กาลเวลาในมิติเร่งเวลา 光阴秘境 ไหลผ่านไปราวกับสายน้ำที่ไม่เคยหวนกลับ วันคืนในโลกภายนอกผ่านไปเกือบสองเดือนแล้ว หลงเทียนเฟย 龙天非 ยังคงนั่งขัดสมาธิอยู่บนเก้าอี้หยกขาวตัวเดิม ดวงตาของเขาปิดสนิท แต่คิ้วกระบี่กลับขมวดเข้าหากันเล็กน้อย อากาศที่เคยรู้สึกบริสุทธิ์และสดชื่น บัดนี้กลับให้ความรู้สึกนิ่งงันและซ้ำซาก
ณ เบื้องหน้าของเขา ม้วนตำรา 'เคล็ดวิชาหลอมรวมธาตุ' วางเปิดอยู่ แต่เขาไม่ได้สนใจมันอีกต่อไป
เขาได้ใช้เวลาที่ผ่านมาทำความเข้าใจทุกหลักการจนทะลุปรุโปร่ง พลังปราณในร่างของเขาถูกขัดเกลาจนถึงขีดสุดแห่งขั้นสัมผัสปราณ 感气 ขั้นที่ 10 สมบูรณ์ ไอหมอกสีครามรอบกายเขาหนาแน่นและมั่นคงจนแทบจะจับต้องได้ แต่เขากลับยังคงติดอยู่ที่ "คอขวด" สุดท้าย
ทุกครั้งที่เขาพยายามรวบรวมพลังเพื่อก้าวข้ามไปสู่ขั้นสานรากฐาน 筑基 มันกลับรู้สึกราวกับมีม่านพลังที่มองไม่เห็นขวางกั้นอยู่เสมอ เขาพยายามใช้พลังจากสายเลือดมังกรบีบอัดพลังปราณอย่างรุนแรง แต่มันกลับสะท้อนกลับจนทำให้ทะเลจิตสำนึกของเขาสั่นสะเทือน
'เหตุไฉนกัน' เขาครุ่นคิดด้วยความหงุดหงิดระลอกใหม่ 'ข้ามีทั้งพิมพ์เขียวและความเข้าใจในเคล็ดวิชา มีทั้งพลังปราณที่เปี่ยมล้น แต่กลับเหมือนมีกุญแจอยู่ในมือแต่หาแม่กุญแจไม่เจอ'
เขาตัดสินใจลองใช้ทางลัดสุดท้ายที่นึกออก "ระบบ สังเคราะห์ 'โอสถทะลวงรากฐาน' โดยใช้วัตถุดิบทั้งหมดที่ข้ามี"
[ระบบ: กำลังคำนวณเส้นทาง...คำนวณ...คำนวณ...]
[ระบบ: การสังเคราะห์ล้มเหลว ตรวจพบการขาด 'วัตถุดิบเชิงแนวคิด': ประสบการณ์แห่งความเป็นและความตาย]
หลงเทียนเฟยลืมตาขึ้น ข้อความนั้นทำให้เขาตระหนักถึงบางสิ่งในทันที เขาหวนนึกถึงการเติบโตอย่างก้าวกระโดดที่เขาได้รับจากการต่อสู้จริงบนชั้นที่ 21 ในครั้งแรก "การหยั่งรู้" ที่เขาขาดไปนั้น ไม่สามารถค้นพบได้ในความสงบ แต่ซ่อนอยู่บนเส้นแบ่งของความเป็นและความตาย
'ในเมื่อการบ่มเพาะอย่างสงบไม่ได้ผล' ความคิดหนึ่งพลันสว่างวาบขึ้นในใจ 'บางที 'การหยั่งรู้' ที่ข้าต้องการ อาจจะซ่อนอยู่ในการต่อสู้ที่บีบคั้นทุกสิ่งจนถึงขีดสุด การต่อสู้กับศัตรูที่ข้าไม่รู้จักและคาดเดาไม่ได้'
เขาตัดสินใจอย่างแน่วแน่ ผู้พิทักษ์บนชั้นที่ 21 กลายเป็นสิ่งที่คาดเดาได้เกินไปแล้ว เขาต้องการ "ตัวกระตุ้น" ใหม่
หลงเทียนเฟยออกจากมิติเร่งเวลา เสียงปะทะจากโถงศิลาภายนอกเงียบลงพอดี เสี่ยวหลงกำลังคาบของรางวัลชิ้นล่าสุดมาวางบนกองอย่างคุ้นชิน
"การฝึกฝนสิ้นสุดแล้ว" หลงเทียนเฟยสื่อสารอย่างเรียบเฉย "ต่อไปนี้คือของจริง"
เขาก้าวไปยังแท่นส่งพลังอย่างมุ่งมั่น แสงสว่างวาบขึ้นโอบล้อมร่างของเขากับคู่หู ก่อนจะหายวับไปจากชั้นที่ 21 ที่พวกเขาใช้เป็นบ้านมานานเกือบสองเดือน
ณ ลานกว้างเบื้องหน้าหอคอย จุดแสงของ "ผู้ท้าทายลึกลับ" ที่นิ่งอยู่บนชั้น 21 มาตลอดสองเดือน...ในที่สุดก็ได้เคลื่อนไหวแล้ว มันเคลื่อนที่สูงขึ้นไปยัง "ชั้นที่ 22"
ทันทีที่หลงเทียนเฟยลืมตาขึ้นอีกครั้ง เขาก็ขมวดคิ้วในทันที ลมที่พัดมาไม่ได้มีความเย็นเยียบของน้ำแข็ง แต่กลับแห้งผากและมีกลิ่นของโลหะสนิมและโอโซนเจือปนอยู่จนแสบจมูก
เบื้องหน้าของเขาคือป่าที่แปลกประหลาด ต้นไม้ทุกต้นทำจากโลหะสีดำสนิทที่บิดเบี้ยวและแหลมคมราวกับกรงเล็บของอสูร ใบของมันคือคมมีดบางๆ ที่สะท้อนแสงสีเลือดจางๆ ของชั้นนี้อย่างน่าขนลุก เสียงลมที่พัดผ่าน "ป่ากระบี่" แห่งนี้ ก่อให้เกิดเสียงเสียดสีของโลหะที่บาดลึกเข้าไปในโสตประสาท
และที่ใจกลางของป่าโลหะนั่นเอง ร่างของอสูรจักรกลรูปร่างคล้ายสุนัขป่าตัวมหึมากำลังลุกขึ้นยืน ชิ้นส่วนโลหะที่ประกอบเป็นร่างของมันเสียดสีกันเสียงดังเอี๊ยดอ๊าด ดวงตาสีแดงฉานของมันพุ่งเป้ามาที่ผู้มาเยือนรายใหม่ทันที
(จบตอนที่ 63)