[ชั้นที่ 25]
[เซย์จิ LV.31]
[โมนา LV. 35]
[รีฟาร์ LV. 35]
[มาริ LV. 34]
ผ่านมาได้ราวๆ ห้าวันแล้ว หลังจากที่ปาร์ตี้ของพวกเราจัดการบอสของชั้นที่ยี่สิบได้ ช่วงเวลาตลอดห้าวันที่ผ่านมานี้ พวกเราตระเวนออกล่ากันอยู่ภายในชั้นที่ยี่สิบเอ็ดถึงชั้นที่ยี่สิบห้า เพื่อเก็บเลเวลให้มากขึ้นกว่านี้ โดยมอนสเตอร์ภายในห้าชั้นนี้จะมีเลเวลอยู่ที่สี่สิบถึงสี่สิบห้า ถึงเลเวลของพวกมันจะมากกว่าเราพอสมควรแต่ก็ไม่ได้ส่งผลต่อการล่ามากนัก เพราะว่าปาร์ตี้ของพวกเราเข้าขากันเป็นอย่างมาก และแต่ละคนก็เก่งกันเอาเรื่องด้วย
[ค้างคาวสีเลือด LV. 45]
"เหมือนเดิมนะโมนา"
"ได้เลยท่านเซย์จิ"
รูปแบบการต่อสู้ของพวกเราในตอนนี้จะไม่แบ่งกันเป็นสองคู่อีกแล้ว แต่จะเป็นการต่อสู้แบบกลุ่มสี่คนแทน เพราะว่ามอนสเตอร์เลเวลห่างจากเราพอสมควรไม่เหมือนในชั้นก่อนๆ หน้า ที่แบ่งคู่กันเก็บเลเวลได้ ผมกับโมนาจะทำหน้าที่เป็นแนวหน้า รีฟาร์กับมาริจะคอยโจมตีจากแนวหลัง โดยมีรีฟาร์เป็นฝ่ายสนับสนุน ทั้งคอยควบคุมการเคลื่อนไหวของอีกฝ่าย และคอยบัพค่าพลังให้แก่เราด้วยเวทย์สายสนับสนุนของเธอ
"ย๊า!!!!!" โมนาใช้เสียงคำรามของก็อบลินยั่วยุให้มอนส์เตอร์ค้างคาวเข้ามารวมกันเป็นกลุ่ม ก่อนที่จะกระโดดถอยหลังออกมา
"เพลงดาบตัดสายฟ้า!!!" จากนั้นผมก็จัดการปล่อยคลื่นดาบพลังเวทย์ประกายสีม่วงใส่พวกมัน
"คันศรเจ็ดดารา!!!!" แต่ว่าด้วยการโจมตีเพียงแค่นั้นยังจัดการพวกมันไม่ได้ มาริที่ตอนนี้เก่งขึ้นอย่างมากแล้วนั้น ได้ระเบิดการโจมตีใส่พวกมันบ้าง ด้วยศรเวทย์ลมของเธอที่รัวยิงออกไปเจ็ดนัด ก่อนที่ทั้งเจ็ดนัดนั้นจะหมุนควงสว่านรวมกันกลายเป็นลูกศรอันทรงพลังลูกเดียว แล้วพุ่งเข้าใส่พวกมันด้วยพลังทำลายอันมหาศาล "ย๊า!!!!!"
"ค่ายสายลม!!!!" ตามด้วยสกิลควบคุมของรีฟาร์ที่สร้างม่านสายลมขึ้นมาควบคุมการเคลื่อนที่ของพวกมัน
"ไปกันโมนา"
"ย๊า!!!"
และต่อไปก็เป็นตาของพวกเราสองคนอีกครั้ง ขยับปลายนิ้วกำด้ามดาบให้มั่น จากนั้นก็พุ่งตรงไปข้างหน้าด้วยการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วที่สุด พร้อมกับกวัดแกว่งให้เฉียบคมมากที่สุด เพื่อที่จะได้ไม่ต้องเสียงพลังเวทย์ไปอย่างเปล่าประโยชน์ และขัดเกลาการเคลื่อนไหวที่ไร้ประโยชน์ทิ้งไปให้หมด
"ระบำดาบเทพอัสนี!!!" ออร่าเวทย์สีม่วงปะทุออกมาจากทั่วทั้งร่างเหมือนกับการปะทุของสายฟ้า คมดาบอันทรงพลังที่นอกจากจะเฉียบคมแล้วยังเต็มไปด้วยพลังการทำลายล้างที่มหาศาล สวบ สวบ สวบ มันถูกกวัดแกว่งเข้าใส่ค้างคาวพวกนั้น แล้วฉีกกระชากพวกมันจนสูญสลายหายไปทั้งหมด
"หมัดเอาจริง!!!!" ส่วนโมนาก็ระเบิดการโจมตีเข้าใส่พวกมันเหมือนกัน แต่ชื่อท่าต่อยของเธอมันฟังดูคุ้นๆ เหมือนผู้ชายหัวโล้นคนหนึ่งยังไงก็ไม่รู้ ซึ่งหมัดของเธอมันก็หนักหน่วงมากจริงๆ เป็นการต่อยด้วยพลังกายอันมหาศาลที่ไม่พึ่งพาพลังเวทย์ใดๆ เลย เธอต้องเป็นฝันร้ายของเหล่านักเวทย์แน่นอน เพราะหมัดพลังกายเพียวๆ นี้ โล่เวทมนตร์คงป้องกันอะไรมันไม่ได้
"กรงเล็บฉีกกระชาก!!!!" หนำซ้ำเธอยังมีอีกหนึ่งอาวุธที่สุดแสนจะอันตรายอย่างกรงเล็บอันแหลมคมของเธออีก และด้วยรูปแบบการต่อที่เข้าขาของพวกเราเป็นอย่างดีนี้ มันก็เลยทำให้พวกเราเคลียร์ชั้นที่ยี่สิบห้าไปได้อย่างไม่ได้เหนื่อยยากอะไร
"ลองขึ้นไปดูชั้นที่ยี่สิบหกกันดูไหม จะได้รู้ว่ามอนสเตอร์เลเวลสูงขนาดไหน มาครั้งหน้าจะได้เตรียมตัวกันถูก" นั่นเป็นความคิดของผมเอง โดยปกติเรามักจะทำกันแบบนี้เสมอๆ เมื่อเคลียร์ชั้นที่เป็นเป้าหมายเสร็จ ก็จะขึ้นไปสำรวจชั้นต่อไปอีกนิดหน่อย เพื่อที่จะเตรียมตัวในการออกล่าครั้งหน้าถูก
"ได้สิ แต่ได้สำรวจอย่างเดียวนะ สู้อีกไม่ได้แล้ว เพราะว่าโพชั่นของเราหมดแล้ว" รีฟาร์ตอบพลางทำหน้าดุๆ มาที่ผม ก็แน่ละเพราะว่าครั้งก่อนเธอก็พูดแบบนี้ แต่ผมที่ดื้อไปหน่อยดันเคลียร์ชั้นต่อไปไปด้วยเลย
[ชั้นที่ 26]
"นี่มัน....อะไรกัน"
"ทำไมทันถึงเละเทะขนาดนี้...."
"....." เราทั้งสี่คนที่ขึ้นมาถึงชั้นที่ยี่สิบหกแล้วนั้นต่างตกตะลึงกับสิ่งที่เห็นตรงหน้าไม่แพ้กัน เพราะมันเละเทะซะจนไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาพูดเลย
ทั้งทางเดินมีแต่เลือดเต็มไปหมด ไม่ว่าจะตรงพื้น ฝาผนัง หรือแม้กระทั่งเพดาน ก็มีเลือดสีแดงสดสาดกระเซ็นขึ้นไป ตรงหน้าของเรานั้นมันมีรอยเลือดทางยาวคล้ายกับอะไรบางอย่างที่ถูกลากเข้าไปตามทางเดินของหอคอย ตอนแรกพวกเราว่าจะกลับกันเลยเพราะสภาพของที่นี่มันดูสยดสยองและดูน่าอันตรายเกินไป แต่ว่าความสงสัยที่มีมันสั่งให้เราทั้งสี่คนเดินตรงเข้าไปต่อ
"ดูนั่นสิ มีศพของนักผจญเต็มไปหมดเลย"
"...." มันเป็นอย่างที่รีฟาร์พูดจริงๆ แล้วศพพวกนี้ก็ยังดูสดๆ อยู่เลย เหมือนกับว่าเหตุการณ์เลวร้ายนี้พึ่งเกิดขึ้นไม่นานอย่างไงอย่างงั้น ซึ่งบางศพก็เป็นร่างไร้วิญญาณของคนที่ผมเคยเห็นหน้าเห็นตามาก่อนที่พื้นที่ปลอดภัยของชั้นยี่สิบด้วย
"ตรงนั้นมันใช่ศพของมอนสเตอร์ไหมเจ้าคะท่านเซย์จิ" เสียงของมาริดังขึ้นมาเบาๆ เธอที่เป็นคนขี้กลัว เจออะไรแบบนี้เข้าไป หัวใจคงเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ ไม่ใช่น้อย
"ใช่ มันคือศพของมอนสเตอร์" ยังไม่ทันที่ผมจะได้หันไปมองตามสิ่งที่มาริพูด โมนาก็เป็นฝ่ายตรงเข้าไปดูเสียก่อน พูดพลางเอาปลายนิ้วเขี่ยซากศพของมอนสเตอร์ตัวนั้นไปด้วย "ดูเหมือนว่าทั้งหมดนี่จะเป็นฝีมือของมอนสเตอร์นะ ฉันไม่รู้ว่ามันทำแบบนี้ไปทำไม แต่ดูเหมือนว่ามันจะสนุกกับการฆ่าครั้งนี้เป็นอย่างมาก"
"...." คำพูดนั้นของโมนาทำเอามาริกลัวจนหน้าถอดสีเข้าไปกันใหญ่ ส่วนตัวผมก็เริ่มจะกังวลแล้วว่าเราไม่ควรเข้าไปกันลึกมากกว่านี้ เพราะเจ้าสิ่งนั้นที่ไม่รู้ว่าคืออะไร มันต้องแข็งแกร่งกว่าที่พวกเราจะรับมือไหวแน่ ถ้ามันฆ่ามอนสเตอร์ทั้งชั้นได้ขนาดนี้ แถมยังฆ่านักผจญระดับได้อย่างง่ายดายเป็นสิบคนอีก พวกเราคงไม่ใช่คู่ต่อสู้ของมัน
"พวกเราไปกันเถอะ รีบออกจากที่นี่กันดีกว่า" แต่ดูเหมือนว่าผมจะตัดสินใจช้าเกินไปเสียแล้ว
"ทะ....ท่านเซย์จิ" เสียงสั่นๆ ของมาริมันทำให้ผมรู้ได้ในทันทีเลยว่าได้เกิดเรื่องร้ายขึ้นแล้ว แต่ว่าพอหันไปมองเธอก็ไม่เห็นว่ามีอะไรผิดปกติเกิดขึ้น พลั่บ!!! จนได้เห็นว่าเธอนั้นขาอ่อนลงไปนั่งพับกับพื้น แล้วมองไปทางด้านหลังของผม ผมก็เลยหันตัวกลับไปมองทางด้านหลังนั้น
"อั่ก!! อื้อออส์ อื้อออห์!!!" ถึงได้เห็นว่าร่างของรีฟาร์กำลังลอยอยู่กลางอากาศ พร้อมกับมือสีดำที่เป็นเงาจางๆ ที่มันกำลังบีบคอเธอเอาไว้ แล้วยกตัวเธอให้ลอยขึ้น
"บ้าเอ๊ย!!!" ผมที่เห็นแบบนั้นก็เลยชักดาบออกมาในทันที ก่อนที่จะกระโดดขึ้นไปฟันมือที่เป็นควันจางๆ นั่น พลั่บ!!!!! แต่ทว่าดาบของผมกลับไม่สามารถทำอะไรมันได้เลย คมดาบมันฟันทะลุไปดื้อ
พลั่บ!!!! ก่อนที่จะเกิดวงแหวนเวทย์สีดำปนแดงขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นมาที่ใต้เท้าของพวกเรา ตามด้วยพวกเราทั้งสี่คนที่ร่วงหล่นลงไปในประตูเวทมนตร์ที่วงแหวนเวทย์นั้นเปิดขึ้นมา
"ท่านเซย์จิ!!!" กับเสียงร้องของพวกเธอที่ตะโกนเรียกชื่อผมเสียงดังลั่น
"อั่ก!!!!" และเมื่อรู้สึกตัวอีกทีผมก็ร่วงหล่นมาถึงพื้นแล้ว
ภายในสถานที่แห่งนี้มันมืดไปหมด แต่พอสายตาเริ่มปรับแสงได้ก็พอมองออกว่านี่เป็นห้องโถงขนาดใหญ่ ที่เห็นก็รู้ได้ในทันทีเลยว่านี่คือห้องของบอส พลั่บ พลั่บ พลั่บ และยิ่งแน่ใจขึ้นไปกันใหญ่เมื่อตะเกียงที่ห้อยอยู่บนเสาตามทางเดินถูกจุดขึ้นมา แสงสลัวสีส้มของตะเกียงไฟ บรรยากาศอันมืดสลัวที่พร้อมจะคร่าชีวิตของเราได้ทุกเมื่อ
"มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่วะเนี่ย" ต้องตั้งสติให้ดี อย่างพึ่งสติแตก ก่อนอื่นต้องมองหาทุกคนก่อน แต่ไม่ว่าจะกวาดสายตายังไงก็มองไม่เห็นคนอื่นเลย นอกจากบัลลังก์หินขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางห้อง
พลั่บ พลั่บ พลั่บ และในตอนที่ผมจ้องมองไปยังบัลลังก์นั้น ตะเกียงไฟก็สว่างขึ้นมาเป็นทางยาว เผยให้เห็นร่างของทั้งสามคนที่หมดสติลอยค้างอยู่กลางอากาศ
"รีฟาร์ โมนา มาริ!!" ผมก็เลยขยับตัววิ่งตรงไปหาทั้งสามคนนั้น
"อั่ก!!!!!" เพียงแต่ว่ากลับถูกแรงกดดันมหาศาลกดตัวลงไปที่พื้น จนไม่สามารถก้าวขาต่อไปด้วย ซึ่งแรงกดดันนั้นมันก็คือจิตสังหารที่สุดแสนจะรุนแรงนั่นเอง
"ได้เจอกันสักทีนะท่านผู้กล้าแห่งกามอารมณ์" พร้อมด้วยเสียงอันเยือกเย็นของใครคนหนึ่งที่ดังขึ้นมา ตามด้วยร่างบางของเธอที่ค่อยๆ เดินลงมาจากบัลลังก์นั้น
เธอเป็นผู้หญิงผิวขาวซีดรูปร่างบาง ที่มีขนาดตัวพอๆ กันกับมาริ ผมเส้นตรงของเธอมันสั้นอยู่ประมาณกลางต้นคอ เป็นผมเส้นสีดำเข้มที่ถูกแซมด้วยสีแดงสดราวกับสีของเลือด ดวงตาคู่สวยนั้นเป็นสีแดงฉาน เธออยู่ภายใต้ชุดเดรสตัวบางสีดำหม่นๆ ที่ชายกระโปรงคลุมลงมาถึงแค่โคนขาอ่อน เธอดูเป็นผู้หญิงที่ลึกลับและน่าค้นหาเป็นอย่างมาก เพียงแต่ว่าเธอนั้นไม่ใช่คน
[???? LV.???]
"อั่ก!!! เธอ...เธอเป็นใครกัน" เครื่องหมายที่มันปรากฏขึ้นบนหัวของเธอนั้น มันบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าเธอไม่ใช่คน แต่ผมไม่รู้ว่าเธอเป็นอะไรกันแน่ สิ่งเดียวที่รู้ก็คือเธอแข็งแกร่งมากอย่างแน่นอน
"ฉันเป็นใครอย่างนั้นเหรอ......." เธอพูดพลางก้าวเรียวขาบางค่อยๆ เดินตรงเข้ามาหาผม ก่อนที่จะขยับปลายนิ้วมือ ควบคุมแขนสีดำที่น่าจะเป็นเวทมนตร์ของเธอบีบมาที่คอของผม แล้วยกตัวผมให้ลอยขึ้นมากลางอากาศ
"อั่ก!!! อื้อห์!!!"
"ถ้าถามว่าเป็นใครก็คงต้องบอกว่า..........เป็นคนที่มีหน้าที่ที่ต้องฆ่าผู้กล้างอย่างนายละนะ คุณผู้กล้าเซย์จิ" "^^" ในตอนที่พูดจบเธอได้ส่งยิ้มให้กับผมด้วย แต่มันรอยยิ้มที่ทำเอาขนลุกไปทั้งตัวเลยทีเดียว
#ผู้กล้าขยี้สวาท