“หยุด โปรดแสดงหนังสือเชื้อเชิญจากท่านเจ้าเมือง” ทหารหน้าจวนเจ้าเมืองร้องตะโกนบอกให้กลุ่มคนที่กำลังจะเดินเข้าไปข้างในหยุดตัวเพื่อขอดูจดหมายเชิญ ซิงเยียนที่ได้รับจดหมายเชิญเมื่อคืนเธอก็รีบควักมันออกมาทันที
“เชิญพวกท่านตามข้ามา ตอนนี้ท่านเจ้าเมืองอยู่ในช่วงทำงานเช้า จำเป็นต้องรอสัก 1 ชั่วโมง ข้าจะพาพวกท่านไปยังห้องรับรอง”
ซิงเยียนพยักหน้าพลางก้าวขาเข้าไปในจวนเจ้าเมืองตามทหารไปช้าๆ คนของเธอที่ตามมา 20 คนล้วนแล้วยกกล่องดูหรูหราเดินตามไปหลายสิบกล่อง กระทั่งมาถึงห้องรับรองขนาดใหญ่พวกเขาก็ถูกเชิญนั่งยังเก้าอี้ พลางวางกล่องไว้กลางห้องเพื่อส่งมอบให้ท่านเจ้าเมือง
“ตงฟาง อย่าออกนอกแผนนะ”
ตงฟางพยักหน้า เขาจะพยายามไม่ออกนอกแผน การที่ซิงเยียนบอกเขาก็เพราะว่าคุณชายชุดสีฟ้าจะต้องมาหาพวกเธออย่างแน่นอน และมันก็เป็นอย่างนั้นจริงเมื่อจู่ๆชายสวมชุดสีฟ้าและคนของมันเดินเข้ามาในห้องรับรองด้วยรอยยิ้มพร้อมกับคำกล่าวทักทายเอ่ยออกมา
“คุณหนู ข้ากับท่านเจอกันอีกแล้วนะ คงเป็นวาสนาของพวกเรา”
“วาสนาบ้านป้าแกสิ” ดวงตาของตงฟางเรืองแสงออกมาเล็กน้อยก่อนที่ชายสวมชุดสีฟ้าจะยืนเหม่อลอยแล้วหุบยิ้มไม่ต่างจากคนของมันทั้ง 5 ที่เดินเข้ามา ซิงเยียนจึงมองจ้องตงฟางพร้อมกับทำแก้มป่องเพราะเธอยังไม่ได้หลอกถามถึงจุดประสงค์ที่มันมาตงฟางกลับลงมือกัน ทันใดนั้นเธอก็รีบหันหน้าไปยังชายสวมชุดคลุมสีฟ้า เมื่อมันพูดความในใจออกมาทั้งหมด ไม่จำเป็นต้องถาม
“ตงฟาง นี่มันอะไรจ๊ะ ?”
“เป็นหนึ่งในทักษะที่ผมมี ตอนนี้เราไม่จำเป็นต้องคุยกับมันแล้ว”
“ใช่ สบายกว่าเดิมเยอะเลย พี่นึกว่าจะต้องฉีกยิ้มคุยกับมันจนกว่าพ่อมันจะมาซะอีก”
ซิงเยียนรู้สึกโกรธหลังจากรู้ว่าคุณชายสวมชุดสีฟ้าได้ตกลงกับพ่อของมันว่าตัวมันเองจะเข้ามาก่อน 1 ชั่วโมงเพื่อจีบคุณหนูชุดสีแดง จนกว่าจะครบชั่วโมงพ่อของมันจึงจะเข้ามาได้ ตอนนี้ตงฟางที่สะกดจิตมันให้นั่งฝั่งตรงข้ามพวกเขาจึงไม่ต้องทำอะไรนอกจากจิบน้ำชาพลางมองควันธูปหอมที่กำลังลอยไปทั่วห้อง
“เกิดอะไรขึ้น ทำไมข้าไม่ได้ยินเสียงใดๆเลย”
เจ้าเมืองต้วนอี้พยายามใช้หูของมันฟังเสียงจากห้องรับรอง ปรากฎว่ามันไม่ได้ยินเสียงลูกชายของมันเลยสักนิด มันจึงรีบเดินเพราะกลัวว่าลูกชายของมันจะเกิดอันตรายแต่เมื่อมันเดินมาถึงห้องรับรองกลับพบว่าลูกชายกำลังนั่งจิบชาพลางยิ้มให้กับแก้วชาของตัวเองไม่ยอมพูดจาใดๆ ซึ่งความเงียบที่เกิดขึ้นตงฟางเป็นคนบอกให้ทุกคนเงียบ เพราะมันจะทำให้พวกเขาไม่จำเป็นต้องรอจนถึง 1 ชั่วโมง
“ท่านเจ้าเมือง ในที่สุดท่านก็มา ข้าเป็นตัวแทนจากหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้า ขอกล่าวสวัสดีกับการเจอกันในครั้งนี้ของพวกเรา” ซิงเยียนลุกจากเก้าอี้พลางผสานมือทำความเคารพเจ้าเมืองต้วนอี้
“เอออา อา สวัสดี พวกท่านมาหาข้ามีเรื่องอันใด”
“ท่านเจ้าเมือง พวกเรานั้นพึ่งเดินทางมาจากเมืองหลงไห่ อยากจะเข้ามาทำการค้าขายที่นี่โดยการเปิดตึกยา ข้าจึงอยากมาบอกกล่าวแก่ท่าน”
“ตึกยาหรือ”
วิ๊ง~!
ระหว่างซิงเยียนพูดคุยกับท่านเจ้าเมืองตงฟางได้เปิดกล่องบรรจุเม็ดยาระดับ 7 ที่มีอยู่ 1 เม็ด เพียงเม็ดเดียวของมันเขาเชื่อว่าจะต้องทำให้เจ้าเมืองสั่นไปทั่วตัวได้อย่างแน่นอน การที่เขาไม่ใช้พลังจิตกับท่านเจ้าเมืองก็เพราะว่าระดับของเจ้าเมืองเหนือกว่าตงฟาง พลังจิตเลเวล 7 ของเขามีพลังเทียบเท่าระดับราชาวิญญาณขั้น 9 เพียงเท่านั้น ท่านเจ้าเมืองต้วนอี้กลับเป็นระดับราชันวิญญาณ เขาจึงต้องใช้วิธีหลอกล่อด้วยของล้ำค่า
“ท่านเจ้าเมืองต้วนอี้ สิ่งนี้เป็นน้ำใจที่ข้านำมามอบให้ท่าน ของที่อยู่ในกล่องเหล่านี้ก็เช่ากัน”
กล่องนับสิบที่ยกเข้ามาถูกเปิดจนเห็นหยกและของล้ำค่ามากมาย ราคารวมแล้วราวสิบล้านหินวิญญาณ มีทั้งสมุนไพรระดับ 7 ที่แสนจะหายา ทำเอาท่านเจ้าเมืองที่ยังเดินไปไม่ถึงเก้าอี้ตาลุกวาวกับของมากมาย แต่เขาพยายามเก็บอาการเอาไว้เพราะหากรับมาง่ายๆจะทำให้เขาพลาดโอกาสในการต่อรอง
“ข้าต้องบอกพวกเจ้าเล็กน้อย ว่าการจะค้าขายยาในเมืองต้วนอี้เป็นไปได้ยากมาก” ซิงเยียนมองเจ้าเมืองหลังจากเดินไปนั่งยังเก้าอี้ลึกสุดภายในห้องรับรอง
“เรื่องนั้นพวกเรารู้ดีว่าเป็นไปได้ยาก เมืองแห่งสมุนไพรที่ข้ารู้จักล้วนแล้วเต็มไปด้วยร้านยามากมาย แล้วยิ่งมีตระกูลเฉินที่คุมอำนาจในด้านยา เป็นเรื่องยากมากที่พวกข้าจะทำการค้าขายเรื่องยา ท่านพอจะมีทางช่วยเหลือหรือไม่ ”
“ย่อมมี ข้าเจ้าเมืองต้วนอี้หากรับรองให้ใครแล้วก็ตาม มันก็ยากที่ตระกูลใหญ่จะใช้วิธีสกปรกเข้ามาหาเรื่องได้ แต่ว่าการจะได้รับตราเจ้าเมืองจากข้าไปมันก็..” ซิงเยียนมองไปยังสีหน้าของเจ้าเมืองที่กำลังแสดงความรู้สึกวิตกบนใบหน้า เธอที่รู้ว่ากำลังถูกขูดรีดของล้ำค่าเพิ่มจึงฉีกยิ้มส่งไปให้ท่านเจ้าเมืองเช่นเดิม ภายใต้การเดินทางมายังจวนเจ้าเมืองเธอและตงฟางจำเป็นต้องแสดงท่าทางเหมือนเดิม นั่นคือจ่ายหนักให้มันดูเหมือนว่าของที่จ่ายไร้ค่า
“ถ้าอย่างนั้นข้าจะเพิ่มเม็ดยาระดับ 7 ให้ท่านอีกเม็ดก็แล้วกัน มันเป็นเม็ดสุดท้ายที่ข้าพกติดตัวมาแล้ว หวังว่ามันพอจะช่วยพวกข้าได้”
“ได้สิ ได้แน่นอน ข้าคนนี้จะช่วยคุ้มครองพวกเจ้าเอง เพียงแต่การคุ้มครองของข้ามีเวลาจำกัดนะ เนื่องจากมันเป็นการตกลงกับตระกูลใหญ่ หากข้าคุ้มครองพวกเจ้าไปเรื่อยๆ พวกเขาจะเล็งเป้าโจมตีข้าในข้อหาพยายามแทรกแซงหวังทำลายธุรกิจตระกูลของพวกเขา”
ตงฟางพยักหน้าเล็กน้อย เจ้าเมืองต้วนอี้สำหรับเขาเจ้าเล่ห์ไม่น้อย เนื่องจากการคุ้มครองที่ให้มีเวลาจำกัด หากเวลาหมดตระกูลที่เห็นพวกเขาขวางหูขวางตาสามารถเข้ามาจัดการพวกเขาได้ นับได้ว่าเป็นวิธีการที่เจ้าเล่ห์พอสมควร
การรับเงินเจ้าเมืองเป็นคนรับ ไม่ว่าจะเป็นเม็ดยาระดับ 7 ทั้ง 2 และของที่อยู่ในหีบ ไม่เพียงเท่านั้นมันยังไม่ต้องลงมือจัดการพวกเขาอีกเพราะมีตระกูลใหญ่เข้ามากวาดล้างให้เพราะไปค้าขายเหมือนพวกมัน
“ท่านเจ้าเมืองท่านสามารถคุ้มครองพวกข้าได้นานแค่ไหน”
“ข้าคุ้มครองพวกเจ้าได้แค่ 3 เดือนเท่านั้น หาก 3 เดือนพวกเจ้ายังตั้งตัวไม่ได้ข้าขอแนะนำให้พวกเจ้าเดินทางจากไปเนื่องจากตระกูลใหญ่จะต้องเข้าไปโจมตีพวกเจ้าแน่นอนด้วยวิธีการมากมาย”
ซิงเยียนฉีกยิ้มระยะเวลา 3 เดือนที่ให้นับได้ว่านานมากสำหรับเธอ เดิมทีเธอวางแผนเอาไว้ว่าจะดูดลูกค้าทั่วเมืองมายังตึกยาของเธอด้วยระยะเวลาราว 1 เดือน แต่เจ้าเมืองให้เวลาเธอ 3 เดือนมันจึงนานพอจะทำให้พวกเธอมั่นคง
“ท่านพ่อ ข้าได้คุยกับคุณหนูซิงเยียนแล้ว เธออยากจะซื้อทำเลใจกลางเมืองตรงข้ามกับตึกยาตระกูลเฉินด้วย”
คุณชายชุดสีฟ้าพูดออกมาด้วยรอยยิ้มจากพลังจิตของตงฟางที่ควบคุมมัน หากพวกเขาเป็นคนเอ่ยปากทุกอย่างจะทำให้การพูดคุยมีเงื่อนไขและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มสูงขึ้น ตงฟางจึงให้ลูกชายเจ้าเมืองช่วยพวกเขาอีกแรงเพราะเขาเชื่อว่าเจ้าเมืองมันจะต้องเอาใจซิงเยียนเพื่อสานสัมพันธ์ให้กับลูกชายของมันแน่นอน
“หืม พวกเจ้าคิดดีแล้วอย่างนั้นหรือ”
“พวกข้าคิดดีแล้ว แม้มันจะอยู่ตรงข้ามร้านตระกูลเฉินพวกเรากลับไม่ได้เกรงกลัวอะไรเพราะข้าคิดว่าการค้าขาย ต่อให้อีกฝ่ายจะมีอำนาจมาก หากพวกเราขายของคุณภาพ พวกเราก็สามารถขายมันได้เช่นเดิม”
“ถ้าอย่างนั้นข้าจะคุ้มครองพวกเจ้าเป็นระยะเวลา 3 เดือนส่วนพื้นที่ที่เจ้าต้องการ ข้าจะให้คนของข้านำสัญญาซื้อขายไปมอบให้เจ้า คิดซะว่าเป็นของขวัญจากข้าเจ้าเมืองต้วนอี้ก็แล้วกัน”
ซิงเยียนลุกขึ้นผสานมือขอบคุณด้วยรอยยิ้มพลางขอตัวกลับ คุณชายชุดสีฟ้ามันก็ลุกขึ้นพร้อมกันเพื่อกล่าวลาซิงเยียน อย่างไรก็ตามตงฟางกลับยังไม่คิดปล่อยมันไป เขาได้ฝังพลังจิตลงไปในจิตใจของของมันเพื่อบอกรูปลักษณ์ซิงเยียนใหม่ให้มันกลัว ไม่กล้าเข้าใกล้เธอ
—----------------------------------
“อาห์ ง่ายดายกว่าที่คิด”
ซิงเยียนทิ้งตัวลงไปนอนบนเตียงพลางหันมองเงาตงฟางที่ยืนอยู่หน้าห้อง
“ตงฟาง แน่ใจนะว่าจะไม่จ้างช่างมาต่อเติมตึกใหม่”
“แน่ใจครับ หากเราให้ช่างต้องใช้เวลาราว 1 อาทิตย์ เดี๋ยวผมจัดการเอง จะลงค่ายกลไว้ด้วยเพื่อป้องกัน”
“ฝากด้วยนะ พี่สาวของีบก่อน มางีบด้วยกันไหม”
ซิงเยียนมองไปยังหน้าห้องเธอได้ยินเพียงแค่เสียงชายผ้าคลุมสะบัดต้านลมกระโดดจากไป เหลือไว้เพียงแค่สิ่งที่ตงฟางเคยบอกว่ามันเป็นอสูรโลหิตสวมใส่เสื้อผ้าสีดำยืนเฝ้าหน้าห้องของเธอ
—-----------------------------------------
“ดึกสักที”
ตงฟางมองจ้องเข้าไปในเมืองต้วนอี้จากภูเขาที่อยู่ห่างออกไปไกล จนเวลามันผ่านมาถึงเที่ยงคืนที่เขาจะลงมือ ตอนนี้เอกสารเป็นผู้ครอบครองที่ดินในจุดตั้งร้านคงจะถึงมือพี่ซิงเยียนแล้ว ตัวของเขาที่ออกมาหาแร่กลับไปสร้างตึงจึงประกบมือลงไปยังภูเขาลูกที่มาถึงเพื่อใช้พลังจิตธาตุดินและสายฟ้าดึงแร่ที่อยู่ในภูเขาออกมาให้เพียงพอต่อการสร้างตึก 3 ชั้นสามารถรองรับผู้คนได้นับพัน
คลืน~!
แร่จำนวนมากที่ตกผลึกอยู่ภายในภูเขาถูกสนามแม่เหล็กไฟฟ้าเข้าไปกระแทกจนพวกมันแตกละเอียดเป็นผงแร่ ก่อนจะถูกลำเลียงออกมาจากรูเล็กๆที่ขุดขึ้นจากพลังจิตธาตุดิน ภายใต้การใช้ธาตุสายฟ้าควบคุมผงแร่และใช้ธาตุดินแยกดินออกจากแร่นี้เอง รอบๆตัวของตงฟางตอนนี้ต่างก็เต็มไปด้วยผงแร่สีดำลอยตัวไม่ต่างจากหมอก
พรึ่บ~!
พลังจิตยกทั้งร่างและผงแร่จำนวนมากบินกลับไปยังเมืองต้วนอี้กระทั่งตงฟางมาถึงทำเลสำหรับสร้างตึกยาเขาก็พบเข้ากับพี่ซิงเยียนออกมาดักรอเขา
“ทำไมไม่อยู่ในบ้าน”
“ก็อยากเห็นนี่ อีกอย่างตอนนี้พวกคุณชายก็น่าจะหลับหมดแล้วล่ะ”
“ครับๆ งั้นถอยออกไปก่อน”
ตงฟางโบกมือไล่ให้พี่ซิงเยียนเดินห่างออกไปจากตึกร้างที่เขาจำเป็นต้องทุบมันทิ้งเพราะจะสร้างตึกใหม่ลงไปโดยมันจะเป็นตึกที่มีขนาดใหญ่กว่าเดิม ภายใต้การชูมือไปข้างหน้าของตงฟางสร้างความรู้สึกสงสัยให้กับซิงเยียนและคนที่มาคุ้มกันไม่น้อยว่าตงฟางกำลังจะทำอะไรกับตึกร้างตรงหน้า
ทันใดนั้นหลังคาตึกหลังใหญ่ตรงหน้าพวกเขาก็แตกตัวกลายเป็นฝุ่นผงลอยขึ้นไปบนท้องฟ้าไม่ใช่แค่หลังคา ทั่วทั้งตึกก็ค่อยๆสลายกลายเป็นฝุ่นจนพื้นที่ตรงหน้ากลายเป็นพื้นที่โล่งกว้างไปในพริบตา
“วูว” ซิงเยียนเบิกตากว้าง ตั้งแต่เจอกันที่ป่าอสูรคลั่งเธอไม่เคยเห็นตงฟางใช้พลังมาก่อน ครั้งนี้เขากลับลบตึกให้กลายเป็นฝุ่นไปได้ง่ายๆ ไม่เพียงเท่านั้นเธอยังเห็นตงฟางนำผงแร่สีดำที่ไม่รู้ว่าหามาจากไหนมากองไว้ในพื้นที่โล่ง ระหว่างมองตงฟางก็เริ่มขยับนิ้วในมือทั้งสองข้างควบคุมแร่สีดำกองใหญ่จนพวกมันค่อยๆลอยตัวเข้าไปจับกลุ่มกันเกิดเป็นตึกหลังใหญ่สูงกว่าตึกเดิม
“ตงฟาง นี่มันอะไรกัน?”
“เงียบก่อนพี่ซิงเยียน อย่าพึ่งถามไม่งั้นมันจะถล่ม”
ตงฟางห้ามพี่สาวของเขาให้เงียบก่อน ตอนนี้เป็นเพียงแค่ขั้นตอนการนำแร่ไปวางตามโครงสร้าตึกที่เขาวางเอาไว้เท่านั้น หากเขาถอนพลังจิตออกมันจะถล่มลงมาทั้งตึก เขาจึงต้องเร่งความร้อนเพื่อยึดผงแร่เหล่านี้ให้พวกมันติดกันด้วยขั้นตอนไม่ต่างจากตอนเขาหลอมแร่ตีเหล็ก
วิ๊ง~!
“นี่มัน” ซิงเยียนมองตึกที่กำลังเปล่งแสงสีแดงร้อน เธอตกใจมากเพราะตงฟางกำลังใช้วิธีการเล่นแร่แปรธาตุมาตีตึกร้อนๆให้มันเข้ารูป ด้วยทักษะที่เธอเคยรู้มาก่อนว่ามันเป็นทักษะของนิกายโบราณ ที่ตงฟางใช้บีบอัดดาบระดับ 5 ต่อหน้าทุกๆคนโดยไม่ต้องใช้ทั่งใช้เพียงแค่มือเปล่า
ตึง~!
“เสร็จแล้วครับ ที่เหลือก็เพียงแค่…”
“เราจะเปิดร้านพรุ่งนี้เลย เรื่องนี้จะต้องทำให้ทุกคนตกใจแน่นอน เอาล่ะตงฟาง ตึกสีดำมันดูน่ากลัว เราเป็นตึกยาจะต้องเป็นสีขาว” ซิงเยียนร้องตะโกนแทรกด้วยท่าทางดีใจ ตงฟางจึงทำได้เพียงแค่ยอมทำตาม
“งั้นผมจะนำปูนเก่ามาโอบไว้นะครับ”
ตงฟางเริ่มต่อเติมตึกให้เป็นสีขาวส่วนพี่ซิงเยียนเธอได้ให้คนของเธอขนของเข้าไปในตึกช่วงกลางดึกเพื่อที่พรุ่งนี้เช้าพวกเธอจะได้เปิดร้าน การมีตึกยาปรากฎขึ้นมาในระยะเวลา 1 วันจะต้องทำให้ทุกคนสนใจ