เวลาผ่านไปสองปีนับแต่จางไห่จูร่วมเดินเรือกับฮาซันเป็ครั้งแรกบนเรือสินค้าที่มีข้อความด้านข้างเรือว่า “ HasanEnterprise”
อาจูกำลังช่วยงานดูแลสต๊อกสินค้าบนเรือส่วนฮาซันทำหน้าที่กัปตันในห้องควบคุม คนงานอื่น ๆถือไม้ถูพื้นทำความสะอาดดาดฟ้าเรือ บ้างก็ถือกล้องส่องทางไกล ส่องดูร่องน้ำในทะเล
สาวงามสั่งงานลูกน้องเสร็จก็เดินเข้ามาในห้องกัปตัน
“เป็ยังไงบ้านอาจูได้มาฝึกงานเดินเรือกับบังในหลายประเทศแล้ว รู้สึกเหนื่อยมั๊ย ไหนจะต้องต่อสู้กับโจรสลัดหลายๆ น่านน้ำ ทั้งทะเลจีนใต้ หมู่เกาะชวาอ่าวไทย บังกลัวเธอท้อจังเลย”
“ไม่เหนื่อยหรอกค่ะกลับมีความสุขเสียอีก ได้มาท่องโลกกว้างกับบังด้วย ได้เห็นสิ่งใหม่ ๆ เมืองใหม่ ๆที่ไม่เคยเห็น ทั้งอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม ฮ่องกง ไต้หวันเหลือแต่ญี่ปุ่นกับอินเดียที่ยังไม่ได้ไป”
“บังก็มีออเดอร์จากเมืองบอมเบย์ประเทศอินเดีย จะไปส่งสินค้าในเดือนหน้า แต่ให้เสร็จจากงานที่พม่าก่อนนะอาจูไปด้วยกันนะ”
“ค่ะหนูอยากไปค่ะ” อาจูยิ้มด้วยสีหน้าชื่นบาน ภายใต้ผ้าคลุมฮิญาบหล่อนตั้งใจจะฝ่าฟันไปพร้อมกับฮาซัน เพื่ออนาคตของทั้งสอง
“กลับไปบ้านคราวนี้จะคุยกับโต๊ะและมะเื่จัดงานนิกะห์ของเราสองคนอาจูดีใจไหม” ฮาซันกล่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
“จริงหรือคะดีใจที่สุดเลยค่ะ แต่ไม่รู้โต๊ะมาเรียมจะว่ายังไง รู้สึกว่าท่านจะไม่ชอบหนูเอามากๆ เลย” อาจูทั้งตื่นเต้นและกังวล
ณบ้านของฮาซันที่บ้านบ่อยาง เมืองสงขลา
“กลับมาแล้วหรือลูกกินอะไรมาหรือยังล่ะ” ซากินาเอ่ยถามฮาซัน
“ยังเลยครับหิวแล้วเนี่ยมะ มีอะไรให้กินบ้างครับ” บังหนุ่มสวมกอดแม่
“ก็มีอาหารทะเลนึ่งน้ำพริกไข่ปู่ เบื่อหรือยังล่ะ”
“ไม่เบื่อหรอกครับอาหารฝีมือมะผมไม่เคยเบื่อ”
“งั้นก็นั่งก่อนอาจูมาช่วยมะยกกับข้าวในครัวเร็ว”
“ค่ะมะ”
“อืมก๊ะครับ โต๊ะลงมาทานข้าวข้างล่างบ้างหรือเปล่า”บังถามพี่สาวที่กำลังทยอยยกหม้อข้าวออกมาตั้ง
“โอ้ยรายนั้นไม่ต้องถามหรอก ไม่ลงมาสุงสิงกับพวกมะและก๊ะหรอกเห็นคุยถูกคอแต่กับหลานสาวคนโปรดอย่างลีนะห์นั่นแหละ”
ลาฟีนามองฮาซันแล้วก็ถามอีกว่า
“ถามทำไมมีอะไรกับโต๊ะเหรอ”
“ก็เื่นิกะห์ของผมกับอาจูนั่นแหละครับผมอยากจะถามความเห็นของโต๊ะที่เป็ผู้าุโสุดในครอบครัวไม่อยากจะให้ว่าผมทำข้ามหน้าข้ามตา ไม่เห็นหัวผู้ใหญ่”
“ไม่ต้องเดาเลยก๊ะรู้ว่าโต๊ะจะว่ายังไง แต่ก็ไม่รู้นะ ลองดูก็ได้รอกินข้าวเสร็จก็ขึ้นไปคุยเองสิ”
“มาแล้วจ้ากับข้าวน่ากินทั้งนั้นเลย”อาจูยกจานกุ้งหอยปูปลาที่นึ่งร้อน ๆ จัดเรียงในจานขนาดใหญ่มาวางบนโต๊ะ
ซากินาก็ยกอาหารจานอื่นๆ มาสมทบ
เมื่อรับประทานอาหารกันเรียบร้อยแล้วฮาซันก็เอ่ยปากกับมารดาว่า
“มะครับผมว่าจะคุยกับครอบครัวเราเื่การจัดงานนิกะห์ของผมกับอาจูครับมะคิดว่าควรจัดหรือยังครับ”
“สำหรับมะก็คิดว่าสมควรแล้วน่ะแหละเพราะแกก็อายุสามสิบกว่าแล้ว ควรจะมีครอบครัวได้แล้วแต่ก็ควรถามความเห็นของโต๊ะดูด้วย ในฐานะที่ท่านเป็ผู้าุโสุดในบ้าน”
“ใช่ครับผมก็ว่าจะคุยกับท่านในวันนี้ ถ้าอย่างนั้นพวกเราขึ้นไปพร้อมกันเลยดีไหมครับตอนนี้เลย”
“ก็เอาสิเดี๋ยวช่วยกับเก็บถ้วยชามเข้าไปในครัวก่อน รอสักครู่”
ณห้องนอนของโต๊ะมาเรียม ย่าของฮาซัน
“คิดจะแต่งกับนังเด็กไม่รู้หัวนอนปลายเท้านี่น่ะเหรอลูกสาวเ้าเมือง ลูกขุนนางผู้ดีมีเยอะแยะไป ถ้าอยากได้ฉันจะหาให้แต่ถ้ายังยืนยันจะแต่งกับนังนี่ ก็ข้ามศพฉันไปก่อน” หญิงชราตอบอย่างเ็า
“แต่โต๊ะครับคือว่า...” บังซันพยายามจะอธิบาย
“ไม่ต้องพูดแล้วออกไปให้หมด” เ้าของห้องปาข้าวของไล่
ฮาซันกับแม่พี่สาว และอาจู ก็หนีออกจากห้องย่าแทบไม่ทัน
จางไห่จูก็วิ่งไปสะอื้นไห้อยู่ที่ระเบียงบ้านชั้นล่าง
“ไม่ต้องเสียใจไปนะอาจู ถึงวันนี้ยังไม่ได้ แต่วันหน้าอาจจะได้” ซากินาเข้าไปปลอบลูบหลังลูบไหล่สาวหมวย
“เมื่อเป็อย่างนี้แล้วผมอยากจะถามมะว่า ถ้าผมจะอยู่กินกับอาจูอย่างสามีภรรยา โดยไม่เข้านิกะห์จะผิดหลักอิสลามของเราไหม”
“ฟังนะลูก เพื่อปฏิบัติตามคำบัญชาอัลลอฮฺ (ซุบฮานะฮูวะตะอาลา) และปฏิบัติตามแนวทาง(สุนนะฮฺ ةنس) ของท่านนบีมุฮัมมัด (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม)การปฏิเสธหรือละเลยจากการแต่งงาน ถือว่าเป็การกระทำที่ตรง ข้ามจากคำสอนของท่านนบีมุฮัมมัด(ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม) โดยพื้นฐานแล้วการแต่งงานถือว่าเป็เื่ที่อัลลอฮฺ (ซุบฮานะฮูวะตะอาลา) ได้กำหนด ฟิฏเราะฮฺ (ةرطف) ให้แก่มนุษย์ และเป็แนวทางของท่านนบีมุฮัมมัด (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม)(สุนนะฮฺ ةنس) ด้วยเหตุนั้น ท่านนบีมุฮัมมัด (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม)ได้ห้าม ไม่ให้มุสลิมปฏิเสธการแต่งงาน หรือละเลยในการแต่งงาน
ท่านนบีมุฮัมมัด (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม)กล่าวไว้ว่า
“ผู้ใดไม่เห็นชอบต่อแบบอย่างของฉัน ผู้นั้นไม่ใช่ผู้อยู่ในแนวทางของฉันการแต่งงานคือแบบอย่าง ของฉัน ฉะนั้นผู้ใดมีความรักต่อฉันเขาจะต้องทำตามแบบอย่างของฉัน(ต้องแต่งงาน)”
สรุปคือ อยู่กินกันได้แต่ไม่ถูกต้องตามแนวทางของอัลลอฮ” แม่ของฮาซันอ้างหลักในอัลกุรอาน
“ถ้าเธอสองคนจะอยู่กินกันแล้วทนเสียงประณามของคนมุสลิมด้วยกันได้ ก็ทำไปเถอะ ลองไปพิจารณาดูเองก็แล้วกัน”
ฮาซันได้ยินดังนั้นก็อ้ำอึ้งพูดอะไรไม่ออก ได้แต่เข้าไปยืนเคียงข้างจางไห่จู แล้วตบไหล่เธอเบา ๆ เป็การปลอบใจ
“เราคงต้องรอเวลาไปก่อนเมื่อถึงวันที่อัลลอฮทรงเมตตา เราคงได้สมหวังเองละนะ อาจู”
“ไม่ต้องคิดมากนะคะบัง หนูรอได้ค่ะ”สาวจีนจับมือบังที่กุมไหล่เธอไว้ สายตาก็มองเขาอย่างเข้าใจ
ในคืนก่อนวันเดินทางไปพม่า
จางไห่จูนอนหลับแล้วฝันไปว่ามีชายร่างั์ถือขวานมาผ่าอกของเธอแล้วควักหัวใจไป หล่อนก็ใตื่น เหงื่อกาฬแตกหรือว่าจะมีเื่ไม่ดีเกิดขึ้นกันแน่
“บังคะเมื่อคืนหนูฝันไม่ดีเลย ฝันว่าโดนคนควักหัวใจไป”
“เหรอแต่มุสลิมอย่างเราไม่งมงายกับเื่ความฝันหรอกนะ”
“ถ้าไม่มีอะไรก็ดีหรอกค่ะแต่หนูใจไม่ดี”
“อัลลอฮทรงอยู่กับเราคงไม่มีอะไรหรอก อย่าคิดมาก” บังลูบหัวอาจูอย่างเอ็นดู
“เก็บของเตรียมเดินทางครบหรือยังลูก”ซากินาถามบัง
“ครบแล้วครับมะกำลังจะออกเดินทางครับ ลาละครับ” ฮาซันกอดแม่ แล้วหิ้วกระเป๋าไปขึ้นรถ
“ลาค่ะมะ”อาจูก็กอดมะแล้วเดินตามบังไป
“โชคดีกันนะลูก”ซากินามองตามอย่างเป็ห่วง
ณท่าเรือเมืองภูเก็ต
ฮาซันกับอาจูก็ขึ้นไปบนเรือสินค้าลำใหญ่พร้อมลูกเรืออีกนับครึ่งร้อยโดยมีลังสินค้าวางเรียงรายเต็มลำเรือ
เรือแล่นออกสู่ทะเลอันดามันผ่านเกาะสอง เกาะเมนทินห์ เกาะตอง เกาะทายอ โดยมีปลายทางที่เมืองมะละแหม่งหรืออีกสองชื่อคือ เมาะลำเลิง และเมาะลำไย เมืองท่าสำคัญของพม่ามาแต่โบราณ
เมื่อเทียบท่าพวกฮาซันนำสินค้าขึ้นไปส่งยังคลังสินค้าของลูกค้าแล้วก็เที่ยวหาซื้อสินค้าในเมืองท่าแห่งนี้เพื่อนำกลับไปขาย
เขาและจางไห่จูนั่งรถผ่านเจดีย์ไจก์ทันลันที่สร้างในสมัยอาณาจักรฮันตราวดีพะโค ด้วยศิลปะแบบมอญ ผ่านโบสถ์เซนต์แมทธิวอันเป็โบสถ์คริสต์นิกายแองกลิกัน(อังกฤษ) แห่งแรกในพม่าเห็นมัสยิดเมาะลำเลิงที่มีสภาพเก่าโทรม มีแม่ค้าขายของเต็มพื้นที่ด้านหน้า
เดินเข้าไปในตลาดสดเห็นร้านค้าขายปลาแห้งปลาเค็มมากมายหลายชนิด หรือจะเป็กุ้งแห้ง หอยตากแห้งปลาหมึกตากแห้ง ส่งกลิ่นของเค็มเตะจมูกแรงจนอาจูต้องเอาผ้าปิดหน้า
“ซื้อปลาแห้งกลับไปฝากมะด้วยดีกว่า”ฮาซันชวนอาจูเลือกดูหน้าร้านขายปลาแห้ง
“ที่สงขลาไม่มีหรือคะบังบ้านเราก็ติดทะเลเหมือนกัน”อาจูสงสัย
“ก็มีแต่ที่นี่เป็ทะเลอันดามัน น้ำจะลึกกว่า ปลาตัวโต และเนื้อแน่นกว่าบ้านเราเป็ทะเลอ่าวไทย ปลาจะมีความมัน หวานฉ่ำ รสเข้มข้นกว่า อร่อยคนละแบบ”เซียนปลาอย่างบังวิเคราะห์ความแตกต่าง
“อ๋อเข้าใจแล้ว”
เมื่อเดินผ่านร้านขายเสื้อผ้าของสาวมอญพม่าฮาซันก็หันไปถามอาจูว่า
“ซื้อไปสวมใส่ดูบ้างมั๊ยแต่งตัวเป็สาวมอญ”
“โอ๊ยแต่งไม่เป็หรอกค่ะ ชุดแบบมอญพม่า ที่จริงหนูเคยชินกับการสวมกางเกงแบบจีนมากกว่าเพิ่งมาหัดนุ่งผ้าถุงตอนอยู่กับบังนี่แหละ”
ฮาซันแวะซื้อเครื่องเทศบางอย่างแล้วก็พาอาจูเดินทางไปขึ้นเรือ
เมื่อเรือสินค้าของคหบดีแห่งทะเลสาบสงขลาแล่นมาถึงบริเวณใกล้หมู่เกาะนิโคบาก็ปรากฏเรือสามลำจอดขวางร่องน้ำไว้ ฮาซันสั่งพลเรือเตรียมปืนใหญ่ให้พร้อมเพราะอาจถูกโจมตีเช่นที่เคยประสบ
เรือลำที่ขวางก็ส่งคนลงเรือเล็กมาที่เรือบังซันแล้วให้สัญญาณว่าจะมาส่งจดหมายลูกเรือของฮาซันก็ลงไปรับม้วนกระดาษขึ้นมาให้กัปตันอ่าน ข้อความมีอยู่ว่า
“ถ้าไม่อยากจมทะเลเป็อาหารฉลามก็จงส่งมอบเรือสินค้าให้เราโดยดี นี่คือการปล้น ลงชื่อ กลุ่มโจร 7 พี่น้อง”
ฮาซันได้เห็นชื่อโจร7 พี่น้องก็บอกอาจูว่า
“คราวนี้เราเจอศึกใหญ่เสียแล้วเห็นทีต้องสู้ตาย เพราะไอ้พวกนี้มันโหดมาก ถ้าโดนมันจับได้ ตายเสียดีกว่าอยู่”
ว่าแล้วเขาก็สั่งลูกน้อง
“เตรียมยิงเรือของมันเลย”
เมื่อคนส่งสารกลับไปแล้วก็มีเรืออีกหลายสิบลำ แล่นมาปิดล้อมเรือของฮาซันเอาไว้เป็วงกลม แล้วก็เพิ่มจำนวนของวงถึง 7 ชั้น

“ยิง”เสียงฮาซันสั่ง ลูกน้องก็ระดมยิงปืนใหญ่ที่เรียงรายรอบลำเรือเสียงดังสนั่นไปทั่วท้องทะเลเรือของโจรสลัดวงแรกที่ปิดล้อมเขาไว้ก็ถูกะุปืนใหญ่ถล่มเสียหายจมทะเลไปตาม ๆกัน
“ยิงอีกยิงไปเรื่อย ๆ อย่าหยุด”
เรือที่ปิดล้อมวงที่สองก็แล่นเข้ามาแทนแถวแรกก็โดนะเิของเรือฮาซันพินาศย่อยยับไปเช่นกัน
“ยิงต่อไป”ฮาซันยังคงสั่งให้ยิงปืนใหญ่
เมื่อกองเรือวงที่สามของโจรสลัดถูกทำลายหมดแล้วลูกเรือของบังซันก็มารายงานว่า
“กัปตันครับะุปืนใหญ่เราหมดแล้วครับ”
“อะไรนะมันหลอกให้เราใช้ปืนใหญ่ยิงเรือล่อของมันจนะุหมด แต่เรือของพวกมันยังเข้ามาเรื่อยๆ เห็นจะต้องใช้ปืนยาวยิงกับมัน ไปเตรียมไรเฟิลมาให้ครบ”
“ครับผม”
เมื่อเรือวงที่สี่ของโจร7 พี่น้องแล่นเข้ามาประชิด มันก็โยนเชือกที่มีสมอมาเกี่ยวกับขอบเรือของฮาซันไว้แล้วนำแผ่นกระดานขนาดกว้างราวหนึ่งเมตร ยาวสามเมตรมีสลักกันหลุดที่ปลายทั้งสองด้าน มาพาดจากเรือของมันถึงเรือของบังจากนั้นพลเรือของโจรสลัดก็กรูกันขึ้นมาทางแผ่นไม้นั้นเข้าบุกรุกเรือผู้ถูกปล้น
ฝ่ายลูกเรือของฮาซันก็ใช้ปืนยาวระดมยิงใส่พวกโจรราวห่าฝนแต่พวกโจรมีโล่กำบังเป็โลหะอย่างหนา จึงป้องกันะุปืนอะริสะกะได้สบาย ๆทำให้ลูกเรือของบังถูกยิงล้มตายไปหลายคน
ทั้งสองฝ่ายยิงปืนยาวใส่กันจนะุหมดฮาซันและอาจูจึงใช้ดาบเข้าฟาดฟันกับศัตรู เช่นเดียวกับลูกเรือก็ใช้ดาบบ้างกริชบ้าง ไล่ฟันแทงโจรผู้บุกรุก พวกโจรก็สู้พลางถอยพลาง จนฮาซันกับอาจูอยู่ห่างกันคนละส่วนของตัวเรือ ฝ่ายผู้บุกรุกก็จุดพลุสีแดงขึ้นบนฟ้า ก่อนจะะโลงจากเรือสินค้าไปลงเรือเล็กที่จอดรออยู่
“แย่แล้วมันส่งสัญญาณให้ยิงปืนใหญ่” ฮาซันอุทาน มิทันที่ใครจะเตรียมตัวทันลูกปืนใหญ่ก็พุ่งตรงมาที่เรือของเขาแล้ว
“ตูม!!!!” ฮาซันโดนะเิเข้าเต็ม ๆ ล้มทั้งยืนเือาบทั่วร่าง
“พี่บัง!!!” เสียงอาจูร้องลั่น ก่อนจะวิ่งเข้าไปประคองคนรักในขณะที่ปืนใหญ่ของโจรสลัดยังระดมยิงเข้ามาเรื่อย ๆตัวเรือเริ่มแตกเสียหายไปทีละส่วน สะเก็ดะเิปนสะเก็ดไม้กระจายเต็มเรือลมทะเลก็ช่วยกระพือให้ควันไฟลอยคลุ้งไปทั่ว เปลวเพลิงเริ่มลามเลียพื้นไม้ของตัวเรือบรรดาลูกเรือก็วิ่งกันอย่างโกลาหล
ฮาซันอยู่ในอ้อมกอดของอาจูเสียงสั่นเครือของเขากล่าวอย่างห่วงใยว่า
“อาจูรีบหนีไปไม่ต้องห่วงบัง บังไม่ไหวแล้ว ฉันรักเธอนะ” จากนั้นเขาก็ขาดใจตาย
“ไม่บังอย่าเพิ่งตายนะ ฟื้นสิ เราจะเข้านิกะห์ด้วยกันไม่ใช่เหรอ หนูก็รักบังนะ ”อาจูเขย่าตัวเขาแรง ๆ ในขณะที่ไฟจากการะเิเริ่มลุกโหมลำเรือ

“นายหญิงรีบหนีไปเรือจะล่มแล้ว”
“ไม่ฉันจะอยู่กับพี่บัง” หล่อนกอดศพฮาซันไว้แน่น
“เชื่อผมลงเรือเล็กหนีไป ถ้าพวกโจรจับได้ มันจะข่มเหงนายหญิงแน่นอน ไปนะ”ว่าแล้วลูกเรือสองคนก็ช่วยกันหิ้วปีกอาจูไปโยนใส่เรือชูชีพที่ผูกไว้ข้างเรือก่อนจะตัดเชือกให้มันหล่นลงไปลอยในทะเลโดยที่สองคนนั้นโดนะเิตายไปพร้อมเรือสินค้าที่จ่อมจมทะเลอันดามัน
อาจูซึ่งโดนสะเก็ดะเิมีอาการาเ็ไม่น้อยกอรปกับความเสียใจที่ฮาซันต้องจากไปกะทันหัน เธอจึงสลบไปบนเรือชูชีพนั้นปล่อยให้กระแสลมและเกลียวคลื่นในทะเลพาล่องลอยไปตามยถากรรม
จางไห่จูถูกคลื่นซัดมาเกยตื้นบนชายหาดของเกาะแห่งหนึ่งเมื่อหล่อนฟื้นคืนสติลืมตาขึ้นก็เห็นนักพรตหญิงแต่งตัวแบบศาสนาเต๋ากลุ่มหนึ่งกำลังเดินลงมาหาเธอที่ชายหาดแล้วอาจูก็สลบไปอีกครั้ง
จบตอนที่7 โปรดติดตามตอนที่ 8 จอมยุทธหญิงคนใหม่