“ไม่ว่าจะเห็นชัดแค่ไหนเราก็วู่วามไม่ได้ เพราะตอนนี้ทรัพย์สมบัติยังไม่ได้ถูกโอนมาเป็ของเรา เราต้องหาทางทำตามเงื่อนไขที่คุณปู่ตั้งไว้โดยเร็วเพื่อให้ได้ทรัพย์สมบัติมาเสียก่อน เราถึงจะสามารถพูดอะไรกับสองคนนั้นตามที่้าได้”
บอกเหตุผลไปแล้ว เห็นบุตรชายมีท่าทีเย็นลงคุณรินฤดีจึงได้ถามต่อไปว่า
“แล้วลูกพูดเื่แต่งงานกับแฟนของลูกแล้วหรือยัง”
“ยังเลยครับ”
ชายหนุ่มตอบออกไปตรงๆพร้อมกับความหงุดหงิดที่มากขึ้นเมื่อนึกถึงจุฑามาศ
“ทำไมไม่พูดละลูก เรามีเวลาแค่หนึ่งปีเท่านั้นน่ะ ไหนกว่าจะแต่ง กว่าจะท้อง และกว่าจะคลอดอีก”
“ผมยังไม่อยากแต่งงานครับคุณแม่ ผมยังรักอิสระยังไม่อยากถูกผูกมัด”
เขาตอบเลี่ยงๆออกไปเมื่อนึกถึงท่าทีที่เปลี่ยนไปของจุฑามาศตอนที่รู้ว่าเขาไม่มีเงิน ถ้ามองอีกมุมหนึ่งก็จะเห็นข้อดีของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อกลางวันนี้ ซึ่งมันทำให้เขาได้เห็นธาตุของผู้หญิงคนนั้นได้อย่างชัดเจนว่าคบเขาด้วยเหตุผลอะไร
“ไม่แต่งแล้วจะมีลูกได้ยังไงละตาเอก”
คุณรินฤดีทำเสียงกลัดกลุ้มใจหนักหน่วง
“คุณแม่ก็รู้ว่าจริงๆแล้วการจะมีลูกได้หรือไม่นั้น มันไม่เกี่ยวกับว่าต้องแต่งงานหรือไม่แต่ง เราหาจ้างผู้หญิงสักคนมาไม่ได้หรือครับ มีลูกให้เราแล้ว จ่ายเงินแล้วก็แล้วกันไปไม่ต้องมีอะไรผูกมัด”
ได้ฟังคุณรินฤดีถึงกับอ้าปากค้างกับความคิดของผู้เป็บุตรชาย
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
“ไม่ไหวหรอก ที่ฉันให้เธอไปนั้นก็นับว่ามากแล้ว ทรัพย์สมบัติของเธอมีอยู่แค่นั้นเอง”
คือประโยคที่คุณรินฤดีบังเอิญได้ยินเมื่อเข้าไปหาเพื่อนที่ชื่ออรุณีที่บ้านของนาง
“มีอะไรจ๊ะเพื่อน ฉันเข้ามาผิดเวลาหรือเปล่านี่”
“ไม่หรอกรินเธอนั่งก่อนสิ”
นางอรุณีผู้เป็เ้าของบ้านบอก
“แล้วเธอมีเื่อะไรกัน”
คุณรินฤดีถามเมื่อนั่งบนลงโซฟาแล้วมองดูเหตุการณ์ตรงหน้า
“เด็กนี่นะสิ” อรุณีพยักหน้าไปทางเด็กสาวหน้าตาสวยซึ้งที่นั่งหน้าเศร้าอยู่กับพื้นตรงหน้า “เมื่อสองเดือนที่แล้วเคยเอาบ้านกับที่ดินมาจำนองฉันไว้ในราคาห้าแสนวันนี้จะมาขอเพิ่มอีกห้าแสน ฉันให้ไม่ได้หรอก บ้านเขาหลังเก่าๆโทรมๆที่ดินก็แปลงเล็กนิดเดียวเอง ที่ให้ไปนั้นก็มากเกินพอแล้ว”
“มีความจำเป็อะไรนักหนาหรือหนู”
คุณรินฤดีหันไปถามเด็กสาวคนนั้น ซึ่งหากพิจารณาแล้ว ก็จะเห็นความงามอันผุดผ่องที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเศร้าหมองทั้งการแต่งกายและสีหน้าท่าทาง
“แม่ของหนูกำลังป่วยเป็โรคที่ต้องใช้เงินรักษามากหนูไม่รู้จะไปหาเงินที่ไหนมารักษาแม่ หนูกลัวว่าแม่จะ...”
หญิงสาวพูดไม่ออกรู้สึกเหมือมีก้อนอะไรแล่นเข้ามาจุกอยู่ที่ลำคอ น้ำตาก็รื่นออกมาคลอตา
“จะอะไรก็แล้วแต่เธอ แต่ฉันไม่ช่วยอีกแล้ว”
นางอรุณีพูดตัดบท
“ถ้าฉันคิดจะช่วยเธอ แต่ต้องมีข้อแลกเปลี่ยนล่ะ”
คุณรินฤดีกล่าวหลังพิศดูรูปร่างหน้าตาของเด็กสาวแล้วความคิดบางอย่างก็แล่นเข้ามาในสมองของเธออย่างรวดเร็ว รูปร่างหน้าตาแบบนี้ถ้าบวกเข้ากับบุตรชายของเธอ หลานของเธอต้องหน้าตาน่ารักมากแน่ๆ