บรรยากาศในห้องโถงใหญ่ของคฤหาสน์ตระกูลหลินหนาวเยือกยิ่งกว่าขั้วโลก หลินเจิ้ง นั่งหน้าถมึงทึงอยู่บนเก้าอี้ไม้แกะสลักราคาแพง เบื้องหน้าของเขาคือ หลินซูหว่าน ที่ถูกแม่เลี้ยงเฉินจิกหัวเข่าลากตัวมาจากเรือนหลังสวน พร้อมด้วยถุงผ้าใบเล็กที่มีเศษเหรียญและธนบัตรยับย่นที่เธอได้จากการทำงานรับจ้างในตลาด
"แกกล้าดียังไงซูหว่าน! แอบออกไปรับจ้างแบกหามข้างนอกเหมือนพวกกุ๊ยข้างถนน แกอยากจะทำให้ตระกูลหลินขายหน้าจนไม่มีที่ยืนใช่ไหม!" หลินเจิ้งตบโต๊ะเสียงดังสนั่น
"หน้าตามันก็เหมือนแม่มันนั่นแหละค่ะคุณพี่ ทำตัวไร้ค่า ชอบคลุกคลีกับของต่ำๆ" แม่เลี้ยงเฉินใส่ไฟพลางเยาะยิ้ม "คนเขาพูดกันไปทั่วตลาดว่าลูกสาวตระกูลหลินไปนั่งล้างจานแลกเศษเงิน ดูสิคะ... นี่มันหยามหน้าคุณพี่ชัดๆ!"
หลินอวี่แสร้งทำเป็ร้องไห้ "ใช่ค่ะคุณพ่อ อวี่เอ๋อร์ออกไปเดินห้างกับเพื่อนก็ถูกเพื่อนล้อจนอายแทบแทรกแผ่นดิน พี่ซูหว่านทำแบบนี้ทำไมคะ? หรือว่าเงินที่พวกเราให้ไปแต่ละเดือนมันไม่พอซื้อเครื่องสำอาง?"
การปะทะด้วยความสัตย์จริง
ซูหว่านที่เคยนิ่งเงียบมาตลอด 5 ปี บัดนี้เธอยืดหลังตรง ดวงตาที่เคยเศร้าสร้อยกลับเปล่งประกายกร้าวอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน เธอมองหน้าพ่อแท้ๆ ของเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความตัดพ้อ
"เครื่องสำอางเหรอคะ?" ซูหว่านแค่นหัวเราะออกมาอย่างขื่นขม "เงินที่คุณพ่อให้มาทุกเดือนน่ะ... หนูกับลูกไม่เคยได้เห็นแม้แต่เงาของมันอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยเลยสักครั้ง!"
คำพูดนั้นทำให้หลินเจิ้งชะงักไป "แกหมายความว่ายังไง? ฉันสั่งให้ฝ่ายบัญชีเบิกเงินให้แกเดือนละสองหมื่นหยวนทุกเดือน!"
"งั้นพ่อลองถาม 'เมียรัก' กับ 'ลูกสาวคนโปรด' ของพ่อดูสิคะ ว่าเงินสองหมื่นหยวนนั่นมันระเหยไปอยู่ที่ไหนหมด!" ซูหว่านหันไปจ้องแม่เลี้ยงเฉินที่เริ่มหน้าซีด "เงินที่ได้ถึงมือหนูจริงๆ คือเดือนละสองพันหยวน... บางเดือนก็ไม่ถึงด้วยซ้ำ เพราะพวกเขามักจะหาเื่หักค่าเสียเวลา ค่าเช่าห้องเก็บของเน่าๆ นั่น หรือแม้แต่ค่าข้าวที่พวกหนูกิน!"
"แกพูดโกหก! อย่ามาใส่ร้ายฉันนะ!" แม่เลี้ยงเฉินหวีดร้องเสียงหลง "คุณพี่อย่าไปเชื่อมันนะค มันสร้างเื่ขึ้นมาเพื่อจะเอาตัวรอด!"
"หนูไม่ได้พูดลอยๆ ค่ะพ่อ" ซูหว่านหยิบสมุดบันทึกเล่มเล็กๆ ที่เธอแอบจดรายการเงินที่ได้รับจริงและรายการที่ถูกหักออกไปในแต่ละเดือนออกมา "นี่คือหลักฐาน และถ้าพ่อไม่เชื่อ พ่อไปเช็กที่ร้านขายของชำหน้าปากซอยได้เลยค่ะ ว่าทุกเย็นหนูต้องไปขอซื้อข้าวสารหักกับไข่ไก่ที่ใกล้เสียเพื่อให้ลูกสาวได้กิน... พ่อคะ เสี่ยวเป่าเป็หลานพ่อนะคะ พ่อทนเห็นหลานอดตายในขณะที่คนอื่นในบ้านนี้กินหูฉลามได้ยังไง!"
ความใบ้รับประทานของหลินเจิ้ง
หลินเจิ้งรับสมุดไปเปิดดู ลายมือที่คุ้นตาของลูกสาวคนโตจดบันทึกความลำยากลำบนไว้อย่างละเอียด เขาอ่านไปมือก็เริ่มสั่นเทา ความจริงที่ว่าลูกสาวของเขาต้องไปแบกหามเพื่อหาเงินซื้อนมให้หลานสาวในขณะที่เขาคิดว่าเขาดูแลอย่างดีแล้ว มันเหมือนตบหน้าเขาอย่างแรงกลางที่สาธารณะ
เขารู้สึกถึงความละอายที่แล่นริ้วขึ้นมาจุกที่คอ เขาหันไปมองแม่เลี้ยงเฉินและหลินอวี่ด้วยสายตาที่น่ากลัว
"เื่จริงใช่ไหม..." เสียงของหลินเจิ้งต่ำและเย็นจนน่าขนลุก
"คือ... คุณพี่คะ มันไม่ใช่แบบนั้น..." แม่เลี้ยงเฉินพยายามจะเข้าไปเกาะแขน "ฉันแค่อยากจะเก็บไว้ให้เป็เงินออมของหลาน..."
"หุบปาก!" หลินเจิ้งตวาดลั่นจนนางกระเด็นออกไป "เงินออมเหรอ? เงินออมแต่ปล่อยให้หลานฉันแทบไม่มีข้าวกินเนี่ยนะ! ที่ผ่านมาฉันเชื่อคำยุยงของพวกแกจนละเลยหว่านเอ๋อร์ พวกแกเห็นฉันเป็คนโง่ขนาดนั้นเลยหรือไง!"
เขามองดูสภาพที่ทรุดโทรมของซูหว่าน เสื้อผ้าที่มีรอยปะชุน มือที่หยาบกร้าน... หัวใจของคนเป็พ่อที่เคยถูกบังตาด้วยอคติเริ่มรู้สึกเ็ปขึ้นมาลึกๆ
"ซูหว่าน... พ่อ... เข้าใจผิดมาตลอด พ่อไม่รู้เลย"
"พ่อไม่รู้ หรือพ่อไม่อยากรับรู้กันแน่คะ?" ซูหว่านเอ่ยเสียงเรียบ "ต่อไปนี้หนูจะไม่ทนให้ใครมารังแกเสี่ยวเป่าอีก ถ้าที่นี่ไม่มีที่ยืนให้พวกเรา หนูก็จะพาเสี่ยวเป่าไปตายเอาดาบหน้า!"
พรของเสี่ยวเป่า และการตัดสินโทษ
ในขณะที่ทุกคนกำลังตึงเครียด หนูน้อยเสี่ยวเป่าที่ยืนแอบดูอยู่หลังเสาก็รู้สึกได้ถึงความอ่อนแอของแม่เลี้ยงและหลินอวี่ เธอพึมพำกับตัวเองเบาๆ
'ขอให้ของมีค่าที่พวกคนนิสัยไม่ดีขโมยจากแม่ไป กลับมาหาแม่ให้หมดเลย!'
ทันใดนั้นเอง! เสียงดังปังมาจากชั้นบนของคฤหาสน์ ลิ้นชักในห้องของแม่เลี้ยงเฉินและหลินอวี่เปิดออกเองอย่างแรง เครื่องประดับทองคำและเงินสดจำนวนมากที่พวกนางซุกซ่อนไว้จากการโกงกินเงินกองกลางและเงินของซูหว่าน กระเด็นหล่นลงมาตามบันไดราวกับมีน้ำป่าไหลหลาก
"ว้ายยย! สร้อยของฉัน! เงินของหนู!" หลินอวี่ร้องเสียงหลงพลางวิ่งไปตะครุบเงินเ่าั้
หลินเจิ้งเห็นหลักฐานคามือเป็กองมหึมาที่ตกลงมาแทบเท้าของเขา เขารู้ทันทีว่านี่คือเงินที่พวกนางยักยอกไป
"เอาเงินและเครื่องประดับพวกนี้ไปให้ซูหว่านทั้งหมด!" หลินเจิ้งสั่งเสียงเฉียบขาด "และั้แ่วันนี้ไป... ห้ามพวกแกทั้งสองคนยุ่งเกี่ยวกับเงินกองกลางของบ้านอีกแม้แต่หยวนเดียว! ถ้าฉันเห็นพวกแกไประรานซูหว่านที่เรือนหลังสวนอีกล่ะก็... ฉันจะส่งพวกแกไปอยู่ที่บ้านพักในชนบทแทน!"
แม่เลี้ยงเฉินและหลินอวี่ได้แต่อึ้งและร้องไห้ออกมาด้วยความเคียดแค้น แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ขณะที่ซูหว่านมองดูเงินและทองเ่าั้ด้วยความมึนงง... เธอไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร แต่เธอก็รู้เพียงว่า วันนี้คือวันแรกที่เธอเริ่มได้รับความเป็ธรรมคืนมา
บททิ้งท้าย: เงาที่ตามมาติดๆ
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง รถสีดำของประธานมู่มาจอดที่หน้าประตูคฤหาสน์ตระกูลหลิน เลขาฉินก้าวลงมาพร้อมกับปิ่นปักผมไม้ในมือ
"ท่านประธานครับ สืบพบแล้วครับ ปิ่นชิ้นนี้เป็ฝีมือการแกะสลักของคนในตระกูลหลิน... และมีข่าวลือว่า ลูกสาวคนโตของตระกูลนี้แอบพาเด็กผู้หญิงคนหนึ่งออกไปรับจ้างทำงานในตลาดที่ท่านเพิ่งไปมาครับ"
มู่เฉิงลดกระจกรถลง ดวงตาคมกริบจ้องมองเข้าไปในรั้วคฤหาสน์ที่เขากำลังจะก้าวเข้าไป
"ลูกสาวคนโตงั้นเหรอ..." เขาพึมพำ "ไปเตรียมการมา ฉันจะเข้าไปเยี่ยมตระกูลหลินในฐานะผู้ร่วมลงทุนรายใหม่... เดี๋ยวนี้!"