จางเฉินสอบถามข้อมูลจากพนักงานเสิร์ฟ คนดูแลโรงแรมที่เคาร์เตอร์จ่ายเงินบางส่วนกับคนที่มาทานอาหารเพื่อซื้อข้อมูลเกี่ยวกับอาณาจักรจินฟู่ เมืองหลวงของอาณาจักรอยู่ห่างออกไปหลายร้อยลี้ต้องเดินทางประมาณ 10-20 วันการเข้าร่วมสำนักในเมืองหลวงคือต้องมีระดับก่อเกิดและอายุไม่เกิน 20 ปีทั้งนี้ต้องมีหนังสือแนะนำในเมืองสาขาหรือในกรณีพิเศษคือหนังสือรับรองจากสมาคมเภสัชกรหรือสมาคมหลอมกลั่น
หลังจากสอบถามจนเป็นที่น่าพอใจ จางเฉินจึงวางแผนเดินทางไปเมืองเซียงซีซึ่งเป็นเมืองหลวงอาณาจักรจินฟู่ในวันพรุ่งนี้เขาตั้งใจเข้าทดสอบปรุงยาก่อนเพื่อขอหนังสือรับรอง แล้วเข้าเรียนที่มหาลัยซวนหลิง
จางเฉินออกจากโรงแรมเพื่อเดินดูร้านค้าต่างๆ เขาต้องการมองหาเม็ดสมุนไพรหรือพืชไร่ พืชสวน
ตลาดเต็มไปด้วยผู้คนมากมายมีแผงร้านร้านค้าเต็มไปหมด จางเฉินเดินเที่ยวชมจนทั่วได้เมล็ดสมุนไพรมาจำนวนหนึ่งก็เดินทางกลับโรงแรมขณะที่เดินทางเขารู้สึกได้ถึงเจตนาฆ่ารีบกระโดดหลบอย่างรวดเร็ว
ตูมมมม
แรงกดดันที่น่ากลัวตกมาจากท้องฟ้าในจุดที่จางเฉินยืนอยู่ก่อนหน้า ด้วยเสียงอันดังระเบิดฝุ่นฟุ้งกระจายไปทั่วผู้คนรอบๆ ต่างแตกตื่นและหลบออกไปอย่างรวดเร็ว
ในเวลาเดียวกันมีคนสวมหน้ากากสามคนลงมาจากหลังคาตึกหลังหนึ่งแล้วมองมาที่จางเฉิน
“พวกเจ้าเป็นใครกล้าทำร้ายคนในที่สาธารณะ เรารู้จักกันหรือไม่” จางเฉินมองทั้งสามอย่างสับสน เขามาถึงเมื่องแค่ไม่กี่ชั่วยามทำไมถึงมีคนอยากฆ่าเขา
“โอ๋ เด็กน้อยชีวิตมีเกิดแล้วก็ตาย วันนี้แค่เป็นวันตายของเจ้าเท่านั้น”ชุดดำที่ดูเหมือนจะเป็นผู้นำพูดพร้อมยิ้มเยาะ
“ฆ่า”ชายชุดดำทั้งสามตระโกนพร้อมกันและพุ่งเข้าโจมตีจางเฉิน
โชคดีที่ภารกิจสังหารจางเฉินเป็นเพียงระดับก่อเกิดนักฆ่าจึงเป็นระดับต่ำสุดเพียงระดับหลอมรวมลมปราณขั่นกลาง
“โอ้ใช่ไหมวันนี้มาดูกันว่าใครจะตาย” จางเฉินยิ้มมุมปาก เอากระบี่ออกจากแหวนเข้าสู่รัฐสมาธิเพื่อปรับตัวกับการต่อสู้ สังเกตวิธีการ กระบวนท่า และหาจุดอ่อน
ชายชุดดำทั้งสามถือดาบยาวส่องแสงเป็นประกาย ทำงานกันเป็นทีมอย่างเป็นระบบพลังงานดาบของทั้งสามนั้นน่ามหัสจรรย์มากเพียงตะหวัดอาบก็ดูเหมือนอากาศจะถูกบีบมาเป็นลำธารยาวตรงเข้าหาจางเฉิน
จางเฉินแทงกระบี่เข้าหาจุดอ่อนของทั้งสามคนอย่างรวดเร็วชายชุดดำทั้งสามต่างตกตะลึงกระบวนท่าดาบสามประสานของพวกเข้าล้มเหลวแตกกระเด็นถอยหลังกันไปคนละ 10 ก้าว และคายเลือด
จางเฉินโยนธงอาเรย์ลวงตาไปรอบๆ เพื่อไม่ให้ชาวบ้านเห็นสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้น ระหว่างนี้ก็รับการจู่โจมของทั้งสามคนสลับไปมาหลังจากวางอาเรย์เสร็จจางเฉินก็เข้าสู้รัฐสมาธิเพื่อต่อสู้อย่างเต็มกำลัง
ชายชุดดำมองอย่างเฉยเมยและยิ้มอย่างเย็นชา เขาคิดว่าการตอบโตเมื่อสักคู่เป็นแค่ความบังเอิญเท่านั้น
“วิธีจัดเรียงอาร์เรย์เจ้ามีความสามารถไม่เลว ถึงมันจะแค่อาเรย์เบื้องต้นง่ายๆ แต่ช่วยได้มากเลย ช่วยพวกข้าปกปิดทุกอย่างหลังจากฆ่าเจ้าฮา ฮา ฮา”
ชายชุดดำดึงลูกปัดสีแดงออกมาแล้วปาใส่จางเฉินอย่างรวดเร็ว
ตูมมมมม
จางเฉินกระเด็นด้วยแรงระเบิดไปชนกำแพงบ้าน กระอักเลือดออกมาคำโต
“ฮา ฮา ฮา เด็กน้อยก็คือเด็กน้อย วันนี้ของปีหน้าเป็นวันครบวันตายของเจ้า แทนทีจะหนีกลับมาสร้างอาเรย์โง่สิ้นดี” ชายชุดดำหัวเราะชอบใจ
จางเฉินรู้สึกถึงอากาศเย็นยะเยือกมาทางด้านข้าง รีบหลบอย่างรวดเร็ว
ชายชุดดำอีกคนหนึ่งกระแทกดาบเข้ากับพนังบ้านดังโดรม
“เกือบแล้ว”จางเฉินถอนหายใจ
จางเฉินโคจรลมปราณเพื่อรักษาตัว เขาได้รับบาดแผลและบาดเจ็บภายในจำนวนมากแต่ไม่โดนจุดสำคัญ หลังจาดวิเคราะห์การต่อสู้แล้วจางเฉินเลือกชายชุดดำที่อ่อนแอที่สุดในกลุ่มก่อนคือคนที่ฟันดาบหาเขา
จางเฉินใช้ท่าเท้าท่องเมฆาลอบเข้าด้านหลัง แล้วแทงไปทีตำแหน่งหัวใจชายชุดดำจึงตายทันที
“น้องรอง” ชายชุดดำที่ดูเหมือนหัวหน้าตื่นตะหนก
จางเฉินไม่รอให้พวกเขาปรับตัว วิ่งเข้าหาชายชุดดำอีกคนหนึ่งเพียงสะบัดกระบี่อย่างรวดเร็ว ชายชุดดำไม่ทันได้ป้องกันตัวใดๆไม่ทราบว่าตัวเองตายได้อย่างไร ลำตัวขาดเป็นสองท่อนทันที
“เจ้ากล้ามากฆ่าพี่น้องของข้าถึงสองคน” หัวหน้าชายชุดดำ โกรธจนหน้าแดง
จางเฉินย่อมไม่สนใจพูดคุยเขายังอยู่ในเมืองไม่มีประโยชน์อะไรที่จะสอบสวนหาสาเหตุตอนนี้เขาจึงฆ่าหัวหน้าชายชุดดำทันที
หลังจากตรวจสอบตามร่างกายของทั้งสามคนแล้ว มีเพียงแหวนมิติวงเดียวจากตัวหัวหน้าทีมชายชุดดำจางเฉินไม่ลบอาเรย์ออก แต่แอบหลบออกมา ใช้ท่าเท้าท่องเมฆากลับไปโรงแรมทันทีหลังจากเข้าห้องแล้วก็อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า
หน้าประตูเมืองหลังจากจางเฉินลงบันทึกกับยามแล้ววิ่งออกมาจนไกลก็เรียกหงเอ๋อ แล้วก็พูดคุยกับโสมแดงเดินทางทันทีเขาไม่รู้ว่านี่คือเรื่องอะไร เกิดอะไรขึ้นกับชีวิตเขา เขาเพิ่งมาถึงทวีปนี้แต่กลับถูกโจมตีและพยายามฆ่า คำตอบอาจมีอยู่ในวงแหวนมิติของหัวหน้าทีมชายชุดดำ