ตอนที่ 320 เย้ายวนและน่าหลงใหล
นิทานใช้เวลาอยู่ครู่ใหญ่กว่าจะจัดการอารมณ์อันปั่นป่วนของตนเองได้ ยิ่งเขาออกพบพานหลายสิ่งหลายอย่างความคิดและความรู้สึกของเขาก็ได้รับการทดสอบตลอดมา
หากเป็นสมัยที่ยังเป็นหน่วยลาดตระเวนเขาคงไม่สนใจนักผจญภัยกลุ่มนี้แม้แต่น้อย เพียงจดจำและรายงานไปตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย เขาเกลียดปัญหา เกลียดความยุ่งยาก แม้เขาจะไม่ใช่คนใจดำแต่ก็ไม่ใช่คนใจดีอะไร
ในโลกของเขาตอนนั้นเหลือเพียงคีตาเท่านั้นที่สำคัญ
เมื่อได้ออกเดินทาง พบพานคนใหม่ ๆ มีสหายอย่างเพื่อนในหน่วย 3 เขาจึงเริ่มเปิดใจกับคนแปลกหน้ามากขึ้น เมื่อได้พบไพลินเขาจึงเข้าใจคำว่าความเชื่อใจ หลังผ่านพ้นเหตุการณ์ที่หมู่บ้านเปลวเหมันต์เขาจึงได้รับรู้ถึงคำว่ามิตรภาพอันเท่าเทียม เมื่อร่วมกับฝักฝ่ายเขาจึงได้เข้าใจถึงการพึ่งพาและถูกพึ่งพา
ผลลัพธ์จากการเปลี่ยนแปลงทำให้เขาตัดสินใจตามไปช่วยเหลือกลุ่มเด็ก ๆ ไม่สิ ถึงเป็นตัวเขาในอดีตก็คงจะพยายามช่วยเช่นกัน เพียงแต่คงไม่พยายามเสี่ยงชีวิตเกือบตายเช่นนั้น อาจจะหลบหนีไปตั้งแต่พบว่าอีกฝ่ายเป็นนักสลักโท รวมถึงคงไม่พาโอไรออนร่วมทางไปด้วย
จุดเปลี่ยนสำคัญคือบาราทรัม การได้เห็นการโจมตีของเรอุสที่ได้ปลุกเร้าความต้องการในอดีตให้ตื่น สิ่งที่ถูกกลบไปเพราะชะตาชีวิตและความสูญเสีย การได้ตั้งมั่นกับความฝันและพยายามเพื่อมัน
หลังจากนั้นจึงเป็นการเปิดใจแก่ผู้พันลาลันตา ผู้ใหญ่ที่คอยช่วยเหลือเขาเสมอมาและให้พื้นที่แก่เขาอย่างเต็มที่ เป็นตัวเขาเองที่คอยผลักเธอออกเพราะหวงแหนพื้นที่เล็ก ๆ ของครอบครัวที่เหลือเพียงเขาและคีตา การเติบโตที่ผ่านมาทำให้เขาสามารถยอมรับความห่วงใยจากผู้พันลาลันตาได้ในที่สุด
ความรู้สึกอบอุ่น ความรู้สึกปลอดภัย และความรู้สึกที่ได้มีสิ่งที่เรียกว่าบ้านทำให้นิทานยิ้มบ่อยขึ้น
ท้ายที่สุดจึงเป็นการพบคู่แข่ง เป้าหมาย ความประทับใจ ความนับถือ และความรู้สึกที่นิทานยังไม่เข้าใจ ซอเด็ตทำให้นิทานตั้งมั่นอยากชนะ อยากก้าวขึ้นไปให้สูงกว่านี้ ไม่ใช่เพราะใคร่รู้หรือเพราะเขาสามารถทำได้ แต่เป็นเพราะเขาต้องการเอาชนะ
แม้เขาจะได้พบกับความหวาดกลัวจากแผนการขององค์ชาย 2 แต่เพื่อนที่พึ่งพาได้ของเขาก็รับมือได้ เป็นความหวาดกลัวที่ถึงแม้จะทำให้เขาสั่นสะท้านแต่ก็ไม่หลุดลอยไปเพราะเขานั้นรู้ว่ามีสหายที่พร้อมช่วยกันแก้ปัญหา
ชีวิตของนิทานในตอนนั้นเป็นช่วงเวลาที่สวยงาม เขาตื่นเต้นกับมหาทวีปที่รอให้เขาไปค้นพบ วาดฝันกับภาพอนาคตที่เขากำลังจะก้าวไป ศรัทธาและมั่นใจกับความสามารถของตน และทุกอย่างก็เกือบจะแตกสลายลงอีกครั้งเพราะการพบเจอบลังก้าและกลุ่มคนที่เรียกตนเองว่าผู้ศรัทธาแห่งรัก
เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเร็วจนไม่อาจตั้งตัว เขาเพียงไปเพื่อกำจัดกลุ่มโจรเท่านั้น แต่สิ่งที่เขาพบเจอกับหนักหนากว่านั้นมาก การเข้าไปตรวจสอบรังของกลุ่มโจรกลับทำให้เขาโดนกับดักที่ไม่ได้วางไว้เพื่อเขาด้วยซ้ำ กลายเป็นว่าชีวิตของเขาอยู่ในอันตรายจนเพื่อนของเขาเกือบต้องเสียสละสิ่งสำคัญไป
แม้เขาจะรอดมาได้แต่ท้ายที่สุดแล้วก็ยังมีชีวิตอีกนับร้อยที่สูญเสียไป ระเบิดคำสาปเหล่านั้นที่บลังก้าเตรียมการไว้ไม่มีใครรู้ตัวแม้แต่น้อย ผู้ศรัทธาแห่งรักได้จัดเตรียมทุกอย่างจนถึงจุดที่ไม่อาจแก้ไขได้อีกจึงแสดงตัว และนิทานก็ดันซวยไปอยู่ท่ามกลางภัยพิบัตินั้น
กลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่าผู้ศรัทธาแห่งรักนั้นปรากฏตัวออกมาเพียงไม่กี่ชั่วโมงในชีวิตของนิทานแต่กลับทำลายเขาได้ถึงเพียงนี้ ทำลายความกล้าหาญและความมั่นใจของเขาได้มากถึงเพียงนั้น การเตรียมตัวและสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปจนไม่มีใครตั้งตัวนั้นทำให้นิทานหวาดกลัวผู้ศรัทธาแห่งรักจากใจจริง
น้ำหนักของความรับผิดชอบที่เขาแทบไม่เคยแบกรับกดทับเขาจนไม่อาจหายใจ ยิ่งน้ำหนักนั้นคือชีวิตของคนนับร้อยที่ตายเพราะเขายิ่งทำให้จิตใจของชายผู้พึ่งพ้นวัยเด็กมาได้ไม่นานปริแตก
นิทานเคยฆ่าคน เขาไม่ได้บอบบางถึงขนาดนั้น แต่การที่ต้องแบกรับชีวิตนับร้อยกลับเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ในตอนนั้นเขาหวาดกลัวจนแทบไม่อาจเคลื่อนไหว แม้จะทำใจสู้ปั้นสีหน้าปกติ ปลอบโยนเพื่อนรักที่โทษตัวเองของตนได้แต่ภายในใจตัวนิทานเองเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
หนึ่งในเหตุการณ์ที่โหดร้ายที่สุดในชีวิตกลับเป็นสาเหตุให้เขาได้พบกับหนึ่งในโชคดีที่สุดของชีวิตเช่นกัน เพื่อนของเขานั้นดีกับเขาและไม่โทษเขาเลย เป็นเปลวเพลิงอันอบอุ่นที่ปัดเป่าความมืดในใจเขาให้พ้นไป พาให้เขาสามารถลุกขึ้นยืนได้อีกครั้ง
ท่ามกลางความหวาดกลัวนั้นคือปณิธานเล็ก ๆ ที่ก่อกำเนิดขึ้นท่ามกลางเปลวเพลิง
ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในเวลาเพียงไม่กี่เดือนนี้ได้หลอมภาวะจิตใจของนิทานขึ้นมาใหม่ เขายังคงเป็นคนเดิมที่เกลียดความยุ่งยากและระแวงคน แต่ก็พร้อมจะเปิดใจพบความสัมพันธ์ใหม่ ๆ อย่างระมัดระวัง เขายังคงเย็นชามากพอจะคร่าชีวิตและปล่อยให้คนตายต่อหน้า แต่เขาก็จะพยายามเต็มที่เพื่อช่วยเหลือคนที่สามารถช่วยได้
ครั้งไหนที่เขาเลือกจะปล่อยผ่านและไม่ช่วยเหลือนั้นไม่ใช่เพราะเขาใจดำแต่เป็นเพราะมันมีความเสี่ยงที่เขาไม่อาจรับ เขาทำได้เพียงภาวนาจากใจขอให้ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี การกระทำโดยไม่ยั้งคิดอาจส่งผลร้ายตามมาเกินคาดเดา เขาไม่คิดแบกรับชีวิตของใครอีก
เป้าหมายที่เขาอยากไขว่คว้าและต้องการนั้นยังคงมี เพียงแต่สิ่งที่เพิ่มขึ้นมาคือความรอบคอบและกระบวนการคิดที่มากกว่าเดิม เขาไม่อาจหลับหูหลับตาพยายามโดยไม่สนใจอะไรได้อีก เขามีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบและมีสิ่งที่เขาอยากปกป้อง พร้อมกันนั้นเอง เขาก็มีความฝันและจุดมุ่งหมายที่ต้องการจะไปถึง
คีตาคอยอยู่ข้าง ๆ นิทานตลอดการสงบสติอารมณ์ มันเป็นเพียงสุนัขอายุ 6ขวบ มันไม่เข้าใจความคิดอันซับซ้อนของมนุษย์ มันเพียงเข้าใจว่าห้วงอารมณ์ของนิทานนั้นดีขึ้นมาก ไม่สับสนและปวดร้าวอีก
เมื่อนิทานลืมตาขึ้นอีกครั้งคีตาจึงส่ายหางน้อย ๆ เอาหัวเข้าไปแนบกับแก้มของนิทานอย่างรักใคร่ มันทำเช่นนี้เสมอในเวลาที่นิทานต้องการที่พึ่ง
ไม่เป็นไรแล้วล่ะ ขอบคุณนะ นิทานยิ้มบาง กอดหัวใหญ่โตของม้าแผงคอแดงด้วยความรักที่มากล้นไม่แพ้กัน เขาเพียงต้องการเวลาครู่หนึ่งเพื่อเข้าใจในตนเองและซึมซับประสบการณ์ชีวิตที่เขาได้พบพาน
นิทานเลิกสนใจกลุ่มนักผจญภัยพวกนั้นไปแล้วจึงเริ่มเดินทางตามผืนป่า สำรวจบริเวณโดยรอบ ตามหาต้นหอมแสนลี้ที่เขาต้องการ ตามข้อมูลที่ได้รับมาต้นหอมแสนลี้นี้สมควรตามหาไม่ยากนัก แม้จะไม่ถึงระดับแสนลี้ตามชื่อแต่กลิ่นของมันสามารถฟุ้งกระจายไปได้ไกลหลายร้อยเมตร
เพื่อความไม่ประมาทนิทานไม่เชื่อเพียงการตามกลิ่นเพียงอย่างเดียว ในป่าเช่นนี้อาจมีพืชชนิดอื่นหรือก๊าซธรรมชาติกลบกลิ่นของต้นหอมแสนลี้ได้ การเดินทางตามหาตรวจตรายังคงเป็นสิ่งจำเป็น
ขนาดของต้นหอมแสนลี้นี้ไม่ได้ใหญ่โตกว่าต้นไม้ทั่ว ๆ ไปต้นอื่น มันเป็นต้นไม้ที่ออกดอกหอมหมื่นลี้ตามกิ่งสูง ต่างกับดอกหอมหมื่นลี้ธรรมดาที่เป็นพุ่มเตี้ย จากข้อมูลที่ได้รับมา ดอกไม้ของมันมักเป็นสีที่ผสมปนเปกัน ดอกหอมหมื่นลี้ที่พิเศษจำเพาะเช่นนี้จะถูกเรียกว่าดอกหอมแสนลี้ เป็นวัตถุดิบสำหรับปรุงยาระดับสูงอันหลากหลายหรือแม้แต่นำไปกลั่นทำน้ำหอม
สิ่งที่พบเพิ่มเติมผ่านพลังอาณาเขตคือสัตว์อสูรระดับอริยะ 3ตัวที่กระจายตัวกันอยู่ตามมุมต่าง ๆ ของป่าแห่งนี้ เขตแดนของพวกมันกินพื้นที่เข้ามาฝั่งแม่น้ำมากกว่าทะเลทรายอย่างชัดเจน สมควรเป็นเพราะพวกมันหวาดกลัวตัวตนในทะเลทรายฝังอัญมณี
นิทานเริ่มต้นโดยการมุ่งขึ้นเหนือ ไปยังบริเวณขอบของพื้นที่ที่ถูกระบุ แล้วจึงไล่ตามหาลงมาทางทิศใต้ เมื่อพบเจอสัตว์อสูรแม้จะเป็นระดับต่ำนิทานก็เลือกที่จะเลี่ยงและพยายามเร้นตนด้วยพลังจางหาย หากตัวใดมีประสาทสัมผัสดีพอจึงรีบจัดการโดยไม่ให้เกิดพลังจิตวิญญาณรั่วไหลมากนัก
การตามหากลับไม่ง่ายอย่างที่นิทานคาดเมื่อป่าที่รกทึบแห่งนี้ทำให้พลังอาณาเขตไม่อาจครอบคลุมทุกพื้นที่ บางจุดที่ราวกับทางตันเพราะถูกขวางไว้ด้วยก้อนหินและต้นไม้หนาทึบกลับมีลานกว้างอยู่ทางด้านหลัง
พื้นที่ติดแม่น้ำบางจุดดูเหมือนโล่งกว้างหากกลับเต็มไปด้วยสัตว์มีพิษบริเวณต้นไม้พุ่มเตี้ยทำให้ยากต่อการเดินทาง ปัจจัยทั้งหมดนี้ทำให้การตามหาต้นหอมแสนลี้กินเวลานาน
เพียงพื้นที่รอบป่านี้นิทานและคีตาใช้เวลาไปจนหมดวันเพื่อตรวจสอบ ยามที่พระอาทิตย์จากลาทั้งสองจึงได้หยุดพัก แสงไฟกะพริบวูบวาบปรากฏขึ้นหลายจุดในป่าแห่งนี้ ไม่เพียงนักผจญภัยที่ก่อกองไฟเพื่อพักผ่อน สัตว์อสูรที่มีสติปัญญามากพอย่อมเริ่มก่อกองไฟเช่นกัน
พวกมันไม่ได้มีสติปัญญาถึงขั้นใช้กองไฟหุงหาอาหาร หากใช้เพื่อความอบอุ่นและประกาศพื้นที่ ตัวคีตาเองหลังจากแยกจากนิทานไปจุดกองไฟปลอม ๆ หลายกองที่รอบ ๆ ป่า แล้วจึงกลับมารวมตัวกับนิทาน
หายากกว่าที่คิดมากเลยนะเนี่ย นิทานถอนหายใจ เขาใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงในการตัดผ่านป่าเขตนอกมาจนถึงพื้นที่ตรงนี้ แต่กลับเสียเวลาทั้งวันเพื่อตรวจสอบสภาพโดยรอบ พลังอาณาเขตถูกใช้งานเต็มกำลังยังใช้เวลามากถึงเพียงนี้ กับคนที่ไม่มีความสามารถตรวจจับนิทานแทบไม่อยากนึกถึง
เขาพลันเข้าใจในทันทีว่าเหตุใดสมบัติตามธรรมชาติจึงมีค่าสูงนัก ไม่เพียงมันอยู่ในที่ที่ยากแก่การเข้าถึง การตามหาตัวมันยังยากลำบากมาก
ความยากในการตามหาเกิดจากบรรดาสัตว์อสูรระดับอริยะ เขาไม่อยากเปิดเผยตัวจึงได้แต่เดินทางตามหากันอย่างละเอียดด้วยสองมือสองเท้า ไม่เพียงต้องหลบเลี่ยงสัตว์อสูรเหล่านี้ เขายังต้องคอยตรวจสอบพื้นที่โดยรอบที่ดูแปลกตาอย่างแอ่งน้ำขังที่ดูไม่น่าจะมีสิ่งใดอยู่แต่กลับเป็นทางเชื่อมไปยังหลุมใต้ดิน ลานกว้างที่เต็มไปด้วยสัตว์มีพิษ หรือแม้แต่ดงต้นไม้หนาทึบที่เชื่อมถึงกันหมด
การตรวจสอบอันยากลำบากตลอดวันจบลงด้วยความผิดหวัง ทั้งสองไม่พบร่องรอยของต้นหอมแสนลี้ ไม่มีแม้แต่กลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ที่สามารถนำพาพวกเขาไปหาตัวต้นได้ แต่นั่นก็ทำให้เกิดข้อสรุปใหม่เช่นกัน
ต้นหอมแสนลี้นั้นไม่อยู่ในพื้นที่ป่า
ตัวคีตาที่แม้จะเหนื่อยล้าแต่ก็ดูจะตื่นเต้นไม่แพ้กัน หางม้ายาวไสวของมันส่ายไปมายามสูดกลิ่นไอของความร้อนแห้งแล้งและกลิ่นเม็ดทรายในอากาศ
ต้นหอมแสนลี้นั้นอยู่ในทะเลทรายฝังอัญมณี พื้นที่อันตรายที่ติดกับเขตแดนต้องห้ามอย่างหุบเหวแห่งผู้บิดเบี้ยว
นิทานกางแผนที่ของตน ขีดฆ่าพื้นที่ป่าทั้งหมดด้วยความมั่นใจ วงกลมอันใหญ่โตมโหฬารนี้กลับมีประโยชน์กว่าที่นิทานคิดในทีแรกมาก เขาเพียงกวาดตามองความกว้างขวางของทะเลทรายนี้ที่กว้างเกือบเท่าหนึ่งในห้าของอาณาจักรไฟกัลป์แล้วก็ถอนใจไม่ได้ ถึงให้ลดพื้นที่ลงมาเหลือใกล้ฝั่งไฟกัลป์ก็ยังมีโอเอซิสนับพัน ๆ แห่ง
วงกลมนี้ทำให้พื้นที่ค้นหาลดแคบลง เมื่อตัดโอเอซิสที่เล็กจนเกินไปออกทั้งหมดจึงเหลือเพียง 4โอเอซิสที่ใหญ่พอจะหล่อเลี้ยงต้นหอมแสนลี้ได้
สารอาหารเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการเติบโตของต้นหอมแสนลี้ นิทานจึงพอจะเดาได้ว่าโอเอซิสเหล่านั้นต้องห่างไกลจากคำว่าสงบสุข ไม่เพียงสัตว์อสูรเท่านั้นที่แก่งแย่งพื้นที่กัน ยังมีกลุ่มโจรทะเลทรายที่อาศัยอยู่ในพื้นที่บางส่วน การที่พวกเขาเอาชีวิตรอดได้ในพื้นที่อันตรายเช่นนี้นั้นบอกถึงความสามารถที่ไม่อาจประมาท
ฝ่าทะเลทรายร้อนระอุ เข้าสู่พื้นที่ที่ไม่รู้จัก เผชิญกับพายุทรายและหลุมดูด ต่อกรกับโจรทะเลทราย ไปยังโอเอซิสที่มีสัตว์อสูรระดับอริยะปกครอง แล้วยังต้องลักลอบชิงยางสนออกมาให้ได้ และที่สำคัญยิ่งกว่า หากเขาโชคร้ายไม่เจอในโอเอซิสแรก ๆ ที่ไป ทั้งสองจะต้องทำเช่นนี้ถึง 5ครั้ง
ภายในเวลาไม่กี่เดือนที่เหลืออยู่นี้เขาต้องหาวัตถุดิบทั้งหมดให้ครบ และนี่คือวัตถุดิบชิ้นแรกเท่านั้น
ความยากลำบากกลับทำให้ทั้งสองเผยรอยยิ้มกว้างบนใบหน้า ชายผู้เกลียดความลำบากยามนี้กลับตื่นเต้นกับความยากลำบากของการพบเจอสิ่งใหม่ ๆ และท่องไปในดินแดนที่ไม่เคยเหยียบย่าง
การผจญภัยบางครั้งอาจจะโหดร้ายและน่าเศร้า แต่ก็ไม่มีทางปฏิเสธได้เลยว่ามันมีเสน่ห์เย้ายวนที่ทำให้ใครหลายคนต่างหลงใหล