ยอดคุณชายอันดับหนึ่ง

    บทที่ 47 นักช็อปตัวยง

    บทที่ 47 นักช็อปตัวยง


     

            เย็นวันนั้นเพื่อเป็นการฉลองหวังมู่จึงสั่งให้แม่บ้านทำอาหารที่มีแต่ของโปรดของหวังซินเป็นพิเศษและยังมีเรื่องน่าดีใจอีกอย่าง เพราะเมื่อลูกสองคนไม่อยู่บ้านเขาก็จะมีเวลาส่วนตัวกับภรรยามากขึ้นใช่ไหมล่ะ ?


            “พี่ แล้วพวกเราจะไปกันกี่วัน”


            หวังเฟิงขบคิดเล็กน้อย“อย่างมากไม่เกินเจ็ดวัน เพราะอีกไม่นานเราก็จะเปิดเทอมแล้วนี่ พี่จะพาเราไปพรุ่งนี้เลยจะได้ไปเที่ยวหลายที่หน่อยดีไหม ?”


            หวังซินชักเริ่มไม่แน่ใจขึ้นมาปกติพี่ของเธอคนนี้ชอบเที่ยวเล่นเสียที่ไหนกัน ดวงตากลมโตจ้องไปทางหวังเฟิง“นี่พี่จะพาหนูไปเที่ยวจริง ๆ ใช่ไหม ?”


            เห็นสายตาหวาดระแวงของน้องสาวหวังเฟิงก็ไม่แตกตื่น “แน่นอน”


            “ถ้าพี่หลอกหนูนะหนูจะฟ้องแม่” หวังซินเชิดหน้าพร้อมกับยื่นมือออกไปคีบหมูอบซอสเปรี้ยวหวานขึ้นมาใส่จานตัวเอง


            ‘หึ แม่ก็ไม่อยู่ข้างเธอหรอกนะ’หวังเฟิงคิดในใจ และเพื่อไม่ให้น้องสาวตัวดีสงสัย เขาจึงรีบขอตัวขึ้นห้องไปนอนก่อนพร้อมกำชับหวังซินให้เก็บข้าวของที่จำเป็นเตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางวันพรุ่งนี้


            งานประลองยุทธ์รุ่นเยาว์เป็นงานขนาดใหญ่ ได้รับการยอมรับจากทั้งภาครัฐบาล และเอกชนจุดประสงค์ของการจัดงานนี้ก็เพื่อผลักดันการฝึกวิทยายุทธ์ให้เป็นที่แพร่หลายเพราะโลกปัจจุบันนี้มีความบอบช้ำมาก อันเป็นผลพวงจากสงครามในอดีตรวมถึงการนำทรัพยากรธรรมชาติบนโลกไปใช้อย่างไม่ยั้งคิดส่งผลให้หลายพื้นที่ในโลกเกิดภัยธรรมชาติรุนแรง จนยากที่มนุษย์ธรรมดาจะอยู่อาศัยแต่ถ้าหากมนุษย์มีความแข็งแกร่งขึ้นพื้นที่อันตรายเหล่านั้นก็รอให้มนุษย์ไปบุกเบิก ตั้งรกรากได้


            และด้วยข้อจำกัดทางทรัพยากรนี้เองทำให้ทิศทางการพัฒนาด้านเทคโนโลยี ทุกประเทศทั่วโลกมีความเห็นร่วมกัน พร้อมลงนามทำสนธิสัญญาว่าจะมุ่งเน้นการพัฒนาอาวุธและวิจัยยานอวกาศเป็นหลัก แน่นอน…นั่นเป็นทิศทางการพัฒนาของรัฐบาลกลางยังมีเอกชนบางส่วนที่เน้นพัฒนาเทคโนโลยีด้านอื่นอยู่ เพราะในพื้นที่ภัยพิบัติบางครั้งก็พบวัตถุแปลกประหลาดที่ไม่เคยพบที่ไหนมาก่อน


            แต่เรื่องนี้ต้องค่อยเป็นค่อยไปเพราะการผลักดันการฝึกวิทยายุทธ์เพิ่งจะเริ่มมาไม่ถึงหกสิบปีด้วยซ้ำ


            กลุ่มของหวังเฟิงตอนนี้กำลังนั่งอยู่บนเครื่องบินส่วนตัวของตระกูลหวังคนที่หวังเฟิงพามาด้วย นอกจากหวังซินแล้ว ยังมีผู้ติดตามของทั้งสองคนนั่นคือเฉียวคุน กับเฉียวลี่ งานประลองยุทธ์รุ่นเยาว์ครั้งนี้นอกจากหวังซินที่ลงแข่ง ยังมีเฉียวคุนด้วยอีกคน


            “พี่พอพวกเราถึงแล้วจะไปไหนก่อน หนูอยากไปช็อปปิ้ง”หวังซินไม่ได้สัมผัสความรู้สึกอยากได้อะไรก็ซื้อ ซื้อ ซื้อ มานานแล้วรอบก่อนที่ไปเที่ยวก็อยู่แต่ในเขาทั้งวัน


            หวังเฟิงได้ยินก็ยิ้มรับ“ได้เลย วันนี้ทั้งวันเสี่ยวซินของเราอยากทำอะไร อยากไปไหน พี่ตามใจทุกอย่างแต่พรุ่งนี้ถึงคิวของพี่นะ”


            “อยู่แล้ววันนี้พี่ตามใจหนู พรุ่งนี้หนูก็ตามใจพี่”


            หวังเฟิงพยักหน้าพลางคิดในใจ ‘ดูสิพรุ่งนี้เธอจะทำยังไงยัยเด็กจอมขี้เกียจ’


            เครื่องบินลงจอดที่สนามบินนานาชาติประจำภาคเหนือที่บริเวณลานจอดเครื่องบินส่วนตัวพอเครื่องจอดเรียบร้อย พนักงานต้อนรับบนเครื่องก็ทำหน้าที่เปิดประตูเครื่องบินพร้อมกับพูดว่า“ขอให้สนุกกับการเดินทางค่ะ นายน้อย”


            บันไดเครื่องบินเทียบจอดลงบนทางออกของประตูเฉียวคุณเป็นคนแรกที่ก้าวออกมา ตรวจสอบความเรียบร้อยรอบด้านจากนั้นก็ก้าวเดินลงบันไดไปโดยมีหวังเฟิง หวังซิน และเฉียวลี่ปิดท้ายจากนั้นทุกคนก็เดินขึ้นรถตู้สีดำที่จอดอยู่ไม่ไกล รถตู้นี้ก็เป็นรถของตระกูลหวังที่เฉียวคุนติดต่อหามา


            “พวกเราจะไปที่ไหนก่อนดีครับนายน้อย”เฉียวคุณผู้ทำหน้าที่คนขับรถถามขึ้น


            “พาน้องสาวฉันไปช็อปปิ้งก่อนแล้วกัน”


            ที่จริงสำหรับตระกูลที่ร่ำรวยเศรษฐีทั้งหลาย มักจะมีพนักงานประจำแบรนด์นั้น ๆ มาเสนอสินค้าคอลเลคชั่นใหม่ ถึงที่บ้านอยู่แล้วไม่จำเป็นต้องลำบากไปที่สาขาด้วยตัวเองแม้แต่สินค้ารุ่นไหนที่หายากก็จะมีการคุยหลังบ้านในการเก็บสินค้าไว้ให้กับลูกค้าวีวีไอพี


            แต่เมื่อมาถึงจุดหนึ่งตระกูลที่ต้องการรักษาความเป็นส่วนตัว ความลับ และหลีกหนีจากความวุ่นวายจะไม่ให้คนนอกมาในพื้นที่ตระกูลได้ง่าย ๆดังนั้นเวลาอยากจะซื้ออะไรจึงต้องไปที่สาขา หรือไม่ก็นัดแนะกับพนักงานให้นำสินค้าไปยังบ้านพักที่ซื้อไว้ข้างนอก


            แน่นอนว่าหวังซิน กับเฟิงเสวียจะทำแบบนี้ก็ได้ แต่มันจะไปสนุกตรงไหนล่ะ ? ไม่ได้รู้สึกถึงการช็อปปิ้งเลยสักนิด !


            ขับรถมาได้ประมาณสองชั่วโมงก็มาถึงห้างสรรพสินค้าใหญ่ชื่อดังแห่งหนึ่งในภาคเหนือหวังเฟิง เดินนำหวังซิน กับเฉียวลี่ ตรงไปยังชั้นสำหรับสินค้าแบรนด์เนมโดยเฉพาะส่วนเฉียวคุนนำรถไปหาที่จอด


            ชั้นนี้ถึงจะมีการตกแต่งโดยล้อไปกันกับธีมของห้างแต่ก็มีความเรียบหรูมากกว่า สะท้อนภาพลักษณ์อันเป็นที่อยู่ของร้านค้าระดับไฮเอนด์


            “พี่พวกเราไปร้านนั้นกันก่อน” หวังซินพูดจบก็คล้องแขนหวังเฟิงมุ่งหน้าไปยังร้านชื่อ Dior ทันที


            ที่บริเวณหน้าประตูร้านมีพนักงานหนึ่งคนคอยต้อนรับอยู่แล้วเมื่อเห็นหนุ่มสาวหน้าตาดี มาพร้อมกับผู้ติดตามหนึ่งคนด้านหลังแบบนี้ก็รู้ทันทีเลยว่าลูกค้ากระเป๋าหนักมาแล้ว !


            “มองหาอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่าค่ะ”


            หวังซินกระพริบตารีบถามขึ้นทันที “มีน้ำหอมรุ่นใหม่มาหรือเปล่าค่ะ” ถามจบ ก็เหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้รีบเหลียวซ้ายมองขวา พอเห็นว่าไม่มีใครสนใจมองมาทางนี้ก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมา


            หวังเฟิงเห็นท่าทางของหวังซินแปลกไปเลยถามเสียงเบา “มีอะไรหรือเปล่า ?”


            “ไม่มีอะไรค่ะ…”


            ที่จริงหวังซินนึกย้อนตอนอยู่ที่สนามบินกับแม่*ในตอนนั้นเธอกำลังซื้อน้ำหอมอยู่เหมือนกัน แต่ดันมีคนจะมาแย่งซื้อหาเรื่องกันเสียอย่างนั้น เธอไม่กลัวการมีเรื่อง แต่ก็เบื่อที่เจอเรื่องทำนองนี้

                   



    *เหตุการณ์นี้อยู่ในตอนพิเศษ 3 พวกตาต่ำไปอ่านกันได้น้า