การะเกดนอนหลับจนถึงเช้า โดยไม่ตื่นตอนกลางคืนเลย หลังจากที่เธอทะลุมิติมาอยู่ในโลกนี้ การะเกดเธอมักจะตื่นขึ้นมากลางดึกตลอด แต่คืนที่ผ่านมาการะเกดเธอกลับหลับสบายกว่าทุกวันเช้าวันนี้การะเกดคิดว่าจะออกไปสำรวจบ้านและหมู่บ้าน
การะเกดอาบน้ำแต่งตัว เธอหยิบผ้าถุงมานุ่งกับเสื้อคอบัวสีน้ำตาลแขนยาวถึงข้อศอก เส้นผมสีดำของการะเกด เธอปล่อยยาวไม่มัด หลังแต่งตัวเสร็จการะเกดเดินออกมาห้องนอนเดินลงจากบ้านและไปทางห้องครัว ที่ตอนนี้เธอได้ยินเสียงคนทำอาหารอยู่ในครัวน่าจะเป็น้องสาวคนใดคนหนึ่ง
“พี่การะเกด พี่ตื่นแล้ววันนี้ฉันทอดปลากินกับผักสดนะ”แก้วใสบอกพี่สาวคนโตที่เดินเข้าครัวมาโดยที่มือของเธอยังยุ่งกับการทาเกลือบนตัวปลาเตรียมที่จะทอดปลา การะเกดเดินมาดูน้องสาวทำอาหารเธอมองดูผักที่อยู่บนตะกร้าสาน ที่นี่ยังไม่มีไฟฟ้าก็ไม่ต้องพูดเลยการมีตู้เย็นสำหรับเก็บอาหารเลย
คนแถวนี้จะหาอาหารหรือเก็บผักมาทานวันต่อวันมากกว่าที่จะเก็บมาเยอะๆและทิ้งให้มันเน่าเสีย หากวันไหนมีอาหารมากจนทานไม่หมดที่นี่จะนำมันไปให้ญาติ เพื่อนบ้าน หรือนำไปขายที่ตลาดในหมู่บ้าน การะเกดหยิบผักบุ้งออกมาจากตะกร้า นำมาล้างทำความสะอาดแลหันให้เป็ชิ้น นำกระเทียมมาปลอก 2 หัวใส่ลงไปในครกหิน พร้อมกับใส่พริกแดง ลงไปและโขลกให้ยังมีความหยาบไม่โขลกละเอียด
แก้วใสที่กำลังทอดปลาอยู่หน้าเตา หันไปมองพี่สาวคนโตที่กำลังโขลกกระเทียมกับผริก “พี่การะเกด พี่จะทำอะไรคะ”
การะเกดที่ตำเครื่องอยู่มองน้องสาวก่อนจะบอก"พี่เห็นว่ามีผักบุ้งด้วยเลยจะผัดผักบุ้งอีกอย่างนะ"
แก้วใสได้ยินยังนั้นก็หันไปทอดปลาในกระทะต่อ เธอยังไม่อยากให้ปลาไหม้จนทานไม่ได้ หลังแก้วใสทอดปลาเสร็จการะเกดก็ผัดผักบุ้งต่อจากน้องสาวโดยใช้น้ำมันที่เหลือจากการทอดปลาต่อจากแก้วใส น้ำมันของที่นี้ได้มาจากการเจียวมันหมูเพื่อเอาน้ำมัน น้ำมันแทบไม่มีขายถ้า้าซื้อต้องเดินเข้าตัวเมือง ในหมู่บ้านไม่มีรถสำหรับเข้าเมือง ถ้าจะเข้าเมืองต้องเดินไปหรือติดรถของคนในหมู่บ้านเข้าเมืองหรือเดินไปรอรถตรงถนน ซึ่งไกลจากหมู่บ้านอออกไปอีก
แม้ในหมู่บ้านไม่มีไฟฟ้าใช้ แต่ก็ยังมีรถกระบะใส่ หมู่บ้านมีแค่บ้านหัวหน้าหมู่บ้านเท่านั้นที่มีเงินซื้อ ชาวบ้านในหมู่บ้านมีมากสุดก็รถจักรยาน จักรยานในหมู่บ้านมีแค่สองสามคันเท่านั้น หนึ่งในนั้นก็มีบ้านของสามพี่น้องด้วย เป็จักรยานที่พ่อแม่ของสามพี่น้องซื้อไว้ตอนที่ยังมีชีวิตอยู่
การะเกดผัดผักบุ้งเสร็จก็ตักใส่จาน ส่งให้น้องสาวคนรองยกออกไปตั้งโต๊ะ ทานข้าวเช้าเสร็จจะได้ออกไปทำงานในไร่
“พี่แก้วใสทำอะไรกินค่ะกลิ่นหอมน่ากินมาก”กานพลูที่เดินออกมาจากหลังบ้านถามพี่สาวที่ยกจานอาหารออกมา
“พี่ทอดปลาส่วนพี่การะเกดผัดผักบุ้งที่น้องไปเก็บมาเมื่อเช้านะ”แก้วใสบอกน้องสาวที่เดินถือข้องเป็ดมาจากด้านหลังบ้าน ออกไปไม่ไกลจากบ้านนักถ้าเดินไปทางหลังบ้านจะเจอแม่น้ำที่ไหลลงมาจากูเาผู้คนในหมู่บ้านมักชอบไปจับปลาบริเวณนั้นเป็ประจำ
“น่ากินจังเลย ฉันของนำปลาไปขังในโอ่งก่อนนะ แล้วจะไปอาบน้ำเสร็จแล้วฉันตามไปกินข้าว”กานพลูบอกพี่สาวคนรองก่อนจะเดินไปทางหลังครัว เปิดโอ่งน้ำขนาดเล็กที่สูงแค่เอวของเธอออกก่อนจะเทปลาสองสามตัวลงไปในโอ่งและปิดฝาไว้ก่อนจะรีบไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า
หลังทานข้าวกันเสร็จน้องสาวทั้งสองออกไปทำงานในไร่ส่วนการะเกดที่น้องๆห้ามไม่ยอมให้ออกไปที่ไร่ด้วย ก็ไม่รู้จะทำอะไรที่บ้านเธอเลย เลือกเดินดูบ้านหลังนี้อย่างละเอียน
จากที่เธอเดินดู ห้องนอนที่การะเกดนอนตอนนี้เป็ห้องนอนใหญ่ที่เคยเป็ของพ่อแม่การะเกด ซึ่งตั้งอยู่ฝั่งนี้ห้องเดียว อีกฝั่งของบ้านเป็ห้องนอนของน้องทั้งสอง มีอยู่สองห้อง ปกติถ้าพ่อแม่ยังมีชีวิตอยู่การะเกดกับแก้วใสจะนอนด้วยกันและอีกห้องจะให้นอนเล็กเป็คนนอน พอพ่อกับแม่เสียชีวิต การะเกดเลยย้ายมาน้องห้องของพ่อแม่และให้น้องสาวคนรองนอนคนเดียว
เพราะงั้นบนบ้านจึงมีสามห้องนอนหนึ่งห้องโถง ห้องโถงก็ไม่ได้มีอะไรมาก มีชุดเก้าอี้สำหรับนั่งเท่ากับจำนวนคนในบ้านคือมีเก้าอี้ไม้ห้าตัวและโต๊ะเตี้ยหนึ่งโต๊ะ นอกจากนั้นตรงกำแพงยังมาเก้าอี้ไม้ตัวยาวอีกหนึ่งตัวสำหรับนอนพัก สำหรับตัวนี้ แม่ของสามพี่น้องมักจะมานั่งมานอนประจำ และยังมีตู้ไม้ที่ถูกตั้งอยู่อีกสองสามตู้ ตู้เล็กและตู้ใหญ่
เธอก็พอรู้มาบ้างว่าครอบครัวนี้พอมีเงิน เป็ครอบครัวที่พอมีฐานะการะเกดจำได้จากความทรงจำว่าพ่อของสามพี่น้องเก่งเื่งานไม้มาก ของในบ้านไม่ว่าจะเป็โต๊ะ เก้าอี้ เตียง ตู้ไม้ต่างๆ พ่อของสามพี่น้องทำเองทั้งหมดโดยไม่ต้องซื้อเลย และคนในหมู่บ้านก็มักจะมาจ้างให้พ่อของสามพี่น้องทำโต๊ะเก้าอี้ให้ งานแต่งก็มาจ้างไม่ใช้แค่คนในหมู่บ้านแต่คนนอกหมู่บ้านเช่นกัน
เดินออกมาจากประตูบ้านจะเป็รัเบียงนั่งเล่นหน้าบ้านและมีโต๊ะยาวสำหรับนั่งทานข้าว ตรงระเบียงมีม่านไม้ไผ่รอบระเบียงม่วนไว้อยู่ ทำไมถึงมีเพราะเวลาฝนตกหรืออากาศหนาวจะต้องปิดม่านไม้ไผ่กันฝนกันลม การะเกดเดินลงบรรไดบ้านมาจะเป็ใต้ถุนบ้าน ที่นี่จะนิยมทำบ้านสูงและมีใต้ถุงบ้านไว้วางของเก็บของหรือนั่งเล่น
ตรงบรรไดขึ้นบ้านมีโอ่งสำหรับใช้ล้างเท้าก่อนขึ้นบ้าน ใต้ถุงบ้านมีโต๊ะยาวสำหรับนั่งพักและมีอุปกรณ์ทำงานไม้ของพ่อของสามพี่น้องตั้งอยู่ ถัดไปอีกเล็กน้อยจะเป็กี่หรือหูก เครื่องทอผ้าซิ่นของแม่ของสามพี่น้อง วึ่งตอนนี้ไม่ได้ใช้งานแล้วด้วยสามพี่น้องใช้ไม่เป็จึงวางทิ้งไว้ที่เดิมและนำผ้ามาคลุมไว้เช่นเดียวกับอุปกรณ์ทำงานไม้สามพี่น้องก็นำมาใส่ลงลังไม้เก็บเอาไว้
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
กี่ หรือ หูก เป็เครื่องทอผ้าพื้นบ้านที่พัฒนามาจากการทอผ้าโดยผูกด้ายเส้นยืนกับต้นไม้หรือเสาเรือน มาเป็โครงสี่เหลี่ยม กี่ทอผ้า มีไม้คานกี่เป็โครง้าเพื่อรับไม้คานหาบที่รับน้ำหนักของฟืมด้วยเชือก และมีสายเชือกโยงไม้ขัดร่องเขาที่หัวท้าย มีไม้กำสำหรับยึดเส้นด้ายยืน โครงสร้างและส่วนประกอบของกี่ประดิษฐ์ขึ้นเพื่อให้เกิดความสะดวกในการทอผ้า ส่วนใหญ่ทำด้วยไม้
กี่ทอผ้า มีทั้งกี่พุ่งซึ่งจะใช้กระสวยพุ่งเส้นด้ายเส้นนอนหรือเส้นพุ่งด้วยมือ และกี่กระตุกที่พุ่งเส้นกระสวยด้วยการกระตุกสายบังคับให้กระสวยวิ่งกลับไปกลับมาอย่างรวดเร็ว