มีคนเคยถามฉันว่า เราจะสามารถมีความสุขไปกับการทำงานได้รึเปล่า ซึ่งฉันก็พยักหน้าตอบเขาไปอย่างมั่นใจ แต่เมื่อเขาถามว่าฉันทำงานอะไร ฉันก็ค่อนข้างที่จะเขินอายที่จะบอก เนื่องจากสภาพสังคมในตอนนั้นยังไม่เปิดรับเท่ากับสภาพสังคมในตอนนี้
ฉัน คิส เป็นหญิงสาวอายุ 24 ปีทำงานอยู่ที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ในถนนที่เต็มไปด้วยโรงแรมมากมาย แต่โรงแรมที่ฉันอยู่นั้นจะต่างจากโรงแรมอื่นตรงที่ โรงแรมที่ฉันทำงานอยู่จะเน้นรับผู้ที่มีรสนิยม BDSM
ไม่ว่าจะเป็นเจ้านายที่อยากทรมาน หรือทาสที่ต้องการถูกเจ้านายทรมาน ผู้คนที่มาสามารถเลือกได้หมด และฉันก็ชอบในงานพวกนี้ ฉันชอบที่จะถูกทรมาน โดนดูถูกเหมือนกับเป็นทาส เหมือนกับเป็นของใช้ส่วนตัว เหมือนกับเป็นสิ่งของ
ตัวฉันสามารถรับได้หมดทุกการทรมาน แต่ไม่ได้หมายความว่าฉันเคยถูกทรมานมาทั้งหมดแล้วหรอกนะ เพียงแค่ฉันพร้อมจะรับการทรมานทุกรูปแบบมากกว่า เพราะว่าเวลาฉันถูกพันธนาการ แล้วกำลังจะโดนทรมานด้วยวิธีแปลกๆ มันให้ความรู้สึกเหมือนกับนางเอกที่ไม่สามารถขัดขืนได้
จริงอยู่ ถ้าฉันพูดเซฟเวิร์ด หรือก็คือคำพูดที่เอ่ยออกมาแล้ว การละเล่นของพวกเราจะหยุดลงทันที ฉันก็จะสามารถหนีจากการทรมานนั้นได้ แต่ทุกครั้งที่การทรมานใหม่ๆ มาถึง ไม่ว่ามันจะน่ากลัวแค่ไหน ฉันก็รู้สึกว่าเหมือนมันจะเป็นการเปิดโลกใหม่สำหรับฉัน
อย่างเช่นครั้งหนึ่ง มีเจ้านายอยากจะใช้เข็มแทงตามร่างกายฉัน ตั้งแต่ตรงหน้าอกไปถึงร่องสวาท ในตอนนั้นฉันกลัวมาก แต่ในขณะเดียวกันก็ตื่นเต้น พอเข็มแรกแทงมายังหน้าอกของฉัน ฉันก็ถึงกับกรี๊ดออกมาลั่นห้อง เจ้านายของฉันก็หัวเราะชอบใจใหญ่ ยิ่งเขาเห็นฉันมีน้ำตาไหลออกมา ก็ราวกับสะใจที่ได้ทรมานฉัน
ใช่ คนที่มาเป็นเจ้านายรู้กฎของโรงแรมแห่งนี้ดี ถ้าหากไม่พูดเซฟเวิร์ดออกมา ไม่ว่าจะเป็นคำพูดอย่าง หยุด พอได้แล้ว ฉันไม่ไหวแล้ว ทุกอย่างจะไม่ถูกนับ ถือว่าเป็นการใส่อารมณ์เข้าไปในบทบาทเท่านั้น
พูดไปแล้ว ฉันก็เหมือนพวกดาราที่เล่นจริงเจ็บจริงเล่นเนอะ แต่ว่าก็ตามนั้นล่ะ ฉันทำงานที่นี่มาได้สองสามเดือนแล้ว คนส่วนใหญ่ที่มาทำงานที่นี่จะมาเพราะเป็นงานอดิเรกเท่านั้น แต่สำหรับฉันแล้ว ฉันเป็นทาสแบบฟูลไทม์ หรือก็คือ ตลอดช่วงเวลาการว่าจ้าง ฉันก็พร้อมจะเป็นทาสของใครคนนั้นอย่างหมดหัวใจ
ถามว่าฉันอับอายกับอาชีพนี้ไหมงั้นเหรอ?
มีอะไรให้อับอายล่ะ ฉันทำให้ใครเดือดร้อนงั้นเหรอ ความเจ็บปวดและเสียงกรีดร้องทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับฉัน ก็ล้วนเป็นความต้องการของฉันทั้งนั้น ดังนั้นฉันไม่คิดว่ามันจะน่าอับอายตรงไหน
เพียงแต่ถ้าหากอยู่ ฉันพูดออกมาว่า
“ฉันทำงานเป็นทาสสาวอยู่ที่โรงแรมแห่งหนึ่งค่ะ”
มันก็คงจะดูไม่ดี ไม่สิ ต้องเรียกว่าคนรอบข้างไม่เข้าใจมากกว่า
แต่การเป็นทาสสาวในโรงแรมแห่งนี้ก็ไม่ได้เป็นเพียงงานเดียวของฉัน อีกงานหนึ่งที่ฉันทำเวลาว่างหรือเวลากลับบ้าน ก็คือการเขียนหนังสือเกี่ยวกับ BDSM เพื่อให้ผู้คนที่สนใจเข้าใจมันอย่างถูกต้อง และเข้ามาสู่โลกแห่งการทรมานและความสุขสมไปอย่างปลอดภัย
จนสำหรับการเล่าประวัติคร่าวๆ ของฉันแค่นี้ ตอนนี้กลับมาที่ปัจจุบัน ฉันนั่งอยู่ในห้องรับรองที่ทาสสาวส่วนใหญ่มักจะมานั่งรวมตัวกันก่อนที่จะได้รับการว่าจ้างจากเจ้านายสักคนที่เข้ามาในโรงแรมแล้วต้องการจะเล่นกับทานคนนั้นๆ
โดยภายนอกได้ว่าพนักงานคอยแนะนำทาสแต่ละคนว่า พวกเธอสามารถรับการทรมานได้มากแค่ไหน ซึ่งบางครั้งทางด้านเจ้านายก็ค่อนข้างจะขัดใจอยู่บ้าง เนื่องจากรสนิยมที่เขาอยากเล่น ไม่ตรงกับหน้าตาของทาสสาวที่เขาอยากได้ แต่จะอย่างไรก็ตาม ความปรารถนาในการทรมานคนอื่นมันรุนแรงมาก สุดท้ายเขาก็จะเลือกทาสสาวคนนั้นขึ้นไปทรมานอยู่ดี
วันนี้ก็เป็นเหมือนกับทุกวัน ฉันทิ้งตัวนั่งบนโซาฟาเปิดโทรศัพท์มือถืออ่านข่าวสารไปเรื่อย จนกระทั่งพนักงานต้อนรับเดินเข้ามาในห้องแล้วบอกว่า
“มีงานใหญ่แล้ว”
ฉันละสายตาจากโทรศัพท์แล้วหันไปมองพนักงานคนนั้น
“มีเจ้านายคนหนึ่งอยากทรมานทาสสักสามวัน เขาอยากที่จะทรมานทาสทุกรูปแบบ มีใครรับงานนี้ได้ไหม”
คำพูดนั้นทำเอาทาสสาวคนอื่นหน้าซีดไปตามๆ กัน ก็นะ พวกเธอมาทำงานเป็นงานอดิเรก อีกอย่างพวกเขาก็ไม่ได้มีรสนิยมรักความเจ็บปวดทุกรูปแบบสักหน่อย เพราะงั้น ฉันจึงยกมือขึ้นแล้วบอกกับเขาว่า
“เจ้านายคนนี้ ฉันรับมือเอง”
“เธอแน่ใจเหรอคิส เธอจะโดนทรมานแบบไหนก็ได้นะ”
“จะแบบไหนฉันก็รับได้หมดล่ะ เพราะมันถือเป็นการเปิดโลกสำหรับฉัน”
“ถ้าเธอว่าอย่างนั้นฉันก็ไม่ขัด ออกไปต้อนรับเจ้านายของเธอได้แล้ว เขารออยู่ด้านนอกน่ะ”
หลังจากนั้นฉันก็เดินออกไปแล้วพบกับผู้ชายคนหนึ่ง เขาเป็นชายหนุ่มผิวขาว หน้าตาเรียบนิ่ง และมีมัดกล้ามตามร่างกาย เหมือนว่าจะเป็นคนชอบออกกำลังกาย เขาหันมามองเขาด้วยสายตาเยียบเย็นก่อนจะยิ้ม หัวใจของฉันกระตุกวูบ ไม่ใช่ว่ารอยยิ้มของเขามีเสน่ห์ ไม่สิ ตรงนั้นก็ส่วนหนึ่ง แต่อีกส่วนของหัวใจของฉัน ก็รู้สึกว่า เวลาจ้องมองที่ดวงตาของเขา ราวกับมีเจ็บมาจี้เบาๆ ตรงหัวใจ
แค่สายตาก็สามารถทรมานคนได้แล้วเหรอ เจ้านายคนนี้ น่าสนุกดีนิ
“สวัสดีค่ะเจ้านาย ฉันคิส ทาสสาวที่พร้อมจะรับการลงโทษทุกอย่างจากเจ้านายค่ะ”
ฉันโค้งตัวให้กับเขา หลังจากนั้นเขาก็ยืนปลอกคอมาให้กับฉัน เป็นการให้ฉันยอมจำนนเป็นทาสของเขาด้วยเจตนาของฉันเอง หลังจากนั้น พวกเราก็ขึ้นลิฟต์กันไป
อึดอัดมาก แต่ก็ตื่นเต้นในเวลาเดียวกัน เจ้านายคนนี้ไม่พูดอะไรออกมาเลย เขาไม่แม้แต่จะบอกชื่อของเขาให้ฉันได้รู้ด้วยซ้ำ จนกระทั่งไปถึงห้องทรมานที่มีอุปกรณ์มากมายตั้งแต่การสร้างความเจ็บปวดด้วยแส้ ไปจนถึงการพันธนาการตั้งแต่เชือกไปจนถึงลูกกรง
แต่สิ่งที่เขาทำให้ฉันแปลกใจก็คือ แทนที่เขาจะเริ่มการทรมานฉัน เหมือนกับแขกหลายคนที่มักจะสะกดกลั้นอารมณ์ตัวเองไม่ไว้ แล้วเข้ามาในห้อง ทำการฉีกเสื้อผ้าทาสสาวของตัวเองแล้วทรมานอย่างไม่ยั้งมือ ชายคนนี้กลับแตกต่าง เขาทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาก่อนจะสูบบุหรี่ เมินฉันราวกับเป็นสิ่งของ
ฉันยืนอยู่นิ่งอย่างนั้นประมาณหนึ่งนาที ไม่รู้ว่าตัวเองควรจะทำอะไร แต่ยังไงฉันก็เป็นทาสของเขาแล้ว ตราบที่ระยะเวลากำหนดไว้ สามวันงั้นเหรอ ฉันจะเจออะไรบ้างนะ