ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่717 ฝ่ามืออัสนีเพลิง

       ทว่าอี้เฉินเขาไม่ได้สนใจ เสียงของผู้คนแม้แต่น้อย อาหารที่วางอยู่เต็มโต๊ะ ค่อยๆ ถูกเขากินอย่างรีบร้อน แม้แต่เนื้อของสัตว์อสูรสายเลือดบริสุทธิ์ ยังถูกนำมาเป็นอาหารจานหลัก แถมยังมีสรรพคุณ ต่อร่างกายไม่น้อย 
 


      คุณชายหยู ที่ถือพัดลงมาจากชั้นสองของโรงเตี๊ยม ครั้นเห็นความโอหังของอี้เฉิน เขานั่งลงฝั่งตรงข้ามอี้เฉิน เอ่ยพูดขึ้นมาทันใด “เจ้าอดอยาก มาจากที่ไหน ไม่รู้หรือไงว่า ที่นี่ดินแดนจักรพรรดิ ไม่ใช่ดินแดนเทพของเจ้า อย่าทำตัวโอหังไปหน่อยเลย”  น้ำเสียงที่กล่าวพูดออกมาดังก้อง พร้อมรอยยิ้มแสยะออกมากว้าง มันก็ทำให้อี้เฉิน ไม่พอใจชายหนุ่มที่ถือพัดอยู่เบื้องหน้า ตัวเขาเท่าใดนัก

 


“ข้าไม่ได้เชิญเจ้านั่งเสียหน่อย เจ้ารีบไสหัว ขึ้นไปบนชั้นสองเสีย ..หรือว่าพวกคนดินแดนจักรพรรดิ จะมารยาทแย่กันเช่นนี้ เป็นเรื่องปกติ”

 


 

       “เจ้า! เจ้า! สามหาวนัก” คนรับใช้คุณชายหยู เดือดดาลกันขึ้นมาทันใด แม้แต่ตัวของชายหนุ่ม ยังชี้พัดออกไปเบื้องหน้าอี้เฉิน ด้วยใบหน้าเขียวคล้ำ ก่อนพัดจะโบกสะบัดใส่อี้เฉิน ปลดปล่อยอายสังหารออกมา

 


ทว่าในเสี้ยวพริบตา พัดที่คุณชายหยู เตรียมจะกลางปลดปล่อยคลื่นที่บ้าคลั่ง ถูกฝ่ามืออี้เฉิน ดันพัดที่กลางออกมากว้าง ให้พัดหุบเข้าไปในทันใด

 


       ‘เป็นไปได้อย่างไร!!’ สีหน้าแววตา คุณชายหยูถึงกับเบิกตาออกกว้าง ด้วยความไม่อยากเชื่อ พร้อมด้วยน้ำเสียงเสี่ยวเอ้อ ที่กล่าวเอ่ยเตือนออกมาดังก้อง “คุณชายสถานที่แห่งนี้ ห้ามทำการประลองนะขอรับ”

 


      อี้เฉิน คุณชายหยู เองก็รับรู้ได้ภายในโรงเตี๊ยมแห่งนี้ มีราชาอมตะผู้หนึ่ง เป็นเจ้าของอยู่ชั้นบนสุด อย่างไรพวกเขาก็มาอยู่ภายในสถานที่ ของผู้อื่น จึงไม่คิดจะสร้างเรื่อง ให้เกิดความยุ่งวุ่นวาย เก็บโทสะ ของพวกเขากลับไปทันใด

 


       ก่อนน้ำเสียงสตรี ด้านบนชั้นสอง จะเอ่ยพูดขึ้นมา “แต่ด้านในโรงเตี๊ยม มีห้องสำหรับใช้ฝึกฝน เป็นสนามประลอง ไม่ทราบว่าคุณชายท่านนี้ จะสำแดงพลัง ให้พวกเราดูชมหน่อยได้หรือไม่? จากชื่อเสียงของท่าน เกรงว่าคงมีหลายคน สนอกสนใจเช่นกัน”

 


      ผู้คนชั้นล่างของโรงเตี๊ยม กล่าวพูดซุบซิบในทันใด ครั้นได้ยินน้ำเสียงใสกังวาน หนึ่งในไข่มุกเม็ดงาม นามว่า หนิงเอ๋อ แห่งนิกายยอดยุทธ์ กล่าวพูดออกมา “นางเองก็สนใจ ชายหนุ่มบ้านนอกผู้นี้หรือ?”

 


“อืมๆ เหมือนว่าจะเป็นเช่นนั้น?”

 


      อี้เฉินที่เงยหน้า ขึ้นไปมองด้านบนชั้นสอง ก่อนร่างของเขา จะหายวับขึ้นไป ด้านบนโรงเตี๊ยมอย่างฉับพลัน มันก็ทำให้หลายๆ คน ต่างก็กำฝ่ามือเอาไว้จนแน่น ครั้นเห็นความโอหังของอี้เฉิน พร้อมกับน้ำเสียง ที่กล่าวพูดออกมา “เจ้า งดงามไม่เลว ทว่าชายหนุ่มข้างกายเจ้า ดูท่าจะไม่เป็นที่ต้อนรับ ตัวข้าเท่าใดนัก”

 


      หนิงเอ๋อ นางป้องปากขำออกมาน้อยๆ อี้เฉินเองก็รับรู้ว่า ชายหนุ่มข้างกายสตรีนางนี้ ไม่ธรรมดา แม้เขาจะหลับตาพริ้ม ทว่ามองอย่างไร เขาก็เหมือน เสือ มังกรที่ซ่อนเล็บ ยากจะหยั่งถึงพลังของเขาได้

 


       ก่อนหนิงเอ๋อ นางจะกล่าวพูดออกมา ครั้นเห็นอี้เฉินจ้องใบหน้างาม ของนางอย่างไม่วางตา “เจ้าคงจะไม่ได้เชยชมสตรีงดงาม เป็นงานอดิเรกหรอกกระมัง จักรพรรดิหนุ่มอี้เฉิน ..ข้าได้ยินว่าเจ้าแต่งงานแล้วไม่ใช่หรือ คงไม่ใช่ ว่าเจ้าตกหลุมรักข้าหรอกกระมัง”

 


       อี้เฉินขำแห้งๆ ออกมาทันที เหมือนว่าสตรีนางนี้จะไหวพริบ ความคิดดีไม่น้อย ยากที่จะให้เขาปั่นหัวนางได้ “เจ้าอยากให้ข้าแสดงพลัง เช่นนั้นเจ้าต้องมีของล้ำค่ามา เดิมพันกับข้าหน่อยแล้วกระมัง แม่นางน้อย”

 


หนิงเอ๋อ นางคลี่ยิ้มออกมากว้าง “เช่นนั้นเชิญจักรพรรดิหนุ่ม ข้าเองก็อยากรู้ คนที่แม่นางเยว่ชิงเซียน เคยชอบคอ จะเก่งกาจถึงเพียงใดกันเชียว”

 


       อี้เฉินมีท่าทีตกใจอยู่เล็กน้อย ไม่คิดสตรี สวมอาภรณ์สีเขียวสว่างนางนี้ จะรู้จักกับแม่นางเยว่ชิงเซียน “แล้วเจ้ารู้จัก เจ้าหวังเหยียนหรือไม่ มันให้ข้า รออยู่ที่นี่ แล้วบอกข้าอีก2-3วัน มันจะมารับข้าไปยังนิกายยอดยุทธ์”

 


      เอ๋อร์เตา ชายหนุ่มที่นั่งหลับตาพริ้ม ข้างหญิงสาว ครั้นเปิดเปลือกตาออกมา ชายหนุ่มกล่าว พูดออกมาบอกกล่าวอี้เฉิน อย่างไม่เกรงใจ พร้อมน้ำเสียงที่เย็นชา “เจ้าคงจะถูกหวังเหยียนหลอกแล้ว จักรพรรดิหนุ่ม”

 


       หนิงเอ๋อ นางป้องปากขำออกมาน้อยๆ ครั้นได้ยินเสียงกัดกรามกรอด ของอี้เฉิน ดังเล็ดลอดไรฟันออกมา “เดียวเราได้เห็นดีกันแน่” ‘ไอ้เวรหวังเหยียน มันคง อยากจะแก้แค้น ข้ามากสินะ ถึงได้ทำเช่นนี้ ป่านนี้มันคงหัวเราะร่า จนฟันโยกคลอน แล้วกระมัง’

 


       ก่อนหนิงเอ๋อ นางจะ ผายฝ่ามือ เชิญอี้เฉิน เข้าไปภายในห้องฝึกฝน ของโรงเตี๊ยม พร้อมกับชายหนุ่มข้างกายนาง นามว่าเอ๋อร์เตา ตามไปไม่ห่างกายนาง สายตาหรี่เล็กจนแคบ จ้องมองอี้เฉินด้วยสายตาแหลมคม ราวกับ ไม่ไว้ใจตัวของอี้เฉิน

 


       ภายในห้องฝึกฝน ก็ไม่ต่างอะไรไปจากมิติหนึ่ง ที่แยกตัวออกมาจากโรงเตี๊ยม จากหินมิติที่ใช้สร้างโลกใบเล็กขึ้นมา คนอื่นๆ เองก็ตามไปดูชม เรื่องสนุกด้วยเช่นกัน ส่งผลให้รอบสนามประลอง บัดนี้เต็มไปด้วยหมู่ชน มามุ่งดูกันอย่างหนาตา แม้แต่ราชาอมตะ ผู้ครอบครองโรงเตี้ยมแห่งนี้ ยังสนอกสนใจ ส่งปราณจิตส่วนหนึ่ง เข้ามาดูชมการประลอง

 


       อี้เฉินที่เดินขึ้นสนามประลอง ไต่ถามนางออกไปอย่างไม่ลังเล “ไม่ทราบว่า พวกเจ้าสองคน จะพาข้าเข้าไปภายใน นิกายยอดยุทธ์ ได้หรือไม่?”

 


       หนิงเอ๋อ นางที่เดินสืบฝีเท้า ขึ้นไปประจันหน้ากับอี้เฉิน นางเอ่ยตอบออกมาอย่างไม่มีปิดบัง “นิกายยอดยุทธ์ของเรา เปิดรับผู้มีพรสวรรค์ เก่งกาจเสมอ แต่ตอนนี้เจ้า ต้องสำแดงพลังออกมาให้ข้าพิจารณาก่อน”

 


       อี้เฉิน เขานึกว่าชายหนุ่มผู้นั้น จะเป็นคนขึ้นมาประลอง กับเขาเสียอีก อี้เฉินรีบกล่าวพูดออกมาอย่างไว “ไฉนกลายเป็นเจ้า  ที่มาทดสอบข้ากันเล่า หนิงเอ๋อ”

 


      สตรีสวมอาภรณ์ สีเขียวสว่าง เอ่ยพูดออกมาทันที “เจ้าระวังตัวให้ดี” ในขณะที่หนิงเอ๋อ นางหมุนวาดฝ่ามือ กลางฝ่ามือออกกว้าง อัสนีเพลิง ก็โพยพุ่งออกมา จากฝ่ามือของนางอย่างรุนแรง พุ่งปราด เข้าโจมตีร่างอี้เฉินในทันใด

 


      เสียงผู้คนที่ดูชมการประลอง เอ่ยพูดเสียงดังออกมาทันใด “แม่นางหนิงเอ๋อ มาถึงนางก็เอาจริง สำแดงฝ่ามืออัสนีเพลิง จัดการ จักรพรรดิหนุ่มนามว่า อี้เฉิน ทันทีเลย ..หรือนางจะมีความบาดหมาง กับชายหนุ่มผู้นี้มาก่อน”

 


       หมู่ชนอีกทิศทางหนึ่ง กล่าวพูดออกมา ด้วยความไม่อยากเชื่อ เมื่อได้ยิน เสียงฝ่ามือ ส่งให้อากาศแตกระเบิด “ดูอี้เฉินผู้นั้นซิ เขาหลบฝ่ามือ อัสนีเพลิง แม่นางหนิงเอ๋อ ออกไปได้หลายกระบวนท่าเลย”

 


ปัง!! ปัง!!

 


       จากฝ่ามือที่รวดเร็วปานสายฟ้าฟาด เสริมด้วยเปลวเพลิงอัสนี ของแม่นาง หนิงเอ๋อ ส่งให้อุณหภูมิ รอบด้านพุ่งสูง พรวดพราดอย่างฉับพลัน อี้เฉินที่หลบเลี่ยงการโจมตี ออกไปอยู่หลายครั้งหลายครา กายา ของเขารู้สึกแสบร้อนผิวหนังขึ้นมาน้อยๆ ไม่คิดว่าสตรีนางนี้ จะมีการโจมตีที่รุนแรง แข็งกร้าว ดุดันราวกับบุรุษหนุ่ม ทำให้อี้เฉิน ฝีเท้า ก้าวถอยหลัง ออกไปอย่างต่อเนื่อง

 


       หมู่ชนเองก็ไม่อยากเชื่อว่า ฝ่ามืออัสนีเพลิง ที่ถูกกล่าวขาน ภายในดินแดนจักรพรรดิ เป็นหนึ่งใน10วิชาของจักรพรรดิ ที่แข็งแกร่งที่สุด บัดนี้จะไม่สามารถทำอะไรอี้เฉินผู้นี้ได้ เมื่อได้ยินเสียง แม่นางหนิงเอ๋อ กล่าวเสียง ชิ!! เล็ดลอดไรฟันออกมา ด้วยความไม่พอใจ ที่เห็นอี้เฉิน เอาแต่หลบเลี่ยง ฝ่ามือของนาง

 


        หญิงสาวที่ดูชมการประลอง นางกล่าวพูดออกมา ด้วยความไม่อยากเชื่อ “อี้เฉินผู้นี้ เขาใช่คนดินแดนเทพ ต่ำต้อยจริงๆ หรือ เหตุใดถึงมีศักยภาพ ทัดเทียมกับไข่มุกเม็ดงาม แม่นางหนิงเอ๋อได้ ดินแดนเทพ การฝึกฝนบกพร่องไม่เหมาะให้จอมยุทธ์รุ่นใหม่ เติบโตไม่ใช่หรือ?”

 


       คุณชายหยู โบกพัดออกมาน้อยๆ พร้อมกล่าวพูดออกมา ด้วยความโอหัง “ถึงเขาจะน่าตกใจ แต่ก็ไม่ได้แปลกอะไร เกรงว่าชายผู้นี้จะมีดีเรื่องฝีเท้า ถอยหนีเก่งจริงๆ ดูซิเขาเริ่มบาดเจ็บแล้ว”

 


       “ฮ่าๆๆ ใช่ๆ” ทว่าทันใดเสียงหัวเราะที่ดังออกมาก้อง จากกลุ่มผู้ชมบางกลุ่ม จู่ๆ พวกเขาก็ถึงกับหน้าชา เมื่อเห็นอี้เฉินหยุดชะงักฝีเท้า ไม่ก้าวถอยหนีอีกต่อไป ในเสี้ยวพริบตา ที่แม่นางหนิงเอ๋อ แค่นเสียงออกมาดังก้อง ส่งฝ่ามือเข้าจัดการอี้เฉิน

 


       ในชั่วขณะที่ร่างอี้เฉินเอี้ยวตัวหลบเลี่ยงการโจมตี อย่างกะทันหัน ในเสี้ยวพริบตา ข้อมือขาวของหญิงสาว ถูกอี้เฉินจับคว้าหมับ ล็อกแขนนางไว้แน่นในทันใด ภาพนั้นเกิดขึ้นเร็วมาก จนหลายๆ คนตั้งตัวไม่ทัน

คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน