เมื่อยามรัตติกาล

    บทที่80 เบาะแสคาดความหวัง

    พร้อมเชนเลือก สมัครเข้าร่วมปาร์ตี้ ขาดคนลงเกต แต่ก็เห็นได้ชัดว่า ผ่านไป3-4ปาร์ตี้ ถึงจะมีฮันเตอร์บางทีมยอมรับข้อเสนอ สมัครเข้าร่วมของเชน ส่วนนี้ค่อนข้างทำให้เขา ไม่สบอารมณ์อยู่บ้าง

     

    “เฮ้ย! สุดท้ายก็ได้เกตเลเวล50อีกแล้วซินะ” ซึ่งเกตปิดเลเวล60 มีปรากฏไม่มาก ที่เขาสมัครไป ต่างก็ไม่มีคนตอบรับ คนอื่นๆ เห็นยังแอบลอบขำ เล็กๆ

     

    บางคนคลี่ยิ้มกว้างแสดงความสะใจ อย่างไม่ปิดบัง แต่เชนก็หาได้ใส่ใจ

     

    ส่วนริน เห็นเชนรับภารกิจสำเร็จ ไม่หาเรื่องเสี่ยงตาย ยิ้มกว้างเหมือนแสงอาทิตย์ อบอุ่นออกมาทันที ให้คนเห็นรอยยิ้มนั้นของสาวแว่นใจสั่นกันถ้วนหน้า

     

    รุ่นพี่ปู้จิ้งอวิน เขาจะตบไหล่เชน แรงๆ สองสามทีเตรียมไปทำภารกิจเช่นกัน

     

    ก่อนช่วงกำลังแยกย้าย ปู้จิ้งอวิน จะบอกกล่าวเรื่องสำคัญไว้ให้เชนฉุกคิด “การประเมินช่วงกลางเทอม มีแค่20อันดับผู้ทำคะแนนสูงสุดเท่านั้น ที่จะได้เข้าร่วมการทดสอบ ‘ป่าปากัว’ ช่วงนี้เจ้าควรเร่ง ทำคะแนนอันดับส่วนตัวหน่อยก็ดี เชน หากมีความคิดจะจบการศึกษา ได้รับการยอมรับจากฮันเตอร์ แรงค์ S ระดับชาติ”

     

    เชน พยักหน้า ก่อนเข้าพื้นที่วาร์ปทำภารกิจ ร่วมทีมกับฮันเตอร์ของสมาคมสาขาหลัก

     

    ตอนแรกเขาว่าจะไม่สนใจ แต่รู้สึกคุ้นชื่อสถานที่ ‘ป่าปากัว’  ช่วงที่ผ่านมา เขาเข้าแชตบอร์ด พูดคุยหาข้อมูลเกี่ยวกับ ‘ผลชีวิต’  ที่เป็นเป้าหมาย อยากแข็งแกร่ง ช่วงชิงมารักษาท่านแม่ มาตลอด

     

    ซึ่งหนึ่งในสถานที่สมบูรณ์ที่สุดของโลก อย่างสถานที่ ‘ป่าปากัว’ พื้นที่เขตพิเศษ คุ้มกันโดยทหารระดับสูง ก็เป็นหนึ่งในพื้นที่ ผู้คนภายในบอร์ดพูดคุยกันว่า น่าจะมีความเป็นไปได้ ที่จะมี ‘ผลชีวิต’ เติบโตอยู่ที่นั่น

     

    “สงสัย ว่าต้องไปเยือนพื้นที่เขตปิดพิเศษแห่งนั้น สักหน่อยเสียแล้ว” เชนที่เผยแววตามุ่งมั่นขึ้นมา พร้อมความรู้สึกว่า ช่วงนี้เกตเปิด เริ่มปรากฏถี่มากขึ้น เรื่อย ๆ จากสถานการณ์ข่าวสดที่รายงาน ค่อนข้างเป็นกังวลไม่น้อย

     

    “ตอนนี้ไว้คิดเรื่องอื่นทีหลังแล้วกัน” เชนตบหน้าตนเอง เรียกสติ จดจ่อกับสถานการณ์เบื้องหน้า ครั้นมองกลุ่มทีมฮันเตอร์ลงเกต ครบทีม ปาร์ตี้5คน ทยอยเดินออกมารวมตัว ซึ่งพวกเขาไม่ได้พูดคุย ทักทายอะไรกันมากนัก

     

    แววตามุ่งมั่นเชน ที่ยังไม่อาจเก็บซ่อนความดีใจเรื่องสถานที่ ‘ป่าปากัว’ ไม่คิดว่าเป้าหมายหลักของเขา จะมาถึงรวดเร็วถึงเพียงนี้

     

    กลุ่มทีมรวมตัว แทบไม่ได้พูดคุยอะไรกันมาก ยังพากันส่ายหัวเล็กๆ ที่เห็นแววตาเชนดูมุ่งมั่น ซึ่งพวกเขาเข้าใจผิด มันไม่ได้เกี่ยวข้องความตื่นเต้น การลงเกตครั้งนี้ของเชนแม้แต่น้อย

     

    “อันสเตอร์ทหารรับจ้าง สายสนับสนุน ดีใจขนาดนั้นเชียวหรือ ที่หัวหน้าเรารับเข้าทีม”

     

    “อืมๆ ข้าก็ว่างั้น” สายมีดคู่ในทีมหนึ่งคนเข้ามากอดคอถาม ก่อนพวกเขาพยักหน้า ลงมือ เริ่มตะลุยสำรวจเคลียร์เกต

     

    มาพร้อมเสียง โจมตี ตึง! ตึง! ดังอึกทึกครึกโครมไม่ขาด ปราณมานาพวกฮันเตอร์ แนวหน้าสาดกระจายระลอกคลื่นกล้าแกร่ง ออกมาทั่วให้ฝูงมอนสเตอร์ กรีดร้องคร่ำครวญ ไปตามเส้นทาง

     

    เชน จับมีดสั้นกลางหน้าอก ในมือแน่น เตรียมพุ่งออกไปช่วยโจมตี

     

    แววตาชายหนุ่ม สายโจมตีเวทย์ ด้านหลัง พลางหยุดมือเขาไว้ “ยังไม่ต้องรีบเจ้าหนุ่ม…ระหว่างนี้ด้านหน้า ให้พวกหัวหน้า กับสายอาชีพพิเศษนินจาคนนั้น กุยทางออกไปก่อน”

     

    เชนมองตาอีกฝ่าย พลางพยักหน้ารับคำ ขณะปล่อยมือออกมาจากมีดสั้น มองกองซากมอนสเตอร์นักรบหิน ตัวแล้ว ตัวเล่า ถูกพวกเขาฆ่าฟัน พวกเขาเดินข้ามไป ‘เกลื่อนกลาด’ ไอเทมดรอปเก็บใส่กระเป๋า รวมถึงหินแร่ธาตุหายาก มีให้ขุดตามผนังถ้ำถูกจัดการจนเอี่ยมสะอาด

     

    นินจาหญิง พลางย้อนกลับมาแนวหลัง ฟื้นฟูปราณมานาของนาง จู่ๆ ก็มองหน้าเชน กล่าวถามซึ่งปกติสายสนับสนุน จะมีทีมเป็นหลักเสียส่วนใหญ่ จึงไม่ค่อยเห็นสายสนับสนุน ส่งคำเชิญเข้าร่วมทำให้เธอแปลกใจไม่น้อย ไม่เว้นแม้แต่คนอื่นๆ ในทีม

     

    “ทีมของนายไปไหนเจ้าหนู คงไม่ใช่ตายตกกันหมดแล้ว หรอกกระมัง?”

     

    เชนหัวเราะแห้งๆ พร้อมสายตา กวาดมองยังคงระแวดระวังมอนสเตอร์ ให้คนภายในปาร์ตี้ รอบๆ ก็คล้ายพวกเขา อยากรู้คำตอบกันไม่น้อย ที่หันขวับมามองเชนเป็นสายตาเดียวกันแล้ว

     

    เชนจะกล่าวอธิบายอย่างไม่ปิดบัง เมื่อเห็นปากคอเราะร้ายของคนถาม แต่ก็ไม่ได้มีท่าที ไม่เป็นมิตร ที่ทำให้เขาอึดอัดใจ “ผมไม่มีทีมตั้งแต่ต้นแล้วครับ…อีกอย่าง ช่วงหลัง เน้นโซโล่ผ่านบอส พึ่งหาทีมลงเกต ก็คราวนี้เองแหละ”

     

    ‘ไอ้เด็กนี่ กล้าขิงพวกเรางั้นหรือ’  ก่อนจะเริ่มมีเสียงขำพรืดดังออกมา แบบ ฮ่า ครืน จากชายหนุ่มนักเวทย์หัวเราะไม่ไหว

     

    เอ่ยออกมาอย่างชอบใจ “หัวหน้าได้ยินหรือเปล่า สายสนับสนุน มันโซโล่ เคลียร์เกตบอสได้ เห็นทีหัวหน้า ต้องลองบ้างแล้ว”

     

    ชายวัยกลางคนด้านหน้าหน่วยโจมตี ยังปากกระตุก แหยๆ

     

    ส่วนนินจาหญิงที่ถาม พลางขมวดคิ้วมุ่น เห็นเชนพูด ดูเหมือนจะไม่ได้ล้อเล่นเสียด้วย…

     

    นินจาหญิงกล่าวถามออกมาเป็นประโยคสุดท้าย เมื่อเห็นพื้นที่บอสอยู่ไม่ห่าง ด้านหน้าพวกเขาอีกต่อไป “ว่าแต่เจ้าหนูมาจากกลุ่มสมาพันธ์ หรือมหาอำนาจของกิลด์ใด พี่สาวขอถามได้ไหม?”

     

    เชน เผยรอยยิ้มเล็กๆ ที่เห็นแววตาพวกเขาดูสนใจ “ผมมาจากมหาวิทยาลัยราชันครับ”

     

    ชื่อสถาบันที่กล่าวขึ้นมา ก็ทำให้หลายคนนิ่งอึ้ง เมื่อสายตาพวกเขาทุกคน เผยความไม่อยากเชื่อ “มหาวิทยาลัยราชัน เต็มไปด้วยสุดยอดหัวกะทิ ของสายจู่โจมเลยไม่ใช่รึ”

     

    ชายหนุ่มนักเวทย์ หัวเราะ แบบไม่อยากเชื่อ “เจ้าโม้อะไรให้มีขอบเขตบ้าง พวกคนโอหัง วางมาดระดับสูงแบบนั้น จะมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?”

     

    “อืมๆ ใช่ ออร่ารัศมีคนพวกนั้น แค่อยู่ใกล้ก็หายใจลำบากแล้ว” 


    คล้ายกับเรื่องเมื่อยามรัตติกาล ที่คุณอ่าน