“ดูสะพานนั่นสิ มันเป็นสถานที่แข่งหลอมยาระหว่าง 2 ตึกยา”
“กลางสะพานเลยเนี๊ยนะ บ้าไปแล้วทั้งลมแรงทั้งมีแสงจ้า ข้าได้ยินมาว่านักหลอมยาต้องการห้องสงบๆไม่ใช่เหรอ”
“ใช่แล้วล่ะ แต่นี่เป็นการแข่งมันจะต้องมีสิ่งท้าทาย แต่ตอนนี้ข้ายังไม่เห็นคนของตึกยาสวรรค์ พวกเขาไปไหนกัน”
ชาวเมืองต้วนอี้ที่มารอดูการหลอมยายืนเต็มสองฝั่งคลองน้ำ วันนี้คึกคักเป็นอย่างมากเพราะผู้คนแห่กันมาเต็มสองฝั่งลำคลอง ทำให้ตลาดเมืองต้วนอี้แทบจะยกขโยงมายังสถานที่แห่งนี้ ไม่เพียงแค่ชาวเมืองเท่านั้นที่เดินทางมาออกัน ตระกูลใหญ่ทั้ง 3 และเจ้าเมืองต้วนอี้ต่างเดินทางมาด้วย
“เหอะ ไม่ใช่ว่าตึกยาสวรรค์กลัวหัวหดจนหลบหนีไปแล้วหรอกใช่ไหม”
“ฮ่าๆๆๆ”
เสียงหัวเราะเยาะดังสนั่นมาจากทางฝั่งตระกูลเฉินที่เป็นคนจัดสถานที่แห่งขัน ทุกอย่างที่ถูกตกแต่งเป็นของตระกูลเฉินทั้งหมด พวกมันที่มาตั้งแต่เช้ากลับเห็นอีกฝ่ายหัวหดไม่โผล่หัวออกมา อย่างไรก็ตามเสียงหัวเราะกลับหยุดลงเมื่อเห็นกลุ่มคนสวมชุดของตึกยาสวรรค์กำลังเดินไปยังสถานที่นั่งที่อยู่อีกฝั่งของลำคลอง
“แหมแหม พวกข้าแค่ตื่นสายเพราะเมื่อคืนแทบไม่ได้นอนจากอาการตื่นเต้น ไม่คิดเลยว่าจะได้ยินคำนินทาตั้งแต่เช้าแบบนี้”
ซิงเยียนเดินไปนั่งไขว่ห้างบนเก้าอี้มองจ้องทุกๆคนที่นั่งอยู่อีกฝั่ง จากการจัดเก้าอี้ที่นั่ง เป็นการไม่ไว้หน้าเธอแม้แต่น้อย เนื่องจากว่าผู้เข้าแข่งขัน เจ้าเมืองและตระกูลใหญ่จะต้องมีที่นั่งฝั่งเดียวกันแล้วให้อีกฝ่ายของคลองเป็นของชาวบ้าน
ตระกูลเฉินกลับไม่ได้จัดเก้าอี้แบบนั้น พวกมันได้จัดตระกูลใหญ่และเจ้าเมืองไว้ฝั่งเดียวกัน ส่วนพวกเธอต้องมานั่งรวมกับชาวบ้าน ไม่เพียงเท่านั้นฐานรองของพวกเธอยังไม่มี ทำให้เก้าอี้เตี้ยกว่ากำหนดจนมองไม่เห็นสิ่งที่อยู่บนสะพาน อย่างไรก็ตามเธอกลับจัดการปัญหาได้ง่ายดายด้วยการนำกล่องไม้เสริมมาเองเพื่อต่อเติมให้เก้าอี้มันสูงขึ้น จนอีกฝั่งที่เห็นกล่องเสริมเป็นทองทั้งหมดถึงขั้นตะลึงงัน
“สวัสดีท่านเจ้าเมือง สวัสดีผู้นำตระกูลอู่ สวัสดีผู้นำตระกูลกัว ข้าซิงเยียนขอเคารพพวกท่านทั้งหมดที่มาเป็นพยานในการแข่งหลอมยาวันนี้ ผู้นำตระกูลเฉิน ข้าว่าเราควรจะเริ่มประกาศได้แล้วล่ะ ว่าเราพนันอะไรกันเอาไว้ หากการหลอมยาเริ่มได้เร็วไวข้าคิดว่ามันคงจะเป็นเรื่องดีกับเราทั้งสองฝ่าย ท่านว่าไหม”
ซิงเยียนฉีกยิ้มส่งไปให้ผู้นำตระกูลเฉิน มันจึงหัวเราะลั่นด้วยความจองหองอย่างถึงที่สุด การแข่งสำหรับมันไม่จำเป็นต้องรีบ วันนี้คนที่เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ในสายตาของมันกำหนดแล้ว
“ฮ่าๆๆ ซิงเยียน ท่านรีบอย่างนั้นสินะ ท่านไม่ต้องรีบก็ได้ เส้นทางกลับหลงไห่ยังเปิดกว้างเสมอ ข้าให้คนไปสำรวจดูแล้วพบว่าไม่มีโจรในเส้นทาง”
“แหมแหม เป็นเรื่องอำที่น่าขำขันไม่น้อย งั้นข้าขอเล่นด้วยก็แล้วกัน ประตูเมืองต้วนอี้น่ะ ท่านจะออกบานไหนก็ได้ ข้าให้คนสำรวจแล้วเช่นเดียวกัน”
“คุณหนูซิงเยียน ข้าอยากเพิ่มการพนันเข้าไปด้วย ท่านคิดว่ายังไงบ้าง หากท่านแพ้ ท่านมาแต่งกับข้าเป็นอย่างไร”
“หืม” ซิงเยียนกระแอมในลำคอ จู่ๆการสนทนาของเธอก็ถูกแทรกแซงด้วยน้ำเสียงของนายน้อยตระกูลเฉิน
“ฮ่าๆๆ ลูกพ่อ เจ้าชอบแม่นางคนนั้นหรือ” ผู้นำตระกูลเฉินแกล้งหัวเราะออกมาด้วยน้ำเสียงพอใจ ก่อนจะหันมาทางซิงเยียน มันต้องการย่ำยีศักดิ์ศรีของเธอก่อนจะส่งกลับหลงไห่
“ว่าไงท่านซิงเยียน ลูกค้าอยากพนันด้วย ท่านคิดเห็นอย่างไร”
“ได้สิ แต่ทางฝั่งของข้าก็ต้องเพิ่มการพนันเข้าไปด้วยเช่นกัน หากพวกข้าชนะ คนทั้งตระกูลเฉินจะต้องกลายเป็นทาสของตึกยาสวรรค์ ท่านมีความคิดเห็นอย่างไร”
ซิงเยียนฉีกยิ้มกว้างหลังจากเห็นสีหน้าของผู้นำตระกูลเฉินที่กำลังโกรธถึงขั้นชี้หน้าเธอข้ามฝั่งคลอง ถึงอย่างนั้นเธอกลับไม่ได้สนใจ เธอไม่ใช่คนที่จะปล่อยให้ใครย่ำยีศักดิ์ศรีได้
“ตายจริง หรือว่าท่านไม่กล้า”
“ถ้าอย่างนั้นข้าขอประกาศก็แล้วกัน หากพวกเราชนะคนของตึกยาสวรรค์จะต้องเป็นทาสของพวกเราตระกูลเฉิน”
“แหม นายน้อยเฉินไม่อยากได้ข้าไปเป็นภรรยาแล้วหรือ เมื่อครู่ผู้นำตระกูลยังเห็นดีด้วยเลย ไม่คิดว่าจะเปลี่ยนคำพูดเร็วขนาดนี้ เอาล่ะๆ ข้าเหนื่อยจะพูดแล้ว ประกาศการพนันและประกาศกฎกันเถอะ พวกเราที่มาจากเมืองหลงไห่จะได้รู้ว่าตระกูลเฉินแห่งเมืองต้วนอี้จะเอาเปรียบพวกข้ามากแค่ไหน”
ผู้นำตระกูลเฉินโกรธจนหน้าแดงหลังจากเห็นท่าทางชาวบ้านที่อยู่คลองฝั่งตรงข้ามกำลังหัวเราะเยาะพวกมัน
“เงียบ~!” เสียงร้องตะโกนเต็มไปด้วยความกดดันของระดับราชาวิญญาณกดดันชาวเมืองที่กำลังหัวเราะเยาะ จนทำให้เสียงหัวเราะเยาะหยุดลงไป
“ข้าผู้นำตระกูลเฉิน วันนี้ที่ต้องให้ทุกท่านเดินทางมายังสถานที่แห่งนี้ก็เพราะว่าตระกูลเฉินของข้า ได้ท้าประลองกับตึกยาสวรรค์ด้วยการหลอมยาแข่งขัน หากฝ่ายใดพ่ายแพ้จะต้องยกทุกอย่างของตึกยาให้ฝั่งผู้ชนะและจะต้องไม่เข้ามาเหยียบเมืองต้วนอี้เพื่อทำการค้าขายยาและสมุนไพรอีกต่อไป”
ชาวบ้านล้วนเบิกตากว้างหลังจากได้ยินสิ่งที่ผู้ชนะจะต้องได้และสิ่งที่ผู้แพ้ต้องกระทำ การยกทรัยสมบัติให้กับอีกฝ่ายยังพอทำให้กลับมาตั้งตัวได้ แต่การถูกกีดกันให้ออกจากเมืองนับได้ว่าน่ากลัวมาก
“ส่วนการแข่งขันเราจะหลอมยาด้วยกัน 2 ครั้ง โดยจะผลัดกันหลอมเพื่อให้ทุกคนช่วยจับตามอง จะได้รู้ว่ามีใครโกงการหลอมยาหรือไม่” ซิงเยียนพอใจกับการหลอมยา เดิมทีเธอนึกว่าจะแข่งกันเหมือนเมืองหลงไห่ กลับกลายเป็นว่าแต่ละฝ่ายจะต้องผลัดกันหลอมยาท่ามกลางสายตาผู้คน มากมายที่จับจ้องมองดูขั้นตอนและวิธีการเพื่อจับการโกง
“ส่วนเรื่องผลแพ้ชนะเราจะวัดกันที่ระดับของเม็ดยา ใครที่หลอมยาได้ระดับสูงมากกว่าคนผู้นั้นจะเป็นฝ่ายชนะไป หากระดับของเม็ดยาเท่ากันจะวัดจากระดับคุณภาพของเม็ดยา ใครที่มีคุณภาพเม็ดยาสูงกว่าจะเป็นผู้ชนะ”
“ผู้นำตระกูลเฉิน ข้าขอถามได้หรือไม่ว่าการผลัดกันส่งตัวแทนขึ้นไปมีการตัดสินแบบไหน ยกตัวอย่าง ข้าส่งคนแรกขึ้นไปหลอมยาระดับ 5 ได้สำเร็จ ส่วนคนแรกของท่านหลอมยาระดับ 4 การตัดสินจะเริ่มขึ้นหรือไม่หลังจากคนแรกของท่านและข้าผลัดกันหลอมยาเสร็จ หรือต้องรอให้การหลอมของตัวแทนทั้งสองฝ่ายหลอมยาเสร็จ แล้วนำยาทั้งหมดมาตัดสินผลแพ้ชนะ”
“การตัดสินจะเกิดขึ้น 2 ครั้งด้วยกัน ครั้งแรกจะเกิดขึ้นหลังจากตัวแทนคนแรกของทั้งสองฝั่งหลอมยาเสร็จ ครั้งที่สองจะเป็นการตัดสินหลังจากตัวแทนคนที่ 2 หลอมยาเสร็จ เราจะใช้รูปแบบการนับแต้ม หากว่าพวกเราผลัดกันชนะจนมีแต้มคนละ 1 การแข่งหลอมยาครั้งที่ 3 จะเกิดขึ้น มันจะเป็นการตัดสินครั้งสุดท้ายของพวกเราสองคน”
“ผู้นำตระกูลเฉิน ข้าอยากจะเปลี่ยนกฎได้หรือไม่”
“เจ้ากำลังคิดว่าข้าไม่ยุติธรรม”
“ไม่เลย ข้าไม่ได้คิดเช่นนั้น” ซิงเยียนฉีกยิ้ม เธอกลัวว่าผู้นำตระกูลเฉินจะเปลี่ยนกฎกลางคัน เธอจึงอยากสร้างความได้เปรียบให้ฝ่ายของเธอ
“ข้าเพียงอยากให้การแข่งจบลงเร็วไวไม่มีการแข่งขันรอบที่ 3 จึงอยากเปลี่ยนการเก็บแต้มเป็นการนำตัวยาทั้งหมดมาตัดสินกัน ใครที่ระดับและคุณภาพสูงกว่าก็ชนะไปเลย”
“ได้ ข้าไม่มีปัญหา” ผู้นำตระกูลเฉินยังคงฉีกยิ้มเช่นเดิมเพราะยังไงมันจะต้องเป็นฝ่ายชนะ
“ถ้าอย่างนั้นในฐานะที่ข้าเป็นคนต่างเมืองเข้ามาค้าขายในเมืองแห่งนี้ เห็นทีข้าจะขอสิทธิการขึ้นหลอมยาก่อน ท่านเห็นว่าอย่างไร”
“ฮ่าๆๆๆ เชิญ พวกข้าอยากจะรู้เช่นกันว่าเมืองหลงไห่เขาหลอมยาด้วยวิธีไหน เชิญๆ เชิญตัวแทนของตึกยาสวรรค์ขึ้นไปเถอะ ตอนนี้เจ้าเมืองและผู้นำตระกูลทั้งสองคงอยากจะเห็นพวกท่านหลอมยาแล้ว” ผู้นำตระกูลเฉินกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ถ้าอย่างนั้นข้าก็ขอส่งตัวแทนขึ้นไป” ตงฟางก้าวเดินลงมาจากกล่องเสริม เขาที่เดินทางมาถึงตอนเช้าตรู่เกือบถูกทุบตีเพราะทำให้พี่ซิงเยียนหัวใจเกือบวายกลัวเขาจะกลับมาไม่ทัน
“ข้าขอแนะนำให้ทุกท่านได้รู้จัก เขาผู้นี้เป็นนักหลอมยานิรนามของตึกยาสวรรค์พึ่งเดินทางมาถึงเมืองต้วนอี้เมื่อเช้า เขาเป็นนักหลอมยาที่ควบคุมการหลอมยาทุกๆกระบวนการของหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้า ทุกเม็ดยาได้รับการตรวจสอบจากเขาก่อนจะนำออกมาขาย”
ซิงเยียนแนะนำตงฟางที่อยู่ในรูปลักษณ์นักหลอมยานิรนาม ส่วนคนคุ้มกันตอนนี้เป็นอสูรโลหิตที่นำชุดของตงฟางไปสวมใส่
“เชิญ พวกข้าจะไม่รบกวน หวังว่านักหลอมยานิรนามจะไม่ทำให้พวกข้าผิดหวังหรอกนะ ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้ควบคุมการหลอมยาของหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้าอันยิ่งใหญ่ของเมืองหลงไห่ คงไม่หลอมยาระดับ 2 หรือ 3 ออกมา ฮ่าๆๆๆ”
คนของตระกูลเฉินหัวเราะเยาะเสียงดัง ทางฝั่งตระกูลใหญ่และจวนเจ้าเมืองต่างหัวเราะเยาะตาม ไม่เพียงเท่านั้นทางฝั่งชาวบ้านยังคล้อยตามกับคำพูดของผู้นำตระกูลเฉิน หากตงฟางหลอมยาระดับ 2 หรือ 3 ออกมา
“ข้าหลอมได้หรือยัง”
ตงฟางถามผู้นำตระกูลเฉินด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง เขาอยากรู้ว่าตัวเองเริ่มหลอมยาได้แล้วหรือยัง ทางฝั่งตระกูลเฉินที่ได้ยินแบบนั้นจึงหยุดหัวเราะแล้วผายมือเชิญให้ตงฟางหลอมยา
“ยาที่ข้าหลอมนั้นจะยังไม่บอกระดับ แต่ข้าจะให้ทุกคนได้เห็นสมุนไพรที่ข้าจะใช้หลอมก่อน ทุกคนจะได้ลุ้นว่ายาที่หลอมออกมานั้นจะเป็นยาอะไร”
ตงฟางนำสมุนไพรระดับ 7 ออกมาทั้งหมด 5 ต้น สร้างความตกตะลึงให้ทุกคนไม่น้อยเพราะสมุนไพรระดับ 7 เป็นสิ่งหายากมาก แม้เมืองต้วนอี้จะขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองแห่งสมุนไพร น้อยนักที่พวกเขาจะพบสมุนไพรระดับ 7 หากไม่เดินทางเข้าไปในเขตเมืองหลวงยากจะพบเจอสมุนไพรเหล่านี้ได้
“ข้าหวังว่าท่านนักหลอมยานิรนามจะไม่ทำให้สมุนไพรระดับ 7 ที่ใช้เสียหายจนยากลายเป็นระดับ 6 หรือไม่ก็ระดับ 5 หรอกนะ ฮ่าๆๆ”
ผู้คนต่างพากันขำขัน ตงฟางที่เดินไปหยุดใจกลางสะพานเขาได้กางแขนทั้งสองข้างไปยังลำคลองที่อยู่ฝั่งซ้ายและขวา ภายใต้การกางแขนของตงฟางผู้นำตระกูลเฉินยังคงพูดจาเยาะเย้ยถากถางเช่นเดิม
“ท่านนักหลอมยานิรนาม ท่านจะทำอะไรก็ทำนะ ท่านจะเรียกไฟจากฟ้า ดึงไฟจากน้ำ หรือจะทำอะไรก็ทำเลยพวกข้าจะไม่ยุ่งเพราะต่อไปลูกชายคนโตของข้าที่มาจากเมืองหลวง เขาจะเป็นคนหลอมยา และยาตัวนั้นจะเป็นยาระดับ 5 คุณภาพ 6 - 7 ส่วน ท่านคงไม่กลัวสิ่งที่ข้าพูดหรอกใช่ไหม”
บู้ม!
เสียงของผู้นำตระกูลเฉินหยุดลงกระทันหันเปลี่ยนไปเป็นตกใจขมวดคิ้วเข้าชนกัน เมื่อตงฟางจุดไฟเตาหลอมยาด้วยการระเบิดเปลวเพลิงสีแดงออกไปจากมือทั้งสองข้าง จนลำคลองที่ขั้นกลางระหว่างพวกเขาทั้งสองฝั่งมีกำแพงเพลิงสูงกว่า 10 เมตรขวางกั้นพวกเขาเอาไว้
“ความร้อนนี้มัน เปลวไฟระดับ 7 แย่แล้วหรือว่ามันจะมาจากเมืองหลวง~!”