หลังจากที่รวมกลุ่มได้ แต่ละกลุ่มต่างก็เข้าไปในป่าอสูรเพื่อทำภารกิจที่ได้รับมอบหมาย
กลุ่มของปราบนั้นได้รับภารกิจหาสมุนไพรเซียน ทำเอาพวกเขาหมดสิ้นเรี่ยวแรงแม้นกลุ่มของเขาจะมีจอมยุทธเลเวลหนึ่งร้อยสี่สิบเป็นหัวหน้าแต่พวกเขากลับไม่มีความมั่นใจเลยแม้นแต่น้อย
เพราะสมุนไพรเซียนนั้นจุดที่พบมันล่าสุดอยู่ที่เขตของอสูรระดับยี่สิบ ที่เป็นดั่งฝันร้ายของพวกเขา นั่นจึงทำให้พวกเขาต่างหมดอาลัยตายอยากกับชีวิต
บางคนถึงกับด่าทอชายหนุ่มว่าเป็นตัวซวย บางคนก็โทษชายหนุ่มว่าเข้าร่วมกลุ่มด้วยพวกเขาจึงถูกกลั่นแกล้ง
ปราบถอนหายใจออกอย่างแรงแล้วไปหาครูฝึก เมื่อเขาพุดคุยกับครูฝึกแล้วเสร็จเขาเร่งทะยานร่างไปตามแผนที่อย่างรวดเร็ว
“ พวกเจ้ามาที่เพื่อรับเอาภารกิจใหม่ “ ครูฝึกร้องออกไป
“ การทำงานเป็นกลุ่มนั้นสำคัญต้องเชื่อใจกัน หากไม่เชื่อใจกันแล้วก็ยากที่จะทำงานร่วมกันได้ “ ชายหนุ่มพึมพำ
ปราบบุกตะลุยเดี่ยวเข้าไปในดงของอสูรขั้นสูงที่เขายังไม่เคยพบพาน เขาเตรียมพร้อมในทุกสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น กระบี่สีทองในมือนั่นเปล่งประกายแสงวาววับงามจับใจแต่ภายใต้ความงดงามนั้นกลับแฝงไว้ด้วยความอันตรายยิ่ง
เหล่าครูฝึกที่เฝ้ามองทางจอภาพต่างก็ส่ายหน้าเพราะชายหนุ่มนั้นไม่สวมเกราะเหล็กที่ได้รับแจกจ่าย พวกเขาก็ไม่เข้าใจว่าทำไมชายหนุ่มจึงไม่สวมเกราะเหล็กเช่นคนอื่น
“ ประมาท ประมาทเกินไป “
“ คะแนนเป็นศูนย์แม้นจะทำภารกิจสำเร็จก็ตาม “ หัวหน้าครูฝึกเอ่ย
หวงซิ่วที่เฝ้ามองดูแล้วเอ่ยว่า “ หากคิดเรื่องภารกิจ หากทำสำเร็จแล้วกลับมาได้โดยปลอดภัยก็ถือว่าคะแนนเต็มแล้วนี่ “ หวงซิ่วเอ่ย
“ อย่าลืมว่าสงครามนั้นไม่หน่ายอุบาย “ หวงซิ่วเอ่ย
“ แต่การที่ไม่สวมชุดเกราะก็ผิดกฎของศูนย์ฝึกแล้ว คะแนนก็ย่อมถูกตัด “ หัวหน้าครูฝึกเอ่ย
“ ข้าเฝ้าดูชายคนนี้มานาน ข้ารู้ว่าเขานั้นไม่ชอบสวมเกราะ เขาชอบที่เป็นอย่างนี้เพราะมันได้ฝึกฝนกายาของเขาให้กล้าแกร่งอยู่ตลอด “ หวงซิ่วเอ่ย
“ เอาน่าไว้มันกลับมาค่อยลงโทษมันในเรื่องไม่สวมเกราะแต่อย่าได้ตัดคะแนนภารกิจของมัน “ หวงซิ่วเอ่ย
“ ได้ “ หัวหน้าครูฝึกพยักหน้า
“ ตามแผนที่แล้วต้องข้ามภูเขาไปอีกหลายลูก หากช้าแบบนี้เห็นทีจะไม่ทัน “ ชายหนุ่มเอ่ย
“ พรึ่บ “ ปีกเทวะสีทองของเขากางออก
“ ฟิ้ว “ ร่างของชายหนุ่มพุ่งทะยานร่างออกจากกระสุนปืน
“ นั่นมันอะไร “ เหล่าครูฝึกต่างร้องลั่น
“ มันเป็นวิชาโบราณที่พวกเราไม่ฝึกฝนกัน “ หวงซิ่วเอ่ย
“ รวดเร็วยิ่งนัก ขนาดอสูรบินระดับสิบแปดยังไล่ไม่ทัน “
“ เห็นทีคืนนี้ข้าต้องไปหาวิชาแบบนี้มาฝึกบ้าง “ หัวหน้าครูฝึกเอ่ย
“ อืม “ เหล่าครูฝึกต่างพยักหน้าช้าๆ
หวงซิ่วยิ้มออกเมื่อเหล่าครูฝึกต่างเปลี่ยนท่าทีที่มีต่อชายหนุ่มได้ หากพวกเขาเห็นการต่อสู้ของชายหนุ่มพวกเขาก็ยิ่งจะซูฮกชายหนุ่มมากขึ้น แลนั่นจะเป็นการง่ายที่ชายหนุ่มจะจบออกไปจากศูนย์ฝึกเร็วขึ้น
ราวสามชั่วโมง
ปราบลอยตัวอยู่เหนือเขตแดนอสูรระดับยี่สิบที่กว้างใหญ่ “ มันน่าจะราวๆประเทศรัสเซีย “ เขาพึมพำ
“ หากไม่มีพิกัดก็ไม่รู้ว่าจะไปหาสมุนไพรเซียนได้ที่ไหน “ เขาพึมพำ
ชายหนุ่มร่อนปีกเทวะไปตามพิกัดอย่างรวดเร็ว
เมื่อเข้าสู่ระยะ ชายหนุ่มบินวนเหนือสมุนไพรเซียนอยู่หลายรอบเพื่อสังเกตการณ์
“ มีปีศาจวัวเพลิงอยู่เฝ้าตัวเดียว ทั้งยังเป็นตัวหัวหน้า “ เขาพึมพำ
“ ต้องหาวิธีหลอกล่อ “ ชายหนุ่มพึมพำ
ในขณะที่เขากำลังครุ่นคิดอยู่นั้น
“ โฮกก “ ปีศาจวัวเพลิงร้องคำรามลั่นพร้อมกับพ่นไฟออกจากปาก
“ ฟู่วว “ เปลวเพลิงที่ร้อนแรงพวยพุ่งเข้าหาอสูรอีกตนที่พุ่งเข้ามา
“ โฮกก “ อสูรตนนั้นถูกเพลิงร้อนแรงของวัวเพลิงแผดเผาทั่วร่างมันส่งเสียงร้องโอดโอยโหยหวน
“ ตึง “ ร่างใหญ่ยักษ์ล้มตึงชักดิ้นชักงออยู่ครู่ใหญ่จึงแน่นิ่ง
“ เป็นเพลิงที่ยอดเยี่ยม “ เขาพึมพำ
“ แต่รู้สึกว่าแก่นเพลิงของมันจะมิแข็งแกร่งสักเท่าใด “ ชายหนุ่มพึมพำ
เหล่าครูฝึกให้แปลกใจเป็นอย่างยิ่งที่ชายหนุ่มนั้นทั้งคิดวิเคราะห์ วางแผนในเวลาเดียวกัน
“ ไอ้หนุ่มนี่ชักจะเก่งเกินตัวแล้ว “ ครูฝึกเอ่ย
หวงซิ่วมองยังหัวหน้าครูฝึก “ โลกเก่าของมันนั้นมันเป็นถึงจ้าวโลกามันเป็นผู้ปกครอง มันเป็นผู้พิทักษ์ “ ชายชราเอ่ย
“ อืม “ เหล่าครูฝึกต่างพยักหน้าช้าๆ
“ เช่นนี้แล้วหากผ่านด่านนี้ได้ ก็เลื่อนขั้นให้เขาไปเลย อย่าเอามือดีมาขลุกอยู่ที่นี่นานนัก มันเสียเวลา “ หัวหน้าครูฝึกเอ่ย
“ นั่น “ เหล่าครูฝึกร้องลั่นเมื่อชายหนุ่มใช้เพลิงสีฟ้าห่อหุ้มร่างของตนไว้แล้วดำดิ่งลงไปอย่างรวดเร็ว
พวกเขามองเพลิงสีฟ้าแล้วให้แปลกใจเป็นอย่างยิ่งเพราะว่าพวกเขายังไม่เคยพบเจอคนที่มีไฟในร่างมาก่อน
“ ปราบพิภพผู้นี้นั้นเคยหลอมแก่นเพลิงอสูรมาแล้วสองครั้ง ครั้งแรกเป็นเพลิงของวัวเพลิง ครั้งที่สองเป็นแก่นเพลิงสีฟ้าของอสูรยักษ์ระดับเก้า “ หวงซิ่วเอ่ย
“ หลอมเข้าไปได้เช่นใด “ หัวหน้าครูฝึกเอ่ย
“ ข้าก็สงสัยเช่นกัน “ หวงซิ่วเอ่ย
ชายหนุ่มโฉบบินเวียนลงต่ำแล้วทำการยั่วยุวัวปีศาจ จนมันสติหลุดแล้วพ่นเพลิงสีส้มออกมา
“ ฟู่ว “ เพลิงสีส้มพุ่งเข้าห้อมล้อมกายาของชายหนุ่มจนบดบังเพลิงสีฟ้า
“ ช่วงเวลาที่มันอ่อนแอก็คือช่วงที่มันพ่นไฟ “ ปราบพึมพำ
เขาพุ่งทะยานร่างออกด้วยความรวดเร็ว โฉบเข้าช่วงชิงสมุนไพรเซียนแล้วกางปีกเทวะพุ่งขึ้นฟ้าในทันใด
“ โฮกก “ ปีศาจวัวเพลิงร้องคำรามลั่นแต่มันไม่ได้ไล่ตามไปเพราะกายาของมันยังมิฟื้นตัวมันจึงทำได้เพียงมองยังสมุนไพรเซียนที่มันเฝ้ามานานแสนนาน
“ โฮกกก “ มันร้องคำรามลั่น
“ ครืนน “ ทั่วอาณาของเขตแดนยี่สิบต่างสั่นสะเทือนเพราะพลังแห่งความโกรธ
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า “ หวงซิ่วระเบิดเสียงหัวเราะลั่น
“ ดี ดีเยี่ยม “ เขาเอ่ย
“ ช่างเป็นภารกิจที่เสี่ยงตายยิ่งนัก “ ห้วหน้าครูฝึกเอ่ย
“ แต่ก็ถือว่าผ่านได้ด้วยดี มิมีบาดแผล “ เขาเอ่ย
“ พี่หวงจะส่งเขาไปที่ไหน “ หัวหน้าครูฝึกเอ่ยถาม
“ ส่งเขาไปยังเมืองออร์ค “ หวงซิ่วเอ่ย
“ เมืองออร์ค “ หัวหน้าครูฝึกเอ่ย น้ำเสียงของเขานั้นเต็มไปด้วยความวิตก
“ อย่ากังวลไอ้หนูนี่เอาตัวรอดได้แน่ “ ชายชราเอ่ย
“ อืม “ หัวหน้าครูฝึกพยักหน้าช้าๆ
ราวสามชั่วโมงปราบภพิภพกลับมาถึงศูนย์ฝึกแล้วเร่งส่งภารกิจอย่างรวดเร็ว
“ ไอ้หนู นี่คือหนังสือรายงานตัวในฐานะจอมยุทธขั้นสิบ “ หวงซิ่วเอ่ย
ชายหนุ่มยิ้มแก้มปริแล้วเร่งรับเอาหนังสือรายงานตัว
“ เจ้าจะไปคืนนี้รึพรุ่งนี้ “ ชายชราเอ่ยถาม
“ ข้าอยากอยู่กับท่านอีกสักคืน แต่หากไอ้บ้าพวกนั้นรู้ว่าข้าจะไป พวกมันคงหาทางกำจัดข้าแน่ “ ชายหนุ่มเอ่ย
“ เพราะฉะนั้นแล้วไปมันเดี๋ยวนี้เลย “ ชายหนุ่มเอ่ย
“ ข้าเตรียมยานไว้ให้เจ้าแล้ว “ ชายชราเอ่ย
“ ท่านนี่รู้ใจข้าเสียจริง “ ชายหนุ่มเอ่ย
“ นี่เป็นวีดีโอของครอบครับเจ้าแลคนรักของเจ้า “ ชายชราเอ่ย
“ ขอบคุณ “ ชายหนุ่มเอ่ยแล้วรับเอาแผ่นบันทึก
“ ไป ชายชราเอ่ย
“ ไว้ข้าจะมาเยี่ยมท่าน “ ชายหนุ่มเอ่ย
“ อืม “ ชายชราพยักหน้าแล้วโบกมือไล่
ปราบทะยานร่างไปยังโรงจอดยาน
“ ซู่ม “ ยานอวกาศพุ่งทะยานไปยังเมืองออร์คอย่างรวดเร็ว