(นิยายลงทุกวัน)Ghost CEO:ผีสร้างฉันให้เป็นเศรษฐี ฮาเร็ม

    ตอนที่ 47 พีท ปะทะ เสือเฒ่า

     

    ตอนที่ 47 พีท ปะทะ เสือเฒ่า

     

     

    ต้องยอมรับว่าครั้งแรกที่เธอทักอาจารย์หญิงและถามคำถามนี้ ก็เพื่อที่จะหาเรื่องคุยและเพื่อที่จะสลัดประธานวรชัยและนักธุรกิจคนอื่นๆ เท่านั้น แต่กระนั้นในครั้งนี้หลังจากได้ลองกินไก่ทอดของพีทไปแล้ว เธอก็รู้สึกว่าไก่ทอดจากร้านนี้มีศักยภาพมาก

    และแอบมีความตั้งใจสักเล็กน้อย ที่จะอยากร่วมทุนกับร้านไก่ทอดนี้ ตามนิสัยของนักธุรกิจที่มักจะเล็งเห็นโอกาสและศักยภาพที่น่าสนใจอยู่เสมอๆ

    ร้านไก่ทอดของพีท ถือเป็นร้านที่มีศักยภาพตามที่รดา ตั้งเกณฑ์เอาไว้…ดังนั้นเธอจึงดูสนใจที่จะถามถึงเจ้าของร้านไก่ทอดนี้จากอาจารย์หญิงนั่นเอง

     

    “ใช่แล้ว แต่ที่ฉันอยากแนะนำเขาให้กับเธอได้รู้จัก ไม่ใช่ร้านไก่ทอดของเขาหรอก…แต่เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่เขากำลังดำเนินการอยู่ งั้นเอาแบบนี้เป็นไง หากกินเสร็จแล้ว เธอตามฉันไปที่ห้องพักอาจารย์ ฉันจะเอาอะไรบางอย่างให้เธอได้ดู รับรองว่าเธอจะต้องทึ่งอย่างแน่นอน” อาจารย์หญิงรู้จักนิสัยของรดาดี เพราะรดาคือสายรหัสของเธอ เมื่อตอนสมัยเรียนมหาลัย

     

    อาจารย์หญิงรู้ว่ารดา เป็นคนเก่ง เป็นคนดีและเป็นคนที่พร้อมจะเสี่ยงให้กับอะไรก็ตามที่เธอมีศักยภาพ ดังนั้นเธอจึงอยากแนะนำพีทที่เป็นนักศึกษาที่เธอดูแล ให้กับรดาได้รู้จักและหวังให้รดาเป็นใบเบิกทางเข้าสู่วงการธุรกิจให้กับพีท

     

    เมื่อเห็นว่ารดาให้ความสนใจ อาจารย์หญิงก็ได้พารดา ไปยังห้องพักครูของเธอ พลางเปิดโปรเจค บริการส่งอาหาร ให้กับรดาได้ดูแผนงาน

     

    “. . .” รดาตั้งใจอ่านแผนงานทั้งหมดอย่างละเอียด เธอนั่งอ่านด้วยหน้าตาที่เคร่งเครียด ยิ่งอ่านเธอก็ยิ่งอุทานด้วยความตกใจอยู่ภายในใจ ‘แผนงานนี้สุดยอดมาก! นี่มันยิ่งกว่าธุรกิจเล็กๆ ไปแล้ว! หากโมเดลธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จจริงๆ นี้จะเป็นการเปลี่ยนแปลงการบริโภคของประเทศไทย ไม่สิ…ไม่ใช่แค่ประเทศไทย แต่เป็นทั่วโลกเลยต่างหาก!’

     

    รดา อึ้งไปหมดแล้ว…ลำพังแค่ได้อ่านแผนงานคร่าวๆ ก็ทำให้เธอตัวสั่นแล้ว

     

    “พี่หญิง พี่แนะนำเขาให้ฉันได้รู้จักเขาได้ไหมคะ” รดา ที่เคยสุขุมเป็นดั่งเจ้าหญิงน้ำแข็งในสายตาของนักธุรกิจคนอื่น วันนี้เธอกลับระงับความตื่นเต้นที่มีเอาไว้ไม่ได้ ใบหน้าของเธอฉีกยิ้มกว้าง ด้วยความสดใส ดวงตาเป็นประกายในแบบที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน

     

    อาจารย์หญิงพยักหน้า ก่อนที่เธอและรดา จะกลับเข้ามาร่วมงานในช่วงบ่ายอีกครั้ง ซึ่งผู้คนส่วนใหญ่ก็เริ่มกลับเข้าห้องบรรยายกันแล้ว จะเหลือก็แต่พีทเพียงคนเดียวที่เป็นนักศึกษาคนสุดท้ายที่กลับเข้ามาในห้อง ด้วยสภาพที่เสื้อผ้ายับเยินไปบ้าง

    พีทย่อตัวตามมารยาทเพื่อที่จะกลับเข้าที่นั่งของตัวเองที่อยู่ด้านหลังสุด ท่ามกลางสายตาของทุกคนที่หันมามองเขาเป็นตาเดียว แต่กระนั้นเมื่อเขาตั้งใจจะกลับไปนั่งที่ของตัวเอง เขาก็พบว่าเก้าอี้ด้านข้างของเขา ที่ในตอนเช้าว่างอยู่ กลับมีคนมานั่งอยู่ข้างๆ เขาแล้ว และคนนั้นก็ไม่ใช่ใครอื่นเป็นดาว แฟนเก่าของเขานั่นเอง

     

    “พีท”

    “ดาว?”

    ดาวเป็นฝ่ายทักพีทก่อน อันที่จริงพีทก็เห็นดาวมาร่วมงานตั้งแต่เช้าแล้ว เพียงแต่เขาไม่ได้ให้ความสนใจกับอีกฝ่ายมากนัก หากแต่ในช่วงบ่ายนี้ดาวกลับย้ายที่นั่งมานั่งอยู่ข้างๆ เขาเสียอย่างนั้น

    “ยุ่งกับการเตรียมอาหารในงานเหรอ?” ดาวยิ้มให้กับพีทก่อนจะเอ่ยถาม เมื่อไม่เห็นพีทอยู่กินอาหารในงานเลี้ยงเลย “อืม” พีทตอบกลับอย่างเฉยเมย เพื่อที่จะตัดบทสนทนาที่น่าอึดอัดนี้โดยเร็ว

     

    อีกทั้งภายในห้องบรรยาย ก็ถึงเวลาของประธานวรชัย ที่เป็นอาวุโสขึ้นพูดแล้ว ทำให้บรรยากาศภายในห้องเต็มไปด้วยความเงียบ

     

    “สวัสดีนักศึกษาและคณะอาจารย์ทุกท่าน” เสียงปรบมือดังขึ้น เพื่อต้อนรับชายวัยห้าสิบปลาย ๆ ในชุดสูทสั่งตัดสีเทาเข้ม ‘คุณวรชัย’ ชื่อที่นักศึกษาสายธุรกิจแทบทุกคนต้องเคยได้ยิน เขาเป็นนักธุรกิจที่ผ่านสนามจริงมานับไม่ถ้วน ผ่านทั้งวิกฤตต้มยำกุ้ง วิกฤตเศรษฐกิจโลก และยังยืนอยู่บนจุดสูงสุดได้อย่างสง่างาม

     

    เหล่านักศึกษาดีกรีเกียรตินิยมเหล่านี้ ให้การต้อนรับ ประธานวรชัยด้วยความอบอุ่น พวกเขาปรบมือเสียงดัง หวังที่จะสร้างความประทับใจให้กับประธานผู้นี้ เพื่อหวังว่าตัวเองจะเข้าตาประธานผู้นี้ เมื่อเรียนจบไปแล้วจะได้มีโอกาสเข้าทำงานที่บริษัท วิคตอรีของประธานวรชัย ที่เป็นบริษัทชั้นนำของจังหวัดธาราบุรีนั่นเอง

     

    หัวข้อบรรยายวันนี้คือ “ศิลปะแห่งการอยู่รอดในโลกธุรกิจ” น้ำเสียงของวรชัยหนักแน่น ทุกรอยย่นบนใบหน้าเหมือนเป็นบทเรียนจากสนามจริงที่ยาวนาน

     

    “จำไว้นะครับ…ธุรกิจไม่ใช่การวิ่งไล่ฝัน แต่คือการป้องกันไม่ให้ตัวเองตายก่อนฝันจะเป็นจริง คุณไม่จำเป็นต้องเป็นคนแรกที่ทำสิ่งใหม่ ๆ แต่คุณต้องมั่นใจว่าทุกก้าวที่เดินจะไม่ทำให้คุณล้ม”

     

    นักศึกษาหลายคนจดตามอย่างตั้งใจ เหมือนฟังพระคัมภีร์ธุรกิจ แต่พีทกลับรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างไม่ถูกต้อง ‘มุมมองนี้อาจเหมาะกับคนที่อยากอยู่รอด แต่ถ้าทุกคนคิดแบบนี้เหมือนกันหมด…ก็หมายความว่าโลกนี้จะไม่มีใครสร้างสิ่งที่ “ไม่เคยมีมาก่อน” เลยนะสิ

    เขานั่งพิงพนักเก้าอี้ หันมองเพื่อนๆ หรือแม้แต่ดาว ที่กำลังพยักหน้าเห็นด้วยกับทุกคำพูดของประธานวรชัยหัวใจพีทรู้ชัดว่าถ้าปล่อยให้ห้องนี้รับเพียงมุมมองเดียว บทเรียนของวันนี้จะกลายเป็น “อย่าเสี่ยงกับการทำธุรกิจ” ซึ่งการทำธุรกิจประเภทนี้อาจจะเหมาะสำหรับบางคน แต่มันไม่เหมาะกับตัวเขาเลยและด้วยความเหนื่อยล้าจากการที่ต้องวิ่งวุ่นตลอดช่วงพักที่ผ่านมา พีทก็ได้เผลอ อ้าปากหาว ขึ้นมา

     

    โดยที่ไม่รู้เลยว่าการกระทำของเขา มันได้ถูกประธานวรชัยจับจ้องมาตั้งแต่แรกแล้ว “นักศึกษาที่นั่งอยู่ด้านหลังสุด…หัวข้อบรรยายของผมมันน่าเบื่อขนาดนั้นเลยเหรอ?!” ท่ามกลางความเงียบของนักศึกษาที่กำลังนั่งฟังคำบรรยาย

     

    ทุกอย่างก็พลันต้องสะดุดเมื่อประธานวรชัย ได้จ้องมองมาทางพีท ก่อนจะตั้งคำถามถึงการบรรยายของเขาว่ามันน่าเบื่อ ต่อหน้าเหล่านักศึกษาและคณะอาจารย์ รวมไปถึงวิทยากรที่หันมามองพีทเป็นตาเดียว

    นี้คือการกลั่นแกล้งที่ประธานวรชัยตั้งใจเอาไว้ตั้งแต่ช่วงเช้าแล้ว ที่พีทได้เดินออกจากห้องไปทานอาหารเป็นคนแรก แม้ว่าตัวของประธานวรชัยจะไม่เห็นว่าเด็กคนนี้มากินอาหารในงานเลี้ยงร่วมกับคนอื่นๆ แต่หลังจากได้ยินว่าพีทคือนักศึกษาที่ได้รับเชิญเข้าร่วมงานเป็นกรณีพิเศษ ไม่ใช่เด็กที่อยู่ในเกณฑ์เกียรตินิยมเหมือนกับคนอื่นๆ ตัวของประธานวรชัยจึงถือโอกาสนี้ที่จะกำจัดพีท ให้ออกจากงานไปนั่นเอง

     

    ‘เด็กที่ไม่รู้จักมารยาท ไม่มีแม้กระทั่งความรู้เหมือนกับคนอื่นๆ อีกทั้งยังใช้เส้นสายให้อาจารย์เชิญตัวเองมาเข้าร่วมหวังได้รับเกียรติบัตรเข้าร่วมงานไปใช้สมัครงาน เด็กแบบนี้ไม่มีค่าพอที่จะมาฟังความรู้จากตน!’ นี้คือสิ่งที่ประธานวรชัยต้องการที่จะไล่พีทออกไป

     

    แต่ทว่านี้คือสิ่งที่ ประธานเฒ่า ทำผิดพลาดครั้งใหญ่ในรอบหลายปีที่ใช้วิธีนี้กลั่นแกล้ง คนหนุ่มสาวมาโดยตลอด

     

    พีทไม่ใช่คนที่จะให้ใครมารังแกเขาได้ง่ายๆ ยิ่งเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องด้วยแล้ว…มีหรือที่พีทจะยอม

     

    “ไม่ได้น่าเบื่อครับ” หากเป็นคนอื่นๆ คงจะตอบเพียงแค่นี้และต้องทนพบเจอกับความอับอายจนต้องแทรกแผ่นดินนี้ ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ประธานวรชัยสามารถไล่คนเหล่านี้ออกไปได้เหมือนเช่นที่ผ่านๆ มา หากแต่หลังจากคำพูดข้างต้น ยังไม่ทันที่ประธานวรชัยจะเอ่ยปากไล่เขา

    ทางด้านของพีทกลับพูดสวนขึ้นมาอีกครั้ง

    “แต่ผมขออนุญาตถามท่านวิทยากรได้ไหมครับ…อะไรคือความมั่นใจว่าการทำธุรกิจด้วยความปลอดภัยแล้วมันจะไม่ล้มเหลว? แล้วถ้าหากความฝันของผมคือการริเริ่มธุรกิจใหม่ๆ มันก็ไม่ได้หมายความว่าธุรกิจของผมจะต้องล้มเหลวใช่ไหมครับ” พีทยกมือขึ้นถาม

     

    ซึ่งคำถามของพีทมันก็ทำให้ประธานวรชัยกระตุกไปเล็กน้อย เพราะเขาไม่คิดว่านักศึกษาอย่างพีทจะสนใจฟังสิ่งที่เขาบรรยายไปในก่อนหน้านี้

     

    “นักศึกษา…ผมเริ่มทำธุรกิจมาตั้งแต่ก่อนที่คุณจะเกิดเสียอีก ผมล้มมามากพอที่จะรู้ว่า คนหนุ่มที่คิดว่าตัวเองจะเปลี่ยนโลก…ส่วนใหญ่จบลงด้วยการถูกโลกสอนให้รู้จักความจริง” ประธานวรชัยแสยะยิ้มเล็กน้อย “ความกล้าของคุณ…ในสายตาผม มันเป็นแค่ความไร้เดียงสาที่ห่อด้วยความมั่นใจก็เท่านั้น”

    “ผมยอมรับครับ ว่าประสบการณ์ของผมยังไม่อาจเทียบเท่าคุณ แต่บางที…ประสบการณ์ที่มากเกินไป ก็ทำให้เรามองโลกผ่านรอยแผลเดิมๆ จนมองไม่เห็นเส้นทางใหม่ก็ได้นะครับ” พีทยิ้มบาง เขาเริ่มรู้สึกว่าประธานวรชัย เริ่มใช้ความอาวุโสที่มากกว่า มาใช้สั่งสอนเขามากกว่าการใช้ความรู้และเหตุผลมาตอบคำถาม

     

    “คุณกำลังบอกว่าผมมองโลกแคบเหรอ?” ประธานวรชัยเลิกคิ้วขึ้น น้ำเสียงเริ่มมีอารมณ์จนวิทยากรและคณะอาจารย์เริ่มนั่งกันไม่ติด พวกเขารีบส่งสัญญาณให้อาจารย์ที่ควบคุมงาน รีบเข้าไปหยุดพฤติกรรมของพีทที่ดูก้าวร้าวในสายตาของพวกเขา

    “ผมแค่กำลังบอกว่า…ถ้าทุกคนมองโลกจากที่เดียวกัน โลกใบนี้ก็คงไม่มีสิ่งใหม่เกิดขึ้นผมเคารพในสิ่งที่คุณสร้าง แต่ถ้าผมเดินตามทุกก้าวที่คุณเดิน…ผมก็จะไปถึงแค่จุดที่คุณยืนอยู่ ผมอยากรู้ว่าข้างหน้าที่คุณมองไม่เห็นหรือที่คุณไม่เคยไปถึง มันยังมีอะไรต่อจากนั้นครับ”

     

    น้ำเสียงของพีทยังคงสุภาพ สิ่งที่พูดมันไม่ได้หมายความว่าเขาก้าวร้าว เขาแค่ตั้งคำถามกับสิ่งที่ประธานวรชัยพยายามสอน

     

    “เด็กอย่างคุณยังไม่รู้หรอกว่าโลกธุรกิจมันโหดขนาดไหน คุณคิดว่าความกล้าจะชนะทุกอย่างได้? มันไม่พอหรอก ความจริงคือ…ความอยู่รอดสำคัญกว่าความฝัน” ประธานวรชัยยิ้มเยาะ โดยมีเหล่าวิทยากรต่างพยักหน้าเห็นด้วย

    พวกเขาล้วนเผชิญกับความโหดร้ายของสังคมวัยทำงานกันมาแล้ว เด็กนักศึกษาอย่างพีท มันก็แค่เด็กน้อยในสายตาของพวกเขาที่สุดท้ายจะถูกความโหดร้ายของวงการธุรกิจกลืนหายไปในที่สุด

    “ผมเห็นด้วยว่าความอยู่รอดสำคัญ แต่ถ้าเราเอาเวลาไปใช้แค่เพื่ออยู่รอด…เราก็จะไม่มีวันที่ได้ใช้ชีวิต ธุรกิจสำหรับผม…ไม่ใช่การต่อสู้เพื่อหายใจ แต่เป็นการสร้างอากาศเพิ่ม”

    คำพูดนี้พีทไม่ได้คิดขึ้นมาเอง เขานำคำพูดนี้มาจากสตีเฟ่น จ๊อบส์ที่ตอนนี้เดือดดาลเป็นอย่างมาก เมื่อเห็นตาแก่คนหนึ่งกำลังดูแคลนความฝันของคนรุ่นใหม่

     

     

    ซึ่งจะบอกว่าสิ่งที่ประธานวรชัยพูดมาผิด ก็คงไม่ได้…การทำธุรกิจด้วยความปลอดภัยคือการทำธุรกิจในรูปแบบหนึ่ง ที่อาจจะได้ผลลัพธ์ที่ดีกับบางบริษัท แต่สำหรับพีทที่มุ่งหวังอยากจะเป็นผู้นำโลก แนวทางการทำธุรกิจของประธานวรชัย เลยเป็นเหมือนเส้นขนานที่ไม่มีวันบรรจบกันได้

    เฉกเช่นเดียวกับตัวของประธานวรชัยเอง ก็ไม่มีสิทธิ์มาชี้หน้าว่าความฝันของพีทผิดด้วยเช่นกัน

     

    แต่เท่าที่เห็นจากการโต้เถียงกันไปมา จะมีก็แต่ประธานวรชัยเท่านั้น ที่พยายามตัดสินแนวทางการทำธุรกิจของพีทว่าเป็นสิ่งที่พีทอยู่เพียงฝ่ายเดียว

     

    หากแต่ว่าก่อนที่ทุกสิ่งทุกอย่างกำลังจะบานปลาย ทางด้านของพีทก็ได้ถูกเหล่าคณะอาจารย์พาตัวเขาออกจากห้อง ซึ่งในขณะนั่นเอง วิทยากรหญิงที่นั่งเงียบมาตลอดการบรรยายตั้งแต่เช้า จนถึงตอนนี้ กับหยิบไมค์ขึ้นมา เอ่ยถามกับพีท ที่กำลังถูกพาตัวออกจากห้อง

     

    “แล้วถ้าคุณล้ม? คุณจะทำยังไง?” เธอยิงคำถามนี้ใส่พีท ด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ…สั้นๆ แต่ได้ใจความ

     

    น้ำเสียงของเธอสะกดให้ทุกคนในห้องหันมามองเธอ แม้แต่ประธานวรชัยก็ได้แต่เงียบเสียงลงไป

     

    “ผมจะลุกขึ้น…และใช้บทเรียนซื้อมาด้วยราคาที่ถูกที่สุดที่พอจะหาได้ แต่ถ้าผมไม่เคยเสี่ยงเลย…ผมจะไม่มีวันได้เรียนรู้อะไรนอกจากวิธีอยู่ในกรอบ และกรอบ…ไม่เคยทำให้ใครเป็นผู้นำตลาด” พีทมองตรงมายังวิทยากรหญิงที่ถามเขา ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น

     

    สายตาของเขามันได้สร้างความประทับใจให้กับวิทยากรหญิงคนนี้ไม่น้อย เธอยิ้มให้กับเขาและพยักหน้าเป็นการตอบกลับ

     

    ห้องบรรยายเงียบสงัดราวกับเสียงทั้งหมดถูกดูดหายไป เพื่อนนักศึกษาที่เคยนั่งจดคำพูดของประธานวรชัย เริ่มละสายตาและมองมาที่พีทแทน

    ทุกคนเห็นถึงแผ่นหลังที่ถูกพาตัวออกไป แต่กระนั้นมันก็ได้สร้างภาพสะท้อนถึงความยิ่งใหญ่ที่เขาได้ทำไว้เอาไว้ในใจของใครบางคนแล้ว

    วิทยากรหญิงที่เอ่ยถามคำถามสุดท้ายกับพีทได้ผุดลุกขึ้น เธอหยิบกระเป๋าส่วนตัวของเธอไปด้วย ราวกับว่ากำลังจะลุกออกจากห้องบรรยายนี้ ท่ามกลางสายตาที่เต็มไปด้วยความงุนงงของทุกคน

    เพราะหลังจากการบรรยายของประธานวรชัย จะเป็นคิวของเธอที่ต้องขึ้นบรรยายต่อ…เหล่าคณะอาจารย์เลิ่กลั่กกันไปหมดแล้ว เนื่องจากวิทยากรหญิงที่กำลังจะเดินออกไปคือ รดา นั่นเอง

     

    นี้คือแขกคนสำคัญของงานบรรยายในครั้งนี้ ที่ทางมหาลัยยินดีเป็นอย่างมาก ที่สามารถเชิญเธอมาเข้าร่วมงานนี้ได้ ผ่านทางอาจารย์หญิงที่รู้จักกับรดาเป็นการส่วนตัว

     

    “คุณรดาจะไปไหนเหรอคะ? อีกเดี๋ยวต้องขึ้นบรรยายแล้วนะคะ” หนึ่งในคณะอาจารย์ที่เป็นคนสั่งให้ไล่พีทออกจากห้อง รีบวิ่งเข้ามาถามพลางตั้งใจที่จะหยุดเธอไว้

    “แนวทางการทำธุรกิจของฉันก็เป็นเหมือนกับนักศึกษาคนนั้น เกรงว่าถ้าหากฉันขึ้นพูดบรรยายคนต่อไป อาจจะขัดกับหลักการทำธุรกิจที่ทุกคนได้เรียนรู้จากประธานวรชัยได้ ฉะนั้นเพื่อไม่ให้ทุกคนต้องสับสนกับการบรรยายที่แตกต่างกันฉันคิดว่าขอตัวกลับจะดีกว่าค่ะ” รดาพูดจบก็สวมแว่นกันแดดและเดินออกจากห้องบรรยายไป โดยไม่หันกลับมามอง เสียงฝีเท้าที่ก้าวออกไปจากห้องบรรยาย ล้วนเป็นเสียงสะท้านที่เต็มไปด้วยความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม

     

    “. . .”

    อึ้ง ช็อก~! ‘แนวทางการทำธุรกิจของฉันเหมือนกับนักศึกษาคนนั้น’ คำพูดของรดาได้ลอยวนเวียนอยู่ในหัวของผู้คนที่อยู่ในห้องประชุม

    ไม่มีใครกล้าพูดสิ่งใดออกมา พวกเขาต่างมองไปที่ประธานวรชัยที่กำลังยืนแข็งค้างอยู่บนเวที

     

    ประธานวรชัยได้แต่กำหมัดแน่นเนื่องจากถูกนักธุรกิจรุ่นลูกกำลังลูบคมตัวเองอยู่นั่นเอง!

     

     

    ...โปรดติดตามตอนต่อไป...

     

     

    นิยายลงทุกวันเวลา 18.00 นะครับ

    สามารถติดตามผู้แต่งเพื่อติดต่อสอบถามได้ที่แฟนเพจเลยนะครับ

    www.facebook.com/WritelazyV2

    นามปากกา.Writelazy

     

     

     

    คล้ายกับเรื่อง(นิยายลงทุกวัน)Ghost CEO:ผีสร้างฉันให้เป็นเศรษฐี ฮาเร็ม ที่คุณอ่าน