ตอนที่42ของขวัญจากพ่อ
เมื่อส่งยาเม็ดแรกให้กับซื่อวู้เรียบร้อยแล้วเจิ้งฟู่ก็เริ่มปรุงยาชนิดที่สองต่อทันทีและไม่นานหลังจากที่เขาเริ่มปรุงยาในทันใดนั้น.......
ฟู้มมมมม!!
บู้มมมมม!!
ควันสีขาวลอยออกมาอีกครั้งพร้อมกับกลิ่นหอมของยาเช่นเดิมเจิ้งฟู่หยิบเอาเม็ดยาและส่งให้ซื่อวู้จากนั้นเขาก็หันไปปรุงยาชนิดต่อไปต่ออย่างคล่องแคล่วเหมือนกับคนที่ผ่านการปรุงยามานักต่อนักแล้วอย่างนั้นแหละ......
ส่วนซื่อวู้ก็ทำได้เพียงแค่ยืนมองเขาอยู่ห่างๆอย่างห่วงๆถงหลางเองเมื่อเห็นสีหน้าของซื่อวู้มันก็นึกย้อนกลับไปตอนที่มันได้สอนวรยุทธให้กับเจิ้งฟู่ที่เมื่อก่อนตัวมันเองแทบจะเหมือนกับซื่อวู้ในตอนนี้เลยที่ทำได้เพียงแต่ยืนดูเท่านั้น......
ถงหลาง:ท่านซื่อวู้อย่าได้คิดมากเลยตอนที่ข้าสอนวรยุทธเขาเมื่อตอนนั้นก็เป็นแบบนี้แหละข้าแทบจะไม่ได้สอนอะไรเขาเลยแต่เป็นเขาต่างหากที่สอนข้าแทน....
สอนท่านแทน!!
ถงหลางพยักหน้าพร้อมกับทำหน้าเศร้าใจเล็กน้อยแต่มันก็คือความจริงเพราะถ้าไม่ใช่เจิ้งฟู่บอกเทคนิคการกำจัดส่วนเกินของการเคลื่อนไหวในทักษะกระบี่อ่อนให้กับมันและถงเทียงละก็ทักษะกระบี่อ่อนของพวกมันก็คงจะไม่ก้าวหน้าแบบนี้......
ไม่นานยาชนิดที่สามเจิ้งฟู่ก็ปรุงมันเสร็จเขาหยิบเม็ดยาและยื่นให้กับซื่อวู้พร้อมกับทำหน้าบ๊องแบ๊วเหมือนกับเด็กที่ทำความดีแล้วอยากให้ผู้ใหญ่ชม......
ห้า ห้า ห้า!!!
ซื่อวู้เพียงแต่ยิ้มแห้งๆเท่านั้นเพราะยาทั้งสามเม็ดที่เจิ้งฟู่ปรุงออกมานั้นพวกมันต่างมีคุณภาพดีกว่าของที่มันปรุงทั้งสามชนิดเลย......
ซื่อวู้:ในเมื่อเจ้าสามรถปรุงยาได้แล้วก็ดีเจ้าจงหมั่นฝึกซ้อมมันอยู่บ่อยๆถ้าติดปัญหาใดๆก็สามารถมาถามข้าได้หลังจากนี้ข้าจะให้คนจัดเตรียมห้องไว้ให้เจ้าและก็จัดหาเตาปรุงยาให้กับเจ้าด้วยเจ้าจะได้ฝึกมัน....
"ขอบคุณขอรับท่านอาจารย์"
*เท่านี้เราก็มีห้องปรุงยาเป็นของตัวเองแล้วจะได้ไม่มีใครสงสัยเรื่องการปรุงยาของเราอีกและถ้าท่านพ่อกับท่านแม่ถามก็บอกว่าเรากำลังเรียนปรุงยากับท่านอาจารย์อยู่!!*(คิดแผนร้ายตั้งแต่เด็กเลยนะ)
ถงกลาง:ถ้าเช่นนั้นข้าขอตัวก่อนนะข้าต้องรีบนำยาพวกนี้ไปรักษาคนที่ได้รับบาดเจ็บจากการล่าสัตว์อสูรก่อน....
อือ!!
เมื่อถงหลางกล่าวจบมันก็ทะยานตัวหายไปด้วยวิชาตัวเบาของมันทันที.....
ล่าสัตว์อสูร!!
เจิ้งฟู่คิดขึ้นมาได้ว่าป่าที่ติดกับป่าต้องห้ามของตระกูลเขามีสัตว์อสูรอยู่ไม่ใช่น้อยและพวกมันก็มักจะบุกลุกเข้ามาอยู่บ่อยๆทำให้พวกคนในตระกูลต้องออกไปต่อสู้เพื่อขับไล่พวกมันและการที่ขับไล่พวกมันนั้นพวกเขายังถือโอกาสล่าพวกมันเพื่อเอาแก่นอสูรอีกด้วยเพราะว่าแก่นอสูนนั้นสามารถนำมาตีรวมกับอาวุธได้แม้แต่เป็นส่วนผสมของการปรุงยาเพิ่มพลังก็ยังได้.......
ซื่อวู้:เจิ้งฟู่วันนี้เจ้ากลับไปก่อนไว้พรุ่งนี้เจ้าค่อยมาใหม่ข้าจะให้คนเตรียมห้องไว้ให้เจ้าเอง......
ขอรับท่านอาจารย์!!
ซื่อวู้ถือยาทั้งยาเม็ดไว้ในมือพร้อมกับมองร่างเล็กๆของเจิ้งฟู่ที่ค่อยๆหายลับตาไปมันมองด้วยความชื่นชมและปิติยินดีตั้งแต่มันเป็นนักปรุงยามามันไม่สามารถที่จะเลื่อนระดับได้เพราะมันพลาดการทดสอบทั้งสามรอบแต่มันก็ยังรักในการปรุงยามันจึงพยายามคิดค้นสูตรยาใหม่อยู่เสมอถึงจะเป็นเพียงแค่นักปรุงยาชั้นต้นก็ตาม.......
"หวังว่าท่านอาจารย์ซื่อวู้จะไม่สงสัยเรานะ?" (ทำเก่งขนาดนั้นไม่ให้สงสัยได้ไง)
ในขณะที่เจิ้งฟู่เดินอยู่และคิดอะไรเพลินๆอยู่นั้นเขาก็ชนกับบางอะไรบางอย่าง.....
ปั๊ก!!!
อ้ายยยยย!!
โอ้ยยยยย!!
เจิ้งฟู่เอามือขึ้นกุมหัวด้วยความมึนและเมื่อเขามองไปยังด้านหน้าก็พบว่าสิ่งที่เขาชนนั้นไม่ใช่สิ่งของแต่เป็นคน.......
จะ จะ เจ้า!!!
คนที่เจิ้งฟู่ชนก็คือเทียนฉีนั้นเองนางถูกเจิ้งฟู่ชนจนก้นลงไปกระแทกที่พื้นและเมื่อนางมองมายังคนที่ชนนางก็ตะโกนออกมาด้วยความโมโหและรีบลุกขึ้นปัดฝุ่นออกทันที....
เทียนฉี: นี่เจ้าเดินประสาอะไรนิไม่ดูตาม้าตาเรือเลย!!
ตาม้าตาเรือ!!?
"ไหนหรือตาม้าตาเรือ ข้าเห็นเพียงแค่เจ้าที่ลงไปนั่งก้นจ้ำเบ้าเท่านั้นเองฮ่า ฮ่า ฮ่า!!"
จะ จะ เจ้า!!
ตุบ!!
เทียนฉีนางโกรธมากเมื่อได้ยินแบบนั้นนางกระทืบเท้าไปหนึ่งทีและทำหน้าบูดบึ้งไม่พอใจ.......
เทียนฉี: เจ้าอย่ามาแกล้งโง่หน่อยเลย เจ้าจงใจเดินชนข้าใช่ไหม!!?
"จงใจชนเจ้าถ้าข้ารู้ว่าเจ้าจะเดินมาทางนี้ข้าคงไม่มาหรอก!!"
เทียนฉี: เจ้าว่ายังไงนะ นี่เจ้า!!!
ตุบ!!
นางกระทืบเท้าอย่างแรงอีกครั้งด้วยความโมโหที่จริงแล้วนางตั้งใจจะมาหาเขาเพื่อถามถึงการประลองในครั้งนั้นแต่ก็ไม่ได้เจอเขาเลยและวันนี้นางก็ตัดสินใจที่จะไปหาเขาที่บ้านแต่เมื่อนางเจอเขากับทำให้นางโมโหจนลืมเรื่องการประลองที่จะถามไปเลย......
"อีกอย่างทางนี้มันก็เป็นทางไปบ้านข้ามันจึงเป็นไปไม่ได้ที่ข้าจะไปทางอื่นเจ้าเองมากว่ามั้งที่มาขวางทางข้า!!"เจิ้งฟู่กล่าวพร้อมกับทำหน้าสงสัยมองไปที่นาง....
“ไอ้บ้าเจิ้งฟู่ ใครมันไปขวางทางเจ้ากันหะ!!ข้าก็แค่บังเอิญผ่านทางมาเท่านั้นแหละ แบร่ๆๆ :P” เมื่อกล่าวจบนางก็รีบวิ่งกลับไปด้วยใบหน้าที่แดงกล่ำที่เต็มไปด้วยความโกรธผสมกับความรู้สึกอีกหนึ่งอารมณ์ที่บอกไม่ถูก.....
“ไอ้บ้าเจิ้งฟู่ค่อยดูเถอะ ข้าต้องเอาคืนให้ได้!!!” เมื่อนางวิ่งมาได้สักพักก็หยุดลงก่อนจะตะโกนออกมาเบาๆอย่างเดือดดาล.....
ปัง!!
"เฮ้อ!! อยู่ให้ห่างจากนางดีกว่าดูแล้วถ้าอยู่ใกล้ด้วยคงจะไม่ดีแน่ผู้หญิงแบบนี้คุยด้วยลำบาก"เจิ้งฟู่ไม่รอช้าเขารีบเดินกลับบ้านทันทีโดยไม่สนใจอะไรนางต่อแต่ในขณะนั้นเองก็มีสายตาคู่นึ่งจับจ้องมาที่เจิ้งฟู่ในขณะที่เขากำลังเดินกลับบ้าน......
*เด็กคนนี้ไม่เลวเลย เก่งทั้งเรื่องเรียน วรยุทธ และก็การปรุงยาเขาถือเป็นอัจฉริยะโดยแท้จริงเลย*
ฟิ้วววว!!
นั่นใคร!!?
เจิ้งฟู่เองสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่างที่น่าขนลุกกำลังจ้องมองมาที่เขาเขาจึงหันกลับไปมองแต่ก็ไม่พบอะไรในก่อไผ่เลยนอกจากสายลมและฝูงนกที่บินไปมา.......
"นี่เราหลอนไปเองหรอเนี่ย?" เจิ้งฟู่พูดขึ้นก่อนเดินไปเอามือเกลาที่หัวไป......
ท่านแม่ท่านพ่อข้ากลับมาแล้วขอรับ!!!
........?
ไม่มีสัญญาณตอบรับจากหมายเลขที่ท่านเรียก!!
ท่านแม่!!!
ท่านพ่อ!!!
ตู๊ดๆๆๆๆๆๆๆ!!
"เอ๋ๆๆๆ ท่านแม่กับท่านพ่อไปไหนกันนะ?"
เอี๊ยดดดดด!!
เมื่อเขาเปิดประตูบ้านออกเจิ้งฟู่ถึงกับขมวดคิ้วทันทีเพราะในบ้านมันมืดแบบแปลกๆเขามองไปรอบๆทั้งซ้ายและขวาก็ไม่พบใครก่อนจะตัดสินใจเดินเข้าไปช้าๆ.....
ตุบ ตุบ ตุบ!!!
นั่นมัน!!
และเมื่อเขาเดินเข้ามาจนถึงห้องโถงของบ้านเขาก็ต้องตกใจเมื่อมองไปที่โต๊ะด้านหน้าของเขาแล้วพบมันมีกล่องยาวหนึ่งกล่องวางไว้......
"นั่นมันกล่องใส่กระบี่อินทรีวายุนิ ทำไมถึงมาอยู่ตรงนี้ได้?"
เจิ้งฟู่ค่อยๆเดินเข้าไปใกล้เรื่อยๆเรื่อยๆเขาห่างจากกล่องเพียงแค่สองก้าวเท่านั้นนี้เป็นครั้งที่สองที่เขาได้เห็นมันแต่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เข้ามาอยู่ใกล้ๆมันและเขาสัมผัสได้ถึงออร่าและพลังที่ถูกปล่อยออกมาจากกล่องไม้เมื่อเขาเริ่มเข้าไปใกล้มัน..........
"ทำไมท่านพ่อถึงได้เอากล่องกระบี่มาวางไว้ตรงนี้กันนะ?"
ตึบ!!
นั่นใคร!!
เจิ้งฟู่หันกลับไปพร้อมกับซัดหมัดของเขาเมื่อได้ยินเสียงที่มาจากด้านหลังของเขาแต่เมื่อเขาเห็นใบหน้าของคนที่มาจากด้านหลังเขาถึงรีบหยุดมือและดึงมันกลับมาทันที.....
โว้วววว!!
ท่านพ่อ!!
“มันอันตรายนะลูก!!”ที่แท้ก็คือคงซือนั้นเองที่เดินมาด้านหลังเขาของ.....
"ก็ท่านเล่นมาไม่ให้ซุ่มให้เสียงนิครับใครมันจะไปรู้ละ!!ดีนะที่ข้าหยุดมือเอาไว้ทันไม่เช่นนั้นข้าได้ทำร้ายท่านไปแล้ว" เจิ้งฟู่พูดพร้อมกับแกล้งทำหน้าไม่พอใจ......
โอ๋ๆๆๆๆ!!
ถ่างหลิง: โอ๋ๆๆ!! ลูกแม่ท่านพ่อของเจ้าเขาไม่ได้ตั้งใจนะลูก.....
คงซือ: ใช่ๆ พ่อไม่ได้ตั้งใจจะทำให้ลูกตกใจเลยนะ!!
เชอะ!!
คงซือ: อย่าโกรธพ่อเลยนะ มาๆๆ วันนี้พ่อมีขวัญจะให้ลูกด้วยนะ!!
ของขวัญ!!?
“ใช่แล้วพ่อเขาตั้งใจหามันให้ลูกเลยนะ!!”ถ่างหลิงพูดพร้อมกับดันตัวเจิ้งฟู่เข้าไปใกล้กับกล่องไม้ที่อยู่ตรงหน้าเขาช้าๆ....
"อย่าบอกนะว่ากล่องไม้นี้คือของขวัญที่ท่านบอก?"
ถูกต้องแล้ว!!
คงซือ: ใช่แล้วลูกมันไม่ใช้กล่องไม้ธรรมดานะเจ้าลองเปิดดูสิ!!
เจิ้งฟู่รู้อยู่แล้วว่าข้างในคืออะไรแต่เขาก็ต้องเล่นไปตามบทบาทเพราะไม่เช่นนั้นมันจะดูแปลกเกินไปสำหรับเด็กอายุเท่าเขา......
ปั๊ก!!
เจิ้งฟู่เดินไปที่กล่องกระบี่และก็เปิดมันออกทันที........
ฟู้วววววว!!
เมื่อเขาเปิดออกคลื่นออร่าก็แผ่ไปทั่วห้องทันทีและภาพที่เขาเห็นก็คือจิตวิญญาณของอินทรีนภาที่บินอยู่รอบๆกระบี่นั้นเอง......
ว้าวววว!!
"นี่มันกระบี่นี้น่า!!" เจิ้งฟู่ยิ้มพร้อมกับทำท่าทางดีใจ.......
คงซือ: นั้นคือกระบี่ระดับสูงเชี่ยวนะมันเทียบได้กับกระบี่กิ้งก่าเพลิงเลยและมันมีชื่อว่ากระบี่อินทรีวายุเป็นไงเจ้าชอบมันไหม?
ว้าวๆๆๆ กระบี่อินทรีวายุ!!
"ข้าชอบมากเลยท่านพ่อขอบคุณครับ"
เมื่อเขายกกระบี่ขึ้นเขาสัมผัสได้ถึงพลังที่ห้อล้อมไปทั่วกระบี่อย่างบ้าคลั่งราวกับว่ามันจะผ่าภูเขาทั้งลูกให้ขาดเป็นสองซีกได้อย่างนั้นแหละและทันใดนั้นเขาก็คิดอะไรขึ้นมาได้......
"กระบี่อินทรีวายุนี้จะทำให้ข้าเป็นจ้าวกระบี่วายุได้ไหมนะ?"
อั๊ก!!
คงซือถึงกับหน้าซีดทันทีเมื่อได้ยินคำพูดของเจิ้งฟู่พูดถึงจ้าวกระบี่วายุ......
"อ่ะ!! ท่านพ่อเป็นอะไรหรือป่าว ทำไมหน้าของท่านดูซีดๆจัง"
ปะ ปะ ป่าว!!
"ท่านคิดยังไงกับชื่อนี้บ้างสักวันข้าจะต้องได้ฉายานี้มาให้ได้!!"
อ้าาาาา!!
คงซือตอบกลับด้วยเสียงหลงไม่รู้จะทำยังไงดีเพราะมีน้อยคนในตระกูลที่จะรู้เรื่องนี้ได้และเขาก็ไม่เคยเล่าให้เจิ้งฟู่ฟังด้วยแต่จู่ๆเจิ้งฟู่ก็พูดชื่อนี้ขึ้นมาเลยทำให้มันตะลึกเล็กน้อย......
ถ่างหลิง: ลูกเจิ้ง!! เมื่อเจ้าได้มันไปแล้วเจ้าต้องดูแลมันให้ดีๆนะรู้ไหม?
"ขอรับท่านแม่ข้าจะดูแลมันอย่างดีเลยเพราะว่ามันจะทำให้ข้าได้เป็นจ้าวกระบี่วายุยุ ยุ ยุ ยุ" (มีแอคโค่วด้วยนะรู้ไหมคนฟังมันจี๊ดดด)
แฮะ แฮะ แฮะ!!!
คงซือ: พ่อรู้ว่าเจ้าต้องการลงประลองในงานประลองระหว่างตระกูลใหญ่ทั้งห้าแน่ดังนั้นพ่อเลยอยากมอบกระบี่นี้ให้กับเจ้าไว้ใช้ในการต่อสู้เพราะมันจะช่วยเจ้าได้มากทีเดียว.....
"ขอบคุณขอรับท่านพ่อแต่มันคงจะแพงน่าดูเลย"เจิ้งฟู่พูดพร้อมกับทำหน้าเศร้ามองลงไปที่กระบี่แต่ที่จริงแล้วเขานั้นรู้ราคาอยู่แล้วว่ามันราคาเท่าไหร่....
คงซือ: อย่าคิดมากเลยลูกต่อให้มันแพงมาแค่ไหนแต่ถ้าเพื่อลูกแล้วพ่อก็ยอม.....
เจิ้งฟู่ถึงแม้ว่าเขาจะน้อยใจที่พ่อของเขาไม่ได้เล่าเรื่องการเป็นจ้าวกระบี่วายุให้เขาฟังแต่ยังไงพ่อก็คือพ่อและพ่อของเขาคงจะมีเห็นผลของที่ไม่ได้บอกเขาถึงเรื่องนี้.......
"ขอบคุณขอรับท่านพ่อสำหรับของขวัญอันล้ำค่าชิ้นนี้" เจิ้งฟู่พูดขึ้นพร้อมกับเดินเข้าไปกอดคงซือด้วยความอบอุ่นคงซือเองก็กอดเขากลับเช่นกันเขามองไปที่เจิ้งฟู่ด้วยความรักและความอบอุ่นใจอย่างมาก........
*หวังว่าเจ้าจะไม่เป็นเหมือนกันกับพ่อ*