ตอนที่ 57 ลอร์ดแกนนอน
ค่ายแกนนอน
ชายหนุ่มวัย 20 กว่าใบหน้าเต็มไปด้วยความทะเยอทะยานกำลังจ้องมองลงมาจากบัลลังก์สูงที่สร้างขึ้นมามาจากอาวุธที่หลาดหลายทั้งมีด ดาบ หอก โลก ปืน และกระสุน
สิ่งของเหล่านี้เป็นของที่ได้มาจากค่ายที่พ่ายแพ้ให้กับเขาเป็นเหมือนกับสัญลักษณ์แห่งอำนาจ
ในเขตนี้เขาคือลอร์ดที่แข็งแกร่งที่สุดแม้แต่ลอร์ดของค่ายระดับ 3 ทั้ง 3 แห่งก็ไม่มีใครกล้าสู้เพียงลำพังกับค่ายของเขา
ลอร์ดแกนนอน...นี่คือเขาไม่ว่าจะเป็นชื่อจริงหรือชื่อลอร์ดก็เหมือนกัน
“นายท่านเรายึดค่ายระดับ 1 ได้เกินครึ่งแล้วส่วนค่ายระดับ 2 มากกว่าหนึ่งในสามโดนทำลายแล้วและค่ายโลหิตเราซื้อตัวของพวกโจรในค่ายเปิดประตูเข้าไปโจมตีจนแตกแล้วเหลือแต่ค่ายอสูรที่เป็นพวกดื้อด้านคงต้องทำสงครามซึ่งหน้าเท่านั้น” ข้ารับใช้เข้ามารายงาน
ลอร์ดแกนนอนที่นั่งอยู่บนบัลลังค่อย ๆลืมตาขึ้นมา แววตาของลอร์ดทำให้ไม่มีใครกล้าสบตาโดยตรง เพราะคนที่สบตากับแกนนอนคนล่าสุดหญ้าบนหลุมศพขึ้นสูงเท่าเอวแล้ว
“มอร์ไหนบอกว่าจะใช้เวลาแค่วันเดียวเท่านั้นแผนการทุกอย่างก็เรียบร้อยแล้ว”ลอร์ดแกนนอนเลื่อนสายตาไปมองชายที่แต่งกายราวกับนักวิชาการ ซึ่งยืนรวมกับคนอื่น ๆอยู่หน้าบัลลังก์
“นายท่านมีเรื่องเกิดขึ้นนิดหน่อย ช่วงนี้ซอมบี้ดูเหมือนจะคึกคักมากขึ้นทำให้หลายค่ายเราเดินทางล่าช้าและบางค่ายก็ไม่ยอมส่งกำลังคนมาตามที่ตกลงไว้ จนกำลังทหารไม่เพียงพอแต่ว่าผมได้บอกพวกเขาแล้ว ถ้าไม่ส่งกำลังทหารมา หลังจากจบเรื่องค่ายพวกเขาก็จะหายไปด้วยเช่นกัน”มอร์คือที่ปรึกษาที่สำคัญของค่าย
เมื่อก่อนเขาเป็นอาจารย์สอนประวัติศาสตร์และมีความชอบด้านประวัติศาตร์เกี่ยวกับสงครามและกลยุทธ์โดยเฉพาะพอเกิดเรื่องก็รวบรวมกลุ่มผู้รอดชีวิตต่อสู้กับซอมบี้
ด้วยความฉลาดและกลยุทธ์ทำให้กลุ่มอยู่รอดมาได้จนถึงตอนนี้แต่สุดท้ายมอร์ก็เลือกจะเข้าร่วมกับแกนนอน เพราะรู้ดีว่าการพึ่งพาลอร์ดคือทางรอดที่แท้จริงอีกอย่างเขาไม่เหมาะจะเป็นผู้นำ เขาชอบเป็นที่ปรึกษามากกว่า
ลอร์ดแกนนอนพอได้ฟังก็คิดสักครู่หนึ่งไม่มีใครกล้าพูดก่อนได้รับอนุญาต
“แล้วข่าวทางดันเจี้ยนไปถึงไหนแล้ว”
ตอนนั้นทหารคนหนึ่งก้าวเดินออกมาเขาคือหนึ่งในทหารระดับหัวหน้าหน่วยของค่าย ชื่อว่า “กริม”
“นายท่านทางนั้นยังไม่ติดต่อมาทางวิทยุเงียบหายไปเกือบ 12 ชั่วโมงแล้ว อาจจะเกิดเรื่องขึ้น แต่ว่าเราจับสัญญาณวิทยุอื่นได้พวกเขาสื่อสารกันเหมือนเป็นรหัสลับ ไม่แน่ใจว่ามาจากค่ายไหนหรือจากเขตอื่น”
“เขตอื่นไม่น่าจะใช่ เขตดัลลัสกับเขนอื่นก็ยังไกลวิทยุใช้ได้ก็จริง แต่มันก็ระยะแค่เขตหนึ่งเท่านั้น ให้มอร์ไปลองถอดรหัสดูอาจจะเป็นสัญญาณของผู้รอดชีวิตหรือจากขบวนการค้าถ้าหาเจอก็ส่งคนไปตรวจสอบ”
“ขอรับนายท่าน”
“ครั้งนี้คือจุดเปลี่ยนสำคัญถ้าเกิดใครทำผิดพลาดจะต้องรับผิดชอบ” ลอร์ดแกนนอนกล่าวอย่างเด็ดขาด
ทุกคนสั่นเทาในทันทีขานรับพร้อม ๆ กัน
“พวกเราจะไม่ทำให้ท่านผิดหวัง”
ทุกคนรู้ดีกว่าถ้าแผนการครั้งนี้สำเร็จพวกเขาจะไปยังดินแดนที่สูงขึ้น ออกจากนรกซอมบี้นี้สักที และค่ายก็จะแข็งแกร่งขึ้นด้วย
อำนาจที่พวกเขาได้รับก็มากตามไปเป็นเงาใครบ้างล่ะไม่อยากได้อำนาจมากขึ้น มีชีวิตที่ดีขึ้น แต่ทุกอย่างจะต้องชนะในสงครามครั้งนี้
โดยเฉพาะกับมอร์ เขาคือคนที่เสนอแผนการนี้และตอนนี้มันก็เริ่มแล้วไม่มีทางถอยกลับถ้าเกิดไม่สำเร็จขึ้นมา แกนนอนจะต้องตัดหัวเขามาเสียบเป็นตัวอย่างแน่นอน
ยิ่งฉลาดเท่าไหร่ มอร์ก็ยิ่งรู้ว่าลอร์ดที่เขาทำงานให้ด้วยนั้นอันตรายแค่ไหน
ต้องสำเร็จ...มอร์กำมือแน่น
...
“ว่ายังไงนะ ค่ายโดนโจมตี” ลอร์ดแจ็คสันจากค่ายระดับ2 ค่ายราชาทมิฬดีดตัวขึ้นมาจากที่นั่งด้วยความตกใจ เพราะไม่คิดว่าในเวลานี้จะมีคนมาลอบโจมตี
“ใช่นายท่านพวกมันกำลังจะบุกเข้ามาได้แล้วตอนนี้อยู่ที่ชั้น 3 แล้ว”
ค่ายแจ็คสันตั้งขึ้นบนตึกสูงซึ่งก็เหมือนกับค่ายอื่น ๆ ตึกสูงหาง่าย ป้องกันง่าย แต่ขณะเดียวกันข้อเสียก็มีถ้าโดนยึดมันก็หนียาก เพราะว่าจะต้องโดนยึดจากชั้นล่าง ๆ ลงมาก่อน
ทางเลือกสุดท้ายที่ทำได้คือทำลายทางขึ้นแต่ว่าลอร์ดแจ็คสันไม่คิดจะทำแบบนั้น
“เราจะทำลายทางขึ้นไหมถ้ามันขึ้นมาได้เราแย่แน่ ๆ เลย”
“คิดว่าฉันอยากทำลายบ้านตัวเองเหรออย่าคิดทำลายถ้าไม่มีคำสั่งเข้าใจไหม อีกอย่างจะตื่นตกใจไปทำไม ไปปลุกคนที่กำลังหลับทั้งหมดมาช่วยกันสิส่งไปยันไว้อย่าให้มันขึ้นมา พวกนั้นเลือกโจมตีตอนกลางคืนมีแต่ซอมบี้ งั้นเราก็ยันไว้แล้วก็สาดเลือดสดออกไปจากด้านบนล่อซอมบี้มา ไอ้พวกโง่นั้นโดนรุมกินแน่นอน” ลอ์ดแจ็คสันใช้วิธีรับมือกับศัตรูที่บุกมาด้วยการใช้ซอมบี้
ที่จริงวิธีนี้ก็รู้จักกันในเน็ตเหมือนกัน
เรียกว่าการใช้สภาพแวดล้อมให้เกิดประโยชน์ด้วยปัจจัยสภาพแวดล้อม ทั้งอาคาร เวลากลางคืนแบบนี้พวกเขาสามารถทำมันได้
“ได้นายท่าน แต่ว่ากำลังคนเราอาจจะไม่พอถ้าให้ต้านไว้อาจจะไม่อยู่”
“หมายความว่ายังไง คนเรามีตั้งเยอะ”
“ไม่ใช่ ก่อนหน้านั้นน่ะเยอะแต่ว่าเราส่งคนไปที่ดันเจี้ยนเกินครึ่งหนึ่ง ส่วนที่เหลือก็ไม่ได้แข็งแกร่งที่สุดด้วย”
ใบหน้าของแจ็คสันเหมือนจะนึกอะไรออก “จริงด้วยเวรแล้วไงลืมไปเลย”
ตู้ม!
อยู่ ๆ ตอนนั้นก็มีเสียงดังเกิดขึ้นในตึก
“เกิดอะไรวะ”
“ผม...ผมไม่รู้”
“ไม่รู้ก็รีบออกไปดูสิ”
ลอร์ดแจ็คสันเตะลูกน้องไปทีหนึ่งด้วยความโมโห
ลูกน้องรีบวิ่งออกทั้งที่ยังไม่ทันยืนได้ดี
หลังจากหายไปนานสองนานอีกฝ่ายก็กลับเข้ามาด้วยสีหน้าที่แตกตื่นกว่าเดิม
“นายท่านแย่แล้ว คราวนี้แย่จริง ๆพวกที่บุกเข้ามามีอาวุธครบมือ มันไม่เหมือนค่ายระดับ 2 เลย แต่ละคนมีปืนและระเบิดขวดมาด้วยคนของเราต้านไม่อยู่แล้ว”
“ค่ายระดับสามโจมตี ทำไม ฉันไปทำอะไรให้พวกมันถึงดึงดูดค่ายระดับสามไม่ได้...ทำลายทางขึ้นหรือยัง เมื่อกี้แกออกไปได้ทำลายมันไหม”
“เออ...ก็นายท่านบอกว่าไม่อยากทำลายถ้าไม่จำเป็น”
“ไอ้เวร นั้นมันก่อนหน้านั้นตอนนี้พวกมันคงขึ้นมาถึงชั้นแปดแล้วมั้ง” ลอร์ดแจ็คสันร้อนใจมากรีบวิ่งออกไปก่อนจะก้มไปดูที่บรรไดทางขึ้นได้ยืนเสียงฝีเท้าจำนวนมากกำลังบุกเข้ามา
สมุนด้านข้างก็กลัวจนหน้าซีดเหมือนกัน
“แกรีบไปตามคนอื่นบอกว่าให้ฆ่าพวกมันให้หมด”
“ฆ่า แต่นายท่านพวกมันมีปืน”
“ปืนเราก็มีจะไปกลัวอะไรกันวะ”
ปืนแค่สิบกระบอกเนี่ยนะ...ลูกน้องอยากจะท้วงปืนสิบกระบอกพวกเขายังต้องผลัดกันถือด้วยซ้ำ แต่ศัตรูเล่นพกกันมาคนละหนึ่งถึงสองกระบอก
บางคนแม่งมีระเบิดมือด้วยซ้ำแล้วจะให้เขาเอาอะไรไปสู้
“เร็วสิ นี่เอาปืนนี้ไปแล้วลงไปสู้กับพวกมันถ้าทำสำเร็จ ฉันจะให้แกเป็นรองหัวหน้าเลย ไปสิไอ้เชี่ยนี่มีปืนในมือยังตาขาวอยู่ได้”
“แล้วหัวหน้าจะทำอะไร”
“ฉันจะไปเอาไพ่ลับไง รับลองพวกมันหายไปแน่นอน”ลอร์ดแจ็คสันกล่าวอย่างมั่นใจ
ลูกน้องรังเลไปมา สุดท้ายก็กัดฟันวิ่งลงไปพร้อมกับปืนลูกโม่ในมือแต่ว่าวิ่งไปไม่กี่ก้าวกับสะดุดบันไดหน้าทิ่ม ปืนในมือลั่นไกยิงเข้าปลายคางของตัวเองนอนจมกองเลือดอยู่ตรงนั้น
แม้แต่ลอร์ดแจ็คสันก็ยังอ้าปากเหวอกับสิ่งที่เกิดขึ้น
“ไอ้โง่นี่”ลอร์ดแจ็คสันไม่มีเวลามาคิดมากวิ่งกลับเข้าไปในห้อง ก่อนจะเปิดผ้าคลุมที่มุมห้องออกมามันคือเครื่องส่งใส่แก่นพลังงานเข้าไปก็เปิดใช้งาน
“จะอยู่รอให้โง่เหรอ พวกนั้นมานี่จะต้องฆ่าลอร์ดแน่นอนงั้นก็ช่างมันหอคอยโลกาวินาศแล้วยังไงวะ ถ้าตายทุกอย่างก็จบ”
“หอคอยโลกาวินาศล็อกเอ้าน์”
...
เกิดเหตุการณ์ที่ลอร์ดหนีออกไปอย่างต่อเนื่องบางคนก็เลือดจะยอมแพ้ แต่สุดท้ายก็โดนฆ่าตายอยู่ ค่ายระดับ 1 และ 2 โดนทำลายไม่หยุด
ลอร์ดที่เลือกจะออกไปไม่คิดจะกลับมาอีกเพราะตราประทับดินแดนโดนแย่งชิงไปแล้ว พวกเขาเข้ามาในโลกนี้ไม่ได้อีกแต่ก็ยังดีกว่ามาทิ้งชีวิตไว้ที่นี่
ตราประทับดินแดนค่อย ๆ ถูกพวกทหารที่ยึดได้มอบให้กับกองกำลังของค่ายแกนนอน
“เสร็จธุระพวกแกแล้วของทั้งหมดเป็นของพวกเราส่วนอาณาเขตนี้ยกให้ค่ายพวกแกดูแลแล้วก็อย่าลืมส่งเครื่องบรรณาการมาด้วยล่ะ”
“แน่นอนขอบคุณมาก พวกคุณใจดีจริง ๆ”
ทหารที่ร่วมสู้ด้วยยิ้มแย้มและทักทายด้วยความสุภาพแต่ในใจกลับกำลังร้องไห้อยู่ พวกเขาช่วยโจมตี คนก็เสียไปเยอะ แต่ว่ากลับได้แค่ค่ายที่ว่างเปล่าแน่นอนว่าในอาณาเขตนี้อาจจะมีของดีอยู่แต่มันหมายถึงพวกเขาต้องไปเสี่ยงตายหาเองอีกอยู่ดี
กลับกับคนจากค่ายแกนนอนเอาแต่อยู่ด้านหลังต่อให้สู้ก็ใช้พวกเขาเป็นโล่ไม่มีใครตายสักคน ยังกวาดเอาของไปจนหมดตราประทับดินแดนด้วย
แต่จะให้บ่นไปก็ไม่ได้อะไร ใครใช้ให้ค่ายพวกเขาเป็นค่ายระดับ3 กัน แถมยังเป็นระดับ 3 ที่แข็งแกร่งที่สุดด้วย
ทหารจากค่ายแกนนอนเก็บตราประทับดินแดนที่กลับคืนสู่รูปร่างเดิมกลับเข้าไปในกล่องที่เตรียมไว้และเริ่มขนย้ายพวกมันพร้อมกับของที่ยึดได้จากค่ายอย่างระมัดระวัง
“ฮ่า ๆ ตราประทับก็ได้มาแล้ว งั้นคืนนี้พวกเราหาที่พักแล้วเล่นกับผู้หญิงพวกนี้กันก่อนดีไหม”
“ก็ดีเหมือนกัน ยังไงซะตอนนี้ก็ดึกมากแล้วเดินทางกลางคืนอันตรายจะตาย”
“แหมหัวหน้าอันตรายเหรอ พวกเรา 10คนยังถล่มค่ายระดับสองนั้นมาแล้ว ซอมบี้ก็แค่ของกล้วย ๆ”
“ฉันว่าหัวหน้ากะจะเอากล้วยให้พวกเธอกินมากกว่าใช่ไหม”
“ฮ่า ๆ ๆ”
“ไอ้เวรนี่ งั้นแกเป็นคนสุดท้าย”
“เอ้าหัวหน้าทำไมงั้นล่ะ”
“ไป ๆ หาที่พักกันอีกไม่ไกลมีอาคารร้างอยู่ใช้ที่นั่นได้”
“ฉันเอาสองคนนี้ พวกแกแบ่งกันเองแล้วกันพวกเธอมานี่หรือว่าจะให้ฉันลากไปเลือกเอา” หัวหน้าหน่วยทหารกระชากหญิงสาวสองคนและหายเข้าไปในอาคารใกล้ๆ
ลูกน้องพากันหันไปมองผู้หญิงสวย ๆ พวกเธอคือสาวๆ ของลอร์ด ซึ่งมันยากมากที่จะได้สัมผัสผู้หญิงระดับนี้
ใบหน้าของแต่ละคนจึงเต็มไปด้วยความหื่นกระหายฉุดกระชากลากกันไปจัดการส่วนคนเฝ้านั้นในใจก็ร้อนรุ่มคิดแต่ว่าเมื่อไหร่จะถึงคิวของตัวเอง
โดยที่ไม่ทันสังเกตเลยว่ารอบ ๆอาคารที่มันเลือกกันนั้นมีคนเข้ามาล้อมไว้อยู่แล้ว