บนผืนทะเลทรายกองกำลังขององค์กรสเปคเตอร์เริ่มที่จะกลับขึ้นรถกันแล้ว ส่วนซากศพของคนอื่นๆที่ถูกเนโครฆ่าตาย พวกเขาก็ถูกฝังไว้ในทะเลทรายอย่างเป็นระเบียบพิธี ระหว่างนั่นก็มีบางคนที่สังเกตเห็นถึงกลุ่มคนที่กำลังยืนอยู่ไกลออกไป การที่ถูกติดตามมาเช่นนี้ชั่งเป็นอะไรที่หงุดหงิดะซะจริง ราวกับว่าถูกกลุ่มแมลงกำลังไล่ดมตูดยังไงยังงั้น
พวกเขาจึงไม่รอช้าที่จะรายงานบอสของตน
"ท่านไครเซอร์ ด้านหลังของเราไม่ไกลมีคนของสมาคมจิ้งเหลินเพลิงกับอาชญากรกลุ่มนึง พวกมันติดตามเรามาตั้งแต่ภายในเมืองแล้ว จะทำยังไงกับพวกมันดีครับ..!!"
ลูกน้องแต่ละคนกระชับปืนในมือแน่น สีหน้าแสดงความชั่วร้ายพร้อมกับมุมปากที่แสยะยิ้ม ในตอนนี้อารมณ์ของพวกมันทั้งหมดก็ยังคึกคักอย่างถึงขีดสุด มะกี้นี้เพิ่งจะสังหารเนโครมอฟไปเอง พวกมันยังกระหายในการต่อสู้อยู่เลย ถ้าได้จัดการกับเจ้าพวกสมาคมจิ้งเหลนเพลิงด้วยละก็ มันจะเป็นการระบายอารมณ์และกำจัดศัตรูไปในทีเดียว
"หือ? ก็คิดไว้แล้วแหละน้า"
บนรถจิ้บคันใหญ่ไครเซอร์ก็ได้ชะโงกหน้าออกมาจากบานประตูรถพร้อมกับมองไปยังด้านหลัง ห่างไปเกือบ100เมตรมีพวกขยะกำลังจ้องมองมาอยู่ นัยน์ตาของเขาเริ่มส่องประกายไปด้วยความเยียบเย็นเมื่อเห็นพวกมันทั้งหมด ในเมื่อออกมากลางทะเลทรายเช่นนี้แล้ว มันย่อมเป็นโอกาสที่ดีเลยทีเดียว เมื่อคิดเช่นนั่นชายหนุ่มจึงได้สั่งการออกไป
"อย่าให้ใครรู้เรื่องเหมืองลูปครัสตัลโดยเด็ดขาดจนกว่าที่พวกเราจะขุดพวกมันทั้งหมดออกมา"
"งั้นตอนนี้พวกเราก็ฆ่าพวกแม่งทิ้งเลยละกัน!!"
คำตอบของไครเซอร์ได้ทำให้ลูกน้องแต่ละคนส่งเสียงเฮ แต่ละคนเต็มไปด้วยความกระหายในการฆ่า ทั้งบอสและรองหัวหน้ามีพลังริปเปอร์ที่ไม่ธรรมดา พวกมันไม่จำเป็นจะต้องหวาดกลัวกองกำลังไหนๆอีกต่อไปแล้ว
ครืนนนนน!
ทันใดนั้นขบวนรถหลายสิบคันก็เริ่มออกตัวและวิ่งย้อนกลับไปยังเส้นทางที่ผ่านมา พวกเขาเล็งปืนมายังทิศทางนี้และพร้อมที่จะเหนี่ยวไกในทันที อีกด้านนึงลูกน้องของคานรวมถึงอาชญากรคนอื่นๆก็สัมผัสได้ถึงการเคลื่อนไหวที่เริ่มสั่นสะเทือน รถหลายสิบคันได้วิ่งเข้ามาด้วยความรวดเร็ว
"บัดซบ พวกมันรู้ตัวแล้ว ทำยังไงดีวะ"
"อะ..อาวุธปืนละ?!! นี่แกไม่ได้เอาอาวุธมาด้วยหรอวะ"
"หนีเร็ว! พวกมันมากันแล้ว!!"
พวกมันแต่ละคนหน้าซีดเผือดกันยกใหญ่พร้อมกับรีบขึ้นเคลื่อนย้ายกันอย่างรวดเร็ว บางคนถึงกับวิ่งหนีออกไปโดยที่ลืมขึ้นรถเลยด้วยซ้ำ บนรถคันนึงชายผมทองสีหน้าสั่นไหวและเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ดวงตาตื่นตระหนักขึ้นพร้อมกับตะโกนสั่งอย่างเร่งรีบ มันบอกให้ลูกน้องของตนให้รีบสตาร์รถออกไปในทันที ถึงตัวของมันจะเป็นนักสู้แห่งดวงดาวขั้น3 แต่ถ้าโดนปืนอินมาเจนนับร้อยกระบองยิง ตัวของมันคงจะเป็นรูพรุนอย่างแน่นอน ตราบใดที่ร่างกายยังไม่ได้พัฒนาเป็นนักสู้แห่งดวงดาวระดับที่4ย่อมที่จะถูกทะลวงได้จนสิ้น
ปัง! ปัง! ปัง! ......
ทันใดนั้นกระสุนปืนนับไม่ถ้วนก็ถูกยิงออกมาจากกลุ่มขบวนรถนั้น เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่ว กระสุนปืนความร้อยสูงถูกระดมยิงไปยังรถหลายคันที่กำลังวิ่งอยู่ มันทะลวงผ่านตัวรถจนทำให้อาชญากรหลายคนต้องสิ้นชีพ ชายผมทองก็หลบหนีไม่ทัน เขาพยายามที่ออกจากรถและกระโดดหลบหนีออกไปแต่มันก็ไม่รอดรัศมีคมกระสุนนี้ไปได้ เพียงพริบตาเดียวลูกน้องของไครเซอร์ก็ได้ลงมือสังหารพวกมันอย่างไร้ความปราณี
"คนของกองกำลังจิ้งเหลนเพลิงทั้งหมด11คนตายแล้วครับ ว่าแต่จะทำยังไงกับเจ้าพวกบ้านี่ดี"
ขณะนั่นไอรอนก็เอ่ยถามกับไครเซอร์พร้อมกับจ้องเขม็งไปยังอาชญากรคนอื่นๆที่ยังเหลือรอด เจ้าพวกนี้ไม่ใช่คนของกองกำลังศัตรูแต่เป็นอาชญากรที่อาศัยอยู่ภายในเมืองไร้กฎหมาย ถ้าเป็นไปได้เขาก็อยากจะสังหารพวกมันทั้งหมด เพื่อไม่ให้เรื่องราวของเหมืองลูปครัสตัลหลุดรอดไป แต่ทว่าความคิดของไครเซอร์ไม่ใช่เช่นนั้น
"ปล่อยพวกมันไปเถอะ เจ้าพวกนี้ไม่ใช่ศัตรูของเรา"
ไครเซอร์จ้องมองอยู่แวบนึงพลางโบกมือสั่งให้ทุกคนนั้นขึ้นรถ จากนั่นพวกเขาทั้งหมดก็ออกรถพร้อมกับเดินทางกันต่อ
อาชญากรคนอื่นๆที่ไม่ใช่กองกำลังจิ้งเหลนเพลิงและติดตามมาด้วยความอยากรู้อยากเห็น พวกมันทั้งหมดนั้นไม่ได้ถูกฆ่าตายแต่ถูกสั่งให้กลับไปยังเมืองไร้กฎหมายและห้ามติดตามกองกำลังสเปคเตอร์มาอีก ระหว่างนั่นพวกมันหลายคนร่างกายสั่นเทาพร้อมกับสีหน้าที่แสดงความโล่งอก มันเป็นความรู้สึกที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งนักเมื่อถูกปืนนับร้อยชี้เล็งเข้ามา แต่หลังจากคำพูดของเขาแล้วราวกับว่าความตายก็ได้จางหายไปในทันที
"คะ..ไครเซอร์คนนั้นไม่สังหารพวกเราทิ้ง เขาชั่งเหมาะสมกับการเป็นบอสของอาชญากรอย่างยิ่งนัก"
"ข้าตัดสินใจแล้ว เมื่อกลับไปยังเมืองไร้กฏหมาย ข้าจะสมัครเข้าร่วมเป็นคนขององค์กรสเปคเตอร์!!"
เมื่อมีคนแรกก็ย่อมที่จะมีคนที่สอง ความเห็นของพวกมันเริ่มจะคล้อยตามกันไปเรื่อยๆ แต่ละคนกำหมัดแน่นไปด้วยอารมณ์ นี่คือครั้งแรกที่พวกมันพร้อมใจกันจะติดตามใครสักคน ไครเซอร์ผู้นี้อายุยังน้อยและยังมีอนาคตอยู่อีกมาก เขาถึงกับทำให้คนในกองกำลังแสดงความเคารพยกย่อง แม้แต่ไอรอนผู้นั่นก็ยังยินยอมที่จะติดตามเขา แล้วทำไมพวกมันจะทำเช่นนั่นไม่ได้ละ คิดจบแต่ละคนก็ขึ้นรถของตนเองและเดินทางกลับไปยังเมืองไร้กฏหมายทันที จุดหมายของพวกมันก็คือสำนักงานหลักของกองกำลังสเปคเตอร์นั่นเอง
อีกด้านนึงบนรถที่กำลังเคลื่อนผ่านชายหนุ่มกำลังนั่งหลับตาเพื่อรับฟังข้อความของระบบ
< ติ๊ง! ภารกิจฉุกเฉิน สิ่งมีชีวิตกลืนกินดวงดาวได้ปรากฏตัวขึ้นมาแล้ว สังหารเนโครมอฟระดับF รางวัลภารกิจ20,000แต้มตัวร้าย เสร็จสิ้น >
< ติ๊ง! ภารกิจฉุกเฉินเสร็จสิ้น ได้รับ20,000แต้มตัวร้าย หวังว่าโฮสต์จะพยายามต่อไป >
ไครเซอร์ถึงกับแสยะยิ้มออกมาอยู่นิดๆ ในที่สุดมันก็ได้รับแต้มตัวร้ายมาถึง20,000แต้ม ถ้ารวมของเก่าที่มีอยู่ก็เท่ากับ37,000แต้มตัวร้าย มันเพียงพอที่จะให้เขาซื้อของเหลวกระตุ้นเซลล์ระดับCได้เลยทีเดียว ถึงจะว่าแบบนั่นชายหนุ่มก็ไม่ได้รีบร้อนอะไรมัน ก่อนหน้านี้เขาเพิ่งจะทะลวงขึ้นสู่นักสู้แห่งดวงดาวระดับที่3เอง เซลล์ภายในร่างก็ยังไม่เสถียรจากการพัฒนาพลังที่ก้าวกระโดด มันอาจจะต้องใช้เวลาอยู่อีกหลายวันกว่าที่ร่างกายของเขาจะพร้อมและเมื่อถึงเวลาเขาจะใช้ของเหลวกระตุ้นเซลล์ระดับCในทันที ผลลัพธ์ของมันอาจจะไม่ได้ทำให้ชายหนุ่มพัฒนาพลังของนักสู้แห่งดวงดาวขึ้นสู่ระดับที่4 แต่มันก็สามารถย่นระยะเวลาในการฝึกฝนพลังได้มากเลยเชียวละ
ระหว่างนั่นไอรอนก็ยังบ่นพึมพำไปมาราวกับคิดอะไรบางสิ่ง
"สมแล้วที่เป็นบอสของพวกเรา ความคิดของท่านข้านั่นตามไม่ทันจริงๆ ที่บอสปล่อยพวกมันไปก็เพื่อให้พวกมันทั้งหมดไปป่าวประกาศถึงเรื่องราวนี้สินะ"
ใบหน้าแก่ๆพยักหน้ารับพร้อมกับพูดเองเออเอง การที่บอสของมันไม่ฆ่าอาชญากรที่ไร้สังกัดคนอื่นๆย่อมจะทำให้ชื่อเสียงขององค์กรสเปคเตอร์อยู่ในทิศทางที่ดี เผลอๆหลังจากที่ข่าวสารถูกประกาศออกไป กองกำลังของมันก็อาจจะมีคนเพิ่มขึ้นอีกก็เป็นได้
ไครเซอร์ถึงกับเลือบมองอยู่นิดๆพร้อมกับหัวเราะแห้งๆออกมา
"อะ..เอ่อ อย่างที่คุณบอกไว้แหละ ฮ่าฮ่า"
ให้ตายสิ อันที่จริงเขาไม่ได้คิดถึงขนาดนั่นหรอก เจ้าพวกที่ติดตามมาการจะฆ่าพวกมันก็เป็นอะไรที่ไร้ประโยชน์จริงๆนั้นแหละ กลุ่มคนอย่างเช่นพวกนี้เป็นพวกที่หวาดกลัวต่อผู้แข็งแกร่ง เพียงแค่พูดอะไรนิดหน่อยพวกมันทั้งหมดก็ทำตามกันแล้ว ไม่จำเป็นจะต้องฆ่าอย่างพร่ำเพรื่อ สู้ปล่อยให้พวกมันมีชีวิตอยู่ดีกว่า แต่ก็ไม่คิดเลยว่าชายวัยคนผู้นี้จะคิดไปในทิศทางนั้น เหลือจะเชื่อจริงๆ