ปราบพิภพสยบสวรรค์

    ปราบพิภพสยบสวรรค์ ตอนที่ 67 : จบหลักสูตร

    หลังจากที่รวมกลุ่มได้ แต่ละกลุ่มต่างก็เข้าไปในป่าอสูรเพื่อทำภารกิจที่ได้รับมอบหมาย

     

    กลุ่มของปราบนั้นได้รับภารกิจหาสมุนไพรเซียน ทำเอาพวกเขาหมดสิ้นเรี่ยวแรงแม้นกลุ่มของเขาจะมีจอมยุทธเลเวลหนึ่งร้อยสี่สิบเป็นหัวหน้าแต่พวกเขากลับไม่มีความมั่นใจเลยแม้นแต่น้อย

     

    เพราะสมุนไพรเซียนนั้นจุดที่พบมันล่าสุดอยู่ที่เขตของอสูรระดับยี่สิบ ที่เป็นดั่งฝันร้ายของพวกเขา นั่นจึงทำให้พวกเขาต่างหมดอาลัยตายอยากกับชีวิต

     

    บางคนถึงกับด่าทอชายหนุ่มว่าเป็นตัวซวย บางคนก็โทษชายหนุ่มว่าเข้าร่วมกลุ่มด้วยพวกเขาจึงถูกกลั่นแกล้ง

     

    ปราบถอนหายใจออกอย่างแรงแล้วไปหาครูฝึก เมื่อเขาพุดคุยกับครูฝึกแล้วเสร็จเขาเร่งทะยานร่างไปตามแผนที่อย่างรวดเร็ว

     

    “ พวกเจ้ามาที่เพื่อรับเอาภารกิจใหม่ “ ครูฝึกร้องออกไป

     

    “ การทำงานเป็นกลุ่มนั้นสำคัญต้องเชื่อใจกัน หากไม่เชื่อใจกันแล้วก็ยากที่จะทำงานร่วมกันได้ “ ชายหนุ่มพึมพำ

     

    ปราบบุกตะลุยเดี่ยวเข้าไปในดงของอสูรขั้นสูงที่เขายังไม่เคยพบพาน เขาเตรียมพร้อมในทุกสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น กระบี่สีทองในมือนั่นเปล่งประกายแสงวาววับงามจับใจแต่ภายใต้ความงดงามนั้นกลับแฝงไว้ด้วยความอันตรายยิ่ง

     

    เหล่าครูฝึกที่เฝ้ามองทางจอภาพต่างก็ส่ายหน้าเพราะชายหนุ่มนั้นไม่สวมเกราะเหล็กที่ได้รับแจกจ่าย พวกเขาก็ไม่เข้าใจว่าทำไมชายหนุ่มจึงไม่สวมเกราะเหล็กเช่นคนอื่น

     

    “ ประมาท ประมาทเกินไป “

     

    “ คะแนนเป็นศูนย์แม้นจะทำภารกิจสำเร็จก็ตาม “ หัวหน้าครูฝึกเอ่ย

     

    หวงซิ่วที่เฝ้ามองดูแล้วเอ่ยว่า “ หากคิดเรื่องภารกิจ หากทำสำเร็จแล้วกลับมาได้โดยปลอดภัยก็ถือว่าคะแนนเต็มแล้วนี่ “ หวงซิ่วเอ่ย

     

    “ อย่าลืมว่าสงครามนั้นไม่หน่ายอุบาย “ หวงซิ่วเอ่ย

     

    “ แต่การที่ไม่สวมชุดเกราะก็ผิดกฎของศูนย์ฝึกแล้ว คะแนนก็ย่อมถูกตัด “ หัวหน้าครูฝึกเอ่ย

     

    “ ข้าเฝ้าดูชายคนนี้มานาน ข้ารู้ว่าเขานั้นไม่ชอบสวมเกราะ เขาชอบที่เป็นอย่างนี้เพราะมันได้ฝึกฝนกายาของเขาให้กล้าแกร่งอยู่ตลอด “ หวงซิ่วเอ่ย

     

    “ เอาน่าไว้มันกลับมาค่อยลงโทษมันในเรื่องไม่สวมเกราะแต่อย่าได้ตัดคะแนนภารกิจของมัน “ หวงซิ่วเอ่ย

     

    “ ได้ “ หัวหน้าครูฝึกพยักหน้า

     

    “ ตามแผนที่แล้วต้องข้ามภูเขาไปอีกหลายลูก หากช้าแบบนี้เห็นทีจะไม่ทัน “ ชายหนุ่มเอ่ย

     

    “ พรึ่บ “ ปีกเทวะสีทองของเขากางออก

     

    “ ฟิ้ว “ ร่างของชายหนุ่มพุ่งทะยานร่างออกจากกระสุนปืน

     

     “ นั่นมันอะไร “ เหล่าครูฝึกต่างร้องลั่น

     

    “ มันเป็นวิชาโบราณที่พวกเราไม่ฝึกฝนกัน “ หวงซิ่วเอ่ย

     

    “ รวดเร็วยิ่งนัก ขนาดอสูรบินระดับสิบแปดยังไล่ไม่ทัน “

     

    “ เห็นทีคืนนี้ข้าต้องไปหาวิชาแบบนี้มาฝึกบ้าง “ หัวหน้าครูฝึกเอ่ย

     

    “ อืม “ เหล่าครูฝึกต่างพยักหน้าช้าๆ

     

    หวงซิ่วยิ้มออกเมื่อเหล่าครูฝึกต่างเปลี่ยนท่าทีที่มีต่อชายหนุ่มได้ หากพวกเขาเห็นการต่อสู้ของชายหนุ่มพวกเขาก็ยิ่งจะซูฮกชายหนุ่มมากขึ้น แลนั่นจะเป็นการง่ายที่ชายหนุ่มจะจบออกไปจากศูนย์ฝึกเร็วขึ้น

     

    ราวสามชั่วโมง

     

    ปราบลอยตัวอยู่เหนือเขตแดนอสูรระดับยี่สิบที่กว้างใหญ่ “ มันน่าจะราวๆประเทศรัสเซีย “ เขาพึมพำ

     

    “ หากไม่มีพิกัดก็ไม่รู้ว่าจะไปหาสมุนไพรเซียนได้ที่ไหน “ เขาพึมพำ

     

    ชายหนุ่มร่อนปีกเทวะไปตามพิกัดอย่างรวดเร็ว

     

    เมื่อเข้าสู่ระยะ ชายหนุ่มบินวนเหนือสมุนไพรเซียนอยู่หลายรอบเพื่อสังเกตการณ์

     

    “ มีปีศาจวัวเพลิงอยู่เฝ้าตัวเดียว ทั้งยังเป็นตัวหัวหน้า “ เขาพึมพำ

     

    “ ต้องหาวิธีหลอกล่อ “ ชายหนุ่มพึมพำ

     

    ในขณะที่เขากำลังครุ่นคิดอยู่นั้น

     

    “ โฮกก “ ปีศาจวัวเพลิงร้องคำรามลั่นพร้อมกับพ่นไฟออกจากปาก

     

    “ ฟู่วว “ เปลวเพลิงที่ร้อนแรงพวยพุ่งเข้าหาอสูรอีกตนที่พุ่งเข้ามา

     

    “ โฮกก “ อสูรตนนั้นถูกเพลิงร้อนแรงของวัวเพลิงแผดเผาทั่วร่างมันส่งเสียงร้องโอดโอยโหยหวน

     

    “ ตึง “ ร่างใหญ่ยักษ์ล้มตึงชักดิ้นชักงออยู่ครู่ใหญ่จึงแน่นิ่ง

     

    “ เป็นเพลิงที่ยอดเยี่ยม “ เขาพึมพำ

     

    “ แต่รู้สึกว่าแก่นเพลิงของมันจะมิแข็งแกร่งสักเท่าใด “ ชายหนุ่มพึมพำ

     

    เหล่าครูฝึกให้แปลกใจเป็นอย่างยิ่งที่ชายหนุ่มนั้นทั้งคิดวิเคราะห์ วางแผนในเวลาเดียวกัน

     

    “ ไอ้หนุ่มนี่ชักจะเก่งเกินตัวแล้ว “ ครูฝึกเอ่ย

     

    หวงซิ่วมองยังหัวหน้าครูฝึก “ โลกเก่าของมันนั้นมันเป็นถึงจ้าวโลกามันเป็นผู้ปกครอง มันเป็นผู้พิทักษ์ “ ชายชราเอ่ย

     

    “ อืม “ เหล่าครูฝึกต่างพยักหน้าช้าๆ

     

    “ เช่นนี้แล้วหากผ่านด่านนี้ได้ ก็เลื่อนขั้นให้เขาไปเลย อย่าเอามือดีมาขลุกอยู่ที่นี่นานนัก มันเสียเวลา “ หัวหน้าครูฝึกเอ่ย

     

    “ นั่น “ เหล่าครูฝึกร้องลั่นเมื่อชายหนุ่มใช้เพลิงสีฟ้าห่อหุ้มร่างของตนไว้แล้วดำดิ่งลงไปอย่างรวดเร็ว

     

    พวกเขามองเพลิงสีฟ้าแล้วให้แปลกใจเป็นอย่างยิ่งเพราะว่าพวกเขายังไม่เคยพบเจอคนที่มีไฟในร่างมาก่อน

     

    “ ปราบพิภพผู้นี้นั้นเคยหลอมแก่นเพลิงอสูรมาแล้วสองครั้ง ครั้งแรกเป็นเพลิงของวัวเพลิง ครั้งที่สองเป็นแก่นเพลิงสีฟ้าของอสูรยักษ์ระดับเก้า “ หวงซิ่วเอ่ย

     

    “ หลอมเข้าไปได้เช่นใด “ หัวหน้าครูฝึกเอ่ย

     

    “ ข้าก็สงสัยเช่นกัน “ หวงซิ่วเอ่ย

     

    ชายหนุ่มโฉบบินเวียนลงต่ำแล้วทำการยั่วยุวัวปีศาจ จนมันสติหลุดแล้วพ่นเพลิงสีส้มออกมา

     

    “ ฟู่ว “ เพลิงสีส้มพุ่งเข้าห้อมล้อมกายาของชายหนุ่มจนบดบังเพลิงสีฟ้า

     

    “ ช่วงเวลาที่มันอ่อนแอก็คือช่วงที่มันพ่นไฟ “ ปราบพึมพำ

     

    เขาพุ่งทะยานร่างออกด้วยความรวดเร็ว โฉบเข้าช่วงชิงสมุนไพรเซียนแล้วกางปีกเทวะพุ่งขึ้นฟ้าในทันใด

     

    “ โฮกก “ ปีศาจวัวเพลิงร้องคำรามลั่นแต่มันไม่ได้ไล่ตามไปเพราะกายาของมันยังมิฟื้นตัวมันจึงทำได้เพียงมองยังสมุนไพรเซียนที่มันเฝ้ามานานแสนนาน

     

    “ โฮกกก “ มันร้องคำรามลั่น

     

    “ ครืนน “ ทั่วอาณาของเขตแดนยี่สิบต่างสั่นสะเทือนเพราะพลังแห่งความโกรธ

     

    “ ฮ่า ฮ่า ฮ่า “ หวงซิ่วระเบิดเสียงหัวเราะลั่น

     

    “ ดี ดีเยี่ยม “ เขาเอ่ย

     

    “ ช่างเป็นภารกิจที่เสี่ยงตายยิ่งนัก “ ห้วหน้าครูฝึกเอ่ย

     

    “ แต่ก็ถือว่าผ่านได้ด้วยดี มิมีบาดแผล “ เขาเอ่ย

     

    “ พี่หวงจะส่งเขาไปที่ไหน “ หัวหน้าครูฝึกเอ่ยถาม

     

    “ ส่งเขาไปยังเมืองออร์ค “ หวงซิ่วเอ่ย

     

    “ เมืองออร์ค “ หัวหน้าครูฝึกเอ่ย  น้ำเสียงของเขานั้นเต็มไปด้วยความวิตก

     

    “ อย่ากังวลไอ้หนูนี่เอาตัวรอดได้แน่ “ ชายชราเอ่ย

     

    “ อืม “ หัวหน้าครูฝึกพยักหน้าช้าๆ

     

    ราวสามชั่วโมงปราบภพิภพกลับมาถึงศูนย์ฝึกแล้วเร่งส่งภารกิจอย่างรวดเร็ว

     

    “ ไอ้หนู นี่คือหนังสือรายงานตัวในฐานะจอมยุทธขั้นสิบ “ หวงซิ่วเอ่ย

     

    ชายหนุ่มยิ้มแก้มปริแล้วเร่งรับเอาหนังสือรายงานตัว

     

    “ เจ้าจะไปคืนนี้รึพรุ่งนี้ “ ชายชราเอ่ยถาม

     

    “ ข้าอยากอยู่กับท่านอีกสักคืน แต่หากไอ้บ้าพวกนั้นรู้ว่าข้าจะไป พวกมันคงหาทางกำจัดข้าแน่ “ ชายหนุ่มเอ่ย

     

    “ เพราะฉะนั้นแล้วไปมันเดี๋ยวนี้เลย “ ชายหนุ่มเอ่ย

     

    “ ข้าเตรียมยานไว้ให้เจ้าแล้ว “ ชายชราเอ่ย

     

    “ ท่านนี่รู้ใจข้าเสียจริง “ ชายหนุ่มเอ่ย

     

    “ นี่เป็นวีดีโอของครอบครับเจ้าแลคนรักของเจ้า “ ชายชราเอ่ย

     

    “ ขอบคุณ “ ชายหนุ่มเอ่ยแล้วรับเอาแผ่นบันทึก

     

    “ ไป  ชายชราเอ่ย

     

    “ ไว้ข้าจะมาเยี่ยมท่าน “ ชายหนุ่มเอ่ย

     

    “ อืม “ ชายชราพยักหน้าแล้วโบกมือไล่

     

    ปราบทะยานร่างไปยังโรงจอดยาน

     

    “ ซู่ม “ ยานอวกาศพุ่งทะยานไปยังเมืองออร์คอย่างรวดเร็ว

    คล้ายกับเรื่องปราบพิภพสยบสวรรค์ ที่คุณอ่าน