังธาตุได้แค่ครึ่งเดือนเท่านั้น เธอยังไม่ชินกับการควบคุมเท่าไหร่ เพราะงั้นดารินทร์จึงเหนื่อยสุดๆ อีกทั้งในเวลานั้นสาวน้อยยังฝืนตนเองอีกด้วย เธอฝืนคงสภาพตาข่ายวารีให้นานขึ้นห้าวินาที อย่ามองว่าห้าวินาทีเป็นเวลาไม่นาน ห้าวินาทีนี้อาจตัดสินผลการต่อสู้ได้เลย โชคดีอย่างมากที่พลังธาตุนํ้าในแม่นํ้ามีเยอะไม่งั้นดารินทร์จะเหนื่อยจนขยับร่างกายไม่ได้เลย
ไม่เพียงร่างกายดารินทร์เท่านั้นที่เหนื่อย แม้แต่จิตใจสาวน้อยเองก็เหนื่อยเช่นกัน สภาพจิตใจของดารินทร์ในเวลานี้เหนื่อยล่าสุดขีด เธอไม่อยากคิดอะไรอีกต่อไปแล้ว เธออยากพักผ่อน
“เอายาขวดนี้ไป” สายฝนเดินเข้ามาหาดารินทร์ เขากล่าวและโยนยาขวดหนึ่งให้เธอ สาวน้อยสงสัยมานานแล้ว ทำไมตอนให้ยาคนอื่นถึงต้องโยนด้วย? ให้กับมือไม่ได้เหรอ? สายฝนไม่รู้เลยว่าดารินทร์กำลังสงสัยเรื่องเกี่ยวกับเขาอยู่ สาเหตุที่สายฝนโยนขวดยาให้คนอื่นนั้นง่ายมาก เขาไม่ต้องการเสียเวลาส่งขวดให้กับมือ! ถึงยังไงอีกฝ่ายก็ไม่ใช่คนธรรมดาอยู่แล้ว กะอีแค่รับขวดยาขวดเดียวเนี่ยนะรับไม่ได้?
ดารินทร์รับขวดยามาจากสายฝนก่อนกล่าวขอบคุณ เธอเปิดฝาจุกไม้ไม่ทราบชนิดออกและดื่มของเหลวภายในขวดเข้าไปโดยไม่ลังเล เธอไม่เชื่อหรอกว่ายานี้จะเป็นยาพิษ สายฝนไม่มีเหตุผลต้องใช้ยาพิษกับเธอ
ระหว่างดื่มนั้นดารินทร์พลันได้ยินเสียงโวยวายของฮันน่าแต่เธอก็เลือกที่จะไม่สนใจมันเหมือนกับสายฝน เมื่อของเหลวลงคอดารินทร์ก็รู้สึกถึงความอบอุ่นภายในร่างกาย เธอค่อยๆหายจากสภาพเหนื่อยล้า แน่นอนถึงแม้ร่างกายจะหายจากสภาพเหนื่อยล้าทว่าจิตใจไม่ได้เป็นแบบนั้น จิตใจสาวน้อยยังคงเหนื่อยล้าอยู่ ถ้าเป็นไปได้ดารินทร์ก็อยากพักผ่อน
ยาฟื้นฟูเบื้องต้นที่สายฝนให้มามันมีความสามารถแค่ช่วยฟื้นฟูร่างกายเท่านั้น จิตใจไม่ได้ถูกฟื้นฟู แต่มีคนเคยกล่าวใว้ว่าเมื่อสุขภาพร่างกายดีสุขภาพจิตก็จะดีไปด้วย
“นายไม่คิดจะสนใจโลเวลบ้างเลยรึไง? เขากำลังบาดเจ็บหนักอยู่นะ” ฮันน่าโวยวาย เธอมองไปที่สายฝนซึ่งเพิ่งไปเก็บกระเป๋าเป้มาจากอีกฝั่งของแม่นํ้ามา
“ฉันต้องสนใจเขาด้วยเหรอ? พวกเราไม่ได้เป็นอะไรกันหนิ ฉันจำเป็นต้องช่วยคนอื่นที่ฉันไม่รู้จักดี? ถ้าฉันเห็นคนบาดเจ็บหนักฉันต้องไปช่วยคนพวกนั้นทุกคนมั้ย?” สายฝนกล่าวด้วยท่าทางงงวย เขาไม่เข้าใจความคิดของฮันน่าเลยซักนิด
“เขาเป็นเพื่อนฉันนะ!” ฮันน่าพูดอย่างโมโห ชายคนนี้เห็นแก่ตัวเกินไป แม้แต่คนบาดเจ็บหนักเขายังไม่คิดจะช่วย! เขาทำเป็นมองราวกับไม่เห็นคนบาดเจ็บ สำคัญสุดคือคนบาดเจ็บสาหัสเป็นเพื่อนของเธอ เรื่องนี้ทำให้ฮันน่ายิ่งยอมรับไม่ได้เข้าไปใหญ่
“ผู้หญิงบนดาวดวงนี้น่ารำคาญเหมือนกันหมดเลยรึเปล่า?” สายฝนอดพึมพำไม่ได้ ในดาวโลกสายฝนเคยเจอผู้หญิงมานับไม่ถ้วน แต่เขาไม่เคยเจอผู้หญิงที่น่ารำคาญแบบนี้มาก่อน
ผู้หญิงที่สายฝนรู้จักไม่เคยมีใครน่ารำคาญเท่าฮันน่า หากให้เลือกว่าผู้หญิงคนนี้กับพลอยใครดีกว่ากัน สายฝนจะเลือกพลอยโดยไม่ลังเล ถึงฮันน่าจะสวยกว่าพลอยทว่าเธอน่ารำคาญเกินไป เกรงว่าคงมีแต่โลเวลเท่านั้นที่สามารถอยู่กับฮันน่าได้
“นายพูดอะไรของนายน่ะ!” ฮันน่าเอ่ยขึ้นอย่างไม่พอใจหลังเห็นสายฝนพึมพำพร้อมทำหน้าสงสัย
สายฝนรำคาญฮันน่ามาก เขากล่าวว่า “ฉันไม่ได้พูดอะไรทั้งนั้นแหละ และฉันก็ไม่ได้ชื่อ‘นาย’ด้วย ฉันชื่อสายฝน สายฝนน่ะเข้าใจมั้ย!”
“ฉันรู้แล้วน่า ทำไมนายต้องมายํ้าหลายรอบด้วย?!” ฮันน่าพูดเสียงดัง เธอเริ่มทนไม่ไหวกับผู้ชายคนนี้แล้ว โลเวลพยายามทำให้อารมณ์ฮันน่าสงบลงแต่ก็ไม่สำเร็จ
“หยุดโวยวายได้แล้วมันน่ารำคาญ! ถึงเขาจะเป็นเพื่อนเธอ แต่แล้วยังไงล่ะ? เขาไม่ใช่เพื่อนฉันซักหน่อย! ฉันไม่รู้จักเขา อย่าคิดว่าเธอเป็นลูกสาวเจ้าเมืองแล้วจะมาสั่งฉันได้นะ ถ้าเธออยากสั่งฉันเธอก็ต้องมีความสามารถพอเอาชีวิตฉันให้ได้ก่อน!” สายฝนกล่าวจากนั้นจึงไม่สนใจฮันน่าอีก เขาโครตรำคาญผู้หญิงคนนี้ เธอไม่เพียงแต่เอาความคิดตนเองยัดเยียดให้กับเขา เธอยังสั่งเขาด้วย สายฝนเกลียดการถูกสั่งที่สุด
“สายฝน!” ฮันน่าเดือดจนเรียกชื่อสายฝน เธอต้องการเข้าไปโจมตีสายฝนทว่าถูกโลเวลหยุดใว้ก่อน เวลาผ่านไปอารมณ์ฮันน่าจึงสงบลง เธอคิดว่าเมื่อครู่ตนช่างโง่จริงๆ เขาแข็งแกร่งขนาดนั้นเธอจะไปสู้เขาได้อย่างไร? กระทั่งราชาวัวครึ่งปลายังทำอะไรสายฝนไม่ได้แล้วตัวเธอล่ะ?
ฮันน่าจ้องมองสายฝนเดินห่างออกไป สายฝนกลัวว่าเขาจะไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้จึงรีบออกห่างจากฮั่นน่าโดยเร็ว ช่วงนี้ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นอารมณ์ของเขาเริ่มรุนแรง สายฝนนึกย้อนกลับไปตอนที่เขาอยู่มัธยมหก ตอนนั้นสายฝนคลุ้มคลั่ง
เขาโดนศัตรูต่างโรงเรียนสั่งให้ตบหน้าผู้หญิงคนหนึ่ง สายฝนไม่ยอมทำ ไม่ใช่เพราะไม่อยากตบผู้หญิง สายฝนแค่ไม่อยากทำตามคำสั่งคนอื่น แถมอีกฝ่ายยังเป็นศัตรูของตนเองสายฝนยิ่งไม่อยากทำ เพราะเขาไม่ทำตามศัตรูต่างโรงเรียนจึงเข้ามารุมทำร้ายร่างกายเขา เรื่องนี้สายฝนทนได้ ก็แค่บาดเจ็บเท่านั้นไม่ได้คิดอะไรมาก
ทว่าเวลานั้นหนึ่งในศัตรูต่างโรงเรียนทั้งหกได้หยิบเอามีดขึ้นมา สายฝนกลัวมาก ไม่ได้กลัวมีดแต่กลัวตาย! ‘พวกมันเล่นแรงเกินไป!’ นั่นคือความคิดของสายฝนในเวลานั้น ฉับพลันเขาคลุ้มคลั่งขึ้นมา รุมทำร้ายร่างกายยังไม่พอ พวกมันยังใช้มีดอีกด้วย ถ้าเขาตายขึ้นมาจะทำอย่างไร?!
สายฝนจำได้ว่าครั้งนั้นตนเองซึ่งคลุ้มคลั่งไปแล้วได้สู้กับศัตรูต่างโรงเรียนทั้งหก ในท้ายที่สุดเขาได้รับบาดเจ็บทั่วทั้งร่างกาย โชคดีอย่างมากที่สายฝนไม่โดนมีดแทง ศัตรูต่างโรงเรียนทั้งหมดถูกเขาจัดการ พวกมันมีสภาพไม่ต่างจากสายฝน เป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อสุดๆ เขาสามารถชนะพวกมันได้ยังไงกัน?!
‘ถ้าเป็นเวลานี้ฉันคงสามารถจัดการมันได้อย่างง่ายดาย’ สายฝนคิด เขามีหลักประกันชีวิตเหลืออีกหลายอัน ต่อให้เป็นระดับหนึ่งก็ไม่อาจเอาชีวิตเขาได้ อย่ากล่าวถึงคนธรรมดาเลย
เวลาไหลผ่านอย่างรวดเร็ว อาการบาดเจ็บของทุกคนเริ่มฟื้นตัว สายฝนกับดารินทร์เร็วสุด รองลงมาคือฮันน่า คนที่ฟื้นตัวช้าสุดคือโลเวลทว่าเขาก็ปลอดภัยแล้ว ดารินทร์ใช้พลังธาตุนํ้าในแม่นํ้าช่วยให้เขาฟื้นตัวเร็วขึ้น แม้จะไม่ฟื้นตัวเร็วเท่าการดื่มยาฟื้นฟูเบื้องต้นทว่ามันก็เร็วพอจะทำให้โลเวลรอดพ้นจากการเสียชีวิต
สายฝนไม่ได้ห้ามดารินทร์ไม่ให้ไปช่วยโลเวล เขาไม่ใช่เจ้าของชีวิตของสาวน้อย พวกเขาทำงานร่วมกันในฐานะเพื่อนร่วมงานไม่ใช่เจ้านายกับลูกน้อง ดารินทร์จะทำอะไรก็เรื่องของเธอ สายฝนไม่มีสิทธิ์ห้าม
ดารินทร์นิสัยเปลี่ยนไปจากอดีตมาก หากเป็นเมื่อก่อนเธอคงไม่สนใจโลเวล เขาจะเป็นอะไรก็เรื่องของเขาไม่ใช่เรื่องของเธอ ดารินทร์จะทำเป็นมองไม่เห็นและไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว
ปัจจุบันนิสัยดารินทร์ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เธอกลายเป็นสาวน้อยแสนเชื่อฟังและเป็นมิตรกับทุกคนยกเว้นคนคิดร้ายกับสายฝน โลเวลกับฮันน่ามีความประทับใจดารินทร์มาก สาวน้อยคนนี้ไม่น่าอยู่กับคนแบบสายฝนเลย ช่างน่าเสียดายจริงๆ
ถ้าฮันน่ากับโลเวลรู้นิสัยเมื่อก่อนของดารินทร์ไม่รู้พวกเขาจะเป็นยังไง
---
จบบทที่ 34 อารมณ์รุนแรง