ปริศนาดาววิมุตติ เล่ม 1 ตอนหอคอยห้องสมุด

    เล่ม 1 ตอนหอคอยห้องสมุด 1.26. รื้อหอคอยห้องสมุด?

            อาจารย์วิมลกล่าวขึ้น “โรงเรียนเราตั้งแต่รับนักเรียนพิเศษมาร่วมเรียนกับนักเรียนปกติ ทำให้โรงเรียนเราเป็นตัวอย่างให้แก่โรงเรียนมัธยมอื่น ๆ อีกหลายแห่ง ยิ่งนายปองภพหรือน้องอาเธอร์มีผลงานดีเด่นทางศิลปะ ยิ่งเป็นที่กล่าวขวัญถึง”

     


            อาจารย์ประเสริฐพูดขึ้น “ยิ่งนายบุ๋น ปุณณชาติแล้ว ผมรู้สึกทึ่งในความสามารถทางวิทยาศาสตร์ของเขามาก นอกจากนี้ยังค้นพบความสามารถเชิงพาณิชย์ของเขาอีก เด็กคนนี้ใช้ได้ทีเดียว”

     


            อาจารย์วิชชาพยักหน้ายิ้มๆ แสดงความพอใจ 


            “ผมว่าโรงเรียนเรามีนักเรียนที่มีพรสวรรค์อีกหลายคนที่เราควรสนับสนุน อีกหนึ่งคนคือกระปุก นางสาวรสสุคนธ์ ที่ท่านผอ.เสนอให้เป็นนักกีฬาว่ายน้ำหญิงตัวแทนโรงเรียน”

     


            ท่าน ผอ.กล่าวขึ้น “ใช่ ๆ รสสุคนธ์ว่ายน้ำเก่งมาก พวกทีมว่ายน้ำโรงเรียนเรียกกันว่า กระปุก เงือกโรงเรียน” 

     


            อาจารย์วิชชากล่าวว่า “ผมมีโอกาสไปเยี่ยมผู้ปกครองของรสสุคนธ์เมื่อวานนี้ เพื่อขอการสนับสนุนจากทางบ้านของนักเรียน ปรากฏว่าทางบ้านของรสสุคนธ์มีปัญหาเรื่องการเงิน รสสุคนธ์เองก็เป็นแรงสำคัญในการสร้างรายได้เข้าบ้าน ตอนเย็นและวันหยุดเสาร์อาทิตย์ต้องช่วยแม่ขายอาหาร ดังนั้นจึงเกรงว่าจะไม่สามารถมาฝึกซ้อมที่สระว่ายน้ำราชมงคลฯได้” 

     


            อาจารย์วิชชาต่อสายโปรเจ็คเตอร์เข้ากับคอมฯของตัวเอง เพื่อนำเสนอแผนการงบประมาณทุนการศึกษา 


            “ผมขอเสนอทุนการศึกษาให้นางสาวรสสุคนธ์ ซึ่งผมได้ประเมินงบประมาณมาดังที่แสดงอยู่บนจอนี้”

     


            ทุกคนมองไปบนฉากเพาเวอร์พอยท์ที่แสดงการประเมินงบทุนการศึกษาของอาจารย์วิชชา ซึ่งเห็นว่าสมเหตุสมผล ดังนั้น อาจารย์ทุกท่านจึงลงคะแนนเห็นด้วยให้กับข้อเสนอให้ทุนการศึกษาแก่กระปุก

     


            “ดีมากครับอาจารย์วิชชา” ท่าน ผอ.กล่าว 

     


            อาจารย์วิชชาเสนอที่ประชุมต่อว่า 


            “นอกจากการขอเสนอทุนฯเฉพาะกิจสำหรับนักเรียนบางคนแล้ว ผมกำลังมีแนวคิดจะทำแผนเสนอทุนการศึกษาแก่นักเรียนที่มีความสามารถแต่ขาดทุนทรัพย์ให้เป็นประจำทุกปีการศึกษา ซึ่งจะทำให้นักเรียนที่มีความสามารถพิเศษมีโอกาสและกำลังใจพัฒนศักยภาพของตนเอง” 

     


            อาจารย์ในห้องประชุมพยักหน้าเห็นด้วยกับแนวคิดนี้

     


            “ความคิดของอาจารย์วิชชาดีมากเลยครับ ผมสนับสนุน” ท่าน ผอ. กล่าว “อาจารย์วิชชาร่างหนังสือเสนอรายละเอียดโครงการนี้มาได้เลย ผมจะนำไปเสนอขอความร่วมมือกับทางมูลนิธิให้ช่วยสนับสนุนเงินทุนแก่โรงเรียนด้วย”

     


            “ยินดีครับ และผมขอขอบคุณท่าน ผอ. และคณาจารย์ทุกท่านแทนนักเรียนทุกคน” อาจารย์วิชชากล่าวยิ้มๆและโค้งศีรษะแสดงความขอบคุณ

     


            จากนั้น ท่าน ผอ. ก็ดำเนินการประชุมหัวข้อต่อไป 


            “เอาล่ะครับ เรื่องสร้างสรรค์และมีประโยชน์ก็ผ่านไปอีกหนึ่งหัวข้อ และหัวข้อการประชุมต่อไปก็ยิ่งเป็นเรื่องน่ายินดีเข้าไปใหญ่” ท่านผอ.เกริ่นจนทุกคนยิ่งสนใจ “ผมจะเกษียณปีหน้าแล้ว  ก็จะต้องมีผอ.โรงเรียนท่านใหม่ที่จะมาสานต่องานบริหารเรื่องใหญ่น้อยของโรงเรียน”

     


            ท่าน ผอ.เงียบสักครู่ แล้วค่อยกล่าวขึ้นช้า ๆ 


            “ผมได้เสนอทางผู้บริหารระดับสูง และผู้ใหญ่ทุกท่านก็เห็นด้วยอีกทั้งสนับสนุนบุคคลที่ผมเสนอไปให้มาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนต่อจากผม”

     


            ทุกคนต่างตั้งใจฟังท่าน ผอ. ในห้องประชุมเงียบกริบ ท่านผอ. กล่าวต่อว่า


            “ผมเสนอชื่ออาจารย์วิชชาเป็นผอ.โรงเรียนต่อจากผม ผมเชื่อว่าอาจารย์ทุกท่านต้องเห็นด้วยกับผมแน่ อาจารย์วิชชาสอนหนังสือในโรงเรียนนี้นานกว่าผม ทุ่มเทเอาใจใส่การศึกษาและการพัฒนาของนักเรียน มีความคิดริเริ่มความคิดสิ่งดี ๆ ที่ช่วยพัฒนาโรงเรียนของเราจนประสบผลสำเร็จอย่างน่าชื่นชม ผมคงไม่ได้กล่าวเกินไป ถ้าจะพูดว่าอาจารย์วิชชาอุทิศชีวิตแทบจะทั้งชีวิตให้แก่โรงเรียนและนักเรียนทุกคน”

     


            อาจารย์ผู้เข้าประชุมทุกคนพยักหน้า เสียงอื้ออึงแสดงความยินดีดังขึ้นมา ทุกคนต่างเห็นด้วยกับท่าน ผอ.

     


            แต่อาจารย์วิชชากลับพูดว่า “ผมขอขอบคุณท่านผอ. และอาจารย์ทุกท่านที่ให้การส่งเสริม แต่ผมขอปฏิเสธการรับตำแหน่งนี้ครับ”

     


            ท่าน ผอ. มีสีหน้าผิดคาดและรู้สึกผิดหวังที่อาจารย์วิชชาปฏิเสธการรับตำแหน่ง ท่าน ผอ. ทำคิ้วขมวดเข้าหากัน 


            “ผมไม่เข้าใจจริง ๆ นะอาจารย์วิชชา อันที่จริงตำแหน่งผอ.นี้น่าจะเป็นของอาจารย์มาตั้งแต่ 15 ปีก่อน แต่อาจารย์ก็ปฏิเสธ มาตอนนี้ก็ยังปฏิเสธอยู่”

     


            “ผมเกรงว่าถ้าไปรับตำแหน่งผู้บริหาร จะไม่มีเวลาพอที่จะทำงานด้านการศึกษาและงานพัฒนาศักยภาพของนักเรียนครับ ผมอยากจะทำงานใกล้ชิดกับเด็กนักเรียนมากกว่า ซึ่งสิ่งนี้คืออุดมการณ์ของผมมาช้านานแล้ว” อาจารย์วิชชาให้เหตุผล

     


            ท่าน ผอ.ถอนหายใจ และรู้สึกว่าอาจต้องใช้เวลาอีกนานเพื่อโน้มน้าวอาจารย์วิชชา จะตัดสินใจค้างหัวข้อประชุมนี้ไว้ก่อน

     


            “เอาไว้ค่อยพูดกันวันหลังก็แล้วกันนะครับ ยังมีหัวข้อการประชุมเรื่องสำคัญอีกหนึ่งข้อ นี่ใกล้เที่ยงแล้ว เดี๋ยวเวลาหมดเสียก่อน” 

     


            ท่าน ผอ. ตัดบท คิดประวิงเวลาเพื่อคุยกับอาจารย์วิชชาทีหลัง ดังนั้น จึงเปิดวาระการประชุมต่อหัวข้อสุดท้าย


            “เรื่องสุดท้ายแล้วครับ เนื่องจากห้องสมุดของเราสร้างมานาน 70 - 80 ปีแล้ว วัสดุก่อสร้างส่วนใหญ่เป็นไม้ ถึงเวลาแล้วที่ต้องมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างตัวอาคารเรียนเพื่อให้เกิดความมั่นคงและปลอดภัยมากขึ้น ผมและฝ่ายบริหารฯเห็นพ้องกันว่าจะรื้อหอคอยห้องสมุดที่ชั้น 3 และชั้นเพดาน”

     


            อาจารย์ทุกคนนิ่งเงียบ รับฟังโครงการรื้อหอคอยห้องสมุดอย่างตั้งใจ

     

            

            ท่าน ผอ. กล่าวต่อว่า “เรามีดำริว่าจะย้ายห้องสมุดลงมาอยู่ที่ตึกทิศใต้ใกล้ห้องกิจกรรม แล้วจะปรับปรุงพื้นที่ห้องทำงานอาจารย์ให้ทันสมัยด้วยพื้นที่ใช้สอยน้อยลงแต่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ขณะเดียวกันก็จะถือโอกาสขยายห้องสาระสนเทศหรือห้องไอทีให้กว้างขวางขึ้นเพื่อรองรับยุคประเทศไทย 4.0 ให้ทันสมัยไปกับยุคสังคมดิจิทัล”

     


            “รื้อคอหอยห้องสมุด? ผมไม่เห็นด้วยครับ ทำไมผมไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อนเลย” อาจารย์วิชชาโพล่งออกมาทันที 

     


            ทุกคนเงียบกริบ บรรยากาศในห้องตึงเครียดขึ้นทันที ไม่มีใครเคยเห็นอาจารย์วิชชาใจร้อนในท่าทีแสดงอาการไม่พอใจเช่นนี้มาก่อน กิริยาอาการของอาจารย์วิชชาในตอนนี้ผิดกับบุคลิกที่สุขุมเยือกเย็นอันเป็นภาพลักษณ์อันปกติของเขา