บทที่ 28 รวยแล้ว
ตรงนั้นมีลังเหล็กสีเขียวขี้ม้า ตั้งเรียงซ้อนกันอยู่ 4 ลัง เมื่อเปิดฝาออก แววตาของทุกคนก็เป็นประกาย
ลังที่หนึ่งและสอง บรรจุกล่องกระสุนลูกซองขนาด 12 เกจ กล่องกระดาษยี่ห้อ Mirage และ Bullet Master เรียงเป็นตับ มีทั้ง Buckshot ลูกปราย 9 เม็ด และ Slug ลูกโดดหัวตะกั่วล้วน รวมๆแล้วเกือบ 500 นัด กระสุนเหล่านี้ถูกเก็บในลังเหล็กกันน้ำอย่างดี ทำให้ปลอกพลาสติกสีแดงและจานท้ายทองเหลืองยังคงเงาวับ ไม่มีคราบเกลือขี้กลากขึ้นแม้แต่น้อย พร้อมใช้งาน 100%
ลังที่สาม เป็นกระสุนขนาด 9 มม. พาราเบลลัม ลูกจริงหัวบอลเคลือบเปลือกแข็ง บรรจุในกล่องกระดาษกล่องละ 50 นัด นับสิบกล่อง
ลังที่สี่ เป็นตับกระสุนขนาด 5.56 มม. บรรจุในแผงกระดาษ สำหรับปืน HK 33 และ M16A1
และที่สะดุดตาที่สุดที่วางอยู่ข้างๆ ลังกระสุน คือ โล่ปราบจลาจล Riot Shield ทำจากโพลีคาร์บอเนตใสหนาเตอะ มีด้ามจับเป็นเหล็กด้านหลัง แขวนเรียงอยู่ 3 บาน แม้ผิวจะลายพร้อยไปด้วยรอยขูดขีดและคราบฝุ่น แต่มันยังคงเหนียวและแข็งแรงพอที่จะใช้เป็นกำแพงเคลื่อนที่ให้ทีมเอในอนาคต เด่นลูบคลำมันอย่างหลงใหล
"พวกเรา... รวยแล้ว" กานต์ที่เดินตามเข้ามาทีหลังพึมพำ แววตาลิงโลดจนลืมความกลัวจากเรื่องฝรั่งมาร์คัสเมื่อครู่ไปจนหมดสิ้น
หนึ่งยืนอยู่กรอบประตู มองดูภาพความตื่นเต้นของทีมงานพลางสั่งการเบา ๆ ผ่านจิตสำนึกร่วม
"ทีมซี ขนลังกระสุนลงไปก่อน มันหนักที่สุด ส่วนปืนยาวทั้งหมด เอาเชือกร้อยรวมกันแล้วลำเลียงลงทางหน้าต่าง รีบทำ เวลาของเรามีไม่มาก"
เสียงสู้รบของทีมดียังมีอยู่ต่อเนื่อง บางครั้งก็แว่วเสียงโต้เถียงระหว่างสองกับนุช พี่ชายกับน้องสาวคนสุดท้องนี้ เป็นคู่กัดกันอย่างแท้จริง และบางครั้งก็มีเสียงปุ๊กก่นด่าสามีตนเองแว่วมาด้วย
ขณะที่พวกกานต์และทีมซีกำลังตื่นเต้นกับปืนลูกซองเรมิงตันและลังกระสุน สายตาของออดที่กวาดมองรอบห้องไปสะดุดเข้ากับตู้เหล็กสีเทาที่ตั้งอยู่ลึกสุด มันส่งกลิ่นน้ำมันปืนโชยออกมาจางๆ แต่เพียงพอให้จมูกเขารับรู้
"เดี๋ยวๆ พวกเอ็งอย่าเพิ่งดีใจกับปืนหลวงพวกนั้น..." ออดโบกมือห้าม พลางสาวเท้าเดินดุ่มๆ เข้าไปที่ตู้เหล็กใบนั้น ใบหน้าของนักเลงเก่าเริ่มมีรอยยิ้ม
"ไอ้ทิดไข่ เอ็งมาดูนี่ อำเภอของเราเมื่อก่อน พวกเสี่ย เถ้าแก่ หลงจู๊ กำนัน มันยิงกันยับทุกวัน เอ็งว่า หลังโดนกวาดล้าง ปืนมันไปอยู่ที่ไหน"
ไข่ขยับเข้ามาทันที ตาจ้องมองกุญแจตู้เหล็กที่ถูกล็อกด้วยแม่กุญแจสามห่วงตัวหนา
"ของกลางคดีอุกฉกรรจ์ ปืนพวกผู้มีอิทธิพลที่โดนกวาดล้างจะอยู่ในนี้เหรอน้า"
เด่นไม่รอช้า ขยับเข้ามาพร้อมชะแลงเหล็กในมือ ออกแรงงัดเข้าที่สลักตู้
เอี๊ยด... ปึ้ง!
บานประตูหนาเปิดออก ไฟฉายสามสี่กระบอกรุมส่องเข้าไปที่ชั้นภายในตู้
ทันใดนั้น แม้แต่นัทที่กำลังวุ่นวายกับการจดรายการของ ยังต้องอ้าปากค้าง
มันคือคลังแสงของพวกมาเฟียและมือปืนที่ถูกยึดมา
ชั้นบนสุด ปืนพกสั้นเกรดคัสตอมยอดฮิตของพวกมือปืนระดับพระกาฬและลูกพี่ใหญ่ ตั้งเรียงอยู่เกือบสิบกระบอก มีทั้ง Colt Gold Cup .45 ACP ผิวเลสเงาวับ Kimber Stainless ปืนทรง 1911 ที่ขึ้นชื่อเรื่องไกคมกริบ และ Browning Hi-Power ยอดปืนมาเฟียยุคคลาสสิก ปืนพวกนี้ถูกเช็ดชโลมน้ำมันกันสนิมไว้อย่างดีตอนถูกยึด สภาพผ่านไป 5 ปี ผิวเหล็กยังคงเนียนกริบ ไร้ร่องรอยสนิมแดงเกาะกิน
ชั้นกลาง ปืนพกซ่อนยอดฮิตของพวกผู้มีอิทธิพลภาคตะวันออก CZ 75 P-01 โครงอัลลอย วางคู่กันสองกระบอก ลูกโม่ Smith & Wesson .357 แม็กนั่ม ลำกล้อง 2 นิ้วและ 4 นิ้ว ปืนที่ขึ้นชื่อเรื่องอำนาจการหยุดยั้งสูงสุด ยิงทีเสียงดังสนั่นป่า ทั้งหมดถูกจัดวางเป็นคู่ชนิดละสองกระบอก
ชั้นล่างสุด สิ่งที่ทำให้ไนซ์และกานต์ต้องกลืนน้ำลายคืออาวุธสงครามที่ยึดมาจากซุ้มมือปืน มันคือปืน M4 Carbine แต่งซิ่งติดกล้องเล็งดอท ปืนกลเบา UZI ขนาด 9 มม. ปืนตระกูล AK-47 พานท้ายไม้แท้ที่ถูกตัดลำกล้องให้สั้นลงสำหรับงานสังหารในรถ และ AKM ที่อยู่ในสภาพสมบูรณ์
“แม็กกาซีนเพียบเลย”กานต์ร้องเมื่อเจอซองกระสุนที่ถูกแยกไว้
"ไอ้หยา!ของซุ้มไหนวะเนี่ย กระบอกนี้" ไข่เอื้อมมือไปหยิบ Colt .45 ขึ้นมาดึงสไลด์เช็กกลไก เสียงเหล็กชั้นดีขบกันดัง “แชะ! ฉึก!” ลื่นไหลไม่มีสะดุด
"ไกแต่งมาคมกริบเลย" ไข่หัวเราะคิกคักชอบใจตามนิสัยเขา
ข้างๆ ปืนเหล่านั้น ยังมีกล่องกระสุนเกรดพาณิชย์ กล่องสีน้ำเงินสีเขียวของพวกนักเลงซื้อใช้เองทั้งขนาด .45 ACP .38 Special 9 มม. และ .357 แม็กนั่ม วางซ้อนกันอยู่รวมแล้วมากกว่าพันนัด
นัทตาโต รีบคว้า CZ 75 P-01 ทั้งสองกระบอก เหน็บด้านหลังตัวเองทันที ทั้งที่มี CZ 75 COMPACT กระบอกเดิมอยู่ข้างเอวแล้ว พลางหันไปบอกลูกทีม
"รีบขนไปให้หมด!"
เมื่อเห็นไนซ์มองมาแปลกๆ เธอก็ส่ง CZ 75 COMPACT ให้เขา
"เอาคืนไป พี่จะใช้ปืนคู่ใหม่ กระบอกนี้มันหนักกว่าของใหม่ ระบบก็ต่างกัน มันจะสับสน“
ไนซ์รับปืนไปแล้วพูด “CZ 75 P-01 มันมีคันลดนกนะ ใช้เป็นใช่ไหม”
นัทไม่ตอบ เธอหันไปสั่งลูกทีมให้ขนของต่อ ส่วนตนเองจับซองกระสุนมาเติมก่อนใส่เข้าตัวปืนทั้งสองกระบอกอย่างรวดเร็ว จากนั้นจึงส่งกระสุนเข้ารังเพลิงและใช้คันลดนกให้น้องชายดู
เสียงปืนด้านนอกดังมาอีกชุดใหญ่พร้อมกับเสียงด่าทอโวยวายของสอง
หนึ่งที่ยืนคุมเชิงอยู่หน้าประตู มองดูอาวุธปืนเหล่านั้นแล้วส่งจิตสำนึกร่วมบอกทุกคน
"ทีมซี แบกตู้เหล็กนี้ลงไปทั้งตู้เลย! ไม่ต้องเสียเวลาหยิบทีละกระบอก!"
จากนั้นหนึ่งก็เดินนำเด่น ออด ไข่ ไนซ์และนัท ลงบันไดกลับสู่ชั้นล่าง เขาเดินตรงทะลุประตูหลังโรงพักออกสู่ลานโล่งด้านหลังทันที
ลมภายนอกพัดเอาความเย็นชื้นของฝนกรดมาปะทะใบหน้า แต่สิ่งที่สะดุดสายตาของทุกคนคือ สุสานเหล็ก ขนาดใหญ่
มันคือลานเก็บรถของกลางในคดีต่างๆ ซากรถกระบะแต่งซิ่งที่ชนยับเยินจนหน้ารถบี้ติดกับห้องโดยสาร รถเก๋งของผู้มีอิทธิพลยุคก่อนที่ถูกยิงถล่มจนพรุนเหมือนรังผึ้ง ถัดไปเป็นแนวรั้วตาข่ายที่มีรถจักรยานยนต์แต่งซิ่ง จอดเรียงรายเบียดเสียดกันนับร้อยคันจนเถาวัลย์และหญ้าเลื้อยพันล้อรถจนกลืนไปกับผืนดิน
หนึ่งเดินลัดเลาะผ่านซากรถกระบะตอนเดียวคันหนึ่งที่ท้ายกระบะยังมีคราบเลือดแห้งกรัง เขาหยุดเท้าหน้าห้องปูนชั้นเดียวทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ที่สร้างแยกห่างจากตัวอาคารหลักราว ๆ 20 เมตร ผนังปูนหนาพิเศษไม่มีหน้าต่าง มีเพียงประตูเหล็กแผ่นหนา ซึ่งใช้โซ่เหล็กขนาดใหญ่พันคล้องเอาไว้ ล็อกด้วยกุญแจอย่างแน่นหนา
ป้ายสีแดงซีดที่ติดอยู่บนประตูเขียนเตือนไว้ชัดเจน:
"เขตอันตราย วัตถุระเบิด ห้ามจุดไฟ"
"นี่แหละ... ห้องเก็บระเบิดของกลางกับสารเคมี" หนึ่งบอกพลางเบนสายตามองเด่น
เด่นเดินเข้าประชิดประตูทันที ใช้ชะแลงเหล็กสอดเข้าในข้อโซ่ ออกแรงบิดกึ่งกระชาก โซ่เหล็กกล้าที่ถูกสนิมและฝนกรดกัดเซาะมานาน 5 ปีก็ขาดสะบั้น จากนั้นเขาก็ใช้ปลายชะแลงงัดประตูจนเปิดออก
แสงไฟฉายจากมือนัทส่องวาบเข้าไปด้านใน ห้องนี้ถูกออกแบบมาให้เย็นและแห้ง มีแผ่นโฟมกันความร้อนบุอยู่ทั่วเพดาน เพื่อป้องกันไม่ให้ดินปืนเสื่อมสภาพ สิ่งที่ตั้งอยู่บนชั้นเหล็กแบ่งออกเป็นสองฝั่งชัดเจน ระหว่างของหลวงและของเถื่อน
มุมวัตถุระเบิดหลวง มีลังพลาสติกสีดำของกรมตำรวจตั้งอยู่ ด้านในบรรจุ Tear Gas Grenade แก๊สน้ำตาแบบขว้าง ปลอกอลูมิเนียมสีเงินเกือบสองโหล และ Flashbang ระเบิดแสง ยี่ห้อ CTS ของอเมริกาอีกประมาณ 10 ลูก ปลอกสีดำคาดแถบสีน้ำเงินพวกนี้ไม่ได้ฆ่าคน แต่ในยุควิบัติเช่นนี้ มันคืออาวุธชั้นยอดที่จะใช้หยุดฝูงตัวสั่นหรือทำลายประสาทการรับรู้ของเหล่าศัตรูได้อย่างดี
มุมของกลางที่มาจากการดำเนินคดี บนชั้นเหล็กถัดไปมีกล่องพลาสติกใส่น้ำมันเครื่องเก่าหลายใบ เมื่อไข่ชะโงกดูเขาก็เห็นวัตถุแท่งกลมยาวจมอยู่ในน้ำมันเครื่องเก่าที่เริ่มแห้งเป็นโคลน ไข่ส่งจิตสำนึกร่วมถึงหนึ่งและไนซ์
“ไดนาไมต์... ทิดไข่อย่าไปแตะต้องมัน มันต้องใช้ฝักแคจุดระเบิด แต่เราไม่มีความรู้เรื่องนี้ ที่เขาแช่น้ำมันไว้ น่าจะเป็นวิธีเก็บรักษามัน น่าเสียดายที่ต้องทิ้งไว้ แต่ความชำนาญของเราไม่มี อย่าเสี่ยงดีกว่า”
“พี่นัทชอบกินส้มหรือน้อยหน่า” ในความเงียบ ไนซ์ถามขึ้นมาลอย ๆ
“ก็รู้อยู่แล้วว่าคนไม่ชอบกินผลไม้ ผักก็กินได้แค่อย่างสองอย่าง ยังจะถามทำไม” นัทตอบเสียงสะบัด
“งั้นกิน Mk มั้ย”
“พูดบ้าอะไรอยู่ได้!” นัทหันไปมองอย่างขัดใจ เห็นไนซ์กำลังจ้องกล่องเหล็กสีเขียวขี้ม้า ฝากล่องมีแถบข้อมูลของกลางแปะคาดไว้ ซึ่งไนซ์ได้เปิดมันออกทั้งสองกล่องแล้ว ระเบิดลูกเกลี้ยง M67 สภาพสมบูรณ์ จำนวน 6 ลูก และระเบิดร่องสี่เหลี่ยมคลาสสิก Mk 2 ลูกน้อยหน่าอีก 4 ลูก ถูกวางอย่างเรียบร้อยอยู่ในกล่องเหล็กทั้งสอง อานุภาพทำลายล้างของมันสามารถฉีกร่างพวกตัวดันหรือตัวโดดให้กลายเป็นเศษเนื้อได้ในพริบตา
ที่มุมห้องด้านล่าง มีลังเบียร์กระดาษเก่า ๆ ที่เปื่อยยุ่ย เผยให้เห็นด้านในที่อัดแน่นไปด้วยระเบิดปิงปองและระเบิดขวด บางส่วนทะลักออกมาตามรอยปริของลังกระดาษนั้น ซึ่งไนซ์กำชับลูกทีมว่าห้ามแตะต้อง เพราะดินปืนอาจเสื่อมสภาพจนใช้งานไม่ได้ หรืออาจเกิดอุบัติเหตุจากการเคลื่อนย้าย
“เฮ้ยเด่น! มีลูกเกลี้ยงกับน้อยหน่าด้วยว่ะ” ไข่ตาโตเมื่อเหลียวมาเห็น
“ถ้าขว้างเข้ากลางฝูงพวกตัวสั่นตอนมันสุมหัวกันนะ... เละเป็นโจ๊ก”
“พวกเอ็งระวังกันหน่อย ตูมตามขึ้นมาจะตายห่ากันเกลี้ยง!” ออดเตือนน้ำเสียงจริงจัง
“ไอ้ทิดไข่เอ็งขนแก๊สน้ำตากับระเบิดแสงไป... ส่วนระเบิดสังหาร ให้เด่นมันดูแล ปล่อยชาวบ้านมาจัดการไม่ได้ มันอันตรายเกินไป”
หนึ่งที่รับฟังเสียงคลื่นต่ำและตรวจจับกลิ่น สังเกตไปรอบ ๆ ตลอดเวลา ส่งจิตสำนึกร่วมถึงทุกคน รวมถึงทีมดีรอบนอกที่เพิ่งได้พักมือ
“เจ้าเหนือหายไปไหน!”
เด่นที่กำลังหอบกล่องเหล็กบรรจุระเบิดสังหารทั้งสองใบยืนนิ่งค้าง นุชใบหน้าซีดเผือดรีบพุ่งเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว ทุกคนชะงักค้างเหมือนถูกตรึงหยุดเวลาไว้
“ครั้งสุดท้ายที่กานต์เห็น น้องเหนือยืนดูพวกเราค้นหามีด ตรงลิ้นชักตู้เหล็กที่ลุงหนึ่งบอก แล้วเราก็มัวแต่สนใจปืนที่เจอ ไม่รู้ว่าน้องหายไปตอนไหนครับ” กานต์พูดเสียงแผ่ว
“ลุงตรวจสอบตลอดเวลา ไม่มีอะไรผิดปกติเลย ทั้งกลิ่น ทั้งเสียงคลื่นต่ำ และแรงสั่นสะเทือน” หนึ่งส่งจิตสำนึกร่วมบอก
“อู! อู! อู!” ทุกคนได้ยินเสียงของเจ้าเหนือที่คุ้นเคย
“อยู่นั่น!” นุชร้องลั่น
ร่างของเหนือถูกแขวนห้อยต่องแต่งอยู่บนเสาโครงเหล็กถักที่ใช้เป็นเสารับสัญญาณวิทยุของที่ทำการอำเภอ เชือกเส้นใหญ่ที่ใช้แทนเข็มขัดคาดเอวของเขา ถูกมัดไว้กับโครงเหล็ก เหนือดิ้นรนไขว่คว้าอากาศมือไหว ๆ ด้วยสภาพที่น่าเวทนา
กานต์พุ่งพรวดปีนขึ้นไปหาน้องชายของเขาอย่างรวดเร็ว เขาแก้เชือกและนำตัวของเหนือลงมาได้อย่างปลอดภัย ใบหน้าที่เคยไร้อารมณ์ของเหนือเต็มไปด้วยความขุ่นเคือง เขาเลิกคิ้วสูง เบิกตากลมกว้าง ทำปากยื่นส่งเสียงอู ๆ
จากการสื่อสารผ่านจิตสำนึกร่วมได้ความว่า
ขณะที่ทุกคนกำลังเดินขึ้นชั้นบน เหนือก็ถูกมาร์คัสคว้าตัวทะยานลิ่วไป เขาถูกคว้าเชือกรัดกางเกงด้านหลัง แล้วหิ้วไปเหมือนหิ้วเป็ดหิ้วไก่ เหนือไม่สามารถร้องขอความช่วยเหลือจากใครได้เลย
เมื่อผ่านไปครู่ใหญ่ มาร์คัสก็หยุดเคลื่อนไหว เขาทำท่าครุ่นคิด หันหน้ามองเหนืออย่างชั่งใจอยู่หลายหน แล้วก็พาตัวกลับมาแขวนไว้กับเสารับสัญญาณวิทยุแห่งนี้ เขาบอกกับเหนือว่า
“ดูแล้วนายต้องกินจุแน่ๆ ฉันคงไม่มีอาหารมนุษย์มากพอจะเลี้ยงนายไหว”
มาร์คัสยังฝากมาเตือนหนึ่งอีกว่า ตำแหน่งของหนองนกเอี้ยง ต่อไปจะเป็นทางผ่านของผู้อพยพ ทั้งจากเหนือลงไปใต้ ใกล้เขตศูนย์สูตรที่อบอุ่น และจากทางตะวันออก ตั้งแต่ ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ คุนหมิง ฮานอย เวียงจันทน์ เสียมราฐ ยังไม่รวมพวกที่มาจาก อูลานบาตาร์ และ มอสโก ที่อยู่ไกลลิบ ซึ่งพวกนั้นอาจมาช้า แต่มาแน่ ๆ และถ้าพวกนี้คิดจะลงใต้ไปกัวลาลัมเปอร์หรือสิงคโปร์ เส้นทางทั้งหมดมันจะบีบให้เฉียดเข้าใกล้หนองนกเอี้ยงทั้งสิ้น ถ้าไม่คิดย้ายถิ่นก็เตรียมรับความเดือดร้อนได้เลย
“ทุกคนมาดูทางนี้หน่อย” เสียงปุ๊กตะโกนเรียกมาจากนอกกำแพงศูนย์ราชการ
“สามศพนี้ยืนยันได้ว่า ไม่ใช่ฝีมือของพวกเรา”
ปุ๊กชี้ให้ดูร่างของตัวดันขนาดใหญ่สามคน ที่นอนกองทับซ้อนกันอยู่อย่างระเกะระกะ สภาพศพมีลักษณะเหมือนกันหมดคือ ร่างกายซีดเผือด ไร้สีเลือด และมีแผลรอยเจาะลึกสองรูที่ลำคอตรงตำแหน่งเส้นเลือดใหญ่ ทว่ากลับไม่มีหยดเลือดซึมออกมาจากบาดแผลเลยแม้แต่หยดเดียว
ฉับ! ฉับ! ฉับ!
ไม่มีสัญญาณเตือน ไม่มีการใช้จิตสำนึกร่วม ไนซ์ นัท และกานต์ ใช้มีดบั่นคอศพทั้งสามขาดกระเด็นทันที แม้จะไม่รู้ว่าพวกมันจะลุกขึ้นมาเดินได้อีกเหมือนในภาพยนตร์สยองขวัญหรือไม่ ทั้งสามคนให้ข้อสรุปสาเหตุการตายของตัวดันเหมือนกันทั้งที่ไม่เคยเห็นเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน
แวมไพร์…
“มาร์คัส” ออดพึมพำแล้วเหลียวมองรอบตัวอย่างหวาดระแวง